- หน้าแรก
- ประกายแสงจากโลกสีคราม ขออัญเชิญผู้เล่นสู่โลกล่มสลาย
- ตอนที่ 28 หน่วยข่าวกรอง , นักล่าแดนเถื่อน
ตอนที่ 28 หน่วยข่าวกรอง , นักล่าแดนเถื่อน
ตอนที่ 28 หน่วยข่าวกรอง , นักล่าแดนเถื่อน
ลีน่ากำลังวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง!
ความรู้สึกผิดพลุ่งพล่านกัดกินหัวใจของเธออย่างช้า ๆ เธอไม่น่าเอาแต่ใจและขอให้พวกพี่ ๆ พาเข้าไปในเขตปนเปื้อนเลย
ข้อมูลที่เมืองแบล็ควอเตอร์ลงประกาศล่อตาล่อใจเกินห้ามไหว หากสามารถรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับความผิดปกติในเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาล
แต่เธอกลับลืมไปเสียสนิท ยิ่งรางวัลสูง… อันตรายก็ยิ่งมากตาม
พี่ชายเธอเป็นนักรบระดับ F ที่เคยฉีดยาปรับแต่งพันธุกรรมจากตลาดมืด แม้จะเป็นเพียงยาคุณภาพต่ำ แต่เขาก็ยังสามารถเอาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
แต่สุดท้าย… เขากลับต้องมาตายเพราะเธอ
ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไรต่อ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"พวกมันตามมาแล้ว!"
ลีน่ารู้ดีว่าเธอไม่มีทางวิ่งหนีรถได้ทัน และเมื่อหนีไม่ได้...ก็มีแค่ต้องสู้
ปัง! ปัง! ปัง!
เธอหันหลังแล้วยิงกราดใส่รถอย่างบ้าคลั่ง
แต่ในตอนนั้นเอง ซูเฉินก็ก้มหัวลงต่ำพร้อมเหยียบคันเร่งมิดเท้า!
โครม!
เสียงกระแทกร่างดังสนั่น ลีน่าลอยละลิ่วไปไกลเจ็ดถึงแปดเมตร
เธอกระแทกพื้นอย่างแรง ร่างกายกระตุกเล็กน้อย ปืนพกกระเด็นหลุดมือไปไกล
ซูเฉินเปิดประตูรถ
"ระวังตัวด้วย" เขาบอกซูเสี่ยวหยูให้เตรียมพร้อม ทั้งสองคนเล็งปืนไปที่ลีน่า
ลีน่ามีเลือดไหลทะลักออกจากปากและจมูก ม่านตาขยายเล็กน้อย ขาทั้งสองข้างหักจนเห็นเศษกระดูกสีขาวโพลน
"แค่ก ๆ ได้โปรด…อย่าฆ่าฉันเลย ฉันมีข้อมูลมากมาย… แค่ก ๆ"
ลีน่าหายใจหอบถี่ ขณะอ้อนวอนขอชีวิตอย่างสุดกำลัง
ซูเสี่ยวหยูเตรียมจะเหนี่ยวไกซ้ำอีกนัด แต่ซูเฉินกลับยกมือห้ามและถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"สถานการณ์ในเมืองแบล็ควอเตอร์ตอนนี้เป็นยังไง?"
แววตาแห่งความหวังริบหรี่ปรากฏขึ้นในดวงตาสิ้นหวังของลีน่าอีกครั้ง
"สัญญาก่อนว่าจะไม่ฆ่าฉัน"
ซูเฉินพยักหน้า "ด้วยสภาพแบบนี้… ต่อให้ฉันไม่ฆ่า เธอก็ไม่รอดไปถึงพรุ่งนี้หรอก เอาเถอะ ฉันสัญญาจะไม่ฆ่า บอกทุกอย่างที่เธอรู้มาซะ"
ลีน่ากระอักเลือดออกมาอีกครั้ง แล้วแค่นยิ้มอย่างขมขื่น "นักล่าในแดนรกร้างอย่างพวกเรา… ใครมันจะไปคิดถึงวันพรุ่งนี้กัน"
"ช่วงนี้นักล่าหลั่งไหลเข้าเมืองแบล็ควอเตอร์กันเป็นจำนวนมาก เพราะทุกคนต่างหมายปองภารกิจนี้"
"เขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อกำลังขยายตัว ภารกิจคือให้สืบหาสาเหตุของการขยายตัวครั้งนี้ รวมถึงจำนวนและระดับความแข็งแกร่งของพวกสัตว์กลายพันธุ์...”
“หลายคนคาดเดากันเอาเอง ... ว่าน่าจะมีสมบัติล้ำค่าจากโลกยุคเก่าปรากฏ”
"บางคนก็บอกว่ามีคลังแสงขนาดใหญ่ซ่อนอยู่...”
"นักล่าจากทางใต้แทบทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ที่เมืองแบล็ควอเตอร์"
"ทีมของฉันมีทั้งหมดเจ็ดคน แต่ถูกฝูงยุงกลายพันธุ์โจมตีที่ชายขอบเขตปนเปื้อน สิ้นใจตายทันทีไปสองคน...”
ซูเฉินนิ่งคิดก่อนถามต่อ "มีคนมาเยอะขนาดนั้น เมืองแบล็ควอเตอร์ยังรักษาความเรียบร้อยได้อยู่เหรอ?"
ลีน่าพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันเล็กน้อย "พวกนายคงจะไม่ใช่นักล่ามืออาชีพสินะ"
"เมืองแบล็ควอเตอร์อยู่ภายใต้การคุ้มครองของ 'ภาคีอัศวิน' มาเกือบปีได้"
"ด้วยการปกป้องของพวกเขา แม้แต่กองกำลังที่แข็งแกร่งอย่างเมืองอรุณรุ่งก็ยังไม่กล้าสร้างความวุ่นวายที่นี่เลย”
ภาคีอัศวิน?
ซูเฉินไม่เคยได้ยินชื่อกองกำลังนี้มาก่อน แต่ไม่อยากแสดงความเขลาให้ใครรู้ จึงแสร้งทำเป็นพูดเยาะเย้ย
"เหอะ… ภาคีอัศวินจะไปเทียบกับเมืองอรุณรุ่งได้ยังไงกัน?"
ลีน่าพยักหน้าเห็นด้วยเบา ๆ อย่างยากลำบาก "จริงอยู่ที่ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเมืองอรุณรุ่ง แต่ที่ราบเวิ้งว้างนอกเขตเมือง ภาคีอัศวินที่เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วคือราชาแห่งดินแดนนี้"
"หากเมืองอรุณรุ่งไม่อยากให้ภาคีอัศวินโจมตีขบวนเสบียงหรือปล้นสะดมเมืองบริวาร พวกเขาก็จะไม่ยอมเปิดศึกกับภาคีอัศวินโดยง่าย”
“…….”
เมื่อเห็นว่าเธอนิ่งเงียบไป ซูเฉินจึงถามต่อ "มีอะไรอยากพูดอีกไหม?"
ลีน่าส่ายหน้าแรง ๆ เพื่อแสดงว่าไม่มีจะบอกอีกต่อไป พร้อมแววตาที่จริงจังและเปี่ยมไปด้วยความหวัง
"ได้โปรด… ปล่อยฉันไปเถอะ! ฉันสัญญาว่าจะไม่แก้แค้นอย่างแน่นอน”
ที่จริงแล้ว… เธอยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญที่สุด มันคือข้อมูลที่เพื่อนร่วมทีมของเธอต้องแลกมาด้วยชีวิต หากเธอรอดไปได้ได้ ข้อมูลนี้จะกลายเป็นทุนสำรองชีวิตให้เธอ
ซูเฉินพยักหน้ารับ "ฉันเป็นคนรักษาสัญญาเสมอ"
พูดจบ เขาก็ส่งสัญญาณให้ซูเสี่ยวหยู
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น กระสุนเจาะเข้ากลางหน้าผากของลีน่า ร่างของเธอกระตุกสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป
ซูเสี่ยวหยูเก็บปืนและเริ่มสำรวจหาเสบียงจากศพอย่างคล่องแคล่ว
ซูเฉินเดินไปหยิบปืนพกที่หล่นอยู่ข้าง ๆ ศพของลีน่าขึ้นมา
ขณะหันหลังกลับไป เขาก็เห็นซูเสี่ยวหยูกำลังถอดรองเท้าบู๊ตของลีน่าอยู่ จึงรีบพูดว่า
"เสี่ยวหยู… พอแล้ว พวกเราไม่ต้องการของพวกนี้หรอก"
ซูเสี่ยวหยูทำหน้าเสียดาย อย่างน้อยรองเท้าบู๊ตคู่นี้ก็น่าจะแลกบิสกิตได้อีกซักห่อ
พวกเขาพบอาหารกระป๋องสองกระป๋องและบิสกิตหนึ่งห่อในกระเป๋าคาดเอวของลีน่า ก่อนจะกลับขึ้นรถ
ส่วนศพ… คืนนี้คงถูกสัตว์ป่ากินจนไม่เหลือซาก
ทั้งคู่ไม่ได้ย้อนกลับไปยังปั๊มน้ำมันที่พักกันก่อนหน้า เพราะหลังจากที่ยุงกลายพันธุ์ดูดเลือดจนอิ่มแล้ว มันจะมองหาแหล่งน้ำเพื่อวางไข่
ซูเฉินไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวโดยไม่จำเป็น
หลังจากขับรถจนเจอเนินดินเรียบ ๆ พวกเขาก็จอดพักกันที่นั่น
การขับรถในแดนรกร้างยามค่ำคืนอันตรายเกินไป
จากนั้นทั้งคู่ก็ก่อกองไฟและผลัดกันเฝ้ายาม
นาน ๆ ทีจะมีสัตว์ป่าเดินผ่านมา ดวงตาสีเขียวของพวกมันจ้องมองมนุษย์ที่อยู่ข้างรถด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะค่อย ๆ ถอยห่างออกไป
ในสายตาของสัตว์ป่า มนุษย์ถือปืนในแดนรกร้างคือนักล่าที่น่ากลัว
คืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบงันไร้คำพูดใด ๆ
เมื่อฟ้าสาง ทั้งคู่ก็ออกเดินทางต่อ
เมื่อตะวันตั้งตรงศีรษะ พวกเขาพบซากอาคาอยู่ไกล ๆ แต่… ดูเหมือนจะมีคนมาจับจองอยู่ก่อนแล้ว
รถออฟโรดและมอเตอร์ไซค์สองคันจอดอยู่บริเวณนั้น
นักล่าสามคนกำลังนั่งล้อมวงกินอะไรบางอย่างจากหม้อใบใหญ่ โดยมีอีกสามคนที่เหลือยืนถือปืนกลคอยระวังภัยอยู่รอบ ๆ
ซูเฉินมองดูจากระยะไกล ก่อนจะรีบหักพวงมาลัยรถออกห่างทันที
"หัวหน้า! มีรถผ่านมาทางนี้! ดูเหมือนจะมีกันแค่สองคนนะครับ"
ชายคนหนึ่งที่กำลังถือปืนเฝ้ายามรายงาน
คนอื่น ๆ ลุกขึ้นยืนตาม แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความกระหาย
ชายร่างกำยำไว้หนวดเครารุงรังที่กำลังกินอาหารอยู่ลังเลเล็กน้อย ก่อนพูดว่า "ช่างเถอะ กินข้าวกันต่อ"
แต่คนอื่น ๆ ดูไม่ค่อยพอใจนัก
"พี่ใหญ่ ดูที่ท้ายรถพวกนั้นสิ น่าจะมีเสบียงเยอะอยู่นะ”
"ใช่เลย มันน่าจะเป็นเหยื่อชั้นดีเลยนะครับ!"
"ขี่ไล่ตามไปกันเถอะ พวกนั้นยังไปได้ไม่ไกล”
ชายหนวดเคราขมวดคิ้ว "พวกแกใช้สมองคิดกันบ้างหรือเปล่าวะ?"
"แถวนี้มันใกล้เขตปนเปื้อนจะตาย นักล่าไร้ฝีมือไม่รอดมาถึงตรงนี้หรอก ถ้ามีกันแค่สองคนแต่กล้าเข้ามาลึกถึงขนาดนี้...ลองคิดดูดี ๆ”
คนอื่น ๆ ยังคงไม่ยอมแพ้ "อาจโดนเล่นงานมาก่อน แล้วเหลือกันแค่นี้ก็ได้"
ชายหนวดเคราพยักหน้า "ก็เป็นไปได้ แต่เป้าหมายของเราไม่ใช่การปล้นสะดม หากเราทำอะไรผิดพลาดและเสียคนไปล่ะก็… พวกเราคงอดเข้าซากปรักหักพังเป่ยเจ๋อในครั้งนี้แน่"
"กินข้าวกันต่อ แล้วตั้งใจเฝ้ายามด้วย"
ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก ได้แต่มองตามรถของซูเฉินด้วยแววตาเสียดาย
......
อีกด้านหนึ่ง
ซูเฉินขับรถออกมาไกลกว่าสิบกิโลเมตร เมื่อไม่เห็นใครตามมาจากด้านหลัง เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ซูเสี่ยวหยูพูดขึ้นว่า "พี่ ตอนนี้ฉันเป็นนักรบระดับ D แล้วนะ แถมเรายังมีปืนใหญ่อยู่ด้วย”
ซูเฉินพยักหน้ารับ "พี่รู้… แต่ในแดนล่าแบบนี้ ความรอบคอบคือกุญแจสู่การมีชีวิตรอด จำไว้"
"อื้อ... พี่พูดถูก" ซูเสี่ยวหยูยิ้มรับ
น้ำเสียงของซูเฉินอ่อนลงเล็กน้อยขณะอธิบาย "สังเกตไหมว่าคนพวกนั้นดูแข็งแรงผิดปกติ”
"หา?" ซูเสี่ยวหยูขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจในที่สุด
ลีน่าและคนอื่น ๆ ที่พวกเขาพบก่อนหน้านี้ แม้จะดูแข็งแรงแต่กลับผอมแห้ง
แต่กลุ่มรถออฟโรดเมื่อครู่นี้กลับมีรูปร่างกำยำทุกคน นั่นหมายความว่าพวกเขาได้สารอาหารเพียงพอและไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน
โดยทั่วไปแล้ว นักล่าที่มีลักษณะเช่นนี้มักเป็นพวกที่แข็งแกร่ง
หรือไม่ก็เป็นพวกโจรกลางทุ่งที่ปล้นสะดมยังชีพ
ประสบการณ์สูง อาวุธหนัก รู้จักจัดการเหยื่อ
ซูเสี่ยวหยูที่เป็นถึงนักรบพันธุกรรมระดับ D อาจหนีรอดไปได้ แต่ซูเฉินและเสบียงในรถคงไม่รอดแน่
“ต่อไปฉันจะระวังตัวให้มากขึ้น” ซูเสี่ยวหยูพูดอย่างจริงจัง
"ดีมาก" ซูเฉินลูบหัวเธอเบา ๆ พร้อมกล่าวเตือน "สัตว์กลายพันธุ์ในแดนรกร้างยังพอรับมือได้โดยง่าย จำไว้ว่าต่อจากนี้ไปต้องระวังมนุษย์ด้วยกันเองให้มากกว่าสิ่งอื่น เพราะมีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่จะเข้าใจมนุษย์ด้วยกันมากที่สุด"
ดูเหมือนซูเฉินจะเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์สถานการณ์ แต่ที่จริงแล้ว รายละเอียดทั้งหมดเหล่านี้ล้วนถูกประเมินโดยชิปสปาร์ค
หลังจากออกจากศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาว ชิปสปาร์คไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดได้เหมือนสัญญาณ WIFI อีกต่อไป
มันทำได้อาศัยภาพจากสายตาของซูเฉิน นำมาวิเคราะห์ แล้วประมวลผลให้คำแนะนำ
"เสี่ยวหยู เอาปืนใหญ่ออกมาวางไว้ตรงหน้าต่างรถให้เห็นชัด ๆ หน่อย วางไว้ทั้งสองข้างเลยนะ”
การแสดงแสนยานุภาพบ้างในบางครั้ง ย่อมสามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้ดี เหยื่อที่อ่อนแอมีแต่จะดึงดูดให้หมาป่าเข้ามารุมทึ้งเท่านั้น
ระหว่างทางไปสู่เมืองแบล็ควอเตอร์ ก็เริ่มพบบรรดานักล่ามากขึ้นเรื่อย ๆ
เป็นครั้งคราวที่กลุ่มนักล่าขี่รถออฟโรดและมอเตอร์ไซค์ปรากฏตัวใกล้ ๆ
หลังจากเห็นกระบอกปืนใหญ่สีดำทะมึนบนรถของซูเฉินแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องต่อ
ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันจากระยะไกลก่อนจะแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง
……
หลังจากเดินทางมาสามวัน ซูเฉินและซูเสี่ยวหยูก็เห็นแคมป์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นได้จากระยะไกล
เมืองแบล็ควอเตอร์อยู่ตรงหน้านี้แล้ว!