- หน้าแรก
- ประกายแสงจากโลกสีคราม ขออัญเชิญผู้เล่นสู่โลกล่มสลาย
- ตอนที่ 29 เมืองแบล็ควอเตอร์
ตอนที่ 29 เมืองแบล็ควอเตอร์
ตอนที่ 29 เมืองแบล็ควอเตอร์
เมืองแบล็ควอเตอร์เป็นจุดพักแรมและตั้งแคมป์ที่โด่งดังบนดินแดนรกร้างแห่งนี้
สถานที่แห่งนี้คือจุดนัดพบของนักล่าเร่ร่อนและนักเดินทางที่ต้องการแลกเปลี่ยนเสบียงหรือซื้อขายของจำเป็น
ครั้งหนึ่ง ซูเฉินและพรรคพวกเคยเดินทางมาถึงที่นี่พร้อมกับเหล่าผู้อพยพนับสิบชีวิตโดยมีผู้เฒ่ากุ้ยเป็นผู้นำเพื่อหาที่หลบภัย แต่กลับเกือบถูกจับไปเป็นทาส
โชคดีที่ผู้เฒ่ากุ้ยไหวพริบดีจึงโกหกไปว่าพวกเขาทั้งหมดติดเชื้อและต้องเข้ารับการรักษา พวกเขาจึงหลุดรอดมาได้
......
กำแพงที่ก่อจากอิฐดำปนแดงสูงกว่าสองเมตรทอดยาวไกลสุดสายตาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
บนกำแพงเต็มไปด้วยลวดหนามขึ้นสนิม และที่มุมกำแพงยังมีรั้วลวดหนามแหลมวางซ้อนกันเป็นวงกลมเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกปีนป่ายเข้ามาได้
ถนนลูกรังเรียบง่ายทอดยาวไปจนถึงทางเข้าเมืองแบล็ควอเตอร์
บริเวณทางเข้าถูกปิดกั้นด้วยรั้วเหล็ก มีทหารยามสวมชุดเก่า ๆ กว่าสิบนายยืนตรึงกำลังสองข้างทาง
ซูเฉินจอดรถห่างประตูไปประมาณสามร้อยเมตร เพราะยามสองคนเล็งปืนมาที่พวกเขา พร้อมยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้หยุดรถและลงมา
จากนั้นก็มียามอีกหกคนเดินตรงมาหน้ารถห่างออกไปราวสามเมตร พวกเขามองซูเฉินและซูเสี่ยวหยูตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาจับผิด
"มาจากไหนกันไอ้หนู? มีบัตรประจำตัวหรือเปล่า?"
เพราะเห็นว่าทั้งคู่ยังเด็ก คำพูดของยามพวกนี้จึงเจือความหยาบผสมเล็กน้อย
ซูเฉินส่ายหน้า "พวกเราเป็นนักล่าอิสระ มาจากทางใต้เพื่อแลกเปลี่ยนเสบียง"
"หึ! นักล่าอย่างนั้นเหรอ? เอาอาวุธทั้งหมดออกมาวางให้พวกฉันเห็นชัด ๆ แล้วอย่าคิดซุกซ่อนล่ะ ไม่อย่างนั้นพวกฉันจะถือว่าพวกแกคิดก่อการร้าย"
ยามคนหนึ่งพูดพลางยกปืนกลมือขึ้นมาข่มขู่
ซูเฉินส่งสัญญาณให้ซูเสี่ยวหยูทำตามที่พวกนั้นสั่ง
เขาวางปืนพกสองกระบอกไว้บนฝากระโปรงรถ ส่วนอาวุธอื่น ๆ ถูกเก็บลงนาฬิกาตั้งแต่ก่อนเข้าเมืองแบล็ควอเตอร์แล้ว
ยามสองคนจ้องมองซูเฉินและซูเสี่ยวหยูอย่างไม่วางตา ส่วนอีกสี่คนที่เหลือเดินไปที่รถและตรวจสอบภายในอย่างคร่าว ๆ
ซูเฉินไม่ได้สนใจเท่าไหร่ ยามกระจอก ๆ พวกนี้คงไม่กล้าทำอะไรนักล่าอิสระมากนัก
ยามพวกนี้มีชีวิตที่มั่นคงและสะดวกสบายในเมือง แต่สำหรับนักล่าแล้ว พวกเขาใช้ชีวิตแขวนอยู่กับความตาย และจะเอาคืนอย่างสาสมหากใครคิดหาเรื่อง
หลังจากค้นมั่ว ๆ ไปสักพัก ยามบางคนก็หยิบเสบียงบางส่วนไปก่อนจะโบกมือไล่ "เข้าไปได้ ทางซ้ายมีที่จอดรถ ห้ามขับรถเข้าไปในเมือง"
ซูเฉินพยักหน้ารับทราบ แล้วขับเข้าไปตามถนนปูนซีเมนต์ที่แตกร้าวเป็นระยะ
เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ลานจอดรถ ซูเฉินกวาดสายตามองอย่างรวดเร็ว สถานที่ที่เรียกว่า “ลานจอดรถ” แห่งนี้ก็เป็นแค่พื้นที่โล่งที่มีรั้วล้อมรอบง่าย ๆ เท่านั้น
"สองเหรียญเงิน หรือเนื้อกระป๋อง 500 กรัมสองกระป๋อง ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้น”
ชายขาเป๋สวมชุดสีเทาขาดรุ่งริ่ง พูดเสียงเรียบจากป้อมทางเข้า
ซูเฉินไม่รู้ว่า “เหรียญเงิน” ที่ว่าคืออะไร แต่พอจะเดาได้ว่ามันคงเป็นสกุลเงินที่ใช้กันในเมืองนี้
ในแดนรกร้างแห่งนี้ สิ่งต่าง ๆ จะถูกนำมาใช้แทนเงินตราตามแต่ละท้องถิ่น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้าตรง ๆ กันมากกว่า
ซูเฉินขมวดคิ้วถาม "มีกล้องวงจรปิดไหม?"
ชายขาเป๋ทำหน้าหงุดหงิด "ไม่มี กลางวันไม่ค่อยมีใครกล้าขโมยของ"
ซูเฉินหยิบอาหารกระป๋องสองกระป๋องยื่นให้อีกฝ่ายโดยไม่พูดอะไรต่อ
อาหารกระป๋องพวกนี้ได้มาจากลีน่า เพราะเขากังวลว่าอาหารของคนอื่นอาจปนเปื้อนจึงไม่อยากกินอาหารที่ไม่รู้ที่มาที่ไป
หลังจากชั่งน้ำหนักบนตาชั่งผ่านเรียบร้อยแล้ว ชายขาเป๋ก็โบกมือให้เข้าไป
ซูเฉินเลือกลานจอดรถมุมหนึ่งก่อนจะนำคริสตัลชีวภาพออกและเดินออกจากลานจอดรถไปพร้อมกับซูเสี่ยวหยู
ตราบใดที่รถเคลื่อนไปไหนไม่ได้ ของข้างในก็คงปลอดภัย
รถยนต์ส่วนใหญ่ในแดนรกร้างใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง การใช้คริสตัลชีวภาพยังไม่แพร่หลายนัก
……
ทั้งสองมองเมืองเบื้องหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้เห็นแหล่งชุมชนมนุษย์นอกศูนย์หลบภัย
เมืองแบล็ควอเตอร์มีขนาดใหญ่กว่าศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาวสี่ถึงห้าเท่า ถนนทอดยาวราวกับไร้จุดสิ้นสุด
ตึกบางส่วนยังคงโครงสร้างจากโลกเก่า และยังมีอาคารสามชั้นที่สร้างขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก
นักล่าอิสระพกปืนเดินเต็มท้องถนน ส่วนใหญ่สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ผิวคล้ำแดด และมีรอยแผลเป็นตามร่างกาย
มีหลายคนที่ใส่แขนขาเทียม แต่ก็ดูเก่า ๆ พัง ๆ เปื้อนน้ำมันและขึ้นสนิม
ดูจากภายนอกแล้ว แขนขาพวกนั้นดูหยาบกระด้างและไร้ซึ่งความสวยงาม แต่ความงามไม่ใช่เป้าหมายของพวกเขา “ใช้งานได้” ต่างหากที่สำคัญที่สุด
มีป้อมยามทุก ๆ สองถึงสามร้อยเมตร และมีทหารยามเดินลาดตระเวนอยู่เป็นจำนวนมาก
สองข้างทางมีร้านค้ามากมาย โดยติดป้ายไม้หน้าร้านไว้ง่าย ๆ เช่น [ร้านปืนเหล่าหวัง] [ร้านบะหมี่เหลียงต้า] [ร้านขายหมูกระป๋อง] ฯลฯ
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็จะเห็นป้ายโลหะขนาดใหญ่ที่มีคำว่า "บาร์คนพเนจร" แขวนอยู่บนอาคารพาณิชย์ที่สูงที่สุด
จากร้านขายปืนไม่ไกลออกไป มีเสียงดังจากลำโพงดังก้องอยู่ตลอดเวลา
"รับซื้อปืนเก่า ปืนไรเฟิลแตก รถเศษเหล็กทุกชนิด..."
ซูเฉินเห็นรถยนต์และมอเตอร์ไซค์มือสองจำนวนมากวางขายอยู่ในเต็นท์
อดไม่ได้ที่จะคิดในใจ ‘ถ้าซื้อมอเตอร์ไซค์กลับไปหลาย ๆ คัน แล้วนำไปขายให้ผู้เล่นล่ะ?…’
ไอเดียนี้…ดูเหมือนจะทำเงินได้มหาศาล!
ถ้าเพิ่มระบบอย่าง “อัตราสำเร็จในการปรับแต่ง” หรือ “สกินรถสุดเท่” เข้าไปล่ะก็ รับรองว่าเงินต้องสะพัดอย่างแน่นอน!
ซูเฉินจดไอเดียนี้ไว้ในใจอย่างลับ ๆ พร้อมแพลนไว้ว่าจะทดลองทำจริงเร็ว ๆ นี้
……
ในสภาพแวดล้อมที่เป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นนี้ ความระวังตัวของคนเราก็มักจะลดลงโดยไม่รู้ตัว
“คนเยอะจัง…”
ซูเสี่ยวหยูมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ เธอไม่เคยเห็นผู้คนมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
พอเห็นอาหารร้อน ๆ อย่างบะหมี่และแป้งทอดที่ส่งกลิ่นหอมฉุยตามริมทาง ความหิวก็เล่นงานจนต้องกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
ซูเฉินหันไปมองอย่างตั้งใจ และพยายามสแกนทุกสิ่งรอบตัวด้วยสายตา
ข้อมูลจากดวงตาจะถูกส่งไปยังชิปสปาร์คโดยตรงทันที
“พบจุดทางออกสามทาง คือทิศตะวันตก ทิศใต้ และทิศเหนือ มีทหารยามเฝ้ารวม 20 นาย”
"มี 172 สายตาที่กำลังจับจ้องมาที่พวกเรา และ 41 ในนั้นมีเจตนาร้าย"
"ด้านซ้ายห่างออกไป 500 เมตร มีวัตถุระเบิดพลังงานสูง"
……
ซูเฉินเดินไปตามถนนขณะฟังรายงานจากชิปสปาร์คไปเรื่อย ๆ
สิบนาทีต่อมา ชิปสปาร์คก็แจ้งเตือนอีกครั้ง
"ห่างไปทางซ้าย 150 เมตร ตรวจพบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องอ่าน USB ที่โฮสต์ต้องการ"
ซูเฉินชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมอง
เขาเห็นร้านค้าแห่งหนึ่งมีป้ายไม้เขียนว่า "รับซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า" แขวนอยู่ที่หน้าประตู
มีเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ๆ วางระเกะระกะอยู่เต็มหน้าร้าน ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ แล็ปท็อป หรือวิทยุ
เมื่อเดินเข้าไปในร้าน เขาก็เห็นชายวัยกลางคนร่างผอมแห้ง สวมแว่นหนา และผมบางกำลังง่วนอยู่กับคอมพิวเตอร์เก่า ๆ เครื่องหนึ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเข้าร้านมา ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองและถามว่า "ต้องการอะไร?"
ซูเฉินถามกลับเสียงเรียบ "ของพวกนี้…ยังใช้การได้จริง ๆ เหรอ?"
เขากำลังหมายถึง…หากไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือเสาสัญญาณ การซ่อมโทรทัศน์พวกนี้ไปจะมีประโยชน์อะไร?
ชายสวมแว่นตอบกลับหน้าตาย "ของเหลือใช้จากโลกเก่ามีค่าควรแก่การศึกษา หากโชคดีก็อาจได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากพวกมัน"
ซูเฉินชี้ไปที่คอมพิวเตอร์ในมือของชายคนนั้น "นั่น…อะไรน่ะ?"
ชายสวมแว่นขมวดคิ้วมองเขา แต่ก็ยังตอบกลับ "คอมพิวเตอร์ ต่อให้ฉันบอกไป นายก็คงไม่เข้าใจ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญ”
พูดจบ เขาก็ไม่สนใจซูเฉินอีกต่อไปและจดจ่อกับการซ่อมคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น
"ความเสียหาย 58% สามารถใช้แต้มพลังงานและคอลัมม์ระบบนิเวศเพื่อซ่อมแซมได้" ชิปสปาร์ครายงาน
ซูเฉินจึงพูดอีกครั้ง "ฉันสนใจของจากโลกเก่ามากเลย คอมพิวเตอร์เครื่องนั้น…ขายเท่าไหร่?"
ชายสวมแว่นเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ ได้แต่พูดว่า "10 เหรียญเงิน หรือสิ่งของที่มีมูลค่าเทียบเท่า"
ซูเฉินไม่รู้มูลค่าของสินค้าในเมืองแบล็ควอเตอร์ แต่ก็พยายามไม่ทำตัวเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุงมากนัก ไม่อย่างนั้นอาจโดนหลอกได้ง่าย ๆ
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซูเฉินจึงพูดว่า "ฉันมีเสบียงอยู่ชุดหนึ่ง ถ้าขายเสร็จแล้วจะกลับมาเอาเครื่องนี่ ขอมัดจำไว้ก่อน”
พูดจบ เขาก็วางปืนพกที่เอวไว้บนโต๊ะ
ชายสวมแว่นหรี่ตามองและถามขึ้นทันที "มาจากที่อื่นงั้นเหรอ?"
ซูเฉินใจหายวาบเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเผลอทำอะไรโง่ ๆ ลงไป ปืนพกกระบอกนี้ได้มาจากลีน่า และมันอาจมีมูลค่ามากกว่า 10 เหรียญเงินก็เป็นได้
ดังนั้นเขาจึงยอมรับไปตรง ๆ "ใช่ พวกเรามาที่เมืองแบล็ควอเตอร์เป็นครั้งแรก"
ชายสวมแว่นหยิบปืนพกบนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบ
"สภาพใช้ได้เลยนะเนี่ย น่าจะตีได้สัก 8 เหรียญเงิน”
จากนั้นเขาก็มองไปที่ซูเฉิน "พวกนายมีเสบียงเท่าไหร่? ถ้าเยอะพอล่ะก็...ฉันพอจะมีเพื่อนที่รับซื้ออยู่เหมือนกัน"
ซูเฉินครุ่นคิดอย่างหนัก เขาไม่รู้ว่าชายคนนี้พูดจริงหรือไม่
แต่ตอนนั้นเอง ซูเสี่ยวหยูที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้นว่า "ตกลง ฉันจะขายให้ ตราบใดที่คุณยังอยากได้มันอยู่น่ะนะ”
จากนั้นเธอก็พูดกับซูเฉินด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ "พวกนั้นไม่กล้าทำอะไรเราหรอก!”
สิ้นเสียง แผ่นโลหะในมือของซูเสี่ยวหยูก็ถูกบีบจนม้วนงอ
เธอโยนมันลงบนเคาน์เตอร์อย่างไม่ใส่ใจ รอยนิ้วมือปรากฏชัดบนแผ่นโลหะ
ชายสวมแว่นถึงกับตาเหลือก "พวก… พวกนาย…เป็นมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมงั้นเรอะ!"
ซูเฉินยิ้มเย็นก่อนเปลี่ยนฝ่ามือขวาให้เป็นสีดำสนิทและเคาะลงบนเคาน์เตอร์สีทองเบา ๆ จนบุ๋มเป็นจุด ๆ
เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "คิดว่ายังไงล่ะ?"