- หน้าแรก
- ประกายแสงจากโลกสีคราม ขออัญเชิญผู้เล่นสู่โลกล่มสลาย
- ตอนที่ 40 เจรจา
ตอนที่ 40 เจรจา
ตอนที่ 40 เจรจา
ณ ศูนย์การค้าเก่าแห่งหนึ่ง
ซูเฉินวิ่งฝ่าเศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นไปอย่างเร่งรีบ
ภายในโถงร้างชั้นล่าง… นอกจากซากศพก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย สินค้าทุกอย่างถูกกวาดจนเกลี้ยง เห็นได้ชัดว่าถูกพวกนักล่าที่ผ่านมาก่อนหน้ารื้อค้นเอาไปหมดแล้ว
ภายใต้การนำทางของชิปสปาร์ค เขาพบบันไดเลื่อนที่ดับสนิทก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน
ที่ข้างบันได… มีซากหุ่นยนต์อัจฉริยะสองตัววางทิ้งไว้ ฝุ่นจับหนาเตอะ หัวของมันห้อยพาดอยู่ที่หน้าอก
ทันทีที่ไปถึงชั้นสอง… เขาก็เห็นไป่หยิงและลูกน้องกำลังพุ่งเข้ามาทางประตู
ซูเฉินรีบหันหลังวิ่งขึ้นบันไดไปต่อ
ไป่หยิงมองตามอย่างรวดเร็วก่อนจะนำลูกน้องไล่ตามไปติด ๆ
จนกระทั่งเมื่อถึงชั้นห้า… พวกเขามาถึงบริเวณห้องน้ำชายและหญิง ที่มีภาพวาดง่าย ๆ ของชายในชุดสูทและหญิงในกระโปรงสั้นประดับบนกำแพง
เหล่าภาคีอัศวินกรูกันเข้าไปข้างใน ปืนทุกกระบอกเล็งไปยังเป้าหมายด้านหน้า
ไป่หยิงเย้ยหยัน "ไม่หนีต่อแล้วหรือไง?"
ซูเฉินค่อย ๆ หันหลังกลับมาช้า ๆ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเขา
ม่านตาของไป่หยิงหดเล็กลงในทันที
เหตุเพราะเขาเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังถือระเบิดไว้ในมือ!
ซูเฉินยกมือขึ้นก่อนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ขอเตือนไว้ก่อนนะ…นี่คือระเบิดไฮดรอลิกนิวเคลียร์ NTX-057 ฉันถอดฟิวส์หน่วงเวลาออกแล้ว ถ้าฉันเผลอปล่อยมือเมื่อไหร่… มันจะปล่อยแรงดันอุณหภูมิสูงออกมาภายใน 0.01 วินาที!”
"และเมื่ออนุภาคนิวเคลียร์สัมผัสกับอากาศ พลังทำลายล้างของมัน...ก็คงมากพอที่จะถล่มตึกนี้ได้ทั้งตึก”
"ถ้าพวกนายมั่นใจว่าจะหนีออกจากรัศมีระเบิดได้ภายใน 0.01 วินาทีพ้นล่ะก็… เชิญยิงได้เลย”
ขณะวิ่งไล่ตามบันไดเมื่อครู่ ฝ่ายตรงข้ามไม่กล้ายิงเขาแม้แต่นัดเดียว ซูเฉินจึงรู้ได้ทันทีว่าพวกนั้นต้องการจับเขาเป็น ๆ
เหล่าภาคีอัศวินต่างพากันหน้าซีดเมื่อได้ยินคำพูดของซูเฉิน
‘ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้ว!’
ถอดฟิวส์หน่วงเวลาออก…นั่นเท่ากับว่าเขากำลังฆ่าตัวตายเช่นกัน! เว้นเสียแต่ว่า…เขาจะถือระเบิดไว้ในมือแบบนั้นไปตลอดชีวิต หรือไม่ก็หาวิธีแยกชิ้นส่วนมัน
ไป่หยิงหรี่ตา สัญชาตญาณบอกเขาว่าระเบิดในมือซูเฉินนั้นอันตรายมากจริง ๆ
มันทำให้เขาอยากจะรีบหนีออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
"นายมาจาก 'เทคโนโลยีแห่งอนาคต' งั้นเหรอ?" ไป่หยิงเอ่ยถามกะทันหัน
ซูเฉินใบหน้าเปื้อนฝุ่นจนมองไม่เห็นสีหน้าที่แท้จริงไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่ถามกลับว่า "ตอนนี้เราจะคุยกันดี ๆ ได้หรือยัง? อย่าคิดจะเล่นงานฉันเด็ดขาด… เพราะต่อให้ร่างกายของฉันถูกแช่แข็ง… ฉันก็ยังขยับนิ้วโป้งได้อยู่”
ไป่หยิงมองดูมือขวาสีดำสนิทของซูเฉิน
เขาเป็นคนแรกที่เก็บปืนพกและยกมือขึ้น จากนั้นคนอื่น ๆ จึงลดปืนลงตามแต่ยังคอยระวังภัยรอบตัว
"ตามล่าฉันทำไม?" ซูเฉินถามเสียงเย็น
ไป่หยิงกลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง ก่อนพูดอย่างใจเย็น "คิดว่าเป็นคำถามที่ไม่จำเป็นต้องตอบเท่าไหร่”
ซูเฉินพยักหน้า "งั้นฉันขอเปลี่ยนคำถาม… รถของฉัน…และคนในรถ…ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?”
"ไม่รู้สิ“ไป่หยิงตอบตรง ๆ”ฉันส่งคนตามไปแค่ห้าคน”
ซูเฉินขมวดคิ้ว "พลังต่อสู้ระดับไหน?”
"นักรบพันธุกรรมระดับ F …ไม่มีพวกแขนขาเทียม"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นซูเฉินก็รู้สึกโล่งใจ ถ้าเป็นแค่ระดับ F ล่ะก็… ถึงจะแพ้แต่ซูเสี่ยวหยูน่าจะหนีรอดได้
"ถึงตาฉันถามบ้างแล้ว“ไป่หยิงขยับข้อมือ”เมื่อกี๊นายเป็นคนขับใช่ไหม? หลบกระสุนของฉันได้ยังไง?”
"ไม่ขอตอบ!" ซูเฉินปฏิเสธที่จะตอบในทันที
ไป่หยิงหรี่ตาลงและถามต่อ "แล้วระเบิดนั่น…ไปเอามาจากที่ไหน?”
ซูเฉินลังเลเล็กน้อยก่อนจะถอดนาฬิกาข้อมือข้างขวาออกแล้วโยนให้ไป่หยิง
อีกฝ่ายไม่ได้รีบรับ แต่มองดูมันตกลงพื้น
ลูกน้องคนหนึ่งก้มเก็บมันขึ้นมาและตรวจสอบอย่างระมัดระวัง ก่อนจะส่งมอบให้ไป่หยิง
"นี่เรียกว่า นาฬิกาเก็บของ แค่สัมผัสสิ่งของที่ต้องการ …มันจะบันทึกข้อมูลอนุภาคของสิ่งของนั้น”
"ที่หน้าปัดมีเข็มแยกต่างหาก เมื่อหมุนมันไปอันไหน ก็จะแปลงสิ่งของนั้นเป็นข้อมูลดิจิทัล เห็นช่องสี่เหลี่ยมพวกนั้นไหม? ช่องที่สว่างอยู่หมายถึงความจุในการจัดเก็บ หมุนเข็มไปอีกทางก็จะสามารถนำสิ่งของออกมาได้"
หลังจากฟังคำอธิบายของซูเฉินจบ ลูกน้องที่อยู่ข้าง ๆ ทดลองทำตามโดยหยิบมีดสั้นออกมาดู และมันก็ได้ผลจริง ๆ!
ทำให้ไป่หยิงยิ่งมั่นใจว่าอีกฝ่ายมาจาก "เทคโนโลยีแห่งอนาคต"
หลังจากลองเล่นอยู่พักหนึ่ง ไป่หยิงก็โยนนาฬิกาคืนให้ซูเฉิน เขาไม่กล้าใส่อะไรที่ไม่รู้จักแบบนั้นไว้บนข้อมือตัวเองหรอก
"บอกมา… จุดประสงค์ที่ ‘เทคโนโลยีแห่งอนาคต’ ส่งนายมายังเขตเป่ยเจ๋อคืออะไร? หรือว่า…ความผิดปกติทั้งหมดนี้…เป็นฝีมือนาย!?"
ซูเฉินส่ายหน้าโดยไม่ลังเล "ฉันไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยทั้งนั้น ถ้าพวกนายไม่ตามล่าฉัน… ฉันก็คงไม่มาที่นี่”
ไป่หยิงยิ้มเยาะในใจ "เหรอ? แล้วของที่นายเอาไปขายในเมืองแบล็ควอเตอร์นั่น…จะอธิบายว่าไง?"
ซูเฉินยักไหล่ “ของพวกนั้นฉันสะสมมานานแล้ว จะเอาไปแลกอาหารสักหน่อยมันผิดตรงไหน?”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมปริปาก ไป่หยิงก็แสยะยิ้ม
"ในเมื่อนายไม่ยอมให้ความร่วมมือ ก็ไปด้วยกันเลยแล้วกัน!”
เขาไม่เชื่อว่าซูเฉินจะเข้ามาในเมืองร้างโดยไม่มีจุดประสงค์ ตราบใดที่ติดตามเขากลับไป… ไม่ช้าก็เร็ว…ต้องเจอพิรุธอะไรบางอย่างแน่นอน
ซูเฉินปวดหัวตุ้บ ๆ แต่พอนึกดี ๆ แล้ว มีพวกนี้ตามเป็นโล่ก็ดีเหมือนกัน อาจเป็นโอกาสให้เขาแย่งพลังสนามแม่เหล็กสสารมืดได้ง่ายขึ้น
"เชิญตามสบาย… แต่ฉันขอเตือนไว้อีกครั้ง… รัศมีระเบิดในมือฉันกว้าง 800 เมตร ถ้ามีใครโจมตี ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของพวกนาย”
"ไม่ต้องห่วง ฉันจะรับประกันความปลอดภัยให้นายเอง”
ไป่หยิงยังคงยืนกรานที่จะติดตามเขาไป
จากนั้นทั้งสองฝ่ายจึงเดินลงบันไดไปพร้อมกัน
เหล่าภาคีอัศวินกระจายกำลังออกโดยเว้นระยะห่างสิบเมตร ส่วนไป่หยิงเดินตามซูเฉินไปติด ๆ ห่างกันเพียงสองเมตร
เมื่อเดินผ่านชั้นสาม ซูเฉินเห็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากวางอยู่บนเคาน์เตอร์
ที่นี่น่าจะเป็นโซนขายสินค้าดิจิตอลของศูนย์การค้า
เขาเดินเข้าไปพร้อมกับระเบิดในมือ
ไป่หยิงและคนอื่น ๆ รีบตามไปติด ๆ
ซูเฉินค้นหาบางอย่างท่ามกลางกองขยะเหล่านั้น
ด้วยความช่วยเหลือจากชิปสปาร์ค เขาสามารถสำรวจพื้นที่นี้ไปได้กว่าครึ่ง และได้รับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากที่สามารถย่อยสลายเป็นไมโครนาโนอนุภาค ซึ่งเป็นวัสดุหลักในการผลิตนาฬิกาเก็บของได้
ไป่หยิงมองดูอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะพึมพำในใจ "ยังจะบอกอีกเหรอว่าไม่ใช่คนจาก ‘เทคโนโลยีแห่งอนาคต’ ?”
หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายก็ออกจากตึกไปพร้อมกัน
ตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ส่วนใหญ่กลับรังตามเดิม
ท้องถนนที่ว่างเปล่า…ดูเงียบเหงาและอ้างว้าง
ซูเฉินเดินไปยังใจกลางเมืองตามการนำทางของชิปสปาร์ค
ระหว่างทาง…เขาจะเก็บทุกอย่างที่คิดว่ามีประโยชน์ ไม่เว้นแม้แต่เสื้อผ้าที่ยังอยู่ในสภาพดี
ไป่หยิงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น "มาที่นี่เพื่อเก็บขยะงั้นเหรอ?"
เขาไม่เข้าใจเลยว่าเสื้อผ้าเก่า ๆ พวกนั้นจะเอาไปทำอะไรได้
ซูเฉินที่กำลังเพลิดเพลินกับการเก็บของไม่คิดสนใจคำพูดนั้น
เสื้อผ้าพวกนี้… หากนำไปซ่อมแซมด้วยอนุภาคมืดสักหน่อยก็จะกลายเป็นเครื่องแต่งกายสุดหรูที่ผู้เล่นต้องคลั่งไคล้แน่นอน!
เมื่อเดินผ่านลานจอดรถ ซูเฉินก็ทำหน้าเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
ถ้าเอารถพวกนี้กลับไปได้… เขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องยานพาหนะของผู้เล่นอีกต่อไปแล้ว
แต่วัตถุขนาดใหญ่ในซากปรักหักพังนั้นยากที่จะนำออกไปด้วยได้ แม้แต่นักล่าสมบัติก็ยังเน้นของมีค่าขนาดเล็กที่พกพาง่ายเท่านั้น
มีเพียงกองกำลังใหญ่ ๆ อย่างเมืองอรุณรุ่งเท่านั้นที่กล้าขนย้ายเสบียงเหล่านี้หลังจากเคลียร์พื้นที่และกำจัดสัตว์ประหลาดทั้งหมดเสร็จ เพราะต้องใช้กระบวนการฆ่าเชื้อและตรวจสอบอย่างละเอียดทุกชิ้นอีกครั้ง
แต่เนื่องจากมีหลายกองกำลังในดินแดนรกร้างที่สามารถผลิตของพวกนี้ได้เอง กองกำลังส่วนใหญ่จึงไม่ต้องการเสียเวลาและกำลังพลไปกับซากปรักหักพังขนาดใหญ่เช่นนี้
"ระบบ… หากยึดสนามแม่เหล็กพลังงานสสารมืดที่นี่ได้ สัญญาณของระบบจะเชื่อมต่อกับฐานที่มั่นเดิมได้ไหม?”
"ขึ้นอยู่กับว่าสนามพลังงานสสารที่นี่มีอนุภาคมืดมากน้อยแค่ไหน หากมีมากกว่าหนึ่งล้านอนุภาค… หลังจากที่โฮสต์เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายแล้ว… ก็มีโอกาสเชื่อมต่อกับฐานที่มั่นเดิมได้สำเร็จ”
ซูเฉินพยักหน้ารับเงียบ ๆ
……
เริ่มสายหน่อย จะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ ๆ จากซากปรักหักพัง ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณชายขอบเมือง คงเป็นพวกนักล่าสมบัติที่เข้ามาเสี่ยงโชค
ยิ่งลึกเข้าไปในเมือง… จำนวนสัตว์ประหลาดก็ยิ่งหนาแน่น ร่องรอยของนักล่าก็ยิ่งน้อยลง ความถี่ในการถูกโจมตีก็เพิ่มขึ้นตาม
ความสามารถในการต่อสู้ของภาคีอัศวินและไป่หยิงทำให้ซูเฉินตื่นตาตื่นใจ
ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานหรือทักษะการต่อสู้ระยะประชิด…ล้วนเฉียบขาดและโหดเหี้ยม!
โดยมากมักจะเป็นการสังหารศัตรูได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
เที่ยงวัน
ซูเฉินเสนอให้พักทานอาหารกลางวันกันก่อน ไป่หยิงสั่งให้ลูกน้องผลัดกันพักกินข้าว
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังกินอาหารอยู่นั้นเอง… ซูเฉินก็หันกลับไปมองอาคารหลังหนึ่ง
ไป่หยิงที่มีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วรีบหันไปมองตาม
เขาเห็นใบหน้าที่แข็งทื่อโผล่ออกมาจากหน้าต่างที่แตกบนชั้นสองซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่าร้อยเมตร ผมเผ้ากระเซิง ร่างกายท่อนบนถูกปกคลุมด้วยเสื้อผ้าขาดวิ่น
ดวงตาซีดเซียวจ้องมองมาที่ซูเฉินและพรรคพวก มือของมันถือปืนลูกซองเก่า ๆ ที่กำลังเล็งมาที่พวกเขา!
...นี่คือผู้สูญสิ้นรุ่นสาม! หรือที่เรียกกันว่า… "ฮันเตอร์"!
ยังไม่ทันที่ซูเฉินจะได้ขยับตัว
ไป่หยิงยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังขึ้นจากกระบอกยาว!
ปัง!
เสียงปืนสั้นและดังก้องไปทั่ว
หัวของฮันเตอร์ระเบิดก่อนที่มันจะทันได้เหนี่ยวไก!
"ไปกันต่อ!"
ไป่หยิงสะพายปืนไว้ด้านหลังและออกคำสั่งเสียงเรียบ
ขณะนั้นเอง... ใบหน้าซีดเหี่ยวย่นที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำจำนวนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากตึกสูงโดยรอบ ดวงตาซีดเซียวของพวกมันทั้งหมดจ้องมองมายังทิศทางที่เสียงปืนดังขึ้น!