- หน้าแรก
- ตำราอาหารของนักล่าปีศาจ
- DHCM ตอนที่ 6 มารยาทบนโต๊ะอาหาร
DHCM ตอนที่ 6 มารยาทบนโต๊ะอาหาร
DHCM ตอนที่ 6 มารยาทบนโต๊ะอาหาร
สมุดบันทึกในมือของเขาไม่สามารถเปิดได้!
เมื่อมองจากภายนอก จะเห็นได้ชัดว่าสมุดบันทึกในมือของเขามีหน้ากระดาษหลายหน้า เขาเพียงแค่ต้องยกมือขึ้นพลิกหน้ากระดาษเพื่ออ่านมัน
ทว่าเจสันซึ่งถือสมุดบันทึกเล่มนี้ไว้ กลับรู้สึกราวกับว่าเขากำลังถืองานหัตถกรรมที่แกะสลักจากไม้ หน้ากระดาษเหล่านั้นดูราวกับผลงานของช่างฝีมือผู้ชำนาญ และเมื่อใครเปิดมันออกจริง ๆ ก็จะพบกับการเยาะเย้ยถากถางอย่างไร้ปรานี
เจสันไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ
ฮึบ!
หลังจากสูดหายใจเข้าลึก ๆ เจสันก็ออกแรงใช้มือทั้งสองข้างอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้แค่จะพลิกหน้าอย่างไม่ใส่ใจ แต่เขาใช้ความพยายามจริง ๆ
ทันใดนั้น กล้ามเนื้อบนแขนของเจสันก็ปรากฏรูปร่างคมชัด
แต่น่าเสียดายที่สมุดบันทึกยังคงไม่ขยับ
หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที เจสันซึ่งยังคงออกแรงต่อไปเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อแขนของเขากำลังสั่น
ที่สำคัญกว่านั้น ความเจ็บปวดที่คลุมเครือในอกกำลังบอกเขาว่า หากเขาไม่อยากให้อาการบาดเจ็บของเขาแย่ลง เขาควรหยุดดีกว่า
เจสันหยุดทันทีเมื่อคิดถึงสถานการณ์เลวร้ายที่เขาเผชิญอยู่ แต่ยังคงมองสมุดบันทึกในมือด้วยความสงสัยและไม่แน่ใจ
“มันมีกลไกอยู่ภายใน?”
"หรือว่า…"
“ด้านลี้ลับ?!”
เจสันคาดเดา
เมื่อนึกถึงสิ่งหลัง ใบหน้าของเจสันที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากฮ็อกกี้ก็สั่นเทา
ครั้งหนึ่ง เขาเคยใช้เวลาค้นหา ‘ด้านลี้ลับ’ อยู่นาน แต่ไร้ซึ่งผล สิ่งนี้เคยทำให้เขารู้สึกว่า ‘ด้านลี้ลับ’ นั้นเป็นเพียงข่าวลือ หรือจินตนาการของใครบางคนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ลึกลับที่เขาเผชิญติดต่อกันทำให้เจสันตระหนักว่าเหตุผลเดียวที่เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์ลึกลับเช่นนี้มาก่อน ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะเขต 16 ที่เขาอาศัยอยู่นั้น ‘ปลอดภัย’
หรือจะพูดให้ชัดเจนกว่านั้นคือ ระดับของเขาไม่สูงพอ ดังนั้นไม่มีทางเลยที่เขาจะเข้าไปพัวพัน
กับ ‘ด้านลี้ลับ’ เหล่านี้ได้
แต่ตอนนี้ล่ะ?
แม้ว่าเขาไม่อยากเผชิญกับเหตุการณ์ลึกลับดังกล่าว แต่เหตุการณ์เหล่านี้ก็จะกรูเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
เพราะเขาอยู่ในเกมแล้ว
เจสันอดถอนหายใจไม่ได้ ขณะวางสมุดบันทึกลงบนกล่องไม้เบา ๆ
ส่วน ‘ด้านลี้ลับ’ นั้น นอกเหนือจากสิ่งที่เขาเพิ่งประสบมา เขาก็ไม่รู้สิ่งอื่นใดอีกเลย
แต่การระมัดระวังไม่ใช่เรื่องผิด
ดังนั้นเขาจึงหลีกเลี่ยงผ้าก๊อซที่เปื้อนเลือดของเขา
ตามที่เขารู้มาจากในบ้านเกิดของเขา มีตำนานลึกลับที่แสดงให้เห็นว่าผู้คนสามารถควบคุมชีวิต และความตายของผู้อื่นได้ โดยการได้รับเลือดเพียงเล็กน้อยจากคนผู้นั้น หรือมีตัวอย่างที่ไม่ต้องใช้เลือดด้วยซ้ำ ขอแค่รู้ชื่อของเป้าหมายก็เพียงพอ
สิ่งนี้ทำให้เจสัน ผู้ซึ่งเพิ่งเผชิญกับ ‘ด้านลี้ลับ’ มาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
โดยทันที--
“เจสัน!”
“ฉันชื่อเจสัน!”
เจสันใช้วิธีนี้เพื่อเตือนตัวเองว่า เขามีอัตลักษณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนจากชื่อ ‘เจสัน’ ขณะเดียวกันก็ซ่อนชื่อ ‘เฉินเจี๋ย’ ไว้ในส่วนลึกที่สุด
สำหรับคนทั่วไป นี่อาจดูเหมือนกำลังทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
แต่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ ทั้งหมดกลับกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเจสัน ผู้ตกอยู่ในภาวะหวาดระแวง
ธรรมดามาก เพราะมันคือสิ่งที่เขาคุ้นเคยดี
เมืองสลีปเลสทำให้เขาเคยชินกับการต้องเผชิญกับอันตรายอยู่ตลอดเวลา
ครั้งหนึ่งเขาเคยเห็นคนเดินเลี้ยวเข้ามุมถนนแล้วถูกทุบตีจนบาดเจ็บสาหัส เขายังเคยเห็นคนที่เพิ่งซื้อขนมปังจากร้านแห่งหนึ่ง จู่ ๆ ก็เกิดน้ำลายฟูมปาก และล้มลงกับพื้นด้วยอาการชัก ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคน ๆ นั้นกำลังกินขนมปังที่เพิ่งซื้อมาขณะเดินไปตามถนน
นี่คือกิจวัตรปกติสำหรับเมืองสลีปเลส
แล้วเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นล่ะ? มันแปลกประหลาดเสียยิ่งกว่าเหตุการณ์ปกติของที่นี่ขึ้นไปอีก
เจสันสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความกลัวในใจ เขามองไปยังจอซึ่งแสดงให้เขาเห็นสามร่าง
พวกเขาถือปืน ผลัดกันปกป้องกันและกัน ขณะมุ่งหน้ามาทางเลขที่ 19
ในเขต 26 ไม่เคยขาดแคลนคนอยู่สองประเภท
ผู้ที่ขี้ขลาดเหมือนหนู
ผู้ที่กล้าและบุ่มบ่าม
อย่างหลังนี้มีเยอะเกินกว่าอย่างแรกมาก
แต่ภายใต้สมมติฐานเฉพาะข้อหนึ่ง คนจำพวกแรกจะเปลี่ยนเป็นอย่างหลังโดยสมบูรณ์
นั่นคือ…
ออกไปตกปลาในน่านน้ำที่ปั่นป่วน!
อะไรจะเหมาะสมไปกว่าถนนเทอเรในเวลานี้?
เสียงปืน ไฟไหม้ และศพ
สิ่งเหล่านี้ทำให้ชาวเมืองในบริเวณพากันแห่เข้ามาเหมือนแร้งที่กำลังออกล่าอาหาร
เจสันมั่นใจว่านี่เป็นเพียงกลุ่มแรกเท่านั้น และยังมีอีกหลายคนที่เฝ้าสังเกตอยู่ในความมืด รวมไปถึงเป้าหมายจริงที่ ‘บุคคลสำคัญ’ กำลังรออยู่ ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
แย่ยิ่งกว่านั้น ทั้งสามคนนี้อาจเป็นเพียงเบี้ยที่อีกฝ่ายผลักออกมาตั้งแต่แรก
“ปืนกลมือหนึ่งกระบอก ปืนพกสองกระบอก”
“การเคลื่อนไหวของพวกเขาสอดประสานขณะเคลื่อนที่ และมีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะมีระเบิดมือติดตัวมาด้วย!”
“ไม่มีโอกาสที่จะชนะในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว”
“ฉันต้องวางกับดัก!”
“ถึงแม้จะมีกับดัก ทว่าด้วยทีมที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี กับดักเหล่านี้จะให้ผลดีที่สุดเฉพาะครั้งแรกเท่านั้น…”
เจสันขมวดคิ้วภายใต้หน้ากากฮ็อกกี้ มือของเขากำด้ามปืนกลมือ UZ อย่างไม่รู้ตัว
ด้ามปืนที่เย็นทำให้เขารู้สึกปลอดภัยได้เพียงเล็กน้อย แต่บาดแผลบนหน้าอกทำให้เจสันรู้สึกเจ็บปวดจนเข้าใจว่าสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้านั้นเลวร้ายกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความตาย
ภายใต้ภัยคุกคามแห่งความตาย ดวงตาของเจสันจ้องไปที่จออย่างไม่ละสายตา พลางคิดว่าควรจะจัดการกับศัตรูของเขาอย่างไร
เขาไม่เห็นว่าสมุดบันทึกบนกล่องไม้กำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ
มันเคลื่อนตัวช้า ๆ ไปยังจุดที่มีผ้าก๊อซเปื้อนเลือดอยู่
เลือดถูกดูดซึมเข้าสู่สมุดบันทึกอย่างรวดเร็ว
ในขณะนี้ ราวกับว่าเขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง เจสันหันกลับมาทันที
เมื่อเห็นสมุดบันทึกที่ถูกคลุมด้วยผ้าก๊อซ เขาก็ลุกขึ้นและรีบวิ่งไปหาทันที ต้องการจะเอาสมุดบันทึกนั้นออกไป แต่ทันทีที่นิ้วของเขาสัมผัสกับสมุดบันทึก ดวงตาของเขาก็เริ่มพร่ามัวทันที
ราวกับว่าด้านหลังศีรษะของเขาถูกของหนักกระแทก เจสันเซถอยหลังไปสองก้าว เขากัดฟันแน่นขณะพยายามทรงตัวไม่ให้ล้มลง แต่ความรู้สึกเวียนหัวนั้นไม่หยุดและเข้าครอบงำเจสันทันที
ชั่วพริบตา เจสันก็ล้มลงไปด้านหลัง ทว่าไม่ได้ล้มลงไปบนพื้น
เขาล้มลงไปบนวัตถุที่เป็นโลหะ!
เมื่อเขาพยายามยืนขึ้นอีกครั้งหลังตั้งสติได้ เขาก็ตระหนักว่าวัตถุโลหะที่อยู่ใต้เท้าของเขานั้นคือ…
จาน!
เป็นจานเงิน!
นอกจากนี้ทั้งสองด้านของจานนั้นยังมีส้อมและมีด ซึ่งทำจากโลหะสีเงินชนิดเดียวกับจาน
“ฉันถูกวางลงบนจานเหรอ?”
“เป็นอาหารที่ถูกเสิร์ฟบนจาน?!”
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้เจสันเกิดความกลัวอย่างอธิบายไม่ถูก จิตใต้สำนึกของเขาต้องการออกจากจาน แต่กลับมีแรงบางอย่างที่มองไม่เห็นดึงรั้งเขาไว้ จากนั้นสมุดบันทึกสีน้ำตาลเข้มก็ลอยมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา
สมุดบันทึกที่เขาเปิดไม่ได้เมื่อครู่ ตอนนี้มันได้ถูกเปิดออกโดยที่เขาไม่ทันสังเกต
ปกถูกพลิกเปิด เผยให้เห็นถึงเนื้อหาข้างใน
หน้าสมุดเต็มไปด้วยถ้อยคำ…
เจ้าเห็นข้าหัวเราะ?
แท้จริงแล้ว ข้าอ้าปากกว้างมากเพราะข้าหิว
จงจำ มารยาทบนโต๊ะอาหาร
มันไม่ใช่คำศัพท์ใดที่เจสันคุ้นเคย แต่เขากลับเข้าใจได้ว่าถ้อยคำเหล่านี้หมายถึงอะไร
สิ่งต่อไปที่เกิดขึ้นคือ สมุดบันทึกที่ถูกเปิดออกได้บินขึ้นไปเหนือหัวของเจสัน ที่ไหนสักแห่งนอกสายตาของเขา
หลังสูญเสียกำบังจากสมุดบันทึก เก้าอี้พนักพิงสูงได้ปรากฏขึ้นในสายตาของเจสัน
ไม่มีการแกะสลักเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็น แต่แค่มันอยู่ตรงนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายแบบดั้งเดิม
พร้อมกันนั้น ร่างที่ถูกประกอบขึ้นจากความมืดมิดอย่างสมบูรณ์เริ่มปรากฏบนเก้าอี้พนักพิงสูง
เสียงกลืนน้ำลายสะท้อนอยู่ในหูของเจสัน
เงาดำนั้นยื่นมือทั้งสองออกไปเพื่อหยิบมีดและส้อม
“ฉันกำลังจะกลายเป็นอาหารจริง ๆ!”
ความจริงของสถานการณ์ตรงหน้าทำให้เจสันดิ้นรนอย่างรุนแรง แม้ว่าเขาจะยังขยับตัวไม่ได้ แต่จิตใต้สำนึกของเขาไม่ได้ถูกยับยั้ง วิญญาณของเขากำลังกรีดร้อง
“ฉันไม่อยากตาย!”
"ชีวิต!"
“ฉันอยากมีชีวิตอยู่!”
“ฉันไม่อยากถูกปฏิบัติเหมือนเป็นอาหาร!”
เสียงแหลมสูงดังก้องต่อเนื่องสะท้อนอยู่ในวิญญาณพิเศษนั้น
บีซ!
บีซ บีซ! บีซ!
ครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงสะท้อนที่กึกก้องทำให้เกิดเสียงอื้อ ๆ ในหัวของเจสัน
นั่นคือเสียงสะท้อนที่ประทับอยู่ในส่วนลึกสุดของวิญญาณ!
พรสวรรค์ที่มีชื่อว่า ‘นักล่า’ ปรากฏบนสายตาของเจสัน มันสั่นอย่างรุนแรง เรืองแสง และระยิบระยับเหมือนแสงดาวที่เจิดจ้า
ภายใต้แสงดาว ภาพต่าง ๆ เริ่มปรากฏขึ้น เชื่อมโยงและรวมเป็นหนึ่ง เสมือนว่าทั้งทางช้างเผือกกำลังพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!
นั่นคือ…
กลุ่มคนจำนวนมากสวมชุดหนังสัตว์กำลังตะโกน และไล่ล่าสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่โตมโหฬาร หากจะให้เปรียบเทียบขนาดของมันกับระยะห่างระหว่างสวรรค์ และโลกยังไม่ถือว่าเกินจริง
แต่ละคนมีขนาดเล็กกว่านิ้วเท้าของสัตว์ประหลาดตัวนี้
ทว่าไม่มีใครถอยหนี
พวกเขาอยากมีชีวิตรอด!
เพื่อความอยู่รอด!
พวกเขาจะต้อง…
กิน!
เปลวไฟลุกโชนปรากฏขึ้นท่ามกลางการกระทบกันของหิน ผู้นำร่างสูงใหญ่ดูแข็งแกร่งยกไฟขึ้นเพื่อส่องสว่างในความมืด เปลวไฟชนกับสัตว์ประหลาด ส่งกลิ่นหอมที่ไม่เคยมีมาก่อนฟุ้งกระจายไปทั่วสนามรบ
เสียงคำรามแห่งยุคโบราณดังหลุดออกมาจากปากของผู้คน
กิน!
กิน! กิน!
เสียงคำรามเปลี่ยนจากเสียงสูงไปจนต่ำนุ่มนวล
จากเสียงที่ต่ำและนุ่มนวลสู่เสียงพึมพำกระซิบ
เสียงกระซิบเหล่านั้นดังออกมาจากปากของเจสัน
“กิน! กิน! กิน!”
ความหิวโหยแผดเผาเริ่มแพร่กระจายจากท้องของเขา
หิว!
หิวมาก!
“อยากกิน!”
“อยากกิน!”
โครก!
โครก!
โครก!
เสียงคำรามในกระเพาะของเขากลบเสียงกลืนน้ำลายของเงาดำ หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง เมื่อเสียงคำรามของความหิวโหยนี้รวมเป็นหนึ่ง เสียงที่เกิดขึ้นจึงดังราวฟ้าร้อง มือของเงาดำที่กำลังจะหยิบส้อมและมีดขึ้นมาหยุดลงกะทันหัน
แรกเริ่ม มันมีกฎที่ว่าความหิวนั้นจะกำหนดตำแหน่งของทั้งสองฝ่าย และด้วยกฎเดียวกันนั้น เวลานี้สถานการณ์ได้ถูกพลิกกลับ
"ไม่!"
ท่ามกลางเสียงโหยหวนอันสิ้นหวัง เงาดำพังทลายลงไปในทันที และถูกดูดเข้าไปในสมุดบันทึกสีน้ำตาลเข้ม
ต่อมาไม่นานนัก สมุดบันทึกสีน้ำตาลเข้มที่ลอยอยู่เหนือหัวของเจสันหยุดลงกะทันหัน
ปัง!
สมุดบันทึกปิดลงพร้อมเสียงกระแทก
จากนั้นมันก็ตกลงมาจากจุดเดิม ลงสู่อ้อมแขนของเจสันโดยตรง
พลังอันมหาศาลกระแทกเจสันล้มลง
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ล้มลงตรงกลางจาน
แต่เป็นเก้าอี้!
เขานั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิงสูงเรียบง่ายไร้ลวดลาย
ภายในระยะสายตาของเขา โต๊ะรับประทานอาหารทรงกลมที่เรียบง่าย พร้อมด้วยผ้าปูโต๊ะสีเข้ม และภาชนะสีเงินปรากฏขึ้นทีละชิ้น
เวลานี้ทุกอย่างพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ!
เหยื่อกลายเป็นผู้ล่า
สมุดบันทึกสีน้ำตาลเข้มที่หล่นลงมาในอ้อมแขนของเขาลอยขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง
และในครั้งนี้ ใต้ข้อความดั้งเดิม บรรทัดข้อความใหม่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา
[ไม่ว่าอะไรหรือเมื่อไหร่ ความงดงามของการล่าอยู่ที่ตำแหน่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดไม่ใช่หรือ?]
[นี่คือมารยาทบนโต๊ะอาหาร!]
[คุณต้องจำสิ่งนี้ให้ขึ้นใจ!]
[นอกจากนี้ อย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง… อบรม!]
เมื่อถึงจุดนี้ ข้อความเกิดการหยุดชะงัก จากนั้นข้อความเพิ่มเติมก็เริ่มโผล่ออกมา
[พื้นหลัง: ในตอนกลางคืน เจ้าหน้าที่สายตรวจเริ่มเสียชีวิตไปทีละนาย ถนนทั้งสายตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก! นายอำเภอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขอความช่วยเหลือจาก ‘ผู้พิทักราตรี’ และคุณ ในฐานะ ‘ผู้พิทักราตรี’ ซึ่งบังเอิญอยู่ในโรดพอดี จึงรับภารกิจนี้มาโดยไม่ลังเล ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำ และคุณกำลังเดินไปตามถนนครอส...]
[ภารกิจหลัก: ใช้เวลาเจ็ดวันบนถนนครอส 0/7]
[ได้รับภาษาชั่วคราว เรียกคืนอัตโนมัติเมื่อออกจากแบบจำลอง]
[เปลี่ยนเสื้อผ้า รูปร่าง และอุปกรณ์ชั่วคราว เรียกคืนอัตโนมัติเมื่อออกจากแบบจำลอง]
[ตรวจสอบอาวุธปืนและระเบิด พบความไม่สอดคล้องกันของยุค ความแรงลดลง 50% อัตราการยิงของ MF91 และ UZ +0.5 วินาที ความเร็วในการบรรจุกระสุน +2 วินาที]
(คำใบ้: นี่คือ 'บทเรียนมารยาท' ของคุณ)