- หน้าแรก
- หยกเซียนผนึกภพ
- ตอนที่ 45 เหนือกว่าเล็กน้อย
ตอนที่ 45 เหนือกว่าเล็กน้อย
ตอนที่ 45 เหนือกว่าเล็กน้อย
ตอนที่ 45 เหนือกว่าเล็กน้อย
สวีซ่งยืนอยู่ตรงข้ามหลินมู่
อาภรณ์สีขาวพลิ้วไหว ท่าทางสง่างาม
ภายนอกม่านพลัง มีเหล่าศิษย์มากมายมามุงดู โดยส่วนใหญ่เป็นศิษย์หญิง
เนื่องจากม่านพลังมีคุณสมบัติในการป้องกันเสียง หลินมู่จึงไม่อาจได้ยินเสียงของผู้คนที่อยู่ด้านนอก แต่จากสีหน้าตื่นเต้นของพวกนางที่มองมายังสวีซ่ง หลินมู่ก็รู้ว่าพวกนางนั้นมาเพื่อให้กำลังใจ และสนับสนุนสวีซ่ง
หลินมู่ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ในใจ การประลองครั้งแรกก็ต้องมาเจอกับคู่ต่อสู้เช่นนี้ ช่างยากลำบากเสียจริง
สวีซ่งประสานมือคารวะพร้อมกับยิ้มกล่าวว่า “การประลองครั้งแรก หวังว่าศิษย์พี่จะไม่หวงวิชา โปรดชี้แนะด้วย”
เขาเคยได้ประจักษ์ถึงความสามารถของหลินมู่มาก่อน การประลองชี้เป็นชี้ตายระหว่างหลินมู่และหม่าฮวาหยวน เขาก็เคยได้รับชมเช่นกัน และประทับใจในตัวหลินมู่อย่างมาก ก่อนการประลองเขาคิดว่าการเอาชนะในรอบแรกนั้นง่ายดาย แต่ไม่นึกเลยว่าโชคไม่ดีต้องมาพบกับหลินมู่ แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ การฝึกฝนอย่างหนักมาหลายปีทำให้เขามีความมั่นใจอยู่บ้าง
หลินมู่ยิ้มตอบ “ศิษย์น้องไม่ต้องถ่อมตนไป การประลองยังไม่เริ่ม ผลแพ้ชนะยังไม่อาจทราบได้”
“เช่นนั้นต้องประลองกันก่อนจึงจะทราบ” สวีซ่งกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
สิ้นเสียง สวีซ่งก็ร่ายมนตร์อย่างรวดเร็ว ลูกธนูน้ำก็ก่อตัวขึ้นในมือทันที!
สวีซ่งคลายมนตร์ พร้อมกับตะโกนว่า “รับกระบวนท่า!”
ลูกธนูน้ำอันแหลมคมพุ่งตรงไปยังหลินมู่ พร้อมกับเสียงหวีดหวิวของสายลม
วิชาธนูน้ำ! วิชาพื้นฐานธาตุน้ำระดับต่ำ!
กลยุทธ์ของหลินมู่คือตั้งรับอย่างมั่นคง เมื่อสวีซ่งร่ายวิชาธนูน้ำ หลินมู่ก็แอบร่ายวิชาควบคุมลมอย่างเงียบ ๆ
เมื่อเห็นธนูน้ำพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว หลินมู่ก็เคลื่อนตัวไปทางซ้ายสองก้าวอย่างว่องไว ธนูน้ำเฉียดผ่านเสื้อผ้าของหลินมู่ไปอย่างหวุดหวิดก่อนจะพุ่งไปปะทะกับม่านพลังใสด้านหลัง
ม่านพลังสั่นสะเทือนเล็กน้อย ธนูน้ำก็ถูกสลายไปอย่างไร้ร่องรอย
ม่านพลังของผู้ฝึกตนขั้นหลิงจี้นั้นแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ
หลินมู่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มือก็ไม่หยุดนิ่ง ร่ายมนตร์เคล็ดเพลิงโรมรัน ปล่อยลูกไฟขนาดใหญ่ออกมา
ลูกไฟพุ่งเข้าใส่สวีซ่งพร้อมกับไอความร้อนที่แผดเผา
กลยุทธ์ของสวีซ่งแตกต่างจากหลินมู่อย่างสิ้นเชิง ครั้งนี้เขาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา
น้ำพิฆาตไฟ เขาไม่ได้เสียเปรียบ
ลูกบอลน้ำปรากฏขึ้นในมือของเขาอย่างรวดเร็ว เมื่อมองไปยังลูกไฟที่พุ่งเข้ามา สวีซ่งก็ปล่อยลูกบอลน้ำในมือออกไปทันที
วิชาพื้นฐานธาตุน้ำระดับต่ำอีกครั้ง ลูกบอลน้ำ!
ลูกบอลน้ำ และลูกไฟปะทะกันกลางอากาศ น้ำและไฟคือปฏิปักษ์ที่แท้จริง
ตูม!
ลูกไฟดับลง น้ำกระเซ็นไปทั่ว!
เหล่าศิษย์หญิงนอกม่านพลังต่างตื่นเต้นดีใจ โห่ร้องด้วยความยินดี
สายวิญญาณเดี่ยวธาตุน้ำ?
สวีซ่งร่ายวิชาธาตุน้ำสองครั้งติดต่อกัน ไม่ได้ใช้วิชาอื่น หลินมู่จึงไม่อาจแน่ใจได้ว่าเขาใช้วิชาธาตุน้ำได้เพียงอย่างเดียว หรือจงใจซ่อนความสามารถไว้
ทั้งสองฝ่ายต่างโจมตีและตั้งรับ ปะทะกันครั้งหนึ่ง ดูเหมือนจะไม่แพ้ชนะกัน
การทดสอบสิ้นสุดลง หลินมู่ตัดสินใจที่จะปล่อยมือเริ่มการประลองอย่างแท้จริง
ในบรรดาวิชาโจมตีของหลินมู่ วิชาที่มีอานุภาพร้ายแรงที่สุดคือเคล็ดเพลิงโรมรัน และ เคล็ดหลอมโลหะ
เคล็ดเพลิงโรมรันไม่เป็นผล หลินมู่จึงร่ายเคล็ดหลอมโลหะในทันที
ดาบทองคำอันคมกริบ พุ่งเข้าใส่สวีซ่งอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว
เผชิญหน้ากับเคล็ดหลอมโลหะที่มีอานุภาพร้ายแรงเช่นนี้ สวีซ่งไม่กล้ารับมือโดยตรง
แต่เท้าของเขากลับว่องไวอย่างยิ่ง ร่างกายพลันหายวับ เงาภาพหนึ่งลอยผ่านไป ตัวเขาก็อยู่ห่างออกไปหนึ่งจั้งแล้ว
ดาบทองคำพลาดเป้าหมาย พุ่งไปปะทะกับม่านพลัง
ติ๊ง!
ม่านพลังใสถูกกระแทกจนเป็นรอยบุ๋มเล็ก ๆ ก่อนจะกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว
สวีซ่งรู้สึกใจหายวาบ หากดาบทองคำนี้พุ่งเข้าใส่เขา ร่างกายของเขาคงถูกเจาะเป็นรูทะลุแน่
หลินมู่กลับรู้สึกยินดี กลยุทธ์เคล็ดหลอมโลหะนี้ทำให้เขาสามารถบีบให้สวีซ่งต้องใช้ทักษะป้องกันตัวออกมา
วิชาเคลื่อนที่ลับ!
เมื่อครู่สวีซ่งใช้วิชาเคลื่อนที่ลับอย่างแน่นอน!
แม้หลินมู่จะไม่เคยฝึกวิชาเคลื่อนที่ลับ แต่เขาก็เคยอ่านตำราหยกของวิชานี้อย่างคร่าว ๆ วิชาควบคุมลมที่หลินมู่ฝึกนั้นไม่มีทางมีความเร็วเทียบเท่าได้
เมื่อครู่สวีซ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นภาพติดตาทำให้เขาอิจฉาไม่น้อย
หลินมู่ไม่รอช้า ในขณะที่สวีซ่งยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็ร่ายเคล็ดปฐพีแน่นหนาทันที
ฝุ่นตลบอบอวล บริเวณโดยรอบพลันมืดมัวไปหมด สายตาพร่าเลือนมองเห็นไม่ชัดเจน
เหล่าศิษย์หญิงด้านนอกต่างส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ พวกนางจำท่านี้ได้เป็นอย่างดี ในการประลองชี้เป็นชี้ตาย หลินมู่ใช้ฝุ่นตลบเพื่อบดบังสายตาของหม่าฮวาหยวนในช่วงท้าย แล้วใช้เคล็ดหลอมโลหะสังหารในคราวเดียว
เมื่อหลินมู่ร่ายวิชานี้อีกครั้ง พวกนางอดเป็นห่วงไม่ได้
แม้จะรู้ว่าในการประลองไม่อาจทำร้ายชีวิตกันได้ แต่พวกนางก็ยังอดลุ้นให้สวีซ่ง
และก็เป็นจริงดังคาด!
ทุกคนเห็นได้อย่างชัดเจน ในความมืดมิดแสงสีทองอันเจิดจ้าแวบผ่านไป ฝุ่นควันตลบอบอวล ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในม่านพลัง
เมื่อฝุ่นควันจางลง สนามประลองก็กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง
เหล่าศิษย์หญิงต่างส่งเสียงร้องด้วยความยินดี ครั้งนี้สวีซ่งไม่ได้รับบาดเจ็บ ยังคงปลอดภัยดี
แต่สถานการณ์ก็ไม่สู้ดีนัก สภาพของสวีซ่งดูอิดโรย ใบหน้าเปื้อนฝุ่น เสื้อผ้าก็ถูกเคล็ดหลอมโลหะกรีดเป็นรูขนาดใหญ่
สวีซ่งรู้สึกหวาดกลัว ดาบทองคำเล่มนั้นเฉียดผ่านหน้าอกเขาไป ในช่วงเวลานั้นเขาถึงกับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย แต่เขาก็โชคดีมากในวินาทีที่แสงสีทองปรากฏขึ้น เขากระโดดหลบไปด้านข้างอย่างกะทันหัน หลบการโจมตีที่ร้ายกาจนี้ได้อย่างหวุดหวิดแต่ก็ทำให้เขาเหงื่อแตกพลั่ก
หลินมู่ยังคงสะอาดสะอ้านราวกับไม่เคยทำสิ่งใด เขายังคงยืนอยู่ตรงข้ามสวีซ่ง
เมื่อครู่เขาได้ออมมือไว้แล้ว ภายใต้การควบคุมอย่างแม่นยำของเขา ดาบทองคำเฉียดผ่านหน้าอกของสวีซ่งไปในระยะที่อันตรายเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ด้วยการควบคุมอย่างระมัดระวังของหลินมู่ ชัยชนะก็เริ่มเอียงมาทางเขาแล้ว
แต่สวีซ่งก็ไม่ยอมแพ้ เขายังมีวิชาอีกมากมายที่ยังไม่ได้ใช้
แม้ว่าการโจมตีเมื่อครู่จะอันตรายอย่างยิ่ง แต่ในความคิดของเขาแล้วโชคยังคงเข้าข้างเขาอยู่ ก่อนการประลองจะจบลง เขาจะไม่ยอมแพ้
ต่อหน้าศิษย์หญิงมากมายเช่นนี้ เขาไม่สามารถเอาชนะได้เลย ถูกหลินมู่กดข่มอยู่ตลอด ทำให้เขาเสียหน้ามาก
ถึงจะแพ้ ก็ต้องแพ้อย่างสง่างาม!
สวีซ่งยืดตัวตรง สายตาแสดงออกถึงความแน่วแน่
มือทั้งสองข้างขยับเปลี่ยนท่าทางไม่หยุด ก่อให้เกิดภาพลวงตาตรงหน้าอก
หลินมู่รู้สึกเย็นวาบในใจ รู้ว่าสวีซ่งต้องการเดิมพันครั้งสุดท้าย
เขาจ้องมองการเคลื่อนไหวของมือสวีซ่งโดยไม่กระพริบตา
สวีซ่งยังร่ายมนตร์ไม่เสร็จ แต่เท้าของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว ก้าวเท้าเร็วขึ้นเรื่อย ๆ วิ่งวนรอบหลินมู่ ตอนแรกหลินมู่ยังพอตามทันและค่อย ๆ หันตัวตาม แต่ความเร็วของวิชาเคลื่อนที่ลับบนพื้นนั้นเหนือกว่าวิชาควบคุมลมเล็กน้อย ในไม่ช้าสวีซ่งก็กลายเป็นเพียงภาพลวงตาวิ่งวนรอบหลินมู่อย่างรวดเร็ว
หลินมู่ตาลาย การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของสวีซ่งทำให้เขาไม่สามารถรับมือได้ ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน
ขณะที่เขากำลังลังเล ลูกบอลน้ำก็พุ่งเข้ามาปะทะหน้า หลินมู่รีบหลบไปด้านข้าง
ร่างกายยังไม่ทันตั้งตัว ลูกบอลน้ำอีกลูกก็พุ่งเข้ามา ครั้งนี้มาจากทิศทางอื่น
สวีซ่งได้สร้างภาพลวงตาขึ้นรอบตัวหลินมู่แล้ว หลินมู่ไม่สามารถคาดเดาตำแหน่งที่แท้จริงของเขาได้เลย
แต่เขารู้ว่าการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเช่นนี้ของสวีซ่ง เพื่อสร้างภาพลวงตาให้คนอื่นไม่สามารถมองเห็นตำแหน่งของเขาได้นั้นต้องใช้พลังวิญญาณอย่างมาก แน่นอนว่าไม่สามารถทำได้นาน
หากหลบการโจมตีระลอกนี้ได้ หลินมู่ก็จะสามารถโต้กลับได้ทันที
หลินมู่คิดได้ว่าการหมุนตามสวีซ่งไปนั้นไม่ใช่ความคิดที่ดี การถูกจูงจมูกเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย
สวีซ่งได้แสดงให้หลินมู่เห็นถึงความเร็วของวิชาเคลื่อนที่ลับแล้ว
หลินมู่ก็อยากให้สวีซ่งได้เห็นถึงความคล่องตัวและหลากหลายของวิชาควบคุมลมบ้าง
เผชิญหน้ากับลูกบอลน้ำที่พุ่งเข้ามา หลินมู่ก็ลอยตัวขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ในระหว่างที่หลินมู่ลอยขึ้นก็มีลูกบอลน้ำอีกสองลูกพุ่งเข้ามาอีก
ฉากนี้หลินมู่รู้สึกคุ้นเคย คล้ายกับตอนที่หม่าฮวาหยวนใช้กระสุนเพลิงสี่วิถีโจมตี
หลินมู่หลบลูกบอลน้ำลูกที่สองได้ทันทีที่ลอยขึ้นจากพื้น
สวีซ่งก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของหลินมู่เช่นกัน ดังนั้นลูกบอลน้ำลูกที่สามและสี่จึงถูกปรับทิศทาง พุ่งขึ้นไปบนอากาศ
ความเร็วในการเคลื่อนที่ของหลินมู่ในอากาศไม่เท่ากับบนพื้น เขาจึงหลบลูกบอลน้ำลูกที่สามได้อย่างหวุดหวิด
แต่ลูกที่สี่กลับหลบไม่ได้
ในเวลานี้หลินมู่รู้สึกใจหาย หากโดนลูกบอลน้ำโจมตี แม้จะไม่บาดเจ็บสาหัสแต่ก็ต้องตกลงมาจากอากาศแน่นอน
เมื่อถึงตอนนั้น สวีซ่งเพียงแค่ปล่อยธนูน้ำออกมาในขณะที่หลินมู่กำลังร่วงลง ก็สามารถทำให้หลินมู่บาดเจ็บสาหัสและพ่ายแพ้ได้
หลินมู่รู้ว่าหากไม่แสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา การประลองครั้งนี้อาจพลิกผันได้
ในขณะที่อยู่กลางอากาศ หลินมู่ร่ายเคล็ดเพลิงโรมรัน ลูกไฟพุ่งเข้าใส่ลูกบอลน้ำ ทั้งสองปะทะกันกลางอากาศเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น
ร่างของหลินมู่ลอยสูงขึ้นไปอีก มือของเขาก็เกิดภาพลวงตาขึ้น จากนั้นลูกไฟสามลูกก็พุ่งออกจากมือของเขา
สวีซ่งยังคงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วบนพื้นราวกับภาพลวงตา
คนทั่วไปไม่สามารถรับมือได้
แต่หลินมู่กลับยิ้มเล็กน้อย ลูกไฟสามลูกพุ่งไปในสามทิศทางแบ่งภาพลวงตานั้นออกเป็นสามส่วน
ร่างของสวีซ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วหยุดชะงักทันที เกือบจะพุ่งชนลูกไฟด้วยตัวเอง
แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ ลูกไฟที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ได้ตกลงพื้น แต่พุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของเขา
สมองของยังไม่ทันได้คิดอะไรก็ถูกลูกไฟกระแทกลงกับพื้น
หลินมู่รีบควบคุมทิศทางของลูกไฟ ลูกไฟเบี่ยงไปด้านข้าง ไม่ได้ทำร้ายร่างกายของเขา
เสื้อผ้าของสวีซ่งถูกเผาไหม้เล็กน้อย ตัวเขาล้มลงกับพื้นอย่างน่าเวทนา
หลินมู่ร่ายวิชาควบคุมลมลงมาบนพื้น พร้อมเข้าไปพยุงสวีซ่งขึ้นมา
“ศิษย์น้องไม่เป็นไรนะ ข้าพลั้งมือไปหน่อยโปรดอภัยให้ด้วย” หลินมู่กล่าวด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
สวีซ่งส่ายหัวพร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ “ข้ายอมแพ้ วิชาของศิษย์พี่แปลกประหลาดเกินไป ทำให้ข้าตั้งรับไม่ทัน”
ในเวลานี้หลัวทงก็ยกเลิกม่านพลังพร้อมประกาศเสียงดังว่า “การประลองครั้งนี้ หลินมู่ชนะ!”