เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DHCM ตอนที่ 5 ห้อง

DHCM ตอนที่ 5 ห้อง

DHCM ตอนที่ 5 ห้อง


หลังประตูมีเพียงความมืด

ด้านหลังเขา ซากรถยังคงมีไฟลุกโชนอยู่

ด้วยแสงที่ยืมจากเปลวไฟ ทำให้เจสันสามารถมองเห็นภาพรวมของห้องได้คร่าว ๆ

ห้องนี้มีลักษณะภายนอกที่ทรุดโทรมโดยทั่วไป ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ส่วนเกินใด ๆ พื้นห้องส่วนใหญ่ชำรุดแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยเฉพาะบริเวณทางเดินใกล้ประตู เศษซากของพื้นที่เหลือได้ถูกรื้อออกโดยคน ทำให้เกิดหลุมพรางยาว 2 เมตร ลึก 3 เมตร

เห็นได้ชัดว่าใครก็ตามที่ผลักประตูเปิด และเดินตรงเข้าไปโดยไม่ทันระวังคงตกลงไปทันที

มีบันไดแขวนติดอยู่ด้านข้างใกล้ประตู

“เมื่อกี้สาเหตุที่ ‘นายจ้างชั่วคราว’ คนนั้นเปิดประตูให้กว้างเท่าช่องว่างเล็ก ๆ ไม่ใช่เพียงเพื่อปกป้องตัวเองท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะเขาต้องปีนบันไดขึ้นมาเพื่อคุยกับฉันด้วย”

การเปิดเผยนี้ทำให้เจสันตรวจสอบบันไดด้วยความรอบคอบเป็นพิเศษ

เนื่องจากอีกฝ่ายระมัดระวังตัวมาก จึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่ามันจะไม่ใช่แค่กับดักธรรมดา

ไม่นานเจสันก็ค้นพบอะไรบางอย่าง

ขั้นที่สี่ของบันไดซึ่งดูเหมือนจะทำด้วยโลหะที่แข็งแรงนั้น แท้จริงแล้วถูกต่อเข้าด้วยกัน

นี่ถูกเตรียมไว้สำหรับผู้ที่สามารถหลีกเลี่ยงกับดักแรกได้

และปลายทางของทั้งคู่อยู่ที่ด้านล่างสุดของบันได

ตะปูเหล็กจำนวนมากยาวเท่านิ้วมือกำลังชี้ขึ้นด้านบน

ตะปูเหล็กถูกวางกระจายอย่างแน่นหนา โดยเว้นทางเดินโล่ง ๆ ตรงกลางไว้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือจุดที่นายจ้างชั่วคราวเคยใช้เดินผ่านมาก่อนหน้านี้

เจสันเอียงตัวพิงบันไดครึ่งหนึ่งและใช้มือขวาจับบันไดไว้ จากนั้นใช้กิ่งไม้แห้งในมือซ้ายขยายทางเดินบนพื้น ต่อมาใช้กิ่งไม้จิ้มไปทั่วพื้นเพื่อยืนยันว่าไม่มีกับดักหลงเหลืออยู่ ก่อนจะลงจากบันได

ด้วยกิ่งไม้ เจสันใช้มันสำรวจทางข้างหน้าขณะก้าวเดินไปตามเส้นทาง หลังจากเดินไปข้างหน้าได้เจ็ดถึงแปดก้าว เขาก็พบว่าตัวเองออกจากบริเวณที่มีตะปูเหล็กแล้ว เขาเลี้ยวเข้าทางเดินอีกทางหนึ่ง ซึ่งมีม่านหนาปิดกั้นทางของเขาไว้

ม่านแขวนลงมาจากยอดศีรษะจรดพื้น ปกปิดทุกสิ่งข้างหน้าโดยไม่เหลือรอยแยกไว้แม้แต่น้อย

“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะตั้งปืนลูกซองไว้หลังม่าน แล้วใช้สายเบ็ดเกี่ยวไกปืนกับขอบม่านทั้งสองข้าง วิธีนี้ไม่ว่าจะดึงม่านด้านไหน ม่านก็จะยังดึงไกปืนลูกซองอยู่ดี”

ด้วยความคิดนี้ในใจ เจสันถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว ถอยกลับไปยังมุมของทางเดินนั้น จากนั้น ด้วยตัวที่แทบจะติดกับผนัง เขาวางตำแหน่งของตัวเองโดยนั่งคุกเข่าลงกับพื้น เหยียดกิ่งไม้ในมือออกไป ยื่นเข้าไปใต้ม่านอย่างระมัดระวัง จากนั้นใช้ปลายนิ้วออกแรงยกขอบม่านขึ้นอย่างเบามือ

แสง!

แสงสว่างจ้าสาดส่องออกมาจากขอบม่านที่ยกขึ้น ราวกับมีดที่เฉือนผ่าความมืดออกเป็นสองส่วน ส่องตรงเข้ามาในดวงตาเจสัน เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมอง

พื้นดินแข็งนั้นไม่ต่างจากพื้นดินใต้เท้าเขาเลย ด้วยขาโต๊ะมากมายรอบ ๆ รวมกับมุมที่เขาอยู่ เขาจึงมองเห็นเพียงครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้น

โชคดีที่ไม่มีปืนลูกซองหรือกับดักอื่น ๆ อยู่ในระยะสายตาของเขา

แต่ถึงกระนั้น เจสันยังคงใช้กิ่งไม้ตรวจสอบม่านอย่างละเอียดก่อนจะลุก เดินเข้าไป และยกม่านหนาทั้งหมดขึ้น

แสงที่ส่องจ้ายิ่งกว่าเดิมทำให้เจสันหรี่ตาทั้งสองข้างลงโดยไม่ได้ตั้งใจ

เบื้องหน้าเขาเป็นห้องขนาดประมาณ 50 ตารางเมตรซึ่งเต็มไปด้วยโต๊ะต่าง ๆ

บนโต๊ะแต่ละตัวมีจอภาพที่สว่างมากกว่า 20 จอ พวกมันเหล่านี้กำลังแสดงสถานการณ์ของทั่วทั้งถนนเทอเร

“ไม่แปลกใจเลยที่เขาสามารถจับจังหวะได้แม่นยำมาก!”

เจสันคิดกับตัวเอง ขณะที่สายตาของเขาไล่ตามสายไฟของจอมอนิเตอร์ไปจนถึงปลั๊กไฟที่ฝังอยู่ในผนัง

ไฟฟ้า นอกเหนือจากน้ำที่มีจำกัด ในเขต 26 ไม่มีทางที่จะมีสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ครบครันเช่นนี้อยู่ได้!

ในความเป็นจริง หลังจากเข้าสู่เขตที่ 20 เป็นต้นมา ไฟฟ้าจะกลายเป็นสิ่งที่มีให้ใช้ในปริมาณจำกัด

ส่วนความสามารถในการจัดหาไฟฟ้าเข้ามาในเขต 26 ซึ่งแต่เดิมไม่มีไฟฟ้าใช้ได้นั้น รวมไปถึงชุดอุปกรณ์ติดตามต่าง ๆ เหล่านี้…

“ดูเหมือนว่านายจ้างชั่วคราวคนนี้จะสำคัญกับ ‘บุคคลสำคัญ’ มากกว่าที่ฉันคิดไว้มาก!”

ในทำนองเดียวกัน แผนการของ ‘บุคคลสำคัญ’ ก็ยิ่งใหญ่มากกว่าที่เจสันจินตนาการไว้เช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้ว ในเขตที่ 26 ซึ่งไม่มีไฟฟ้า การจัดเตรียมที่ยิ่งใหญ่อลังการเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่สำหรับ ‘บุคคลสำคัญ’ เองก็ตาม

สำหรับเจสัน นี่ถือเป็นทั้งข่าวดีและข่าวร้าย

ข่าวดีคือ เขาไม่ต้องกังวลว่าคนโชคร้ายที่เพิ่งเสียชีวิตจะตกเป็นเป้าหมายของ ‘บุคคลสำคัญ’

เขามีเวลาเหลือเฟือที่จะอยู่ที่นี่

ส่วนข่าวร้ายคือ เขาจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้ ไม่เพียงแต่ ‘บุคคลสำคัญ’ จะแก้แค้นเมื่อค้นพบว่าชายผู้โชคร้ายเสียชีวิตแล้วเท่านั้น แต่ศัตรูทั้งหมดที่ ‘บุคคลสำคัญ’ ต้องเผชิญก็จะกลายเป็นศัตรูของเขาด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าอีกฝ่ายต้องไม่ใช่คนธรรมดา

ไม่เช่นนั้น ‘บุคคลสำคัญ’ คงไม่ทำอะไรลำบากมากมายเช่นนี้

เจสันมองไปยังจอภาพตรงหน้าเขาอีกครั้ง เขาเหมือนเห็นศัตรูนับไม่ถ้วน แยกเขี้ยวขู่และกวัดแกว่งกรงเล็บพุ่งเข้าใส่ หมายจะกินเลือดเนื้อของเขา

เขาต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ อยู่หลายครั้ง

พยายามบังคับตัวเองให้สงบลง

การตื่นตระหนกไม่ได้ช่วยอะไรสำหรับเขาในตอนนี้

มันมีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีกเท่านั้น

จากนั้นสายตาของเขาก็เริ่มกวาดมองไปรอบ ๆ

เขาจำเป็นต้องค้นหาสิ่งของที่มีประโยชน์ และมีค่าเพื่อช่วยให้ตัวเองผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้

นี่คือจุดประสงค์สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาเข้ามาในห้องนี้

ไม่นานเจสันก็พบอะไรบางอย่าง

ที่มุมห้องมีกล่องไม้สี่เหลี่ยมสองกล่องวางเรียงกัน ด้านบนของกล่องทางด้านซ้ายคือ ‘พัสดุ’ ที่เขาเพิ่งส่ง

แม้เจสันจะเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ไม่ได้รีบเปิดกล่องทันที กลับกัน เขาตรวจสอบกล่องไม้สองกล่อง และ ‘พัสดุ’ ก่อน เพื่อยืนยันว่าไม่มีกับระเบิดหรืออะไรในลักษณะนั้น จากนั้นเขาจึงเปิดกล่องไม้ และ ‘พัสดุ’

กล่องทางด้านซ้ายมีปืนกลมือ UZ แมกกาซีนบรรจุกระสุนได้ห้าสิบนัดจำนวนสองชุด และระเบิดป้องกัน K2 จำนวนสามลูก

กล่องไม้ทางด้านขวาบรรจุด้วยอาหารกระป๋อง น้ำขวด และชุดปฐมพยาบาลขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยสิ่งของจำเป็น เช่น แอลกอฮอล์ ผ้าก๊อซ ผ้าพันแผล เข็ม ด้าย รวมถึงยาแก้อักเสบ

ของภายใน ‘พัสดุ’ นั้นเรียบง่ายกว่ามาก มันเป็นเพียงสมุดบันทึกสีน้ำตาลเข้มเท่านั้น

เจสัน ผู้ซึ่งขาดความรู้สึกปลอดภัยอย่างมาก รีบหยิบปืนกลมือ UZ ขึ้นมาทันที ตรวจสอบว่าแม็กกาซีนของปืนบรรจุกระสุนเต็ม จากนั้นจึงใส่แม็กกาซีนสองอัน และระเบิดป้องกัน K2 สามลูกลงในกระเป๋าลับของกางเกงและแจ็คเก็ตตามลำดับ ในที่สุดเขาก็เริ่มรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง

เมื่อรวมกับปืนพก MF92 สองกระบอกก่อนหน้านี้ อาจกล่าวได้ว่าร่างกายของเจสันนั้น ‘อิ่มจนแทบปริ’ โดยเฉพาะบริเวณเอว ซึ่งเป็นบริเวณที่อาวุธแข็งกดทับเขาจนเจ็บปวด แต่ความรู้สึกปลอดภัยกลับมีมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หลังจากที่เขาเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจสันก็หยิบผ้าก๊อซแอลกอฮอล์มาจัดการแผลตัวเอง

บาดแผลนั้นเล็กกว่าที่เจสันคิดไว้มาก และกระสุนก็ไม่ได้หลงเหลืออยู่ในร่างกายของเขาเลย

โดยไม่ต้องเอากระสุนออกหรือเย็บแผล

ทำให้เจสันสามารถจัดการกับบาดแผลได้เร็วขึ้นหลายเท่า

เพื่อไม่ให้แอลกอฮอล์เสียเปล่า เจสันจึงไม่ราดลงบนแผลโดยตรง ทว่านำผ้าก๊อซไปชุบแอลกอฮอล์แล้วใช้ผ้าก๊อซนั้นทำความสะอาดแผล จากนั้นจึงพันผ้าพันแผล

หลังจากทำความสะอาดแผลแล้ว เจสันก็โยนผ้าก๊อซเปื้อนเลือดลงบนกล่องไม้ถัดจากสมุดบันทึก

เจสันหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา

จากภายนอก สมุดบันทึกสีน้ำตาลเข้มเล่มนี้ดูเหมือนเป็นสมุดบันทึกเก่าธรรมดาทั่วไป นอกจากปกสีน้ำตาลเข้มที่น่าจะทำจากหนังวัวแล้ว มันก็ไม่มีอะไรให้สังเกตมากนัก

แต่เนื่องจากเป็น ‘พัสดุ’ ที่มาจาก ‘บุคคลสำคัญ’ เอง จึงไม่มีเค้าลางของความประมาทจากเจสันเลยแม้แต่น้อย

ต่อมามันก็พิสูจน์ว่าเจสันคิดถูก

จบบทที่ DHCM ตอนที่ 5 ห้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว