เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DHCM ตอนที่ 6 มารยาทบนโต๊ะอาหาร

DHCM ตอนที่ 6 มารยาทบนโต๊ะอาหาร

DHCM ตอนที่ 6 มารยาทบนโต๊ะอาหาร


สมุดบันทึกในมือของเขาไม่สามารถเปิดได้!

เมื่อมองจากภายนอก จะเห็นได้ชัดว่าสมุดบันทึกในมือของเขามีหน้ากระดาษหลายหน้า เขาเพียงแค่ต้องยกมือขึ้นพลิกหน้ากระดาษเพื่ออ่านมัน

ทว่าเจสันซึ่งถือสมุดบันทึกเล่มนี้ไว้ กลับรู้สึกราวกับว่าเขากำลังถืองานหัตถกรรมที่แกะสลักจากไม้ หน้ากระดาษเหล่านั้นดูราวกับผลงานของช่างฝีมือผู้ชำนาญ และเมื่อใครเปิดมันออกจริง ๆ ก็จะพบกับการเยาะเย้ยถากถางอย่างไร้ปรานี

เจสันไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ

ฮึบ!

หลังจากสูดหายใจเข้าลึก ๆ เจสันก็ออกแรงใช้มือทั้งสองข้างอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้แค่จะพลิกหน้าอย่างไม่ใส่ใจ แต่เขาใช้ความพยายามจริง ๆ

ทันใดนั้น กล้ามเนื้อบนแขนของเจสันก็ปรากฏรูปร่างคมชัด

แต่น่าเสียดายที่สมุดบันทึกยังคงไม่ขยับ

หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที เจสันซึ่งยังคงออกแรงต่อไปเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อแขนของเขากำลังสั่น

ที่สำคัญกว่านั้น ความเจ็บปวดที่คลุมเครือในอกกำลังบอกเขาว่า หากเขาไม่อยากให้อาการบาดเจ็บของเขาแย่ลง เขาควรหยุดดีกว่า

เจสันหยุดทันทีเมื่อคิดถึงสถานการณ์เลวร้ายที่เขาเผชิญอยู่ แต่ยังคงมองสมุดบันทึกในมือด้วยความสงสัยและไม่แน่ใจ

“มันมีกลไกอยู่ภายใน?”

"หรือว่า…"

“ด้านลี้ลับ?!”

เจสันคาดเดา

เมื่อนึกถึงสิ่งหลัง ใบหน้าของเจสันที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากฮ็อกกี้ก็สั่นเทา

ครั้งหนึ่ง เขาเคยใช้เวลาค้นหา ‘ด้านลี้ลับ’ อยู่นาน แต่ไร้ซึ่งผล สิ่งนี้เคยทำให้เขารู้สึกว่า ‘ด้านลี้ลับ’ นั้นเป็นเพียงข่าวลือ หรือจินตนาการของใครบางคนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ลึกลับที่เขาเผชิญติดต่อกันทำให้เจสันตระหนักว่าเหตุผลเดียวที่เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์ลึกลับเช่นนี้มาก่อน ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะเขต 16 ที่เขาอาศัยอยู่นั้น ‘ปลอดภัย’

หรือจะพูดให้ชัดเจนกว่านั้นคือ ระดับของเขาไม่สูงพอ ดังนั้นไม่มีทางเลยที่เขาจะเข้าไปพัวพัน

กับ ‘ด้านลี้ลับ’ เหล่านี้ได้

แต่ตอนนี้ล่ะ?

แม้ว่าเขาไม่อยากเผชิญกับเหตุการณ์ลึกลับดังกล่าว แต่เหตุการณ์เหล่านี้ก็จะกรูเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว

เพราะเขาอยู่ในเกมแล้ว

เจสันอดถอนหายใจไม่ได้ ขณะวางสมุดบันทึกลงบนกล่องไม้เบา ๆ

ส่วน ‘ด้านลี้ลับ’ นั้น นอกเหนือจากสิ่งที่เขาเพิ่งประสบมา เขาก็ไม่รู้สิ่งอื่นใดอีกเลย

แต่การระมัดระวังไม่ใช่เรื่องผิด

ดังนั้นเขาจึงหลีกเลี่ยงผ้าก๊อซที่เปื้อนเลือดของเขา

ตามที่เขารู้มาจากในบ้านเกิดของเขา มีตำนานลึกลับที่แสดงให้เห็นว่าผู้คนสามารถควบคุมชีวิต และความตายของผู้อื่นได้ โดยการได้รับเลือดเพียงเล็กน้อยจากคนผู้นั้น หรือมีตัวอย่างที่ไม่ต้องใช้เลือดด้วยซ้ำ ขอแค่รู้ชื่อของเป้าหมายก็เพียงพอ

สิ่งนี้ทำให้เจสัน ผู้ซึ่งเพิ่งเผชิญกับ ‘ด้านลี้ลับ’ มาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

โดยทันที--

“เจสัน!”

“ฉันชื่อเจสัน!”

เจสันใช้วิธีนี้เพื่อเตือนตัวเองว่า เขามีอัตลักษณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนจากชื่อ ‘เจสัน’ ขณะเดียวกันก็ซ่อนชื่อ ‘เฉินเจี๋ย’ ไว้ในส่วนลึกที่สุด

สำหรับคนทั่วไป นี่อาจดูเหมือนกำลังทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่

แต่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ ทั้งหมดกลับกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเจสัน ผู้ตกอยู่ในภาวะหวาดระแวง

ธรรมดามาก เพราะมันคือสิ่งที่เขาคุ้นเคยดี

เมืองสลีปเลสทำให้เขาเคยชินกับการต้องเผชิญกับอันตรายอยู่ตลอดเวลา

ครั้งหนึ่งเขาเคยเห็นคนเดินเลี้ยวเข้ามุมถนนแล้วถูกทุบตีจนบาดเจ็บสาหัส เขายังเคยเห็นคนที่เพิ่งซื้อขนมปังจากร้านแห่งหนึ่ง จู่ ๆ ก็เกิดน้ำลายฟูมปาก และล้มลงกับพื้นด้วยอาการชัก ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคน ๆ นั้นกำลังกินขนมปังที่เพิ่งซื้อมาขณะเดินไปตามถนน

นี่คือกิจวัตรปกติสำหรับเมืองสลีปเลส

แล้วเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นล่ะ? มันแปลกประหลาดเสียยิ่งกว่าเหตุการณ์ปกติของที่นี่ขึ้นไปอีก

เจสันสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความกลัวในใจ เขามองไปยังจอซึ่งแสดงให้เขาเห็นสามร่าง

พวกเขาถือปืน ผลัดกันปกป้องกันและกัน ขณะมุ่งหน้ามาทางเลขที่ 19

ในเขต 26 ไม่เคยขาดแคลนคนอยู่สองประเภท

ผู้ที่ขี้ขลาดเหมือนหนู

ผู้ที่กล้าและบุ่มบ่าม

อย่างหลังนี้มีเยอะเกินกว่าอย่างแรกมาก

แต่ภายใต้สมมติฐานเฉพาะข้อหนึ่ง คนจำพวกแรกจะเปลี่ยนเป็นอย่างหลังโดยสมบูรณ์

นั่นคือ…

ออกไปตกปลาในน่านน้ำที่ปั่นป่วน!

อะไรจะเหมาะสมไปกว่าถนนเทอเรในเวลานี้?

เสียงปืน ไฟไหม้ และศพ

สิ่งเหล่านี้ทำให้ชาวเมืองในบริเวณพากันแห่เข้ามาเหมือนแร้งที่กำลังออกล่าอาหาร

เจสันมั่นใจว่านี่เป็นเพียงกลุ่มแรกเท่านั้น และยังมีอีกหลายคนที่เฝ้าสังเกตอยู่ในความมืด รวมไปถึงเป้าหมายจริงที่ ‘บุคคลสำคัญ’ กำลังรออยู่ ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย

แย่ยิ่งกว่านั้น ทั้งสามคนนี้อาจเป็นเพียงเบี้ยที่อีกฝ่ายผลักออกมาตั้งแต่แรก

“ปืนกลมือหนึ่งกระบอก ปืนพกสองกระบอก”

“การเคลื่อนไหวของพวกเขาสอดประสานขณะเคลื่อนที่ และมีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะมีระเบิดมือติดตัวมาด้วย!”

“ไม่มีโอกาสที่จะชนะในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว”

“ฉันต้องวางกับดัก!”

“ถึงแม้จะมีกับดัก ทว่าด้วยทีมที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี กับดักเหล่านี้จะให้ผลดีที่สุดเฉพาะครั้งแรกเท่านั้น…”

เจสันขมวดคิ้วภายใต้หน้ากากฮ็อกกี้ มือของเขากำด้ามปืนกลมือ UZ อย่างไม่รู้ตัว

ด้ามปืนที่เย็นทำให้เขารู้สึกปลอดภัยได้เพียงเล็กน้อย แต่บาดแผลบนหน้าอกทำให้เจสันรู้สึกเจ็บปวดจนเข้าใจว่าสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้านั้นเลวร้ายกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความตาย

ภายใต้ภัยคุกคามแห่งความตาย ดวงตาของเจสันจ้องไปที่จออย่างไม่ละสายตา พลางคิดว่าควรจะจัดการกับศัตรูของเขาอย่างไร

เขาไม่เห็นว่าสมุดบันทึกบนกล่องไม้กำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ

มันเคลื่อนตัวช้า ๆ ไปยังจุดที่มีผ้าก๊อซเปื้อนเลือดอยู่

เลือดถูกดูดซึมเข้าสู่สมุดบันทึกอย่างรวดเร็ว

ในขณะนี้ ราวกับว่าเขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง เจสันหันกลับมาทันที

เมื่อเห็นสมุดบันทึกที่ถูกคลุมด้วยผ้าก๊อซ เขาก็ลุกขึ้นและรีบวิ่งไปหาทันที ต้องการจะเอาสมุดบันทึกนั้นออกไป แต่ทันทีที่นิ้วของเขาสัมผัสกับสมุดบันทึก ดวงตาของเขาก็เริ่มพร่ามัวทันที

ราวกับว่าด้านหลังศีรษะของเขาถูกของหนักกระแทก เจสันเซถอยหลังไปสองก้าว เขากัดฟันแน่นขณะพยายามทรงตัวไม่ให้ล้มลง แต่ความรู้สึกเวียนหัวนั้นไม่หยุดและเข้าครอบงำเจสันทันที

ชั่วพริบตา เจสันก็ล้มลงไปด้านหลัง ทว่าไม่ได้ล้มลงไปบนพื้น

เขาล้มลงไปบนวัตถุที่เป็นโลหะ!

เมื่อเขาพยายามยืนขึ้นอีกครั้งหลังตั้งสติได้ เขาก็ตระหนักว่าวัตถุโลหะที่อยู่ใต้เท้าของเขานั้นคือ…

จาน!

เป็นจานเงิน!

นอกจากนี้ทั้งสองด้านของจานนั้นยังมีส้อมและมีด ซึ่งทำจากโลหะสีเงินชนิดเดียวกับจาน

“ฉันถูกวางลงบนจานเหรอ?”

“เป็นอาหารที่ถูกเสิร์ฟบนจาน?!”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้เจสันเกิดความกลัวอย่างอธิบายไม่ถูก จิตใต้สำนึกของเขาต้องการออกจากจาน แต่กลับมีแรงบางอย่างที่มองไม่เห็นดึงรั้งเขาไว้ จากนั้นสมุดบันทึกสีน้ำตาลเข้มก็ลอยมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา

สมุดบันทึกที่เขาเปิดไม่ได้เมื่อครู่ ตอนนี้มันได้ถูกเปิดออกโดยที่เขาไม่ทันสังเกต

ปกถูกพลิกเปิด เผยให้เห็นถึงเนื้อหาข้างใน

หน้าสมุดเต็มไปด้วยถ้อยคำ…

เจ้าเห็นข้าหัวเราะ?

แท้จริงแล้ว ข้าอ้าปากกว้างมากเพราะข้าหิว

จงจำ มารยาทบนโต๊ะอาหาร

มันไม่ใช่คำศัพท์ใดที่เจสันคุ้นเคย แต่เขากลับเข้าใจได้ว่าถ้อยคำเหล่านี้หมายถึงอะไร

สิ่งต่อไปที่เกิดขึ้นคือ สมุดบันทึกที่ถูกเปิดออกได้บินขึ้นไปเหนือหัวของเจสัน ที่ไหนสักแห่งนอกสายตาของเขา

หลังสูญเสียกำบังจากสมุดบันทึก เก้าอี้พนักพิงสูงได้ปรากฏขึ้นในสายตาของเจสัน

ไม่มีการแกะสลักเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็น แต่แค่มันอยู่ตรงนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายแบบดั้งเดิม

พร้อมกันนั้น ร่างที่ถูกประกอบขึ้นจากความมืดมิดอย่างสมบูรณ์เริ่มปรากฏบนเก้าอี้พนักพิงสูง

เสียงกลืนน้ำลายสะท้อนอยู่ในหูของเจสัน

เงาดำนั้นยื่นมือทั้งสองออกไปเพื่อหยิบมีดและส้อม

“ฉันกำลังจะกลายเป็นอาหารจริง ๆ!”

ความจริงของสถานการณ์ตรงหน้าทำให้เจสันดิ้นรนอย่างรุนแรง แม้ว่าเขาจะยังขยับตัวไม่ได้ แต่จิตใต้สำนึกของเขาไม่ได้ถูกยับยั้ง วิญญาณของเขากำลังกรีดร้อง

“ฉันไม่อยากตาย!”

"ชีวิต!"

“ฉันอยากมีชีวิตอยู่!”

“ฉันไม่อยากถูกปฏิบัติเหมือนเป็นอาหาร!”

เสียงแหลมสูงดังก้องต่อเนื่องสะท้อนอยู่ในวิญญาณพิเศษนั้น

บีซ!

บีซ บีซ! บีซ!

ครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงสะท้อนที่กึกก้องทำให้เกิดเสียงอื้อ ๆ ในหัวของเจสัน

นั่นคือเสียงสะท้อนที่ประทับอยู่ในส่วนลึกสุดของวิญญาณ!

พรสวรรค์ที่มีชื่อว่า ‘นักล่า’ ปรากฏบนสายตาของเจสัน มันสั่นอย่างรุนแรง เรืองแสง และระยิบระยับเหมือนแสงดาวที่เจิดจ้า

ภายใต้แสงดาว ภาพต่าง ๆ เริ่มปรากฏขึ้น เชื่อมโยงและรวมเป็นหนึ่ง เสมือนว่าทั้งทางช้างเผือกกำลังพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!

นั่นคือ…

กลุ่มคนจำนวนมากสวมชุดหนังสัตว์กำลังตะโกน และไล่ล่าสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่โตมโหฬาร หากจะให้เปรียบเทียบขนาดของมันกับระยะห่างระหว่างสวรรค์ และโลกยังไม่ถือว่าเกินจริง

แต่ละคนมีขนาดเล็กกว่านิ้วเท้าของสัตว์ประหลาดตัวนี้

ทว่าไม่มีใครถอยหนี

พวกเขาอยากมีชีวิตรอด!

เพื่อความอยู่รอด!

พวกเขาจะต้อง…

กิน!

เปลวไฟลุกโชนปรากฏขึ้นท่ามกลางการกระทบกันของหิน ผู้นำร่างสูงใหญ่ดูแข็งแกร่งยกไฟขึ้นเพื่อส่องสว่างในความมืด เปลวไฟชนกับสัตว์ประหลาด ส่งกลิ่นหอมที่ไม่เคยมีมาก่อนฟุ้งกระจายไปทั่วสนามรบ

เสียงคำรามแห่งยุคโบราณดังหลุดออกมาจากปากของผู้คน

กิน!

กิน! กิน!

เสียงคำรามเปลี่ยนจากเสียงสูงไปจนต่ำนุ่มนวล

จากเสียงที่ต่ำและนุ่มนวลสู่เสียงพึมพำกระซิบ

เสียงกระซิบเหล่านั้นดังออกมาจากปากของเจสัน

“กิน! กิน! กิน!”

ความหิวโหยแผดเผาเริ่มแพร่กระจายจากท้องของเขา

หิว!

หิวมาก!

“อยากกิน!”

“อยากกิน!”

โครก!

โครก!

โครก!

เสียงคำรามในกระเพาะของเขากลบเสียงกลืนน้ำลายของเงาดำ หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง เมื่อเสียงคำรามของความหิวโหยนี้รวมเป็นหนึ่ง เสียงที่เกิดขึ้นจึงดังราวฟ้าร้อง มือของเงาดำที่กำลังจะหยิบส้อมและมีดขึ้นมาหยุดลงกะทันหัน

แรกเริ่ม มันมีกฎที่ว่าความหิวนั้นจะกำหนดตำแหน่งของทั้งสองฝ่าย และด้วยกฎเดียวกันนั้น เวลานี้สถานการณ์ได้ถูกพลิกกลับ

"ไม่!"

ท่ามกลางเสียงโหยหวนอันสิ้นหวัง เงาดำพังทลายลงไปในทันที และถูกดูดเข้าไปในสมุดบันทึกสีน้ำตาลเข้ม

ต่อมาไม่นานนัก สมุดบันทึกสีน้ำตาลเข้มที่ลอยอยู่เหนือหัวของเจสันหยุดลงกะทันหัน

ปัง!

สมุดบันทึกปิดลงพร้อมเสียงกระแทก

จากนั้นมันก็ตกลงมาจากจุดเดิม ลงสู่อ้อมแขนของเจสันโดยตรง

พลังอันมหาศาลกระแทกเจสันล้มลง

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ล้มลงตรงกลางจาน

แต่เป็นเก้าอี้!

เขานั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิงสูงเรียบง่ายไร้ลวดลาย

ภายในระยะสายตาของเขา โต๊ะรับประทานอาหารทรงกลมที่เรียบง่าย พร้อมด้วยผ้าปูโต๊ะสีเข้ม และภาชนะสีเงินปรากฏขึ้นทีละชิ้น

เวลานี้ทุกอย่างพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ!

เหยื่อกลายเป็นผู้ล่า

สมุดบันทึกสีน้ำตาลเข้มที่หล่นลงมาในอ้อมแขนของเขาลอยขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง

และในครั้งนี้ ใต้ข้อความดั้งเดิม บรรทัดข้อความใหม่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา

[ไม่ว่าอะไรหรือเมื่อไหร่ ความงดงามของการล่าอยู่ที่ตำแหน่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดไม่ใช่หรือ?]

[นี่คือมารยาทบนโต๊ะอาหาร!]

[คุณต้องจำสิ่งนี้ให้ขึ้นใจ!]

[นอกจากนี้ อย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง… อบรม!]

เมื่อถึงจุดนี้ ข้อความเกิดการหยุดชะงัก จากนั้นข้อความเพิ่มเติมก็เริ่มโผล่ออกมา

[พื้นหลัง: ในตอนกลางคืน เจ้าหน้าที่สายตรวจเริ่มเสียชีวิตไปทีละนาย ถนนทั้งสายตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก! นายอำเภอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขอความช่วยเหลือจาก ‘ผู้พิทักราตรี’ และคุณ ในฐานะ ‘ผู้พิทักราตรี’ ซึ่งบังเอิญอยู่ในโรดพอดี จึงรับภารกิจนี้มาโดยไม่ลังเล ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำ และคุณกำลังเดินไปตามถนนครอส...]

[ภารกิจหลัก: ใช้เวลาเจ็ดวันบนถนนครอส 0/7]

[ได้รับภาษาชั่วคราว เรียกคืนอัตโนมัติเมื่อออกจากแบบจำลอง]

[เปลี่ยนเสื้อผ้า รูปร่าง และอุปกรณ์ชั่วคราว เรียกคืนอัตโนมัติเมื่อออกจากแบบจำลอง]

[ตรวจสอบอาวุธปืนและระเบิด พบความไม่สอดคล้องกันของยุค ความแรงลดลง 50% อัตราการยิงของ MF91 และ UZ +0.5 วินาที ความเร็วในการบรรจุกระสุน +2 วินาที]

(คำใบ้: นี่คือ 'บทเรียนมารยาท' ของคุณ)

จบบทที่ DHCM ตอนที่ 6 มารยาทบนโต๊ะอาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว