เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 หน่วยข่าวกรอง , นักล่าแดนเถื่อน

ตอนที่ 28 หน่วยข่าวกรอง , นักล่าแดนเถื่อน

ตอนที่ 28 หน่วยข่าวกรอง , นักล่าแดนเถื่อน


ลีน่ากำลังวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง!

ความรู้สึกผิดพลุ่งพล่านกัดกินหัวใจของเธออย่างช้า ๆ เธอไม่น่าเอาแต่ใจและขอให้พวกพี่ ๆ พาเข้าไปในเขตปนเปื้อนเลย

ข้อมูลที่เมืองแบล็ควอเตอร์ลงประกาศล่อตาล่อใจเกินห้ามไหว หากสามารถรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับความผิดปกติในเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาล

แต่เธอกลับลืมไปเสียสนิท ยิ่งรางวัลสูง… อันตรายก็ยิ่งมากตาม

พี่ชายเธอเป็นนักรบระดับ F ที่เคยฉีดยาปรับแต่งพันธุกรรมจากตลาดมืด  แม้จะเป็นเพียงยาคุณภาพต่ำ แต่เขาก็ยังสามารถเอาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด

แต่สุดท้าย… เขากลับต้องมาตายเพราะเธอ

ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไรต่อ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"พวกมันตามมาแล้ว!"

ลีน่ารู้ดีว่าเธอไม่มีทางวิ่งหนีรถได้ทัน และเมื่อหนีไม่ได้...ก็มีแค่ต้องสู้

ปัง! ปัง! ปัง!

เธอหันหลังแล้วยิงกราดใส่รถอย่างบ้าคลั่ง

แต่ในตอนนั้นเอง ซูเฉินก็ก้มหัวลงต่ำพร้อมเหยียบคันเร่งมิดเท้า!

โครม!

เสียงกระแทกร่างดังสนั่น ลีน่าลอยละลิ่วไปไกลเจ็ดถึงแปดเมตร

เธอกระแทกพื้นอย่างแรง ร่างกายกระตุกเล็กน้อย ปืนพกกระเด็นหลุดมือไปไกล

ซูเฉินเปิดประตูรถ

"ระวังตัวด้วย" เขาบอกซูเสี่ยวหยูให้เตรียมพร้อม ทั้งสองคนเล็งปืนไปที่ลีน่า

ลีน่ามีเลือดไหลทะลักออกจากปากและจมูก ม่านตาขยายเล็กน้อย ขาทั้งสองข้างหักจนเห็นเศษกระดูกสีขาวโพลน

"แค่ก ๆ ได้โปรด…อย่าฆ่าฉันเลย ฉันมีข้อมูลมากมาย… แค่ก ๆ"

ลีน่าหายใจหอบถี่ ขณะอ้อนวอนขอชีวิตอย่างสุดกำลัง

ซูเสี่ยวหยูเตรียมจะเหนี่ยวไกซ้ำอีกนัด แต่ซูเฉินกลับยกมือห้ามและถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"สถานการณ์ในเมืองแบล็ควอเตอร์ตอนนี้เป็นยังไง?"

แววตาแห่งความหวังริบหรี่ปรากฏขึ้นในดวงตาสิ้นหวังของลีน่าอีกครั้ง

"สัญญาก่อนว่าจะไม่ฆ่าฉัน"

ซูเฉินพยักหน้า "ด้วยสภาพแบบนี้… ต่อให้ฉันไม่ฆ่า เธอก็ไม่รอดไปถึงพรุ่งนี้หรอก เอาเถอะ ฉันสัญญาจะไม่ฆ่า บอกทุกอย่างที่เธอรู้มาซะ"

ลีน่ากระอักเลือดออกมาอีกครั้ง แล้วแค่นยิ้มอย่างขมขื่น "นักล่าในแดนรกร้างอย่างพวกเรา… ใครมันจะไปคิดถึงวันพรุ่งนี้กัน"

"ช่วงนี้นักล่าหลั่งไหลเข้าเมืองแบล็ควอเตอร์กันเป็นจำนวนมาก เพราะทุกคนต่างหมายปองภารกิจนี้"

"เขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อกำลังขยายตัว ภารกิจคือให้สืบหาสาเหตุของการขยายตัวครั้งนี้ รวมถึงจำนวนและระดับความแข็งแกร่งของพวกสัตว์กลายพันธุ์...”

“หลายคนคาดเดากันเอาเอง ... ว่าน่าจะมีสมบัติล้ำค่าจากโลกยุคเก่าปรากฏ”

"บางคนก็บอกว่ามีคลังแสงขนาดใหญ่ซ่อนอยู่...”

"นักล่าจากทางใต้แทบทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ที่เมืองแบล็ควอเตอร์"

"ทีมของฉันมีทั้งหมดเจ็ดคน แต่ถูกฝูงยุงกลายพันธุ์โจมตีที่ชายขอบเขตปนเปื้อน สิ้นใจตายทันทีไปสองคน...”

ซูเฉินนิ่งคิดก่อนถามต่อ "มีคนมาเยอะขนาดนั้น เมืองแบล็ควอเตอร์ยังรักษาความเรียบร้อยได้อยู่เหรอ?"

ลีน่าพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันเล็กน้อย "พวกนายคงจะไม่ใช่นักล่ามืออาชีพสินะ"

"เมืองแบล็ควอเตอร์อยู่ภายใต้การคุ้มครองของ 'ภาคีอัศวิน' มาเกือบปีได้"

"ด้วยการปกป้องของพวกเขา แม้แต่กองกำลังที่แข็งแกร่งอย่างเมืองอรุณรุ่งก็ยังไม่กล้าสร้างความวุ่นวายที่นี่เลย”

ภาคีอัศวิน?

ซูเฉินไม่เคยได้ยินชื่อกองกำลังนี้มาก่อน แต่ไม่อยากแสดงความเขลาให้ใครรู้ จึงแสร้งทำเป็นพูดเยาะเย้ย

"เหอะ… ภาคีอัศวินจะไปเทียบกับเมืองอรุณรุ่งได้ยังไงกัน?"

ลีน่าพยักหน้าเห็นด้วยเบา ๆ อย่างยากลำบาก "จริงอยู่ที่ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเมืองอรุณรุ่ง แต่ที่ราบเวิ้งว้างนอกเขตเมือง ภาคีอัศวินที่เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วคือราชาแห่งดินแดนนี้"

"หากเมืองอรุณรุ่งไม่อยากให้ภาคีอัศวินโจมตีขบวนเสบียงหรือปล้นสะดมเมืองบริวาร พวกเขาก็จะไม่ยอมเปิดศึกกับภาคีอัศวินโดยง่าย”

“…….”

เมื่อเห็นว่าเธอนิ่งเงียบไป ซูเฉินจึงถามต่อ "มีอะไรอยากพูดอีกไหม?"

ลีน่าส่ายหน้าแรง ๆ เพื่อแสดงว่าไม่มีจะบอกอีกต่อไป พร้อมแววตาที่จริงจังและเปี่ยมไปด้วยความหวัง

"ได้โปรด… ปล่อยฉันไปเถอะ! ฉันสัญญาว่าจะไม่แก้แค้นอย่างแน่นอน”

ที่จริงแล้ว… เธอยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญที่สุด มันคือข้อมูลที่เพื่อนร่วมทีมของเธอต้องแลกมาด้วยชีวิต หากเธอรอดไปได้ได้ ข้อมูลนี้จะกลายเป็นทุนสำรองชีวิตให้เธอ

ซูเฉินพยักหน้ารับ "ฉันเป็นคนรักษาสัญญาเสมอ"

พูดจบ เขาก็ส่งสัญญาณให้ซูเสี่ยวหยู

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้น กระสุนเจาะเข้ากลางหน้าผากของลีน่า ร่างของเธอกระตุกสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป

ซูเสี่ยวหยูเก็บปืนและเริ่มสำรวจหาเสบียงจากศพอย่างคล่องแคล่ว

ซูเฉินเดินไปหยิบปืนพกที่หล่นอยู่ข้าง ๆ ศพของลีน่าขึ้นมา

ขณะหันหลังกลับไป เขาก็เห็นซูเสี่ยวหยูกำลังถอดรองเท้าบู๊ตของลีน่าอยู่ จึงรีบพูดว่า

"เสี่ยวหยู… พอแล้ว พวกเราไม่ต้องการของพวกนี้หรอก"

ซูเสี่ยวหยูทำหน้าเสียดาย อย่างน้อยรองเท้าบู๊ตคู่นี้ก็น่าจะแลกบิสกิตได้อีกซักห่อ

พวกเขาพบอาหารกระป๋องสองกระป๋องและบิสกิตหนึ่งห่อในกระเป๋าคาดเอวของลีน่า ก่อนจะกลับขึ้นรถ

ส่วนศพ… คืนนี้คงถูกสัตว์ป่ากินจนไม่เหลือซาก

ทั้งคู่ไม่ได้ย้อนกลับไปยังปั๊มน้ำมันที่พักกันก่อนหน้า เพราะหลังจากที่ยุงกลายพันธุ์ดูดเลือดจนอิ่มแล้ว มันจะมองหาแหล่งน้ำเพื่อวางไข่

ซูเฉินไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวโดยไม่จำเป็น

หลังจากขับรถจนเจอเนินดินเรียบ ๆ พวกเขาก็จอดพักกันที่นั่น

การขับรถในแดนรกร้างยามค่ำคืนอันตรายเกินไป

จากนั้นทั้งคู่ก็ก่อกองไฟและผลัดกันเฝ้ายาม

นาน ๆ ทีจะมีสัตว์ป่าเดินผ่านมา ดวงตาสีเขียวของพวกมันจ้องมองมนุษย์ที่อยู่ข้างรถด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะค่อย ๆ ถอยห่างออกไป

ในสายตาของสัตว์ป่า มนุษย์ถือปืนในแดนรกร้างคือนักล่าที่น่ากลัว

คืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบงันไร้คำพูดใด ๆ

เมื่อฟ้าสาง ทั้งคู่ก็ออกเดินทางต่อ

เมื่อตะวันตั้งตรงศีรษะ  พวกเขาพบซากอาคาอยู่ไกล ๆ แต่… ดูเหมือนจะมีคนมาจับจองอยู่ก่อนแล้ว

รถออฟโรดและมอเตอร์ไซค์สองคันจอดอยู่บริเวณนั้น

นักล่าสามคนกำลังนั่งล้อมวงกินอะไรบางอย่างจากหม้อใบใหญ่ โดยมีอีกสามคนที่เหลือยืนถือปืนกลคอยระวังภัยอยู่รอบ ๆ

ซูเฉินมองดูจากระยะไกล ก่อนจะรีบหักพวงมาลัยรถออกห่างทันที

"หัวหน้า! มีรถผ่านมาทางนี้! ดูเหมือนจะมีกันแค่สองคนนะครับ"

ชายคนหนึ่งที่กำลังถือปืนเฝ้ายามรายงาน

คนอื่น ๆ ลุกขึ้นยืนตาม แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความกระหาย

ชายร่างกำยำไว้หนวดเครารุงรังที่กำลังกินอาหารอยู่ลังเลเล็กน้อย ก่อนพูดว่า "ช่างเถอะ กินข้าวกันต่อ"

แต่คนอื่น ๆ ดูไม่ค่อยพอใจนัก

"พี่ใหญ่ ดูที่ท้ายรถพวกนั้นสิ น่าจะมีเสบียงเยอะอยู่นะ”

"ใช่เลย มันน่าจะเป็นเหยื่อชั้นดีเลยนะครับ!"

"ขี่ไล่ตามไปกันเถอะ พวกนั้นยังไปได้ไม่ไกล”

ชายหนวดเคราขมวดคิ้ว "พวกแกใช้สมองคิดกันบ้างหรือเปล่าวะ?"

"แถวนี้มันใกล้เขตปนเปื้อนจะตาย นักล่าไร้ฝีมือไม่รอดมาถึงตรงนี้หรอก ถ้ามีกันแค่สองคนแต่กล้าเข้ามาลึกถึงขนาดนี้...ลองคิดดูดี ๆ”

คนอื่น ๆ ยังคงไม่ยอมแพ้ "อาจโดนเล่นงานมาก่อน แล้วเหลือกันแค่นี้ก็ได้"

ชายหนวดเคราพยักหน้า "ก็เป็นไปได้ แต่เป้าหมายของเราไม่ใช่การปล้นสะดม หากเราทำอะไรผิดพลาดและเสียคนไปล่ะก็… พวกเราคงอดเข้าซากปรักหักพังเป่ยเจ๋อในครั้งนี้แน่"

"กินข้าวกันต่อ แล้วตั้งใจเฝ้ายามด้วย"

ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก ได้แต่มองตามรถของซูเฉินด้วยแววตาเสียดาย

......

อีกด้านหนึ่ง

ซูเฉินขับรถออกมาไกลกว่าสิบกิโลเมตร เมื่อไม่เห็นใครตามมาจากด้านหลัง เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ซูเสี่ยวหยูพูดขึ้นว่า "พี่ ตอนนี้ฉันเป็นนักรบระดับ D แล้วนะ แถมเรายังมีปืนใหญ่อยู่ด้วย”

ซูเฉินพยักหน้ารับ "พี่รู้… แต่ในแดนล่าแบบนี้ ความรอบคอบคือกุญแจสู่การมีชีวิตรอด จำไว้"

"อื้อ... พี่พูดถูก" ซูเสี่ยวหยูยิ้มรับ

น้ำเสียงของซูเฉินอ่อนลงเล็กน้อยขณะอธิบาย "สังเกตไหมว่าคนพวกนั้นดูแข็งแรงผิดปกติ”

"หา?" ซูเสี่ยวหยูขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจในที่สุด

ลีน่าและคนอื่น ๆ ที่พวกเขาพบก่อนหน้านี้ แม้จะดูแข็งแรงแต่กลับผอมแห้ง

แต่กลุ่มรถออฟโรดเมื่อครู่นี้กลับมีรูปร่างกำยำทุกคน นั่นหมายความว่าพวกเขาได้สารอาหารเพียงพอและไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน

โดยทั่วไปแล้ว นักล่าที่มีลักษณะเช่นนี้มักเป็นพวกที่แข็งแกร่ง

หรือไม่ก็เป็นพวกโจรกลางทุ่งที่ปล้นสะดมยังชีพ

ประสบการณ์สูง อาวุธหนัก รู้จักจัดการเหยื่อ

ซูเสี่ยวหยูที่เป็นถึงนักรบพันธุกรรมระดับ D อาจหนีรอดไปได้ แต่ซูเฉินและเสบียงในรถคงไม่รอดแน่

“ต่อไปฉันจะระวังตัวให้มากขึ้น” ซูเสี่ยวหยูพูดอย่างจริงจัง

"ดีมาก" ซูเฉินลูบหัวเธอเบา ๆ พร้อมกล่าวเตือน "สัตว์กลายพันธุ์ในแดนรกร้างยังพอรับมือได้โดยง่าย จำไว้ว่าต่อจากนี้ไปต้องระวังมนุษย์ด้วยกันเองให้มากกว่าสิ่งอื่น เพราะมีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่จะเข้าใจมนุษย์ด้วยกันมากที่สุด"

ดูเหมือนซูเฉินจะเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์สถานการณ์ แต่ที่จริงแล้ว รายละเอียดทั้งหมดเหล่านี้ล้วนถูกประเมินโดยชิปสปาร์ค

หลังจากออกจากศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาว ชิปสปาร์คไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดได้เหมือนสัญญาณ WIFI อีกต่อไป

มันทำได้อาศัยภาพจากสายตาของซูเฉิน นำมาวิเคราะห์ แล้วประมวลผลให้คำแนะนำ

"เสี่ยวหยู เอาปืนใหญ่ออกมาวางไว้ตรงหน้าต่างรถให้เห็นชัด ๆ หน่อย วางไว้ทั้งสองข้างเลยนะ”

การแสดงแสนยานุภาพบ้างในบางครั้ง ย่อมสามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้ดี เหยื่อที่อ่อนแอมีแต่จะดึงดูดให้หมาป่าเข้ามารุมทึ้งเท่านั้น

ระหว่างทางไปสู่เมืองแบล็ควอเตอร์ ก็เริ่มพบบรรดานักล่ามากขึ้นเรื่อย ๆ

เป็นครั้งคราวที่กลุ่มนักล่าขี่รถออฟโรดและมอเตอร์ไซค์ปรากฏตัวใกล้ ๆ

หลังจากเห็นกระบอกปืนใหญ่สีดำทะมึนบนรถของซูเฉินแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องต่อ

ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันจากระยะไกลก่อนจะแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง

……

หลังจากเดินทางมาสามวัน ซูเฉินและซูเสี่ยวหยูก็เห็นแคมป์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นได้จากระยะไกล

เมืองแบล็ควอเตอร์อยู่ตรงหน้านี้แล้ว!

จบบทที่ ตอนที่ 28 หน่วยข่าวกรอง , นักล่าแดนเถื่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว