- หน้าแรก
- ตำราอาหารของนักล่าปีศาจ
- DHCM ตอนที่ 8 การเปลี่ยนแปลง
DHCM ตอนที่ 8 การเปลี่ยนแปลง
DHCM ตอนที่ 8 การเปลี่ยนแปลง
สุดท้ายนายอำเภอบอนดี้ก็ไม่สามารถหาเตาบาร์บีคิวให้เจสันได้ เขาจึงให้หม้อเหล็กมาแทน
มันเหมือนกับการแทนที่โรงแรมที่เจสันเคยพักด้วยหอพักเดี่ยวสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หอพักเดี่ยวตรงหน้าเขาดูหรูหรากว่าอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีเตียงสองชั้นเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้ แทนที่จะเป็นแบบนั้น มันมีห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ห้องทำงานถูกผนวกเข้ากับห้องนอน โดยมีโต๊ะเขียนหนังสือพร้อมด้วยเก้าอี้สองตัววางอยู่ข้างเตียง นอกจากนี้ยังมีม่านสีเข้มบังแสงบริเวณหน้าต่างที่อยู่ติดกับโต๊ะเขียนหนังสืออีกด้วย
ห้องนั้นไม่ใหญ่มากนัก แต่หากดูจากมาตรฐานของเจสันแล้ว มันถือว่าดีพอ
ที่สำคัญที่สุดคือ เครื่องนอนได้รับการเปลี่ยนใหม่ สะอาด แถมยังมีกลิ่นแดด
ก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งที่เขาอาศัยอยู่ในห้องพักที่ชายชราจัดไว้ให้ เขาเองก็มีสิ่งที่เรียกว่าห้องส่วนตัวเช่นกัน แต่ขนาดของห้องนั้นมีพื้นที่เพียงพอแค่วางเตียงเท่านั้น และแน่นอนว่าไม่มีเตียงในห้อง มีเพียงฟูกเก่า ๆ และผ้าห่มที่ต้องพับหลายรอบเพื่อปิดรูทั้งหมด
“อีกไม่นานลูกน้องของฉันจะเอาสัมภาระของคุณมาส่งให้”
“อย่ากังวล พวกเขารู้ว่าควรทำอะไร ดังนั้นพวกเขาจะไม่แตะต้องของของคุณ”
บอนดี้พูดขณะที่เจสันกำลังมองไปรอบ ๆ เพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมของเขา
"โอเค"
เจสันพยักหน้า
มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเขานั้นเคยอยู่ในที่แบบไหนมาก่อน ตอนนี้เมื่อมีบางอย่างมาแทนที่ แน่นอนว่าเขายินดีที่จะโอบรับมันไว้
ส่วนคำรับรองของบอนดี้ล่ะ?
เขาเชื่อมัน
เขาสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายได้รับการยกย่องนับถืออย่างมากจากกลุ่มคนหนุ่มสาวพวกนั้น
“คุณคิดยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนี้?”
เจสันถาม
เขาไม่ได้ลงรายละเอียดใด ๆ เพียงแค่ถามคำถามทั่วไปเท่านั้น
เนื่องจากเขาไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมก่อนมา ดังนั้นหากเขาอยากได้ข้อมูลเพิ่ม เขาก็จำเป็นต้องทำเช่นนี้
ท้ายที่สุดแล้ว เขายังไม่ลืมว่าภารกิจหลักของเขาคือ ‘ใช้เวลาเจ็ดวันบนถนนครอส’
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะถือว่าค่อนข้างสูสี แต่เจสันไม่คิดว่าอาหารที่กำลังจะลงหม้อเพื่อปรุงนั้นจะเป็นแหล่งที่มาของอันตรายทั้งหมด
หากเป็นเช่นนั้น ตำรวจกลุ่มหนึ่งที่ติดอาวุธดินปืนไว้มากมายก็ไม่น่าจะรู้สึกหวาดกลัวและหมดหนทาง ยิ่งไปกว่านั้น เจสันเชื่อว่าอาหารคงไม่ก่อปัญหาได้มากขนาดนั้นหากมีตำรวจอย่างบอนดี้อยู่
ดังนั้นจะต้องมีปัญหาที่ใหญ่กว่านี้อยู่แน่
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น
หลังจากได้ยินคำถามของเจสัน นายอำเภอก็ขมวดคิ้ว
“มันแปลกนิดหน่อย”
“อย่างที่คุณทราบ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก ‘สัตว์ประหลาด’ ในอดีตนั้นใหญ่โตมาก จนผู้คนต่างพากันหวาดกลัวเมื่อเห็นมัน”
“แต่วันนี้ สิ่งที่เราเห็นนั้นไม่เหมือนกับหลายครั้งก่อน ๆ”
“แน่นอนเจสัน ฉันไม่ได้สงสัยความสามารถของคุณ”
นั่นคือคำพูดที่ออกมาจากปากของบอนดี้ เขาคิดทบทวนทุกประโยค และทุกคำก่อนที่จะพูด พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เจสันเข้าใจ ในขณะเดียวกัน เขายังระมัดระวังมากในการอธิบาย เพื่อไม่ให้เจสันไม่พอใจ
“ฉันอยากได้ยินบางอย่างที่เฉพาะเจาะจงกว่านี้”
ไม่มีความผันผวนในน้ำเสียงของเจสันขณะที่เขายังคงถามต่อไป
"แน่นอน!"
“คำอธิบายที่ฉันให้มันขาดรายละเอียดเกินไป เดี๋ยวฉันจะรีบไปเอาภาพวาดของจิตรกรมาให้”
สิ้นเสียง บอนดี้ยืนขึ้น
“เจสัน คุณต้องการอะไรอีกไหม?”
ขณะที่เขากำลังจะออกไป บอนดี้ก็หยุดถาม
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจสันจึงตอบกลับไป “น้ำมัน พริก เกลือ ซอสถั่วเหลือง มันฝรั่ง หัวหอม มะเขือเทศ…”
บอนดี้มึนงงจนพูดไม่ออก เหมือนกับครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญกับปัญหาในการหา ‘เตาบาร์บีคิว’ ให้เจสัน บอนดี้ยืนนิ่งอยู่จุดเดิมประมาณสองวินาทีก่อนจะปิดประตูให้เจสันอย่างเบามือหลังออกจากห้องไป
บอนดี้รู้สึกพอใจอย่างยิ่งกับเจสัน ผู้พิทักราตรีคนนี้
อ่อนเยาว์ แข็งแรง เต็มไปด้วยความระมัดระวัง และเฉียบแหลม แถมเขายังมีทักษะการยิงปืนที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย
เสียอย่างเดียว…
เขามีแนวโน้มเล็กน้อยที่จะเป็นพวกเล่นมุกฝืด
บางครั้งมันมักจะมาแบบกระทันหันจนแทบทนไม่ไหว!
บอนดี้ถอนหายใจยาวและเดินไปที่ ‘สำนักงาน’ ของตัวเอง ซึ่งคือหอพักของเขา เนื่องจากเป็นโสด เขาจึงเปลี่ยนหอพักให้กลายเป็นสำนักงาน วิธีนี้จะช่วยให้เขามีเวลาจัดการคดีต่าง ๆ มากขึ้น
เจสันฟังเสียงฝีเท้าของบอนดี้ที่ห่างไกลออกไป
จากนั้นเขาจึงลุกขึ้นและเดินไปที่ห้องครัว
หอพักเดี่ยวไม่ได้เชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายก๊าซและน้ำ ที่นี่เตายังคงใช้ฟืนและถ่านอยู่ ส่วนน้ำจะถูกใส่ไว้ในถังน้ำข้างเตา ตอนนี้ฟืนและถ่านถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ในขณะที่ถังน้ำถูกเติมจนเต็ม ช่วยให้เจสันไม่ต้องลำบากมากนัก
และเจสันดีใจมากเมื่อพบพริกไทยในครัว
ในเตาเหล็ก ฟืนที่ถูกจุดไฟเริ่มปล่อยความร้อนออกมา เจสันรีบโยนฟืนลงตามไปอีกสองสามชิ้น ทันใดนั้นก็เกิดเปลวไฟลุกโชนขึ้น
ท่ามกลางเปลวไฟที่ร้อนแรง เจสันใช้คีมคีบถ่านคีบสัตว์ประหลาดตัวนั้นที่มีขนาดใหญ่เท่ากับกระต่ายขึ้นมา วางมันไว้เหนือเปลวไฟ
ท่ามกลางการปะทะกันระหว่างไขมันและเปลวไฟ ขนที่ปกคลุมร่างกายของสัตว์ประหลาดเริ่มไหม้อย่างรวดเร็ว
การถอนขนเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน เพียงแค่ไม่ระวังเล็กน้อยก็อาจทำให้เนื้อไหม้ได้ ดังนั้นเจสันจึงพลิกเนื้อไปมาเพื่อให้ความร้อนจากไฟกระจายอย่างทั่วถึง
หลังทำทั้งหมดนี้แล้ว เขาวางหม้อเหล็กที่มีน้ำเต็มขอบไว้บนเตาเหล็ก จากนั้นโยนสัตว์ประหลาดทั้งตัวลงไปแล้วปิดฝา
ถ้าเป็นไปได้ เจสันคงผ่าซากสัตว์ประหลาดที่โจมตีเขา ควักไส้ และปรุงมันให้สุกอย่างประณีตกว่านี้ แต่เขาเคยลองแล้ว มีดทำครัวที่นี่ไม่สามารถตัดผ่านชั้นผิวหนังด้านนอกของสัตว์ประหลาดได้ด้วยซ้ำ
ดังนั้นเขาจึงเลือกใช้หนึ่งในวิธีการดั้งเดิมที่สุด
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
กลิ่นหอมที่เข้มข้นลอยเข้าจมูกของเจสัน
อาหารสุกเร็วกว่าที่เจสันคาดไว้มาก เขาใช้มีดโต๊ะทดสอบความนุ่มของอาหาร จากนั้นเจสันรีบหยิบเนื้อออกจากหม้อทันที หลังโรยพริกไทยลงบนเนื้อที่ตุ๋นจนนิ่มแล้ว เขาก็ไม่สนใจอีกต่อไปว่ามันจะลวกมือเขาหรือไม่ และเริ่มฉีกเนื้อออกเป็นชิ้น ๆ ทันที
ด้วยเหตุผลบางอย่าง รสชาติของมันจึงเหมือนเนื้อไก่
แต่สัมผัสของเนื้อนั้นนุ่มกว่ามาก โดยเฉพาะน้ำที่ไหลผ่านระหว่างชั้นเนื้อแต่ละชั้น ทำให้เนื้อมีรสชาติที่เข้มข้นขึ้น เมื่อรวมกับความเผ็ดของพริกไทยแล้ว อาหารจานนี้ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารอันหิวโหยของเจสันได้เป็นอย่างดี
หากเขาได้กระเทียมสับกับน้ำมันงาและซีอิ๊วขาวอีกนิดหน่อย มันคงจะดียิ่งกว่านี้
เจสันถอนหายใจไปด้วยขณะกิน
พร้อมกันนั้น ความสนใจของเขายังมุ่งไปที่ข้อความซึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง
[กลืนกินผู้หัวเราะ!]
[ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บเล็กน้อย!]
[ความอิ่ม +1]
[ความอิ่ม: 1]
…
หลังจากข้อความพวกนั้นขึ้นมา อาหารที่เพิ่งเข้าไปในกระเพาะของเจสันก็ลดลงเหลือเพียงกระแสน้ำอุ่นที่กระจายไปทั่วร่างกายของเจสัน บาดแผลบนหน้าอกของเขาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป
เจสันยกมือขึ้นมาสัมผัสหน้าอกของเขา จากนั้นฉีกผ้าพันแผลออก
แม้แต่เจสัน ผู้ที่เตรียมตัวมาอย่างดีเสมอ ยังอดรู้สึกชื่นชมไม่ได้เมื่อเห็นว่าบาดแผลของเขาสามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ลืมที่จะโยนผ้าพันแผลที่ใช้แล้วลงในกองไฟ
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นโลกที่มีด้านลึกลับเช่นกัน
เขาไม่ต้องการทิ้งจุดอ่อนที่ไม่จำเป็นใด ๆ ไว้ให้กับตัวเอง
เปลวไฟภายในเตาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
ณ จุดนี้ ในที่สุดเจสันก็มีโอกาสได้ตรวจสอบสิ่งที่เรียกว่า [ความอิ่ม] เมื่อเขามุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ [ความอิ่ม: 1] ข้อความที่อยู่ด้านหน้าก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
[ชื่อ: เจสัน (เฉินเจี๋ย)]
[อายุ: 19 ปี (ชาย)]
[สายเลือด: มนุษย์]
[สมญา: ไม่มี]
[ความอิ่ม: 1]
[พละกำลัง 1.2, ความคล่องแคล่ว 1.0, ร่างกาย 1.2, จิตวิญญาณ 1.0, การรับรู้ 1.0]
[พรสวรรค์: นักล่า]
[ความเชี่ยวชาญ: ไม่มี]
[ทักษะ: อาวุธดินปืน – อาวุธเล็ก (พื้นฐาน), การต่อสู้มือเปล่า (พื้นฐาน)]
[อุปกรณ์: ไม่มี]
[กระเป๋า: ว่างเปล่า]
(หมายเหตุ 1: ภายใต้สมมติฐานของร่างกายที่แข็งแรง ผู้ชายปกติทั่วไปจะมีคุณสมบัติเท่ากับ 1)
(หมายเหตุ 2: คุณคือผู้ที่ได้รับการฝึกฝนขั้นพื้นฐาน ถึงแม้จะไม่แข็งแกร่งมากนัก แต่การรับประทานอาหารอันมีเอกลักษณ์ทำให้คุณพิเศษ!)
…
ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับคุณลักษณะบางอย่างปรากฏตรงหน้าของเจสัน
แต่ที่สำคัญกว่านั้น ด้านหลังช่องทั้งสองอย่าง [อาวุธดินปืน – อาวุธเล็ก (พื้นฐาน)] และ [การต่อสู้มือเปล่า (พื้นฐาน)] ที่พบในช่องทักษะนั้น มีเครื่องหมาย ‘+’ ติดอยู่