เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34 เข้าใกล้ศูนย์หลบภัย , อัศวินผู้ตามล่า

ตอนที่ 34 เข้าใกล้ศูนย์หลบภัย , อัศวินผู้ตามล่า

ตอนที่ 34 เข้าใกล้ศูนย์หลบภัย , อัศวินผู้ตามล่า


บนที่ราบกลางดินแดนรกร้าง...

รถกระบะคันหนึ่งพุ่งทะยานไปข้างหน้า ฝุ่นทรายลอยคลุ้งตามแรงล้อที่เคลื่อนไหว

"ทางราบแบบนี้…ต่อให้พยายามหนียังไง พวกนายก็ไม่มีทางหนีภาคีอัศวินพ้นหรอก" โจวเล่งที่นั่งอยู่เบาะหลังวิเคราะห์อย่างใจเย็น

ซูเฉินตอบกลับเสียงเข้ม "มีแผนอะไรก็รีบพูดมา ถ้านายตกไปอยู่ในมือภาคีอัศวิน… คงไม่มีใครมาเสียเวลาติดตั้งแขนขาเทียมให้นายหรอก”

โจวเล่งตอบกลับแทบจะทันทีโดยไม่ลังเล

"ทางที่ดีที่สุดคือลุยเข้าป่า ทิ้งรถ จากนั้นก็แยกย้ายกันหนี เพราะรอยล้อจะนำทางให้พวกมันตามพวกเราเจอได้ง่าย ๆ ถ้ามีระเบิดก็มัดติดไว้กับรถซะ แบบนั้นคงทำให้พวกมันเสียเวลาได้หน่อย”

"แต่การทิ้งรถไม่ได้หมายความว่าพวกนายจะหนีจากไป่หยิงพ้น การเดินเท้าในแดนรกร้างโดยไม่มีรถขนเสบียง...โอกาสรอดแทบจะเป็นศูนย์”

พูดจบ เขาก็มองไปที่ซูเฉิน เฝ้ารอการตัดสินใจ

ซูเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งชิปสปาร์คให้ประเมินหาทางออกที่ดีกว่านี้

แต่หากไม่มีฐานที่มั่นเป็นหลัก… ความช่วยเหลือที่ชิปสปาร์คมอบให้ได้นั้นมีจำกัดมาก มันตรวจจับความผันผวนของพลังงานได้แค่ในระยะไม่เกิน 800 เมตรเท่านั้น

ท้ายที่สุด ซูเฉินตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าทางลาดขึ้นเขา

เที่ยงวัน

พวกเขาขับรถมาถึงทางแยกแคบ ๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าทึบขนาดกลาง

ซูเฉินจอดรถและส่งสัญญาณให้ซูเสี่ยวหยูลงจากรถไปพร้อมกัน

จากนั้นก็ช่วยกันฝังระเบิดไว้สองข้างทาง

โจวเล่งที่นั่งอยู่ในรถมองการกระทำสองพี่น้องด้วยใบหน้าซีดเผือด

แต่ทันใดนั้น… ทั้งคู่ก็กลับขึ้นรถมา

"ทำไม? กลัวฉันจะทิ้งนายไว้เป็นเหยื่อล่อหรือไง?"

ซูเฉินพูดติดตลก

โจวเล่งเบือนหน้าหนี ไม่พูดอะไรตอบ แต่สีหน้าผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

"การเสียเบี้ยไปตัวหนึ่ง… ก็เหมือนกับการเสี่ยงดวงว่าจะมีศัตรูไล่ตามมาจริงหรือไม่ ถ้ามี… นั่นก็หมายความว่าชีวิตของนายอยู่ในกำมือคนอื่นแล้ว”

ซูเฉินเหยียบคันเร่งแล้วขับต่อไป “แต่ฉันไม่ชอบเสี่ยงดวง…แล้วก็ไม่ชอบฝากชีวิตไว้กับโชค”

เอี๊ยด!

พื้นถนนขรุขระทำให้รถสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทว่าซูเฉินกลับไม่ลดความเร็วลงแม้แต่น้อย

หากขับรถด้วยความเร็วสูงสุดแบบนี้ เขาจะใช้เวลาเพียงสองวันในการเข้าใกล้ป่าหลังศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาว

ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยเช่นนั้น โอกาสสลัดการไล่ล่าก็จะสูงขึ้น

"ระบบ ตรวจสอบระยะการจุดระเบิดที่ปลอดภัย"

"ติดตั้งชิปควบคุมระยะไกล สามารถจุดชนวนได้ในระยะสามสิบกิโลเมตร”

"ดี...ไม่ว่าจะมีคนตามมาหรือไม่ พอออกจากระยะจุดชนวนเมื่อไหร่ก็กดระเบิดได้เลย”

"รับทราบ”

......

ยามบ่ายคล้อย เสียงระเบิดจากด้านหลังดังสนั่น แม้จะห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร ก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน

"นาย…วางระเบิดเวลาไว้เหรอ?"

โจวเล่งถามขึ้นก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ "ไม่เลว ถ้ามีคนตามมาจริง ๆ การระเบิดแบบนี้อาจทำให้พวกมันไขว้เขวได้”

จนกระทั่งพลบค่ำ

ยังคงไร้วี่แววของผู้ไล่ล่า

ซูเฉินเริ่มใจเย็นมากยิ่งขึ้น

โจวเล่งพูดเตือน "ยังเร็วไปที่จะชะล่าใจ และอย่าขับรถตอนกลางคืน นอกจากจะอันตรายมากกว่าเดิมแล้ว ยังเสี่ยงโดนตรวจจับได้ง่ายกว่าตอนกลางวัน”

ซูเฉินรับฟังคำแนะนำโดยไม่ลังเล

เขาหาที่จอดรถที่ปลอดภัยเพื่อพักผ่อน

เพื่อความปลอดภัย… พวกเขาจึงไม่ได้ก่อกองไฟ แค่หยิบบิสกิตกับโปรตีนแท่งมากินรองท้อง

"นี่โจว ทำไมเพื่อนร่วมทีมของนายถึงเอานายมาขายให้พวกค้าทาส ?”

ระหว่างพักเคี้ยวอาหาร ซูเฉินก็เริ่มถามถึงภูมิหลังของโจวเล่งคร่าว ๆ

โจงเล่งเป็นอดีตนักล่าอิสระตัวจริง และมีประสบการณ์มากมาย โดยก่อนหน้านี้เขานำทีมแปดคน

เขาเป็นคนรอบคอบมาก ไม่ค่อยพาทีมเข้าไปเสี่ยงภัยในซากปรักหักพังของโลกเก่า แต่จะเน้นไปสำรวจแถบชายขอบที่นักล่าคนอื่นมองข้ามแทน

ด้วยวิธีนี้ทำให้สมาชิกในทีมของเขาห่างไกลจากการติดเชื้อ และมีชีวิตรอดมาได้อย่างปลอดภัย

ตลอดแปดเดือนที่ผ่านมา ไม่มีใครในทีมที่ต้องสังเวยชีวิต

แต่การลงเล่นอย่างปลอดภัย ก็เป็นแค่ “การอยู่รอด” เมื่อเห็นนักล่าคนอื่น ๆ ได้รับรางวัลมากมาย สมาชิกในทีมก็เริ่มอ่อนไหว และเสนอให้ไปค้นหาเสบียงในสถานที่อันตรายมากขึ้น

หลังเห็นประกาศรางวัลเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อแพร่ออกมา สมาชิกในทีมก็ยิ่งกระสับกระส่าย

โจวเล่งไม่อาจทานแรงกดดันจากเสียงส่วนใหญ่ได้ สุดท้ายจึงยอมพาทุกคนไปสำรวจชายแดนของเขตปนเปื้อน

แต่อาจเป็นเพราะทีมของเขามีชีวิตที่สุขสบายมานานเกินไป ทำให้สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดลดลง… ผลคือ กลางดึกวันนั้น พวกเขาถูกสัตว์กลายพันธุ์โจมตี

เพื่อปกป้องชีวิตของเพื่อนร่วมทีม โจวเล่งต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์ตัวนั้นอย่างบ้าคลั่ง

แม้จะช่วยทุกคนไว้ได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยขาและแขนอย่างละข้างของตัวเอง

เขาคิดว่าเพื่อน ๆ ในทีมคงจะช่วยหาแขนขาจักรกลมาใส่ให้เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีที่มีให้กันมาตลอดในอดีต

แต่เขาคิดผิด...

เขาเสียเลือดมากจนหมดสติ เมื่อฟื้นกลับขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองถูกขายให้พวกค้าทาสไปแล้ว

คริสตัลชีวภาพที่โจวเล่งเก็บไว้…คือก้อนพลังงานในสมองของสัตว์กลายพันธุ์ตัวนั้นนั่นเอง

โจวเล่งที่รอบคอบมาโดยตลอด จึงแอบกลืนก้อนคริสตัลชีวภาพนั้นลงท้อง หวังจะเอาไปขายเพื่อแลกแขนขาเทียมในสักวัน

"ฉันยังมีลูกสาวอยู่อีกคน เธอน่ารักมาก เหมือนนางฟ้าตัวน้อย ๆ เพราะฉะนั้นฉันยังตายไม่ได้ เธอยังรอฉันอยู่”

ซูเฉินถามว่า "ลูกสาวนายชื่ออะไร ?"

"เสี่ยวเสวี่ย เธอเกิดในวันหิมะตก...”

เมื่อพูดถึงลูกสาว สีหน้าเยือกเย็นของโจวเล่งก็แปรเปลี่ยน เป็นแววตาอ่อนโยนที่ซ่อนไว้ไม่อยู่

"ยังอยู่ที่เมืองแบล็ควอเตอร์หรือเปล่า? ถ้ามีโอกาส… ฉันจะกลับไปพาเธอมาอยู่ที่ศูนย์หลบภัยด้วย”

โจวเล่งส่ายหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

ซูเฉินรู้ดีว่าลูกสาวคือพลังใจในการมีชีวิตอยู่ของโจวเล่ง คงไม่อยากให้ใครมาแตะต้องคนสำคัญนี้

"อาการบาดเจ็บของนายเป็นยังไงบ้าง? ทนอีกสักสองวันไหวไหม?"

โจวเล่งพูดอย่างใจเย็น "หลังผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม ฉันก็มีภูมิต้านทานที่แข็งแกร่งขึ้นมาก แค่สองวัน...ยังไม่ตายหรอก”

"โอเค งั้นคืนนี้ก็นอนพักในรถไปแล้วกัน เดี๋ยวพวกฉันจะผลัดกันเฝ้ายามเอง”

ซูเสี่ยวหยูพูดแทรก "พี่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนแล้วนี่! คืนนี้ฉันเฝ้ายามเอง พี่ไปนอนให้เต็มอิ่มเถอะ”

ซูเฉินไม่ปฏิเสธ ก่อนจะออกคำสั่งชิปสปาร์คในสมองให้ปลุกเขาขึ้นมาทันทีหากมีอันตรายเข้ามาใกล้

และค่ำคืนก็ผ่านไปอย่างเงียบสงบ

......

รุ่งเช้า พวกเขาออกเดินทางต่อ

จนกระทั่งเที่ยงวัน ซูเฉินเริ่มมองเห็นเทือกเขาสูงตระหง่านอยู่ไกล ๆ

ศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาวซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาเหล่านั้น

เมื่อได้เห็นสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ซูเฉินก็เริ่มยิ้มได้ในที่สุด

"ดูเหมือนพวกภาคีอัศวินจะไม่ได้ตามมาแฮะ..."

แต่โจวเล่งกลับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "นี่นายจะไปไหน? ข้างหน้าคือเขตปนเปื้อนแล้วนะ!”

ซูเฉินที่กำลังเตรียมจะปล่อยมุกตลกตอบกลับ

ทันใดนั้น ชิปสปาร์คก็ส่งสัญญาณเตือน "มีสไนเปอร์! โฮสต์! หลบซ้าย! เร็วเข้า!"

ซูเฉินหน้าซีดเผือดทันทีที่ได้ยินคำเตือน ก่อนจะหักพวงมาลัยรถไปทางซ้ายโดยสัญชาตญาณ!

เกือบจะในเวลาเดียวกันกับที่เขาหักรถหลบ กระสุนนัดหนึ่งก็พุ่งทะลุผ่านพื้นดินตรงจุดที่รถเขาเคยแล่นผ่าน กลุ่มฝุ่นระเบิดพวยพุ่ง!

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้น พร้อมกับเสียงคำรามของมอเตอร์ไซค์!

ห่างออกไปราวแปดร้อยเมตร ไป่หยิงยืนอยู่บนเบาะมอเตอร์ไซค์ที่พุ่งขึ้นจากเนินสูงจนเหินกลางอากาศกว่าสิบเมตร เขายกปืนไรเฟิลขึ้นเล็งและลั่นไก!

ก่อนที่ล้อจะแตะพื้นอีกครั้ง เขาเก็บปืนกลับช่องใต้เบาะ จับแฮนด์ด้วยมือเดียว ควบคุมรถอย่างมั่นคง

สีหน้าเขาดูประหลาดใจเล็กน้อย "พลาดงั้นเหรอ? หรือว่าพวกมันจะมีเครื่องตรวจจับ!?"

ไป่หยิงเก็บปืนไรเฟิลไว้ในช่องเก็บของใต้เบาะ ก่อนจะบิดคันเร่งจนสุด

มอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้า!

ทันใดนั้น เปลวไฟสีฟ้าอ่อนก็พุ่งออกมาจากท่อไอเสียของรถกระบะที่อยู่ด้านหน้า ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน!

"หืม? ใช้รถพลังงานคริสตัลชีวภาพเหรอเนี่ย?"

เมื่อได้เห็นดังนั้นไป่หยิงก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น! ดวงตาเป็นประกายราวกับเหยี่ยวที่ได้เจอเหยื่ออันล้ำค่า!

เขาใช้นิ้วหัวแม่มือกดสวิตช์ใต้คันเร่ง จากนั้นเปลวไฟสีเขียวอ่อนก็พุ่งออกมาจากท่อไอเสียมอเตอร์ไซค์ของเขาเช่นกัน!

ที่แท้…มอเตอร์ไซค์ของเขาก็ใช้คริสตัลชีวภาพเป็นพลังงานไม่ต่างกัน!

จบบทที่ ตอนที่ 34 เข้าใกล้ศูนย์หลบภัย , อัศวินผู้ตามล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว