เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 นครร้างแห่งความตาย

ตอนที่ 39 นครร้างแห่งความตาย

ตอนที่ 39 นครร้างแห่งความตาย


ภายในป่าทึบ

ซูเฉินเดินฝ่าดงป่าด้วยดวงตาแดงก่ำ

แขนเสื้อขาดวิ่นจากการโดนพืชมีหนามเกี่ยว ร่างกายเต็มไปด้วยคราบโคลนสกปรกจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

เสียงปืนดังขึ้นจากด้านหลัง มันชัดเจน...และใกล้เข้ามาทุกที

“กิ้งก่ายักษ์นั่นน่าจะพอถ่วงเวลาได้อีกสักพัก...” เขาประเมินสถานการณ์เงียบ ๆ ขณะพยายามฝืนลากร่างอันอ่อนล้าไต่ลงจากเนินเขา

เมื่อครู่ เขาเพิ่งลอบเข้าไปในเขตกิ้งก่ากลายพันธุ์เพื่อล่อมันออกไปปะทะกับภาคีอัศวิน

หากไม่ทำเช่นนั้น… ป่านนี้เขาคงถูกจับตัวไปแล้ว

"ใกล้จะเช้าแล้ว… เสี่ยวหยูน่าจะปลอดภัยดี...”

ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เท้าของเขาก็พลันลื่นไถล ร่างกายเสียหลักจนกลิ้งตกไปตามไหล่เขา

"โอ๊ยยย..."

ร่างกระแทกพื้นจนเต็มไปด้วยรอยถลอก ฝืนสูดหายใจเข้าออกลึก ๆพร้อมพยายามข่มความเจ็บก่อนกัดฟันยันตัวลุกขึ้น

เขาส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อเรียกสติ แต่ทันใดนั้นก็ต้องชะงักกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า

ไม่ไกลออกไปนัก… เค้าโครงเมืองอันเลือนรางค่อย ๆ ปรากฏท่ามกลางแสงอาทิตย์ในยามเช้า

ตึกระฟ้ามากมายตั้งตระหง่านราวกำแพงยักษ์...มันทั้งงดงามและยิ่งใหญ่

แสงแดดสาดส่องกระทบผนังและกระจกของตึกจนเปล่งประกายระยิบระยับ ราวกับถูกเคลือบด้วยทองคำ

...เมืองเป่ยเจ๋อ

เศษซากปรักหักพังจากโลกเก่า

หลังใช้ชีวิตเยี่ยงคนป่ามานานหลายเดือน...ซูเฉินยืนอึ้งราวกับมนุษย์ถ้ำที่เพิ่งเคยเห็นมหานครเป็นครั้งแรก

"โฮสต์… ตรวจพบคลื่นชีวไฟฟ้าจำนวนมากเบื้องหน้า และมีความผันผวนของพลังงานบางอย่างที่รุนแรงผิดปกติ… อันตรายอย่างมาก!”

คำเตือนจากชิปสปาร์คฉุดเขากลับสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง

ซูเฉินไม่ลังเล เขารีบวิ่งไปตามทางลาดมุ่งหน้าสู่เมืองเป่ยเจ๋อ

เพราะสำหรับเขาแล้ว ความอันตรายเป็นเรื่องสัมพัทธ์

หากสามารถแทรกตัวหลบซ่อนในเมืองนั้นได้…โอกาสรอดพ้นจากการไล่ล่าของภาคีอัศวินจะยิ่งสูงมากขึ้น

เมื่อมาถึงขอบชายเมือง ซูเฉินเห็นมูลสัตว์จำนวนมากเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้น

รีบคว้ามันมาป้ายตัวจนทั่วทันทีโดยไม่สนว่ามันจะมีเชื้อโรคหรือไวรัสหรือไม่

ภายใต้คำแนะนำจากชิปสปาร์ค เขาสามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีสัตว์กลายพันธุ์ชุกชุม และวิ่งเลาะเข้าไปในตรอกตามกำแพงเมืองได้สำเร็จ

ตามท้องถนนเต็มไปด้วยใบไม้แห้งที่เน่าเหม็นจนแทบสำลัก

เมื่อเข้าใกล้ตัวเมือง ผนังอาคารรอบตัวล้วนซีดหม่น และเต็มไปด้วยรอยกัดกร่อนจนรูพรุนและมูลสัตว์แปะเกรอะกรัง

ตามตึกสูงมีเถาวัลย์กลายพันธุ์เลื้อยพาดตามผนังและงอกออกจากรอยแตกของอาคาร

นกกลายพันธุ์จำนวนมากบินวนอยู่บนท้องฟ้า รังของพวกมันคนกระจายไว้ตามชั้นต่าง ๆ ของตึก

ป้ายร้านค้ามากมายตกเกลื่อนพื้นหรือห้อยเอียงอยู่ที่หน้าประตู ไม่ว่าจะเป็นร้านนวดเท้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านตัดผม ร้านขายของผู้ใหญ่ ร้านขายปลาย่าง หรือร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ

ตามถนนเต็มไปด้วยซากรถยนต์ที่ถูกทิ้งร้างจนเหลือแต่โครง เครื่องยนต์และอะไหล่ต่าง ๆ ถูกถอดออกไปจนหมดเกลี้ยง ภายในรถมีเพียงโครงกระดูกเก่า ๆ ที่ถูกไฟไหม้จนดำเป็นตอตะโก

“นี่มัน นครร้างแห่งความตายชัด ๆ...”

ซูเฉินพึมพำในใจ

"ระบบ หาที่พักที่ปลอดภัยกว่านี้ให้หน่อย”

"ตรวจพบสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ 157 ตัวในรัศมี 800 เมตร ตัวที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากโฮสต์ 100 เมตร ระบบไม่สามารถคาดเดาเส้นทางเคลื่อนไหวของพวกมันได้ จึงไม่สามารถประเมินได้ในขณะนี้"

ซูเฉินหยุดฝีเท้าแล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ

ไม่ไกลออกไป…มีอาคารชั้นเตี้ยที่ยังคงสภาพพอรับได้อยู่ จึงรีบมุ่งหน้าเข้าไปที่นั่น

ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้…การไม่เคลื่อนไหวหากไม่จำเป็นย่อมดีที่สุด

รอจนกว่าฟ้าสาง…ค่อยขยับหาทำเลที่เหมาะสมกว่านี้อีกทีจะดีกว่า

แต่ทันใดนั้น… น้ำเสียงสังเคราะห์ของชิปสปาร์คก็พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น “ตรวจพบสนามแม่เหล็กพลังงานมืดระดับต่ำ  ห่างไปทางขวาของโฮสต์ 1.8 กิโลเมตร!”

ซูเฉินขมวดคิ้วลังเลเล็กน้อย ว่าควรจะเดินตามไปเก็บอนุภาคมืดพวกนั้นดีหรือไม่…

......

บริเวณเชิงเขาที่ซูเฉินพลัดตกลงมา

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องจ้าจนไป่หยิงต้องหรี่ตาลงมองไปยังซากโลกเก่าที่เบื้องหน้า

เหล่าลูกน้องที่อยู่ด้านหลังเขาก็ตกตะลึงเช่นกัน แม้จะเคยบุกตะลุยซากเมืองที่อันตรายยิ่งกว่านี้มาแล้ว… แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นภาพแบบนี้ก็ยังอดที่จะตื่นตะลึงไม่ได้!

"โลกเก่า…มันเคยเป็นยังไงกันแน่นะ?"

คำถามนี้ผุดขึ้นในใจของทุกคน

"หัวหน้าครับ ยังจะตามต่อไหมครับ?" ลูกน้องคนหนึ่งที่เนื้อตัวมอมแมมเอ่ยถาม

ไป่หยิงพูดอย่างใจเย็น “ภารกิจหลักของเราคือการมาที่เมืองเป่ยเจ๋อเพื่อค้นหาสาเหตุของการขยายตัวในเขตปนเปื้อน”

"ในเมื่อมาถึงแล้ว…ก็เข้าไปดูกันสักหน่อยเถอะ”

ลูกน้องคนนั้นลังเล "แต่เราแทบไม่มีข้อมูลเลยนะครับ และซากปรักหักพังพวกนี้ก็อันตรายมากด้วยนะครับ!”

"หึ“ไป่หยิงยิ้มเยาะ”มีคนเบิกทางไว้ให้แล้ว แกยังจะกลัวอะไร?"

ลูกน้องอีกคนอดไม่ได้ที่จะถาม "หัวหน้า… เราจำเป็นต้องไล่ตามหมอนั่นด้วยเหรอครับ?"

ไป่หยิงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "เดิมทีก็ไม่จำเป็น… แต่ตอนนี้…ฉันต้องจับมันให้ได้!”

เขามองไปที่ลูกน้องแล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง  "พวกแกเคยคิดบ้างไหม...ว่าทำไมมันถึงหลบกระสุนของฉันได้ทั้งหมด?"

"ทำไมถึงหาเส้นทางหนีในป่าทึบที่ซับซ้อนขนาดนี้ได้?"

"ทั้งที่ไม่มีสัมภาระติดตัว แต่กลับวางระเบิดได้ตลอดทาง… ระเบิดพวกนั้นมาจากไหน?”

"เดิมที ข้อมูลของพวกมันอาจจะไม่ได้สำคัญอะไรมากนัก… แต่ตอนนี้… ฉันคิดว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในเขตปนเปื้อนนี้แน่ ๆ”

หลังจากอธิบายจบ ไป่หยิงก็ออกคำสั่งเสียงเย็น "ตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อม เตรียมตัวบุกเข้าเมือง ห้ามยิงปืนโดยไม่จำเป็น!”

เหล่าลูกน้องเริ่มขยับตัวตามคำสั่ง พร้อมหยิบมีดสั้นออกมาถือไว้ในมือ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา… การยิงปืนในซากเมืองเก่า มีแต่จะนำหายนะมาหาตัว

พวกเขากระจายกำลังออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่ยังคงรักษาระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงรอบตัวได้ในวงกว้าง

แต่ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่เขตเมือง...

ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้นจากที่ไกล ๆ พร้อมกับเสียงกรีดร้องของมนุษย์!

ปัง! ปัง! ปัง! - -

"โฮกกกก—"

เสียงปืนกระตุ้นให้สัตว์กลายพันธุ์ส่งเสียงคำรามสนั่นก้องไปทั่วซากเมือง และเสียงตอบรับจากที่ไกลออกไปก็ดังขึ้นตามมาเป็นทอด ๆ คล้ายปฏิกิริยาลูกโซ่

ไป่หยิงและลูกน้องรีบหาที่กำบัง พวกเขาเห็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์จำนวนมากกำลังพุ่งตัวออกมาจากตึกอย่างรวดเร็ว

พวกมันวิ่งเร็วมาก และปีนป่ายอย่างชำนาญ พวกมันปีนขึ้นไปบนกำแพงสูง ก่อนจะกระโดดจากตึกหนึ่งไปอีกตึก และมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เสียงปืนดังขึ้น

เมืองที่เคยเงียบงัน บัดนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยความวุ่นวาย!

"หัวหน้า… จำนวนผู้สูญสิ้นที่นี่มันมากผิดปกติไปไหมครับ...?” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างจริงจัง

ไป่หยิงขมวดคิ้วแน่น เขาเองก็รู้สึกได้

หลังเกิดหายนะครั้งใหญ่ ผู้สูญสิ้นรุ่นแรกจะมีพฤติกรรมคล้ายสัตว์ป่า ไล่ฆ่าและกินกันเอง

กระทั่งรุ่นถัดมาที่เริ่มรู้จักเรียนรู้การแยกพวกเดียวกันและศัตรู พวกมันกินรากไม้ ผลไม้ ออกล่าแมลงหรือสัตว์ป่า แต่ก็ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายและไร้ระเบียบ บางครั้งเมื่อพวกมันหิวจัด…ก็ยังคงกินพวกเดียวกันเอง

จนกระทั่งผู้สูญสิ้นรุ่นที่สามถือกำเนิด พวกมันสามารถใช้อาวุธและเครื่องมือต่าง ๆ ได้ และมีการปกครองที่เป็น “ลำดับขั้น”

หรือเรียกพวกมันได้อีกอย่างว่า… "ฮันเตอร์"

โดยปกติแล้ว ในเขตปนเปื้อนระดับต่ำ… ไม่ควรมีผู้สูญสิ้นจำนวนมากขนาดนี้

เว้นเสียแต่ว่าที่นี่จะมีทรัพยากรมากพอให้พวกมันอยู่รอด

เสียงปืนจากระยะไกลเงียบลงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึงนาที

"คงจะเป็นพวกนักล่าอิสระ” พวกนักล่าที่แข็งแกร่ง บางครั้งก็กล้าเสี่ยงเข้ามาในซากเมืองเป่ยเจ๋อเพื่อออกตามหาขุมสมบัติ

ไป่หยิงวิเคราะห์อย่างใจเย็นก่อนจะสั่งให้ลูกน้องเคลื่อนกำลังต่อ พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระมัดระวัง

ทันใดนั้น…ดวงตาของเขาก็เบิกโพลง เขาเห็นชายคนหนึ่งร่างเปรอะไปด้วยมูลสัตว์ ฉวยโอกาสขณะที่ผู้สูญสิ้นกำลังวุ่นวายกับเสียงปืน…รีบวิ่งข้ามถนนและเข้าไปในอาคารร้าง

"เจอเป้าหมายแล้ว ไล่ตามไป!"

ไป่หยิงคำรามเสียงต่ำและรีบไล่ตามซูเฉินไปในทันที

ด้วยพลังระดับ C ของเขา…  หากไม่เจอนักล่าด้วยกันเอง เขาก็สามารถวิ่งพล่านไปทั่วซากปรักหักพังระดับต่ำนี้ได้อย่างอิสระ!

จบบทที่ ตอนที่ 39 นครร้างแห่งความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว