- หน้าแรก
- ประกายแสงจากโลกสีคราม ขออัญเชิญผู้เล่นสู่โลกล่มสลาย
- ตอนที่ 34 เข้าใกล้ศูนย์หลบภัย , อัศวินผู้ตามล่า
ตอนที่ 34 เข้าใกล้ศูนย์หลบภัย , อัศวินผู้ตามล่า
ตอนที่ 34 เข้าใกล้ศูนย์หลบภัย , อัศวินผู้ตามล่า
บนที่ราบกลางดินแดนรกร้าง...
รถกระบะคันหนึ่งพุ่งทะยานไปข้างหน้า ฝุ่นทรายลอยคลุ้งตามแรงล้อที่เคลื่อนไหว
"ทางราบแบบนี้…ต่อให้พยายามหนียังไง พวกนายก็ไม่มีทางหนีภาคีอัศวินพ้นหรอก" โจวเล่งที่นั่งอยู่เบาะหลังวิเคราะห์อย่างใจเย็น
ซูเฉินตอบกลับเสียงเข้ม "มีแผนอะไรก็รีบพูดมา ถ้านายตกไปอยู่ในมือภาคีอัศวิน… คงไม่มีใครมาเสียเวลาติดตั้งแขนขาเทียมให้นายหรอก”
โจวเล่งตอบกลับแทบจะทันทีโดยไม่ลังเล
"ทางที่ดีที่สุดคือลุยเข้าป่า ทิ้งรถ จากนั้นก็แยกย้ายกันหนี เพราะรอยล้อจะนำทางให้พวกมันตามพวกเราเจอได้ง่าย ๆ ถ้ามีระเบิดก็มัดติดไว้กับรถซะ แบบนั้นคงทำให้พวกมันเสียเวลาได้หน่อย”
"แต่การทิ้งรถไม่ได้หมายความว่าพวกนายจะหนีจากไป่หยิงพ้น การเดินเท้าในแดนรกร้างโดยไม่มีรถขนเสบียง...โอกาสรอดแทบจะเป็นศูนย์”
พูดจบ เขาก็มองไปที่ซูเฉิน เฝ้ารอการตัดสินใจ
ซูเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งชิปสปาร์คให้ประเมินหาทางออกที่ดีกว่านี้
แต่หากไม่มีฐานที่มั่นเป็นหลัก… ความช่วยเหลือที่ชิปสปาร์คมอบให้ได้นั้นมีจำกัดมาก มันตรวจจับความผันผวนของพลังงานได้แค่ในระยะไม่เกิน 800 เมตรเท่านั้น
ท้ายที่สุด ซูเฉินตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าทางลาดขึ้นเขา
เที่ยงวัน
พวกเขาขับรถมาถึงทางแยกแคบ ๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าทึบขนาดกลาง
ซูเฉินจอดรถและส่งสัญญาณให้ซูเสี่ยวหยูลงจากรถไปพร้อมกัน
จากนั้นก็ช่วยกันฝังระเบิดไว้สองข้างทาง
โจวเล่งที่นั่งอยู่ในรถมองการกระทำสองพี่น้องด้วยใบหน้าซีดเผือด
แต่ทันใดนั้น… ทั้งคู่ก็กลับขึ้นรถมา
"ทำไม? กลัวฉันจะทิ้งนายไว้เป็นเหยื่อล่อหรือไง?"
ซูเฉินพูดติดตลก
โจวเล่งเบือนหน้าหนี ไม่พูดอะไรตอบ แต่สีหน้าผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
"การเสียเบี้ยไปตัวหนึ่ง… ก็เหมือนกับการเสี่ยงดวงว่าจะมีศัตรูไล่ตามมาจริงหรือไม่ ถ้ามี… นั่นก็หมายความว่าชีวิตของนายอยู่ในกำมือคนอื่นแล้ว”
ซูเฉินเหยียบคันเร่งแล้วขับต่อไป “แต่ฉันไม่ชอบเสี่ยงดวง…แล้วก็ไม่ชอบฝากชีวิตไว้กับโชค”
เอี๊ยด!
พื้นถนนขรุขระทำให้รถสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทว่าซูเฉินกลับไม่ลดความเร็วลงแม้แต่น้อย
หากขับรถด้วยความเร็วสูงสุดแบบนี้ เขาจะใช้เวลาเพียงสองวันในการเข้าใกล้ป่าหลังศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาว
ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยเช่นนั้น โอกาสสลัดการไล่ล่าก็จะสูงขึ้น
"ระบบ ตรวจสอบระยะการจุดระเบิดที่ปลอดภัย"
"ติดตั้งชิปควบคุมระยะไกล สามารถจุดชนวนได้ในระยะสามสิบกิโลเมตร”
"ดี...ไม่ว่าจะมีคนตามมาหรือไม่ พอออกจากระยะจุดชนวนเมื่อไหร่ก็กดระเบิดได้เลย”
"รับทราบ”
......
ยามบ่ายคล้อย เสียงระเบิดจากด้านหลังดังสนั่น แม้จะห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร ก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน
"นาย…วางระเบิดเวลาไว้เหรอ?"
โจวเล่งถามขึ้นก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ "ไม่เลว ถ้ามีคนตามมาจริง ๆ การระเบิดแบบนี้อาจทำให้พวกมันไขว้เขวได้”
จนกระทั่งพลบค่ำ
ยังคงไร้วี่แววของผู้ไล่ล่า
ซูเฉินเริ่มใจเย็นมากยิ่งขึ้น
โจวเล่งพูดเตือน "ยังเร็วไปที่จะชะล่าใจ และอย่าขับรถตอนกลางคืน นอกจากจะอันตรายมากกว่าเดิมแล้ว ยังเสี่ยงโดนตรวจจับได้ง่ายกว่าตอนกลางวัน”
ซูเฉินรับฟังคำแนะนำโดยไม่ลังเล
เขาหาที่จอดรถที่ปลอดภัยเพื่อพักผ่อน
เพื่อความปลอดภัย… พวกเขาจึงไม่ได้ก่อกองไฟ แค่หยิบบิสกิตกับโปรตีนแท่งมากินรองท้อง
"นี่โจว ทำไมเพื่อนร่วมทีมของนายถึงเอานายมาขายให้พวกค้าทาส ?”
ระหว่างพักเคี้ยวอาหาร ซูเฉินก็เริ่มถามถึงภูมิหลังของโจวเล่งคร่าว ๆ
โจงเล่งเป็นอดีตนักล่าอิสระตัวจริง และมีประสบการณ์มากมาย โดยก่อนหน้านี้เขานำทีมแปดคน
เขาเป็นคนรอบคอบมาก ไม่ค่อยพาทีมเข้าไปเสี่ยงภัยในซากปรักหักพังของโลกเก่า แต่จะเน้นไปสำรวจแถบชายขอบที่นักล่าคนอื่นมองข้ามแทน
ด้วยวิธีนี้ทำให้สมาชิกในทีมของเขาห่างไกลจากการติดเชื้อ และมีชีวิตรอดมาได้อย่างปลอดภัย
ตลอดแปดเดือนที่ผ่านมา ไม่มีใครในทีมที่ต้องสังเวยชีวิต
แต่การลงเล่นอย่างปลอดภัย ก็เป็นแค่ “การอยู่รอด” เมื่อเห็นนักล่าคนอื่น ๆ ได้รับรางวัลมากมาย สมาชิกในทีมก็เริ่มอ่อนไหว และเสนอให้ไปค้นหาเสบียงในสถานที่อันตรายมากขึ้น
หลังเห็นประกาศรางวัลเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อแพร่ออกมา สมาชิกในทีมก็ยิ่งกระสับกระส่าย
โจวเล่งไม่อาจทานแรงกดดันจากเสียงส่วนใหญ่ได้ สุดท้ายจึงยอมพาทุกคนไปสำรวจชายแดนของเขตปนเปื้อน
แต่อาจเป็นเพราะทีมของเขามีชีวิตที่สุขสบายมานานเกินไป ทำให้สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดลดลง… ผลคือ กลางดึกวันนั้น พวกเขาถูกสัตว์กลายพันธุ์โจมตี
เพื่อปกป้องชีวิตของเพื่อนร่วมทีม โจวเล่งต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์ตัวนั้นอย่างบ้าคลั่ง
แม้จะช่วยทุกคนไว้ได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยขาและแขนอย่างละข้างของตัวเอง
เขาคิดว่าเพื่อน ๆ ในทีมคงจะช่วยหาแขนขาจักรกลมาใส่ให้เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีที่มีให้กันมาตลอดในอดีต
แต่เขาคิดผิด...
เขาเสียเลือดมากจนหมดสติ เมื่อฟื้นกลับขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองถูกขายให้พวกค้าทาสไปแล้ว
คริสตัลชีวภาพที่โจวเล่งเก็บไว้…คือก้อนพลังงานในสมองของสัตว์กลายพันธุ์ตัวนั้นนั่นเอง
โจวเล่งที่รอบคอบมาโดยตลอด จึงแอบกลืนก้อนคริสตัลชีวภาพนั้นลงท้อง หวังจะเอาไปขายเพื่อแลกแขนขาเทียมในสักวัน
"ฉันยังมีลูกสาวอยู่อีกคน เธอน่ารักมาก เหมือนนางฟ้าตัวน้อย ๆ เพราะฉะนั้นฉันยังตายไม่ได้ เธอยังรอฉันอยู่”
ซูเฉินถามว่า "ลูกสาวนายชื่ออะไร ?"
"เสี่ยวเสวี่ย เธอเกิดในวันหิมะตก...”
เมื่อพูดถึงลูกสาว สีหน้าเยือกเย็นของโจวเล่งก็แปรเปลี่ยน เป็นแววตาอ่อนโยนที่ซ่อนไว้ไม่อยู่
"ยังอยู่ที่เมืองแบล็ควอเตอร์หรือเปล่า? ถ้ามีโอกาส… ฉันจะกลับไปพาเธอมาอยู่ที่ศูนย์หลบภัยด้วย”
โจวเล่งส่ายหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ซูเฉินรู้ดีว่าลูกสาวคือพลังใจในการมีชีวิตอยู่ของโจวเล่ง คงไม่อยากให้ใครมาแตะต้องคนสำคัญนี้
"อาการบาดเจ็บของนายเป็นยังไงบ้าง? ทนอีกสักสองวันไหวไหม?"
โจวเล่งพูดอย่างใจเย็น "หลังผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม ฉันก็มีภูมิต้านทานที่แข็งแกร่งขึ้นมาก แค่สองวัน...ยังไม่ตายหรอก”
"โอเค งั้นคืนนี้ก็นอนพักในรถไปแล้วกัน เดี๋ยวพวกฉันจะผลัดกันเฝ้ายามเอง”
ซูเสี่ยวหยูพูดแทรก "พี่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนแล้วนี่! คืนนี้ฉันเฝ้ายามเอง พี่ไปนอนให้เต็มอิ่มเถอะ”
ซูเฉินไม่ปฏิเสธ ก่อนจะออกคำสั่งชิปสปาร์คในสมองให้ปลุกเขาขึ้นมาทันทีหากมีอันตรายเข้ามาใกล้
และค่ำคืนก็ผ่านไปอย่างเงียบสงบ
......
รุ่งเช้า พวกเขาออกเดินทางต่อ
จนกระทั่งเที่ยงวัน ซูเฉินเริ่มมองเห็นเทือกเขาสูงตระหง่านอยู่ไกล ๆ
ศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาวซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาเหล่านั้น
เมื่อได้เห็นสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ซูเฉินก็เริ่มยิ้มได้ในที่สุด
"ดูเหมือนพวกภาคีอัศวินจะไม่ได้ตามมาแฮะ..."
แต่โจวเล่งกลับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "นี่นายจะไปไหน? ข้างหน้าคือเขตปนเปื้อนแล้วนะ!”
ซูเฉินที่กำลังเตรียมจะปล่อยมุกตลกตอบกลับ
ทันใดนั้น ชิปสปาร์คก็ส่งสัญญาณเตือน "มีสไนเปอร์! โฮสต์! หลบซ้าย! เร็วเข้า!"
ซูเฉินหน้าซีดเผือดทันทีที่ได้ยินคำเตือน ก่อนจะหักพวงมาลัยรถไปทางซ้ายโดยสัญชาตญาณ!
เกือบจะในเวลาเดียวกันกับที่เขาหักรถหลบ กระสุนนัดหนึ่งก็พุ่งทะลุผ่านพื้นดินตรงจุดที่รถเขาเคยแล่นผ่าน กลุ่มฝุ่นระเบิดพวยพุ่ง!
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น พร้อมกับเสียงคำรามของมอเตอร์ไซค์!
ห่างออกไปราวแปดร้อยเมตร ไป่หยิงยืนอยู่บนเบาะมอเตอร์ไซค์ที่พุ่งขึ้นจากเนินสูงจนเหินกลางอากาศกว่าสิบเมตร เขายกปืนไรเฟิลขึ้นเล็งและลั่นไก!
ก่อนที่ล้อจะแตะพื้นอีกครั้ง เขาเก็บปืนกลับช่องใต้เบาะ จับแฮนด์ด้วยมือเดียว ควบคุมรถอย่างมั่นคง
สีหน้าเขาดูประหลาดใจเล็กน้อย "พลาดงั้นเหรอ? หรือว่าพวกมันจะมีเครื่องตรวจจับ!?"
ไป่หยิงเก็บปืนไรเฟิลไว้ในช่องเก็บของใต้เบาะ ก่อนจะบิดคันเร่งจนสุด
มอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้า!
ทันใดนั้น เปลวไฟสีฟ้าอ่อนก็พุ่งออกมาจากท่อไอเสียของรถกระบะที่อยู่ด้านหน้า ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน!
"หืม? ใช้รถพลังงานคริสตัลชีวภาพเหรอเนี่ย?"
เมื่อได้เห็นดังนั้นไป่หยิงก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น! ดวงตาเป็นประกายราวกับเหยี่ยวที่ได้เจอเหยื่ออันล้ำค่า!
เขาใช้นิ้วหัวแม่มือกดสวิตช์ใต้คันเร่ง จากนั้นเปลวไฟสีเขียวอ่อนก็พุ่งออกมาจากท่อไอเสียมอเตอร์ไซค์ของเขาเช่นกัน!
ที่แท้…มอเตอร์ไซค์ของเขาก็ใช้คริสตัลชีวภาพเป็นพลังงานไม่ต่างกัน!