เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 เมืองแบล็ควอเตอร์

ตอนที่ 29 เมืองแบล็ควอเตอร์

ตอนที่ 29 เมืองแบล็ควอเตอร์


เมืองแบล็ควอเตอร์เป็นจุดพักแรมและตั้งแคมป์ที่โด่งดังบนดินแดนรกร้างแห่งนี้

สถานที่แห่งนี้คือจุดนัดพบของนักล่าเร่ร่อนและนักเดินทางที่ต้องการแลกเปลี่ยนเสบียงหรือซื้อขายของจำเป็น

ครั้งหนึ่ง  ซูเฉินและพรรคพวกเคยเดินทางมาถึงที่นี่พร้อมกับเหล่าผู้อพยพนับสิบชีวิตโดยมีผู้เฒ่ากุ้ยเป็นผู้นำเพื่อหาที่หลบภัย แต่กลับเกือบถูกจับไปเป็นทาส

โชคดีที่ผู้เฒ่ากุ้ยไหวพริบดีจึงโกหกไปว่าพวกเขาทั้งหมดติดเชื้อและต้องเข้ารับการรักษา พวกเขาจึงหลุดรอดมาได้

......

กำแพงที่ก่อจากอิฐดำปนแดงสูงกว่าสองเมตรทอดยาวไกลสุดสายตาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

บนกำแพงเต็มไปด้วยลวดหนามขึ้นสนิม และที่มุมกำแพงยังมีรั้วลวดหนามแหลมวางซ้อนกันเป็นวงกลมเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกปีนป่ายเข้ามาได้

ถนนลูกรังเรียบง่ายทอดยาวไปจนถึงทางเข้าเมืองแบล็ควอเตอร์

บริเวณทางเข้าถูกปิดกั้นด้วยรั้วเหล็ก มีทหารยามสวมชุดเก่า ๆ กว่าสิบนายยืนตรึงกำลังสองข้างทาง

ซูเฉินจอดรถห่างประตูไปประมาณสามร้อยเมตร เพราะยามสองคนเล็งปืนมาที่พวกเขา พร้อมยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้หยุดรถและลงมา

จากนั้นก็มียามอีกหกคนเดินตรงมาหน้ารถห่างออกไปราวสามเมตร พวกเขามองซูเฉินและซูเสี่ยวหยูตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาจับผิด

"มาจากไหนกันไอ้หนู? มีบัตรประจำตัวหรือเปล่า?"

เพราะเห็นว่าทั้งคู่ยังเด็ก คำพูดของยามพวกนี้จึงเจือความหยาบผสมเล็กน้อย

ซูเฉินส่ายหน้า "พวกเราเป็นนักล่าอิสระ มาจากทางใต้เพื่อแลกเปลี่ยนเสบียง"

"หึ! นักล่าอย่างนั้นเหรอ? เอาอาวุธทั้งหมดออกมาวางให้พวกฉันเห็นชัด ๆ แล้วอย่าคิดซุกซ่อนล่ะ ไม่อย่างนั้นพวกฉันจะถือว่าพวกแกคิดก่อการร้าย"

ยามคนหนึ่งพูดพลางยกปืนกลมือขึ้นมาข่มขู่

ซูเฉินส่งสัญญาณให้ซูเสี่ยวหยูทำตามที่พวกนั้นสั่ง

เขาวางปืนพกสองกระบอกไว้บนฝากระโปรงรถ ส่วนอาวุธอื่น ๆ ถูกเก็บลงนาฬิกาตั้งแต่ก่อนเข้าเมืองแบล็ควอเตอร์แล้ว

ยามสองคนจ้องมองซูเฉินและซูเสี่ยวหยูอย่างไม่วางตา ส่วนอีกสี่คนที่เหลือเดินไปที่รถและตรวจสอบภายในอย่างคร่าว ๆ

ซูเฉินไม่ได้สนใจเท่าไหร่ ยามกระจอก ๆ พวกนี้คงไม่กล้าทำอะไรนักล่าอิสระมากนัก

ยามพวกนี้มีชีวิตที่มั่นคงและสะดวกสบายในเมือง แต่สำหรับนักล่าแล้ว พวกเขาใช้ชีวิตแขวนอยู่กับความตาย และจะเอาคืนอย่างสาสมหากใครคิดหาเรื่อง

หลังจากค้นมั่ว ๆ ไปสักพัก ยามบางคนก็หยิบเสบียงบางส่วนไปก่อนจะโบกมือไล่ "เข้าไปได้ ทางซ้ายมีที่จอดรถ ห้ามขับรถเข้าไปในเมือง"

ซูเฉินพยักหน้ารับทราบ แล้วขับเข้าไปตามถนนปูนซีเมนต์ที่แตกร้าวเป็นระยะ

เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ลานจอดรถ ซูเฉินกวาดสายตามองอย่างรวดเร็ว สถานที่ที่เรียกว่า “ลานจอดรถ” แห่งนี้ก็เป็นแค่พื้นที่โล่งที่มีรั้วล้อมรอบง่าย ๆ เท่านั้น

"สองเหรียญเงิน หรือเนื้อกระป๋อง 500 กรัมสองกระป๋อง ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้น”

ชายขาเป๋สวมชุดสีเทาขาดรุ่งริ่ง พูดเสียงเรียบจากป้อมทางเข้า

ซูเฉินไม่รู้ว่า “เหรียญเงิน” ที่ว่าคืออะไร แต่พอจะเดาได้ว่ามันคงเป็นสกุลเงินที่ใช้กันในเมืองนี้

ในแดนรกร้างแห่งนี้ สิ่งต่าง ๆ จะถูกนำมาใช้แทนเงินตราตามแต่ละท้องถิ่น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้าตรง ๆ กันมากกว่า

ซูเฉินขมวดคิ้วถาม "มีกล้องวงจรปิดไหม?"

ชายขาเป๋ทำหน้าหงุดหงิด "ไม่มี  กลางวันไม่ค่อยมีใครกล้าขโมยของ"

ซูเฉินหยิบอาหารกระป๋องสองกระป๋องยื่นให้อีกฝ่ายโดยไม่พูดอะไรต่อ

อาหารกระป๋องพวกนี้ได้มาจากลีน่า เพราะเขากังวลว่าอาหารของคนอื่นอาจปนเปื้อนจึงไม่อยากกินอาหารที่ไม่รู้ที่มาที่ไป

หลังจากชั่งน้ำหนักบนตาชั่งผ่านเรียบร้อยแล้ว ชายขาเป๋ก็โบกมือให้เข้าไป

ซูเฉินเลือกลานจอดรถมุมหนึ่งก่อนจะนำคริสตัลชีวภาพออกและเดินออกจากลานจอดรถไปพร้อมกับซูเสี่ยวหยู

ตราบใดที่รถเคลื่อนไปไหนไม่ได้ ของข้างในก็คงปลอดภัย

รถยนต์ส่วนใหญ่ในแดนรกร้างใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง การใช้คริสตัลชีวภาพยังไม่แพร่หลายนัก

……

ทั้งสองมองเมืองเบื้องหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้เห็นแหล่งชุมชนมนุษย์นอกศูนย์หลบภัย

เมืองแบล็ควอเตอร์มีขนาดใหญ่กว่าศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาวสี่ถึงห้าเท่า ถนนทอดยาวราวกับไร้จุดสิ้นสุด

ตึกบางส่วนยังคงโครงสร้างจากโลกเก่า และยังมีอาคารสามชั้นที่สร้างขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก

นักล่าอิสระพกปืนเดินเต็มท้องถนน ส่วนใหญ่สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ผิวคล้ำแดด และมีรอยแผลเป็นตามร่างกาย

มีหลายคนที่ใส่แขนขาเทียม แต่ก็ดูเก่า ๆ พัง ๆ เปื้อนน้ำมันและขึ้นสนิม

ดูจากภายนอกแล้ว แขนขาพวกนั้นดูหยาบกระด้างและไร้ซึ่งความสวยงาม แต่ความงามไม่ใช่เป้าหมายของพวกเขา “ใช้งานได้” ต่างหากที่สำคัญที่สุด

มีป้อมยามทุก ๆ สองถึงสามร้อยเมตร และมีทหารยามเดินลาดตระเวนอยู่เป็นจำนวนมาก

สองข้างทางมีร้านค้ามากมาย โดยติดป้ายไม้หน้าร้านไว้ง่าย ๆ เช่น [ร้านปืนเหล่าหวัง] [ร้านบะหมี่เหลียงต้า] [ร้านขายหมูกระป๋อง] ฯลฯ

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็จะเห็นป้ายโลหะขนาดใหญ่ที่มีคำว่า "บาร์คนพเนจร" แขวนอยู่บนอาคารพาณิชย์ที่สูงที่สุด

จากร้านขายปืนไม่ไกลออกไป มีเสียงดังจากลำโพงดังก้องอยู่ตลอดเวลา

"รับซื้อปืนเก่า ปืนไรเฟิลแตก รถเศษเหล็กทุกชนิด..."

ซูเฉินเห็นรถยนต์และมอเตอร์ไซค์มือสองจำนวนมากวางขายอยู่ในเต็นท์

อดไม่ได้ที่จะคิดในใจ ‘ถ้าซื้อมอเตอร์ไซค์กลับไปหลาย ๆ คัน แล้วนำไปขายให้ผู้เล่นล่ะ?…’

ไอเดียนี้…ดูเหมือนจะทำเงินได้มหาศาล!

ถ้าเพิ่มระบบอย่าง  “อัตราสำเร็จในการปรับแต่ง” หรือ “สกินรถสุดเท่” เข้าไปล่ะก็ รับรองว่าเงินต้องสะพัดอย่างแน่นอน!

ซูเฉินจดไอเดียนี้ไว้ในใจอย่างลับ ๆ พร้อมแพลนไว้ว่าจะทดลองทำจริงเร็ว ๆ นี้

……

ในสภาพแวดล้อมที่เป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นนี้  ความระวังตัวของคนเราก็มักจะลดลงโดยไม่รู้ตัว

“คนเยอะจัง…”

ซูเสี่ยวหยูมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ เธอไม่เคยเห็นผู้คนมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

พอเห็นอาหารร้อน ๆ อย่างบะหมี่และแป้งทอดที่ส่งกลิ่นหอมฉุยตามริมทาง ความหิวก็เล่นงานจนต้องกลืนน้ำลายดังเอื๊อก

ซูเฉินหันไปมองอย่างตั้งใจ และพยายามสแกนทุกสิ่งรอบตัวด้วยสายตา

ข้อมูลจากดวงตาจะถูกส่งไปยังชิปสปาร์คโดยตรงทันที

“พบจุดทางออกสามทาง คือทิศตะวันตก ทิศใต้ และทิศเหนือ มีทหารยามเฝ้ารวม 20 นาย”

"มี 172 สายตาที่กำลังจับจ้องมาที่พวกเรา และ 41 ในนั้นมีเจตนาร้าย"

"ด้านซ้ายห่างออกไป 500 เมตร มีวัตถุระเบิดพลังงานสูง"

……

ซูเฉินเดินไปตามถนนขณะฟังรายงานจากชิปสปาร์คไปเรื่อย ๆ

สิบนาทีต่อมา ชิปสปาร์คก็แจ้งเตือนอีกครั้ง

"ห่างไปทางซ้าย 150 เมตร ตรวจพบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องอ่าน USB ที่โฮสต์ต้องการ"

ซูเฉินชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมอง

เขาเห็นร้านค้าแห่งหนึ่งมีป้ายไม้เขียนว่า "รับซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า" แขวนอยู่ที่หน้าประตู

มีเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ๆ วางระเกะระกะอยู่เต็มหน้าร้าน ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ แล็ปท็อป หรือวิทยุ

เมื่อเดินเข้าไปในร้าน เขาก็เห็นชายวัยกลางคนร่างผอมแห้ง สวมแว่นหนา และผมบางกำลังง่วนอยู่กับคอมพิวเตอร์เก่า ๆ เครื่องหนึ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเข้าร้านมา ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองและถามว่า "ต้องการอะไร?"

ซูเฉินถามกลับเสียงเรียบ "ของพวกนี้…ยังใช้การได้จริง ๆ เหรอ?"

เขากำลังหมายถึง…หากไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือเสาสัญญาณ การซ่อมโทรทัศน์พวกนี้ไปจะมีประโยชน์อะไร?

ชายสวมแว่นตอบกลับหน้าตาย "ของเหลือใช้จากโลกเก่ามีค่าควรแก่การศึกษา หากโชคดีก็อาจได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากพวกมัน"

ซูเฉินชี้ไปที่คอมพิวเตอร์ในมือของชายคนนั้น "นั่น…อะไรน่ะ?"

ชายสวมแว่นขมวดคิ้วมองเขา แต่ก็ยังตอบกลับ "คอมพิวเตอร์ ต่อให้ฉันบอกไป นายก็คงไม่เข้าใจ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญ”

พูดจบ เขาก็ไม่สนใจซูเฉินอีกต่อไปและจดจ่อกับการซ่อมคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น

"ความเสียหาย 58% สามารถใช้แต้มพลังงานและคอลัมม์ระบบนิเวศเพื่อซ่อมแซมได้" ชิปสปาร์ครายงาน

ซูเฉินจึงพูดอีกครั้ง "ฉันสนใจของจากโลกเก่ามากเลย คอมพิวเตอร์เครื่องนั้น…ขายเท่าไหร่?"

ชายสวมแว่นเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ ได้แต่พูดว่า "10 เหรียญเงิน หรือสิ่งของที่มีมูลค่าเทียบเท่า"

ซูเฉินไม่รู้มูลค่าของสินค้าในเมืองแบล็ควอเตอร์ แต่ก็พยายามไม่ทำตัวเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุงมากนัก ไม่อย่างนั้นอาจโดนหลอกได้ง่าย ๆ

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซูเฉินจึงพูดว่า "ฉันมีเสบียงอยู่ชุดหนึ่ง ถ้าขายเสร็จแล้วจะกลับมาเอาเครื่องนี่ ขอมัดจำไว้ก่อน”

พูดจบ เขาก็วางปืนพกที่เอวไว้บนโต๊ะ

ชายสวมแว่นหรี่ตามองและถามขึ้นทันที "มาจากที่อื่นงั้นเหรอ?"

ซูเฉินใจหายวาบเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเผลอทำอะไรโง่ ๆ ลงไป ปืนพกกระบอกนี้ได้มาจากลีน่า และมันอาจมีมูลค่ามากกว่า 10 เหรียญเงินก็เป็นได้

ดังนั้นเขาจึงยอมรับไปตรง ๆ "ใช่ พวกเรามาที่เมืองแบล็ควอเตอร์เป็นครั้งแรก"

ชายสวมแว่นหยิบปืนพกบนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบ

"สภาพใช้ได้เลยนะเนี่ย น่าจะตีได้สัก 8 เหรียญเงิน”

จากนั้นเขาก็มองไปที่ซูเฉิน "พวกนายมีเสบียงเท่าไหร่? ถ้าเยอะพอล่ะก็...ฉันพอจะมีเพื่อนที่รับซื้ออยู่เหมือนกัน"

ซูเฉินครุ่นคิดอย่างหนัก เขาไม่รู้ว่าชายคนนี้พูดจริงหรือไม่

แต่ตอนนั้นเอง ซูเสี่ยวหยูที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้นว่า "ตกลง ฉันจะขายให้ ตราบใดที่คุณยังอยากได้มันอยู่น่ะนะ”

จากนั้นเธอก็พูดกับซูเฉินด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ "พวกนั้นไม่กล้าทำอะไรเราหรอก!”

สิ้นเสียง แผ่นโลหะในมือของซูเสี่ยวหยูก็ถูกบีบจนม้วนงอ

เธอโยนมันลงบนเคาน์เตอร์อย่างไม่ใส่ใจ รอยนิ้วมือปรากฏชัดบนแผ่นโลหะ

ชายสวมแว่นถึงกับตาเหลือก "พวก… พวกนาย…เป็นมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมงั้นเรอะ!"

ซูเฉินยิ้มเย็นก่อนเปลี่ยนฝ่ามือขวาให้เป็นสีดำสนิทและเคาะลงบนเคาน์เตอร์สีทองเบา ๆ จนบุ๋มเป็นจุด ๆ

เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "คิดว่ายังไงล่ะ?"

จบบทที่ ตอนที่ 29 เมืองแบล็ควอเตอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว