เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 เจรจา

ตอนที่ 40 เจรจา

ตอนที่ 40 เจรจา


ณ ศูนย์การค้าเก่าแห่งหนึ่ง

ซูเฉินวิ่งฝ่าเศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นไปอย่างเร่งรีบ

ภายในโถงร้างชั้นล่าง… นอกจากซากศพก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย สินค้าทุกอย่างถูกกวาดจนเกลี้ยง เห็นได้ชัดว่าถูกพวกนักล่าที่ผ่านมาก่อนหน้ารื้อค้นเอาไปหมดแล้ว

ภายใต้การนำทางของชิปสปาร์ค เขาพบบันไดเลื่อนที่ดับสนิทก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน

ที่ข้างบันได… มีซากหุ่นยนต์อัจฉริยะสองตัววางทิ้งไว้ ฝุ่นจับหนาเตอะ หัวของมันห้อยพาดอยู่ที่หน้าอก

ทันทีที่ไปถึงชั้นสอง… เขาก็เห็นไป่หยิงและลูกน้องกำลังพุ่งเข้ามาทางประตู

ซูเฉินรีบหันหลังวิ่งขึ้นบันไดไปต่อ

ไป่หยิงมองตามอย่างรวดเร็วก่อนจะนำลูกน้องไล่ตามไปติด ๆ

จนกระทั่งเมื่อถึงชั้นห้า… พวกเขามาถึงบริเวณห้องน้ำชายและหญิง ที่มีภาพวาดง่าย ๆ ของชายในชุดสูทและหญิงในกระโปรงสั้นประดับบนกำแพง

เหล่าภาคีอัศวินกรูกันเข้าไปข้างใน ปืนทุกกระบอกเล็งไปยังเป้าหมายด้านหน้า

ไป่หยิงเย้ยหยัน "ไม่หนีต่อแล้วหรือไง?"

ซูเฉินค่อย ๆ หันหลังกลับมาช้า ๆ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเขา

ม่านตาของไป่หยิงหดเล็กลงในทันที

เหตุเพราะเขาเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังถือระเบิดไว้ในมือ!

ซูเฉินยกมือขึ้นก่อนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ขอเตือนไว้ก่อนนะ…นี่คือระเบิดไฮดรอลิกนิวเคลียร์ NTX-057 ฉันถอดฟิวส์หน่วงเวลาออกแล้ว ถ้าฉันเผลอปล่อยมือเมื่อไหร่… มันจะปล่อยแรงดันอุณหภูมิสูงออกมาภายใน 0.01 วินาที!”

"และเมื่ออนุภาคนิวเคลียร์สัมผัสกับอากาศ พลังทำลายล้างของมัน...ก็คงมากพอที่จะถล่มตึกนี้ได้ทั้งตึก”

"ถ้าพวกนายมั่นใจว่าจะหนีออกจากรัศมีระเบิดได้ภายใน 0.01 วินาทีพ้นล่ะก็… เชิญยิงได้เลย”

ขณะวิ่งไล่ตามบันไดเมื่อครู่ ฝ่ายตรงข้ามไม่กล้ายิงเขาแม้แต่นัดเดียว ซูเฉินจึงรู้ได้ทันทีว่าพวกนั้นต้องการจับเขาเป็น ๆ

เหล่าภาคีอัศวินต่างพากันหน้าซีดเมื่อได้ยินคำพูดของซูเฉิน

‘ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้ว!’

ถอดฟิวส์หน่วงเวลาออก…นั่นเท่ากับว่าเขากำลังฆ่าตัวตายเช่นกัน! เว้นเสียแต่ว่า…เขาจะถือระเบิดไว้ในมือแบบนั้นไปตลอดชีวิต หรือไม่ก็หาวิธีแยกชิ้นส่วนมัน

ไป่หยิงหรี่ตา สัญชาตญาณบอกเขาว่าระเบิดในมือซูเฉินนั้นอันตรายมากจริง ๆ

มันทำให้เขาอยากจะรีบหนีออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

"นายมาจาก 'เทคโนโลยีแห่งอนาคต' งั้นเหรอ?" ไป่หยิงเอ่ยถามกะทันหัน

ซูเฉินใบหน้าเปื้อนฝุ่นจนมองไม่เห็นสีหน้าที่แท้จริงไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่ถามกลับว่า "ตอนนี้เราจะคุยกันดี ๆ ได้หรือยัง? อย่าคิดจะเล่นงานฉันเด็ดขาด… เพราะต่อให้ร่างกายของฉันถูกแช่แข็ง… ฉันก็ยังขยับนิ้วโป้งได้อยู่”

ไป่หยิงมองดูมือขวาสีดำสนิทของซูเฉิน

เขาเป็นคนแรกที่เก็บปืนพกและยกมือขึ้น จากนั้นคนอื่น ๆ จึงลดปืนลงตามแต่ยังคอยระวังภัยรอบตัว

"ตามล่าฉันทำไม?" ซูเฉินถามเสียงเย็น

ไป่หยิงกลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง ก่อนพูดอย่างใจเย็น "คิดว่าเป็นคำถามที่ไม่จำเป็นต้องตอบเท่าไหร่”

ซูเฉินพยักหน้า "งั้นฉันขอเปลี่ยนคำถาม… รถของฉัน…และคนในรถ…ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?”

"ไม่รู้สิ“ไป่หยิงตอบตรง ๆ”ฉันส่งคนตามไปแค่ห้าคน”

ซูเฉินขมวดคิ้ว "พลังต่อสู้ระดับไหน?”

"นักรบพันธุกรรมระดับ F …ไม่มีพวกแขนขาเทียม"

เมื่อได้ยินเช่นนั้นซูเฉินก็รู้สึกโล่งใจ ถ้าเป็นแค่ระดับ F ล่ะก็… ถึงจะแพ้แต่ซูเสี่ยวหยูน่าจะหนีรอดได้

"ถึงตาฉันถามบ้างแล้ว“ไป่หยิงขยับข้อมือ”เมื่อกี๊นายเป็นคนขับใช่ไหม? หลบกระสุนของฉันได้ยังไง?”

"ไม่ขอตอบ!" ซูเฉินปฏิเสธที่จะตอบในทันที

ไป่หยิงหรี่ตาลงและถามต่อ "แล้วระเบิดนั่น…ไปเอามาจากที่ไหน?”

ซูเฉินลังเลเล็กน้อยก่อนจะถอดนาฬิกาข้อมือข้างขวาออกแล้วโยนให้ไป่หยิง

อีกฝ่ายไม่ได้รีบรับ แต่มองดูมันตกลงพื้น

ลูกน้องคนหนึ่งก้มเก็บมันขึ้นมาและตรวจสอบอย่างระมัดระวัง ก่อนจะส่งมอบให้ไป่หยิง

"นี่เรียกว่า นาฬิกาเก็บของ แค่สัมผัสสิ่งของที่ต้องการ …มันจะบันทึกข้อมูลอนุภาคของสิ่งของนั้น”

"ที่หน้าปัดมีเข็มแยกต่างหาก เมื่อหมุนมันไปอันไหน ก็จะแปลงสิ่งของนั้นเป็นข้อมูลดิจิทัล เห็นช่องสี่เหลี่ยมพวกนั้นไหม? ช่องที่สว่างอยู่หมายถึงความจุในการจัดเก็บ หมุนเข็มไปอีกทางก็จะสามารถนำสิ่งของออกมาได้"

หลังจากฟังคำอธิบายของซูเฉินจบ ลูกน้องที่อยู่ข้าง ๆ ทดลองทำตามโดยหยิบมีดสั้นออกมาดู และมันก็ได้ผลจริง ๆ!

ทำให้ไป่หยิงยิ่งมั่นใจว่าอีกฝ่ายมาจาก "เทคโนโลยีแห่งอนาคต"

หลังจากลองเล่นอยู่พักหนึ่ง ไป่หยิงก็โยนนาฬิกาคืนให้ซูเฉิน เขาไม่กล้าใส่อะไรที่ไม่รู้จักแบบนั้นไว้บนข้อมือตัวเองหรอก

"บอกมา… จุดประสงค์ที่ ‘เทคโนโลยีแห่งอนาคต’ ส่งนายมายังเขตเป่ยเจ๋อคืออะไร? หรือว่า…ความผิดปกติทั้งหมดนี้…เป็นฝีมือนาย!?"

ซูเฉินส่ายหน้าโดยไม่ลังเล "ฉันไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยทั้งนั้น ถ้าพวกนายไม่ตามล่าฉัน… ฉันก็คงไม่มาที่นี่”

ไป่หยิงยิ้มเยาะในใจ "เหรอ? แล้วของที่นายเอาไปขายในเมืองแบล็ควอเตอร์นั่น…จะอธิบายว่าไง?"

ซูเฉินยักไหล่ “ของพวกนั้นฉันสะสมมานานแล้ว จะเอาไปแลกอาหารสักหน่อยมันผิดตรงไหน?”

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมปริปาก ไป่หยิงก็แสยะยิ้ม

"ในเมื่อนายไม่ยอมให้ความร่วมมือ ก็ไปด้วยกันเลยแล้วกัน!”

เขาไม่เชื่อว่าซูเฉินจะเข้ามาในเมืองร้างโดยไม่มีจุดประสงค์ ตราบใดที่ติดตามเขากลับไป… ไม่ช้าก็เร็ว…ต้องเจอพิรุธอะไรบางอย่างแน่นอน

ซูเฉินปวดหัวตุ้บ ๆ แต่พอนึกดี ๆ แล้ว มีพวกนี้ตามเป็นโล่ก็ดีเหมือนกัน อาจเป็นโอกาสให้เขาแย่งพลังสนามแม่เหล็กสสารมืดได้ง่ายขึ้น

"เชิญตามสบาย… แต่ฉันขอเตือนไว้อีกครั้ง… รัศมีระเบิดในมือฉันกว้าง 800 เมตร ถ้ามีใครโจมตี ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของพวกนาย”

"ไม่ต้องห่วง ฉันจะรับประกันความปลอดภัยให้นายเอง”

ไป่หยิงยังคงยืนกรานที่จะติดตามเขาไป

จากนั้นทั้งสองฝ่ายจึงเดินลงบันไดไปพร้อมกัน

เหล่าภาคีอัศวินกระจายกำลังออกโดยเว้นระยะห่างสิบเมตร ส่วนไป่หยิงเดินตามซูเฉินไปติด ๆ ห่างกันเพียงสองเมตร

เมื่อเดินผ่านชั้นสาม ซูเฉินเห็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากวางอยู่บนเคาน์เตอร์

ที่นี่น่าจะเป็นโซนขายสินค้าดิจิตอลของศูนย์การค้า

เขาเดินเข้าไปพร้อมกับระเบิดในมือ

ไป่หยิงและคนอื่น ๆ รีบตามไปติด ๆ

ซูเฉินค้นหาบางอย่างท่ามกลางกองขยะเหล่านั้น

ด้วยความช่วยเหลือจากชิปสปาร์ค เขาสามารถสำรวจพื้นที่นี้ไปได้กว่าครึ่ง และได้รับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากที่สามารถย่อยสลายเป็นไมโครนาโนอนุภาค ซึ่งเป็นวัสดุหลักในการผลิตนาฬิกาเก็บของได้

ไป่หยิงมองดูอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะพึมพำในใจ "ยังจะบอกอีกเหรอว่าไม่ใช่คนจาก ‘เทคโนโลยีแห่งอนาคต’ ?”

หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายก็ออกจากตึกไปพร้อมกัน

ตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ส่วนใหญ่กลับรังตามเดิม

ท้องถนนที่ว่างเปล่า…ดูเงียบเหงาและอ้างว้าง

ซูเฉินเดินไปยังใจกลางเมืองตามการนำทางของชิปสปาร์ค

ระหว่างทาง…เขาจะเก็บทุกอย่างที่คิดว่ามีประโยชน์ ไม่เว้นแม้แต่เสื้อผ้าที่ยังอยู่ในสภาพดี

ไป่หยิงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น "มาที่นี่เพื่อเก็บขยะงั้นเหรอ?"

เขาไม่เข้าใจเลยว่าเสื้อผ้าเก่า ๆ พวกนั้นจะเอาไปทำอะไรได้

ซูเฉินที่กำลังเพลิดเพลินกับการเก็บของไม่คิดสนใจคำพูดนั้น

เสื้อผ้าพวกนี้… หากนำไปซ่อมแซมด้วยอนุภาคมืดสักหน่อยก็จะกลายเป็นเครื่องแต่งกายสุดหรูที่ผู้เล่นต้องคลั่งไคล้แน่นอน!

เมื่อเดินผ่านลานจอดรถ ซูเฉินก็ทำหน้าเสียดายอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าเอารถพวกนี้กลับไปได้… เขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องยานพาหนะของผู้เล่นอีกต่อไปแล้ว

แต่วัตถุขนาดใหญ่ในซากปรักหักพังนั้นยากที่จะนำออกไปด้วยได้ แม้แต่นักล่าสมบัติก็ยังเน้นของมีค่าขนาดเล็กที่พกพาง่ายเท่านั้น

มีเพียงกองกำลังใหญ่ ๆ อย่างเมืองอรุณรุ่งเท่านั้นที่กล้าขนย้ายเสบียงเหล่านี้หลังจากเคลียร์พื้นที่และกำจัดสัตว์ประหลาดทั้งหมดเสร็จ เพราะต้องใช้กระบวนการฆ่าเชื้อและตรวจสอบอย่างละเอียดทุกชิ้นอีกครั้ง

แต่เนื่องจากมีหลายกองกำลังในดินแดนรกร้างที่สามารถผลิตของพวกนี้ได้เอง กองกำลังส่วนใหญ่จึงไม่ต้องการเสียเวลาและกำลังพลไปกับซากปรักหักพังขนาดใหญ่เช่นนี้

"ระบบ… หากยึดสนามแม่เหล็กพลังงานสสารมืดที่นี่ได้ สัญญาณของระบบจะเชื่อมต่อกับฐานที่มั่นเดิมได้ไหม?”

"ขึ้นอยู่กับว่าสนามพลังงานสสารที่นี่มีอนุภาคมืดมากน้อยแค่ไหน หากมีมากกว่าหนึ่งล้านอนุภาค… หลังจากที่โฮสต์เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายแล้ว… ก็มีโอกาสเชื่อมต่อกับฐานที่มั่นเดิมได้สำเร็จ”

ซูเฉินพยักหน้ารับเงียบ ๆ

……

เริ่มสายหน่อย จะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ ๆ จากซากปรักหักพัง ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณชายขอบเมือง คงเป็นพวกนักล่าสมบัติที่เข้ามาเสี่ยงโชค

ยิ่งลึกเข้าไปในเมือง… จำนวนสัตว์ประหลาดก็ยิ่งหนาแน่น ร่องรอยของนักล่าก็ยิ่งน้อยลง ความถี่ในการถูกโจมตีก็เพิ่มขึ้นตาม

ความสามารถในการต่อสู้ของภาคีอัศวินและไป่หยิงทำให้ซูเฉินตื่นตาตื่นใจ

ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานหรือทักษะการต่อสู้ระยะประชิด…ล้วนเฉียบขาดและโหดเหี้ยม!

โดยมากมักจะเป็นการสังหารศัตรูได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!

เที่ยงวัน

ซูเฉินเสนอให้พักทานอาหารกลางวันกันก่อน ไป่หยิงสั่งให้ลูกน้องผลัดกันพักกินข้าว

ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังกินอาหารอยู่นั้นเอง… ซูเฉินก็หันกลับไปมองอาคารหลังหนึ่ง

ไป่หยิงที่มีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วรีบหันไปมองตาม

เขาเห็นใบหน้าที่แข็งทื่อโผล่ออกมาจากหน้าต่างที่แตกบนชั้นสองซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่าร้อยเมตร ผมเผ้ากระเซิง ร่างกายท่อนบนถูกปกคลุมด้วยเสื้อผ้าขาดวิ่น

ดวงตาซีดเซียวจ้องมองมาที่ซูเฉินและพรรคพวก มือของมันถือปืนลูกซองเก่า ๆ ที่กำลังเล็งมาที่พวกเขา!

...นี่คือผู้สูญสิ้นรุ่นสาม! หรือที่เรียกกันว่า… "ฮันเตอร์"!

ยังไม่ทันที่ซูเฉินจะได้ขยับตัว

ไป่หยิงยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังขึ้นจากกระบอกยาว!

ปัง!

เสียงปืนสั้นและดังก้องไปทั่ว

หัวของฮันเตอร์ระเบิดก่อนที่มันจะทันได้เหนี่ยวไก!

"ไปกันต่อ!"

ไป่หยิงสะพายปืนไว้ด้านหลังและออกคำสั่งเสียงเรียบ

ขณะนั้นเอง... ใบหน้าซีดเหี่ยวย่นที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำจำนวนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากตึกสูงโดยรอบ ดวงตาซีดเซียวของพวกมันทั้งหมดจ้องมองมายังทิศทางที่เสียงปืนดังขึ้น!

จบบทที่ ตอนที่ 40 เจรจา

คัดลอกลิงก์แล้ว