เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DHCM ตอนที่ 11 ลิ้นและเนื้อสับ

DHCM ตอนที่ 11 ลิ้นและเนื้อสับ

DHCM ตอนที่ 11 ลิ้นและเนื้อสับ


เมื่อคอของเขาสัมผัส ‘เชือก’ ลื่น ๆ เจสันก็ยกมือขึ้นแล้วคว้า ‘เชือก’ โดยสัญชาตญาณ

การเคลื่อนไหวของเขาทั้งรวดเร็วและแม่นยำ!

แน่นอนว่านี่คือผลลัพธ์จากการ 'ฝึกซ้อมประจำวัน' ของเจสัน

สิ่งที่ควรรู้ไว้คือ การที่ ‘บุรุษไปรษณีย์’ ถูกปืนจ่อที่ท้ายทอย ไม่ใช่สถานการณ์เดียวที่คาดว่าจะต้องเผชิญ แต่ยังพบเห็น ‘บุรุษไปรษณีย์’ ถูกรัดคอจากด้านหลังได้บ่อยครั้งเช่นกัน ซึ่งอันที่จริง อย่างหลังนั้นพบได้บ่อยกว่าแบบแรกมาก

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งของอย่างเชือกมักจะหาได้ง่ายกว่าปืนเสมอ

แต่ถึงแม้จะมีปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณช่วย ทว่าเมื่อเผชิญกับ ‘เชือก’ ที่จู่ ๆ รัดแน่นขึ้น เจสันก็แทบหายใจไม่ออก แรงของมันนั้นเกินกว่าที่มือข้างเดียวจะรับไหว!

ยิ่งกว่านั้น ยังมีแรงดึงจาก ‘เชือก’ อีกฝ่ายต้องการจะดึงเจสันลงมา

เจสันไม่ได้เผชิญหน้ากับมันด้วยการขัดขืน

อันเนื่องจากเจสันรู้ดีว่าการหันหน้าไป และสู้กลับมีแต่จะยิ่งทำให้อีกฝ่ายได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้นผ่านแรงจากจุดหมุน ซึ่งนั่นหมายถึงลมหายใจที่จะหมดไปเร็วยิ่งขึ้น

ดังนั้นเจสันจึงใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ด้วยการนอนลงพร้อมกับเล็งปืนในมือไปข้างหลัง

แต่!

แต่ตรงนั้นไร้วี่แววของศัตรู

หรืออีกนัยหนึ่ง ศัตรูไม่ได้อยู่ข้างหลังเขาเลยตั้งแต่แรก

ทว่ามันอยู่ใน…

อยู่ในนาฬิกา!

ใช่ เป็นนาฬิกาเรือนนั้นที่กำลังจะปิดแต่ยังบอกเวลาได้ตรง เป็นนาฬิกาเรือนนั้นเองที่เจสันมองข้ามไป!

นาฬิกาเรือนนี้แขวนไว้บนที่สูง ปลายนาฬิกาอยู่สูงจากพื้นประมาณหนึ่งเมตร ‘เชือก’ สีเข้มสองเส้นที่มีเมือกเหนียวหยดลงยื่นออกมาจากปลายนาฬิกา เส้นหนึ่งกำลังรัดคอเจสัน ส่วนอีกเส้นกำลังรัดคอฟินช์

เมื่อเทียบกับเจสันแล้ว ชายหนุ่มคนนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่กว่ามาก ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เนื่องจากพยายามเอา ‘เชือก’ ออก แต่สิ่งนั้นทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่า

เจสันปล่อยมือจากปืนพกที่ถืออยู่ ทันทีที่ปืนพกตกลงบนพื้น ระเบิด K2 ก็อยู่ในมือเขา

นิ้วชี้ที่เกี่ยวอยู่ในสลักออกแรงเล็กน้อย

คลิก

หลังจากดึงสลักออก เจสันก็สะบัดข้อมือ ระเบิดมือลอยขึ้นสูงเป็นเส้นโค้ง ทะลุผ่านเข้าไปในนาฬิกาจากด้านบนได้อย่างแม่นยำ

ตูม!

แรงกระแทกมหาศาลทำให้นาฬิกาสั่นสะเทือน คลื่นที่หลงเหลือยังดึงโซ่โลหะที่เชื่อมนาฬิกากับคานแนวนอนรอบ ๆ ตึงมากจนขาด

กริ๊ง!

นาฬิกาเรือนใหญ่ตกลงมาบนพื้นท่ามกลางเสียงโลหะกระทบกัน ผลกระทบจากการตกทำให้นาฬิกาโลหะมีรอยแตกร้าวมากมายปรากฏให้เห็นทั่วบนพื้นผิว

เห็นได้ชัดว่านาฬิกาไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป วันที่งานจะแล้วเสร็จตามที่นายกเทศมนตรีกำหนดเห็นทีคงต้องถูกเลื่อนออกไปอีกครั้ง

แต่เจสันไม่ได้กังวลเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย

เมื่อ ‘เชือก’ ที่คอของเขาคลายออกหลังจากการระเบิด เขาก็พลิกตัวและลุกขึ้นยืน จากนั้นไม่เพียงแค่หยิบปืนขึ้นมาจากพื้นเท่านั้น แต่เขายังคว้า ‘เชือก’ เส้นนั้นมาด้วย

ความรู้สึกหิวในท้อง รวมถึงกลิ่นหอมของมัน ล้วนบอกเขาว่านี่คือ ‘อาหาร’ แสนอร่อย

เจสันตะโกนสุดเสียงโดยหันปากกระบอกปืนไปทางนาฬิกาเรือนใหญ่

“ฟินช์!”

“ผมไม่เป็นไรครับท่าน!”

ชายหนุ่มที่หลุดจากพันธนาการรีบตั้งสติ ปืนพกปรากฏขึ้นในมือของเขา และเล็งไปที่นาฬิกาเช่นกัน

ไม่กี่วินาทีต่อมา ควัน และฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นจากการตกของนาฬิกาเริ่มสลายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเจสันเห็นว่าภายในนาฬิกานั้นมี ‘เนื้อสับ’ ซึ่งเต็มไปด้วยสะเก็ดระเบิด เขาก็ถอนหายใจโล่งอก

เห็นได้ชัดว่าอาหารได้รับความเสียหายบ้างเล็กน้อย แต่ยังปลอดภัยเพียงพอ

สำหรับเจสัน มันไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับไม่ได้

อาหารจะปลอดภัยต่อการบริโภคหรือไม่นั้นมีความสำคัญพอ ๆ กันกับรสชาติที่อร่อย

และจะดีที่สุดถ้าทั้งสองอย่างรวมอยู่ด้วยกัน

ตึก ตึก ตึก!

เสียงฝีเท้ามากมายดังมาจากบันไดเก่า

เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาเสริมกำลัง

สายตาของพวกเขาทั้งหมดจับจ้องไปยังนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ร่วงลงมาด้วยความประหลาดใจ ไม่รู้ว่าจะต้องอย่างไร

“ฟินช์ คุณไปเก็บเนื้อสับมา”

เจสันออกคำสั่ง จากนั้นหลังหยุดไปครู่หนึ่ง เขาจึงเสริมว่า “อย่าลืมใส่ถุงมือด้วย”

“ครับท่าน”

ชายหนุ่มตอบรับทันที

เขาไม่มีวันลืมว่าเจสันเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัดการกับสัตว์ประหลาดพวกนี้ และอีกอย่าง เจสันเพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้

ชายหนุ่มสวมถุงมือ และเริ่มเก็บเนื้อสับจากบริเวณโดยรอบทีละน้อย ในระหว่างนั้น เจสันก็หยิบ ‘เชือก’ ที่รัดคอชายหนุ่มก่อนหน้านี้ขึ้นมา พันมันเข้าด้วยกันกับ ‘เชือก’ ที่รัดคอเจสันก่อนหน้านี้ และถือมันไว้ในมือ

สัมผัสลื่น ๆ ของมันทำให้เขาไม่สบายใจ

เมื่อรวมเข้ากับการคาดเดาว่าส่วนของร่างกายที่สอดคล้องกับ ‘เชือก’ นี้น่าจะเป็นลิ้น ทำให้ระดับความไม่สบายใจนั้นเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น

อย่างไรก็ตาม ความหิวในท้องช่วยหักกลบความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดี แทนที่จะรู้สึกเช่นนั้น เขากลับเต็มไปด้วยความคาดหวังและความสุข

อย่างไรก็ตาม ตำรวจที่อยู่รอบตัวเขาไม่คิดเช่นนั้น

หลังจากเพิ่งประสบกับเหตุการณ์ที่หัวหน้าของพวกเขาถูกโจมตี มาตอนนี้พวกเขาต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เห็นชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่รับรู้ปกติ ถูกถืออยู่ในมือของเจสันด้วยมัดที่ขดเป็นวง ชายหนุ่มหลายคนหน้าซีดอย่างรวดเร็ว รีบเอามือปิดปากแล้ววิ่งลงบันได แม้แต่เจ้าหน้าที่สืบสวนที่มีประสบการณ์บางคนยังหน้าซีดเช่นกัน

“ไปหาถุงมาให้ฉันหน่อย”

เจสันพูดกับนักสืบวัยกลางคนคนหนึ่ง

“ครับท่าน”

อีกฝ่ายตอบกลับมาทันที

หลังจากเจสันใส่ ‘เชือก’ ทั้งสองเส้นลงในถุงกระดาษคราฟท์ ความรู้สึกอึดอัดในอากาศรอบข้างก็หายไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม คนหนุ่มสาวที่เพิ่งเข้ามาทำงานสายนี้ยังคงกลัวที่จะเข้าใกล้เจสัน

สิ่งนี้ไม่ได้รบกวนเจสัน

เขาไม่ใช่คิมป์ตัน เขาจะทำให้ทุกคนชอบเขาได้ยังไง?

“บอนดี้เป็นยังไงบ้าง?”

เจสันถาม

“สบายดีครับ เขาแค่โดนยิงที่แขน”

“แต่มือปืนใช้โอกาสท่ามกลางความโกลาหลหลบหนีไปได้”

นักสืบตอบกลับมา

โดนยิงที่แขนเหรอ?

เจสันรู้สึกตกใจ

นี่ดีกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก

ตามที่เขาคิด หากอีกฝ่ายตั้งกับดักไว้เพื่อเปิดการโจมตีแบบกะทันหัน แม้ว่าบอนดี้จะไม่ตาย เขาก็จะยังได้รับบาดเจ็บสาหัส

ความเร็วในการตอบสนองของบอนดี้ดีกว่าที่เจสันคาดไว้มาก!

เจสันชื่นชมปฏิกิริยาของนายอำเภอคนนั้น จากนั้นหรี่ตาลงเล็กน้อย

มือปืนสามารถหลบหนีไปได้ ทว่าไม่ผิดไปจากที่เจสันคาดไว้นัก

ที่จริงการที่อีกฝ่ายสามารถหลบหนีออกไปได้โดยไม่ติดขัดนั้นถูกต้องแล้ว

เพราะ…

เพราะนี่ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากกับดักที่อีกฝ่ายวางไว้!

และสิ่งที่เรียกว่า ‘เหตุการณ์สัตว์ประหลาดโจมตี’ หรือ ‘เหตุการณ์กินเนื้อคน’ นั้น ควรจะถูกเรียกว่า ‘เหตุการณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น’ ที่กำกับโดยอีกฝ่าย!!

อีกฝ่ายเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม หลังทราบว่าฝ่ายตรงข้ามได้เรียกกำลังเสริมอย่างเขาซึ่งเป็น ‘ผู้พิทักราตรี’ อีกฝ่ายจึงไม่ได้ลงมือทันทีที่มีโอกาส แต่กลับตัดสินใจเคลื่อนไหวหลังจากทดสอบเจสันแล้ว

ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ศพที่ถูกแขวนอยู่ตรงนี้เป็นเพียง ‘เหยื่อล่อ’ เท่านั้น!

‘เหยื่อล่อ’ ที่จะล่อเขาและบอนดี้มาติดเบ็ด

ในทำนองเดียวกัน การยิงบอนดี้เพื่อทำให้เขาเสียสมาธิก็เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในแผนของอีกฝ่ายเช่นกัน!

ถ้าไม่ใช่เพราะระเบิดที่เขาพกติดตัวมาด้วย คงเกรงว่า…

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เจสันก็มองไปยังนาฬิกาเรือนใหญ่ที่วางราบอยู่ตรงนั้น ฟินช์หนุ่มคลานเข้าไปข้างใน และพยายามอย่างดีที่สุดที่จะหยิบเนื้อสับทั้งหมดใส่ลงในถุงกระดาษ ความกว้างของตัวนาฬิกานั้นพอดีกับตัวเขา

“จุดบอดในสายตาของฉัน!”

“มาลองคิดดู ก่อนหน้านี้ฉันละเลยมันไปจนหมด!”

“ฉันต้องจำบทเรียนนี้ไว้!”

เจสันไม่เคยปฏิเสธหรือเพิกเฉยต่อความผิดพลาดของตนเอง เขาจะจดจำทุกความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และเรียนรู้จากมันเพื่อหลีกเลี่ยงการทำพลาดซ้ำอีกในอนาคต หรือแม้กระทั่งทำให้ดียิ่งขึ้น

เขาไม่ได้เกิดมาพร้อมกับนิสัยแบบนี้

มันเป็นคำสอนที่มาจาก ‘เมืองสลีปเลส’

ทุกคนที่อยากจะมีชีวิตรอดใน ‘เมืองสลีปเลส’ จะต้องยอมรับและปฏิบัติตามคำสอนนี้จากใจจริง

แค่ว่า… หลังจากทำผิดพลาดครั้งแรก บางคนไม่ได้รับโอกาสแก้ตัวครั้งที่สอง

แล้วเขาละ?

เขาเป็นผู้โชคดี

เฮ้อ

เจสันผ่อนลมหายใจออก เขาหยิบถุงกระดาษที่ฟินช์ยื่นให้แล้วเดินลงไป

เขาไม่ชอบเป็นฝ่ายตั้งรับ

เขาเลือกที่จะเป็นฝ่ายริเริ่ม

แต่หากความสามารถของเขาไม่เอื้ออำนวย เมื่อพิจารณาจากหลักการนี้ เขาจึงเลือกที่จะอดทนแทน

โชคดีที่เวลามันจะไม่นานเกินไป

เจสันเหลือบมองถุงกระดาษสองใบที่เต็มไปด้วย ‘อาหาร’ ในมือ จากนั้นมุมปากของเขาก็ยกขึ้น

จบบทที่ DHCM ตอนที่ 11 ลิ้นและเนื้อสับ

คัดลอกลิงก์แล้ว