เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 หญิงผมฟ้าผู้น่าพิศวง

ตอนที่ 32 หญิงผมฟ้าผู้น่าพิศวง

ตอนที่ 32 หญิงผมฟ้าผู้น่าพิศวง


โจวเล่งมองซูเฉินด้วยสายตาเย้ยหยัน "ของที่นายเอาไปแลกกับไอ้พวกนั้น…มาจากเขตปนเปื้อนใช่ไหม?"

"ถ้าจะให้เจาะจงลึกลงไป...เขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อ?"

ซูเฉินขมวดคิ้ว "ถ้าใช่แล้วจะทำไม?"

โจวเล่งพูดต่อ "พวกนายคงไม่ค่อยได้มาที่เมืองแบล็ควอเตอร์ หรือไม่ก็เพิ่งมาเป็นครั้งแรกล่ะสิ นักล่าที่รอดชีวิตจากแดนรกร้างมาได้ จะไม่อยากได้อาหารสดที่เน่าเสียง่ายติดตัวไป"

"สิ่งที่นักล่าต้องการมากที่สุดคือน้ำ กระสุนปืน น้ำมัน ก้อนพลังงานสำหรับแขนขาเทียม และอาหารจำนวนเพียงเล็กน้อย”

"สินค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อขายกันที่นี่คือ เนื้อสัตว์ หนังสัตว์ แร่ธาตุ เกลือและเหล็ก ส่วนของที่ได้มาจากเศษซากของโลกเก่านั้นหายากมาก ของดี ๆ ในเศษซากพวกนั้นบนแดนรกร้างแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว แม้แต่เศษลวดก็ยังหายาก"

"อยู่ดี ๆ มีคนขนสินค้าพวกนี้เข้ามาขาย...พวกขุนนางในเมืองต้องหันมาสนใจกันแน่"

"พวกนายอาจยังไม่รู้ว่าคนพวกนั้นให้ความสำคัญกับเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อมากแค่ไหน...เหล่าขุนนางผู้ละโมบพวกนั้นไม่มีทางปล่อยพวกนายไปแน่นอน"

ซูเฉินประหลาดใจเล็กน้อยกับความสามารถในการวิเคราะห์ของโจวเล่ง เพียงดูสินค้าที่ซื้อขายกันผ่าน ๆ เขาก็สามารถระบุที่มาของสองพี่น้องนี้ได้ทันที

แต่ขณะเดียวกัน ซูเฉินก็เริ่มระแวดระวัง

แม้จะให้ค่ากับคำพูดนั้น แต่เขาก็เดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องมีจุดประสงค์บางอย่างแน่นอน จึงพูดอย่างใจเย็นว่า "นายพูดถูก...แต่ขุนนางกระจอก ๆ พวกนั้น…ฉันไม่สนใจหรอก”

"ตอนนี้เอาสิ่งที่อยู่ในท้องออกมาได้แล้ว ฉันเองก็จะรักษาสัญญาเรื่องแขนขาเทียมให้”

โจวเล่งไม่พูดพล่าม เขาวางแป้งทอดในมือลงแล้วค่อย ๆ แหย่นิ้วเข้าไปในปากเพื่อดึงฟันซี่หนึ่งที่ฝังแน่นอยู่ในเหงือกออกมาโดยที่ยังมีเลือดติดอยู่ มีเส้นใยใส ๆ เชื่อมต่อกับฟันซี่นั้น

โจวเล่งดึงวัตถุขนาดเท่าหัวแม่มือที่ห่อด้วยพลาสติกออกมาจากลำคอ

"น้ำ"

เขาบ้วนน้ำลายเหนียว ๆ ในปากทิ้งก่อนจะแกะพลาสติกออก

คริสตัลชีวภาพสีเขียวตกลงบนรถ

ซูเฉินล้วงมือไปด้านหลัง หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะใช้มันคีบคริสตัลชีวภาพก้อนนั้นขึ้นมา

"พลาสติกไม่สามารถป้องกันพลังงานจากคริสตัลชีวภาพได้ อวัยวะภายในของนายคงปนเปื้อนไปแล้ว ถ้าไม่รีบรักษา...คงอยู่ได้ไม่เกินเดือน”

โจวเล่งแค่นยิ้มอย่างขมขื่น "แล้วไง? จะผิดสัญญาหรือไง?”

ซูเฉินเบะปาก "ฉันเป็นคนรักษาคำพูดเสมอ พอออกจากเมืองแบล็ควอเตอร์เมื่อไหร่ เรื่องแขนขาจักรกลน่ะจิ๊บจ๊อยมาก”

พูดจบ เขาก็ยื่นขวดน้ำให้โจวเล่ง

โจวเล่งดูเหมือนจะหมดเรี่ยวแรงไปชั่วขณะ เขารับขวดน้ำมาด้วยสีหน้าอ่อนล้าและไม่ได้พูดอะไร

"ว่าแต่ ใครขายนายให้พวกค้าทาส ?” ซูเฉินยืนอยู่หน้าประตูรถและถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

โจวเล่งตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เพื่อนร่วมทีม… คนที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกับฉัน”

ซูเฉินส่ายหน้าและแค่นยิ้ม "หืม? น่าสงสารจังนะ”

จากนั้นเขาก็วางแป้งทอดไว้สามแผ่น ก่อนจะล็อกประตูรถจากด้านนอก

ซูเฉินเดินกลับมาหน้ารถ หยิบคริสตัลชีวภาพก้อนหนึ่งส่งให้ซูเสี่ยวหยูและพูดเบา ๆ

"พี่จะเข้าไปดูของในเมือง เราอยู่เฝ้ารถที่นี่ไว้ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ก็หยิบระเบิดออกมาจากนาฬิกาซะ”

เขาชี้ไปที่ทางเข้าลานจอดรถ "ถ้าปิดทางเข้านั่นได้เมื่อไหร่ ให้ทุบกำแพงด้านหลังแล้วรีบหนีไป"

ซูเสี่ยวหยูรับคริสตัลมาและพูดเบา ๆ "ฉันจะรอพี่กลับมานะ"

ซูเฉินยิ้ม "ไม่ใช่ว่าน้องพี่ชอบลูกอมที่สุดเหรอ? เดี๋ยวพี่จะไปหามาให้"

เขาโบกมือลา ก่อนจะหันหลังเดินออกไป

ซูเสี่ยวหยูขมวดคิ้วแน่น พยายามอดกลั้นไม่ให้แอบตามไป

จากนั้นก็เปิดประตูรถ หยิบดาบอนุภาค ปืนกลแก็ตลิง และระเบิดซีโฟร์ออกมาจากนาฬิกา

เธอคิดในใจ หากในเมืองเกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อไหร่ เธอจะถล่มที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลองเพื่อดึงดูดความสนใจมาที่ตัวเองซะเลย ถึงอย่างไรเธอก็เป็นถึงนักรบระดับ D มีความสามารถในการหลบหนีสูงกว่าอยู่แล้ว

……

ท้องถนนภายในเมือง

ฟ้าเริ่มมืด แต่ที่เมืองแบล็ควอเตอร์กลับไม่มีช่วงเวลาเคอร์ฟิว เพราะมีการตรวจตราที่เข้มงวดบริเวณทางเข้า ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะลักลอบนำอาวุธหนักหรือวัตถุระเบิดเข้ามา

อีกทั้งยังมีการเดินลาดตระเวนอยู่เป็นระยะ แม้จะก่อเรื่องวุ่นวาย อย่างมากก็ได้แค่ยิงกันสนั่นเมือง ไม่อาจสร้างความเสียหายที่ร้ายแรงให้กับเมืองนี้ได้

แต่ดูเหมือนว่าในแดนรกร้างนี้จะยังไม่มี “นาฬิกาเก็บของ” วางขาย หรืออาจจะมี… แต่ยังไม่เป็นที่นิยม

ถนนหนทางตอนกลางคืนยังคงคึกคัก ร้านค้าส่วนใหญ่ใช้ตะเกียงน้ำมันเป็นแสงสว่าง มีเพียงอาคารสูงที่สุดในเมืองเท่านั้นที่ใช้ไฟฟ้าได้

บนยอดตึก มีไฟสปอร์ตไลท์ขนาดใหญ่ 4 ดวง ส่องสว่างไปทั่วทั้งสี่ทิศ

ตามมุมมืดต่าง ๆ เริ่มมีผู้หญิงแต่งตัววาบหวิวปรากฏ พวกเธอยืนอยู่ใต้เงามืด รอคอยนักล่าเร่ร่อนให้เข้ามาทักทาย

ซูเฉินเห็นนักล่าคนหนึ่งยื่นบิสกิตอัดแท่งให้หญิงสาว ก่อนจะพากันเดินหายลับเข้าไปในตรอก

นักล่าบางคนเมามายไม่ได้สติ นอนระเกะระกะอยู่ตามมุมตึกชนิดที่ไม่กลัวกันเลยว่าจะถูกจับไปเป็นทาส

ซูเฉินนึกถึงคำพูดของลีน่าที่ว่า "นักล่า… ไม่มีวันพรุ่งนี้"

ที่จริงแล้ว… คนส่วนใหญ่ในแดนรกร้างก็ไม่มีวันพรุ่งนี้เหมือนกัน

พวกเขาต่างไม่รู้ว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่ ดังนั้นจึงใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกขณะปัจจุบัน

ซูเฉินละสายตาจากภาพตรงหน้าและเดินเล่นไปตามท้องถนนอย่างสบายใจ

เมื่อเดินผ่านร้านค้าบางร้าน เขาจะแวะเข้าไปทำทีเลือกซื้อสินค้า สอบถามราคา ก่อนจะเดินจากไป

และจากการพูดคุย ซูเฉินก็ได้รู้ว่าตึกที่สูงที่สุดที่เคยเป็นของโลกเก่านั้น… คือศูนย์กลางของเมืองแห่งนี้

ซูเฉินเดินวนไปวนมาจนมาถึงอาคารแห่งนั้น

เขามองป้าย "บาร์คนพเนจร" ที่แขวนอยู่ก่อนจะถามระบบในใจ "มีใครตามฉันมาไหม ?"

ชิปสปาร์คตอบกลับ "ไม่พบสัญญาณการติดตามใด ๆ"

ซูเฉินไม่ได้เดินเข้าไปในบาร์ เขาเพียงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ และหยุดอยู่ที่กำแพงสีขาวครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังถนนอีกสาย

จากนั้นชิปสปาร์คก็แสดงข้อมูลจากป้ายประกาศของเมืองนี้ให้

[ประกาศภารกิจ]: รับซื้อคริสตัลชีวภาพในระยะยาว สามารถนำมาแลกเปลี่ยนได้ที่ศาลากลาง (12 มีนาคม)

[ประกาศของเมือง]: ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ร้านขายอาหารจะถูกจำกัดปริมาณในการซื้อ ข้าวและแป้งจำกัดคนละ 500 กรัม (1 มิถุนายน)

[ภาระกิจรางวัลสูง]: สืบหาความเคลื่อนไหวผิดปกติในเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อ หากข้อมูลถูกต้องและน่าเชื่อถือ จะได้รับรางวัลเป็นเสบียงจำนวนมากและเหรียญทองหนึ่งล้านเหรียญ ข้อมูลที่สำคัญมากเป็นพิเศษ อาจได้รับรางวัลเป็นสิทธิ์พำนักถาวรในเมืองแบล็ควอเตอร์ หรือยาปรับแต่งยีนระดับสูง

หมายเหตุ: ต้องมีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลได้ (2 กรกฎาคม)

……

หลังจากอ่านประกาศจบ ซูเฉินก็รู้สึกหนักใจ

รางวัลสำหรับข้อมูลความผิดปกติในเขตปนเปื้อนนั้นล่อตาล่อใจเกินไปจริง ๆ แม้แต่ยาปรับแต่งยีนระดับสูงก็ยังถูกเอามาใช้เป็นรางวัล

เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เหล่าขุนนางในเมืองแบล็ควอเตอร์เท่านั้นที่อยู่เบื้องหลัง เพราะยาปรับแต่งยีนระดับสูงจะมีแค่กองกำลังหลักเท่านั้นที่สามารถจัดหาได้

หากเป็นเช่นนี้จริง… ก็จะเป็นไปตามที่โจวเล่งพูด ของที่เขานำมาขายในครั้งนี้…คงหนีไม่พ้นเงื้อมมือขุนนางเมืองแบล็ควอเตอร์แน่

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ซูเฉินตัดสินใจไปหาเฒ่าหลี่และชายหัวโล้น ไม่ว่าจะได้ของมามากน้อยแค่ไหนก็ต้องรีบออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

เมื่อตัดสินใจได้ ซูเฉินก็รีบเดินไปที่ตลาดทาสทันที เขาพบกับชายหัวโล้นและบอกว่ามีธุระด่วนต้องรีบออกเดินทาง

ชายหัวโล้นตกใจ "คุณกาเรน เมืองแบล็ควอเตอร์ห้ามใครเข้าออกในตอนกลางคืนนะครับ แม้แต่ขุนนางก็ยังต้องทำตามกฏนี้เช่นกัน"

"ทำไม?"

"เพราะเคยมีผู้สูญสิ้นแอบเข้ามาในเมืองจนเกือบจะเกิดเรื่องใหญ่น่ะสิ! ตั้งแต่นั้นมา ใครก็ตามที่เข้าใกล้กำแพงสีแดงหลังสามทุ่ม จะถูกยิงทิ้งทันทีเลย"

ซูเฉินหน้าเสียเล็กน้อย

"พรุ่งนี้ประตูเมืองเปิดตอนกี่โมง?"

"เจ็ดโมงเช้า”

"ฉันต้องการให้ขนของทั้งหมดขึ้นรถก่อนเจ็ดโมงเช้า”

ชายหัวโล้นไม่เข้าใจว่าทำไมซูเฉินถึงรีบร้อนขนาดนั้น แต่ก็ไม่กล้าถามต่อ จึงรีบพยักหน้ารับปาก

หลังจากตกลงเรื่องของกับหัวโล้นเสร็จ ซูเฉินก็ได้เหรียญทองมา 10 เหรียญ ก่อนจะถามหาสิ่งที่ต้องการ "ฉันจะซื้อลูกอมได้ที่ไหน?”

"มีร้านเดียวในเมืองแบล็ควอเตอร์ที่ขายพวกลูกอม ผักและผลไม้ ได้ยินมาว่าขุนนางในเมืองใช้วิธีพิเศษบางอย่างเพื่อให้ได้ของพวกนี้มาจากเมืองอรุณรุ่ง ร้านอยู่ข้าง ๆ ศาลากลางเมืองนี่เอง แต่ของในร้านแพงมาก… คงมีไว้ขายให้พวกขุนนางเท่านั้น"

หลังจากถามหาที่อยู่ร้านค้าและกำชับเรื่องการเตรียมของเสร็จ ซูเฉินก็หันหลังเดินจากไปทันที

ตามที่อยู่ที่ได้มา ซูเฉินเห็นร้านค้าที่มีแสงไฟสว่างไสวอยู่หน้าศาลากลางเมือง เมื่อเดินเข้าไป ก็พบว่าร้านค้าแห่งนี้ตกแต่งได้หรูหรากว่าร้านอื่น ๆ มาก

ไม่เพียงแต่จะมีกระถางต้นไม้สีเขียวประดับตกแต่งเท่านั้น แต่ยังมีภาพวาดจากโลกเก่าแขวนอยู่บนผนังอีกด้วย

ในภาพนั้น… ดูเหมือนจะเป็นทะเล และมีสิ่งมีชีวิตคล้ายโลมากำลังเอียงหัวร้องเพลง

สองข้างทางมีชั้นวางไม้ที่ประณีตบรรจุผักและผลไม้นานาชนิด

ชั่วขณะหนึ่ง ซูเฉินรู้สึกเหมือนได้กลับไปยังร้านขายขนมบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินอีกครั้ง

ที่ด้านหลังสุดของชั้นวาง มีก้อนน้ำตาลทรายขาวละเอียดห่อด้วยกระดาษไขวางเรียงรายอยู่เต็มกล่อง

หญิงสาวผมสีฟ้าสวมชุดสีขาวยาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าชั้นวาง ขณะที่มืออีกข้างหยิบลูกอมขึ้นมากิน

"ต้องการอะไร?"

หญิงสาวเอ่ยถามทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง ทว่าเสียงของเธอไพเราะราวกับเสียงดนตรี

ซูเฉินรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมองมา และจุดแห่งความสงสัยมาจากผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้า!

ความรู้สึกแปลก ๆ นี้ทำให้เขาอึดอัด และอยากจะรีบออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

"ลูกอม”

ซูเฉินวางเหรียญทองสิบเหรียญลงบนโต๊ะ

เขาเหลือบมองหนังสือในมือหญิงสาวอย่างลืมตัว พลันเห็นชื่อหนังสือเล่มนั้น ประวัติโดยย่อของชีวิต

หญิงสาวยังคงก้มหน้าอ่านหนังสือไม่วางตา เธอใช้มืออีกข้างหยิบกระดาษไขออกมาวางไว้ข้าง ๆ

"สิบอัน หยิบเอาเอง"

ซูเฉินไม่คิดจะถามราคา เขาหยิบลูกอมมาสิบชิ้น ห่อมันอย่างดี แล้วรีบเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว

แต่ทันทีที่ถึงหน้าประตู เขาก็ได้ยินเสียงหญิงสาวเอ่ยถามขึ้น "รู้ไหมว่าชีวิตมาจากไหน? แก่นแท้ของชีวิตคืออะไร?”

ซูเฉินหันกลับไปมองโดยไม่รู้ตัว

ใบหน้าเรียบเนียนขาวของหญิงสาวดูเหมือนทารกแรกเกิดที่ประดับด้วยริ้วรอยเล็ก ๆ ประกายระเรื่อสีชมพูใต้ผิวดูงดงาม ดวงตาสีดำสนิทที่พอไฟตกกระทบจะส่องประกายราวกับดวงดาว แม้แต่แสงไฟก็ดูหมองหม่นเมื่อต้องเทียบกับดวงตาคู่นั้น

“ฉันไม่รู้ว่าชีวิตมาจากไหน แต่แก่นแท้ของแต่ละชีวิตย่อมแตกต่างกัน”

ซูเฉินไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องตอบคำถามนั้นออกไป

พูดจบ เขาก็รีบหันหลังเดินจากไปทันที

ดวงตาของหญิงสาวยังคงจ้องมองซูเฉินไม่วางตา จนกระทั่งเขาลับสายตาไป ลักยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นที่แก้มของเธอ

"น่าสนใจจริง ๆ..." เธอพึมพำเบา ๆ

ขณะนั้นเอง ชายคนหนึ่งในชุดหรูหราก็เดินเข้ามาในร้าน ดูจากท่าทางเหมือนคนกำลังจะมาปิดร้าน

แต่แล้วเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่หญิงสาวผมสีฟ้าด้วยความตกใจ "แกเป็นใคร! เข้ามาในร้านฉันได้ยังไง!"

หญิงสาวผมสีฟ้าปิดหนังสือในมือ ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ และหยิบภาพวาดโลมาบนผนังลงมาโดยไม่มองชายคนนั้น

"ฉันชอบภาพนี้มาก ขอเลยละกันนะ ส่วนลูกอมถึงจะไม่หวานเท่าไหร่…แต่ก็พอกินได้อยู่"

พูดจบ เธอก็ถือภาพวาดนั้นเตรียมเดินออกจากร้านไป

ชายในชุดหรูควักปืนที่เอวเตรียมจะยกขึ้นขู่ พร้อมอ้าปากจะตะโกน

หญิงสาวเพียงแค่ขยับริมฝีปากน้อย ๆ โดยไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาแม้แต่นิดเดียว เขาถึงกับยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า

ราวกับโดนคลื่นกระแทกสมองจนหมดสติไปชั่วขณะ

ที่ประตูกระจกข้าง ๆ มีรอยร้าวปรากฏ!

จนกระทั่งหญิงสาวผมสีฟ้าเดินหายลับไป ชายในชุดหรูถึงค่อย ๆ ทรุดตัวลงกับพื้น น้ำลายไหลย้อยจากมุมปาก คล้ายคนไร้สติ

จบบทที่ ตอนที่ 32 หญิงผมฟ้าผู้น่าพิศวง

คัดลอกลิงก์แล้ว