- หน้าแรก
- ประกายแสงจากโลกสีคราม ขออัญเชิญผู้เล่นสู่โลกล่มสลาย
- ตอนที่ 23 ผู้เล่นสายใช้ชีวิต
ตอนที่ 23 ผู้เล่นสายใช้ชีวิต
ตอนที่ 23 ผู้เล่นสายใช้ชีวิต
ห้าวันต่อมา —กลางดึกคืนหนึ่ง
ซูเฉินนั่งอยู่บนหลังคา มองดู [วางอู๋เฉียน] ที่กำลังไล่ฟันฝูงหนูซอมบี้ผ่านระบบชิปสปาร์คด้วยสีหน้าเจ็บปวด
หมอนี่ไม่ตายเลยแม้แต่ครั้งเดียวในรอบห้าวันที่ผ่านมา
แผนการที่จะดึงเอาดาบเล่มนั้นคืนจึงล้มเหลวไปโดยปริยาย
ผู้เล่นจำนวนมากเริ่มฉีดยาปรับแต่งพันธุกรรม ส่งผลให้สมรรถภาพทางกายของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก
พร้อมด้วยความช่วยเหลือจากทักษะเมคานิก การจัดการกับมอนสเตอร์กลายพันธุ์ระดับต่ำพวกนี้จึงง่ายราวกับปลอกกล้วยเข้าปาก
"ดูเหมือนว่าต่อให้เขตปนเปื้อนขยายตัวกว้างมาถึงที่นี่ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา"
ซูเฉินพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความโล่งอก
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรี มองดูดวงดาวระยิบระยับพร้อมพระจันทร์เสี้ยวที่เด่นชัด
เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนแบบนี้คือเมื่อไหร่
"โฮสต์โปรดวางใจ ด้วยอัตราส่วนพลังต่อสู้ในตอนนี้ นอกจากผู้เชี่ยวชาญระดับ D ขึ้นไปก็ยากที่จะบุกเข้ามาในศูนย์หลบภัยนี้ได้"
ชิปสปาร์คพูดขึ้น
"อืม"
หลังจ้องมองท้องฟ้าด้วยความเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง ซูเฉินก็เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง "ดัดแปลงรถไปถึงไหนแล้ว?"
ชิปสปาร์คเงียบไปก่อนจะตอบกลับ "ยังขาดอะไหล่สำคัญอีกสองสามชิ้น"
ซูเฉินถอนหายใจ "รู้หรอกน่าว่ากำลังถ่วงเวลาอยู่”
ชิปสปาร์คไม่ตอบ
"ฉันต้องออกไปข้างนอกเพื่อกำจัดของส่วนเกินพวกนั้นได้แล้ว”
ซูเฉินยังพูดต่อ "ทุกอย่างที่ฉันมีตอนนี้ล้วนได้มาจากระบบ ถึงจะไม่รู้ว่าจุดประสงค์คืออะไรแต่ก็ช่วยชีวิตฉันไว้ได้มาก เป็นแบบนี้แล้วก็คงไม่อยากเห็นฉันตายหรอกใช่ไหม…? ตอนนี้ที่ศูนย์หลบภัยเริ่มขาดแคลนอาหารแล้วนะ"
ชิปสปาร์คตอบกลับ "สิทธิ์ของโฮสต์ยังคงสูงสุดเหนือระบบเสมอ"
"งั้นเล่าที่มาที่ไปของตัวเองให้ฉันฟังหน่อยสิ"
"ขออภัย ข้อมูลนี้ต้องใช้สิทธิ์เข้าถึงที่สูงกว่านี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้"
ซูเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขามีนิสัยชอบคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ แม้การทะลุมิติมาครั้งนี้จะสั่นคลอนความมีเหตุมีผลของเขาไปบ้าง แต่ในใจลึก ๆ เขาไม่อาจทำใจเชื่อว่าระบบที่มอบพลังให้เขานั้น...จะไม่มีเบื้องหลังใดแอบแฝง
ตอนแรก ซูเฉินคิดว่าชิปสปาร์คที่มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนนี้คือสิ่งดี เพราะมันช่วยชีวิตเขาไว้ได้ แต่ภาพของระบบที่กำลังควบคุมหุ่นยนต์ยังคงปรากฏค้างอยู่ในใจ ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นเชิดที่กำลังถูกควบคุมอยู่
เขาไม่เหมือนกับพวกตัวเอกในนิยายสมองกลวงโบ๋ที่ไม่คิดสนใจแม้แต่ที่มาของระบบที่ติดตัวเลยสักนิดพวกนั้น
หลังจากความตกใจจางหาย ซูเฉินก็เริ่มวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และพบว่า…
ตั้งแต่การสร้างฐาน การเรียกผู้เล่น และอื่น ๆ อีกมากมาย ล้วนอยู่ภายใต้การชี้นำของชิปสปาร์คทั้งสิ้น
ตอนแรก เขาไม่ได้ปฏิเสธการชี้นำเหล่านี้เพราะมันก็เป็นผลดีต่อตัวเขา และการเอาชีวิตรอดในโลกล่มสลายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เดิมทีการเป็นหุ่นเชิดก็ไม่ได้เสียหายอะไร แค่นอนนิ่ง ๆ แล้วปล่อยให้ระบบชักใยไปเท่านี้ก็เพียงพอ
แต่ยิ่งนานวัน ซูเฉินก็ยิ่งสงสัยในจุดประสงค์ของชิปสปาร์คขึ้นเรื่อย ๆ
เขากังวลว่าวันหนึ่ง ผู้เล่นที่ถูกเรียกตัวมาเหล่านี้อาจนำหายนะกลับไปสู่ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา
ซูเฉินถึงกับคิดว่าโลกที่กลายเป็นแดนรกร้างเช่นนี้… อาจเป็นเพราะชิปสปาร์คก็ได้ หากดาวเคราะห์สีน้ำเงินต้องกลายเป็นแบบนี้เพราะเขา ซูเฉินคงกลายเป็นคนบาปไปชั่วกัลปาวสาน
ถึงอย่างนั้นชิปสปาร์คก็ยังเชื่อฟังเขาทุกอย่างเสมอมา และจนถึงตอนนี้... มีผู้เล่นถูกเรียกมาเพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ ซูเฉินจึงอดทนรอและไม่ได้ซักไซ้ที่มาที่ไปของชิปสปาร์คอะไรต่อ เขาต้องดูให้นานกว่านี้ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเผลอทำอะไรที่คาดเดาไม่ได้
แต่ตอนนี้ ศูนย์หลบภัยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอาหาร เขาจึงต้องเผชิญหน้ากับระบบสักหน่อย!
"ภายในสามวัน ... ดัดแปลงรถให้เสร็จภายในสามวัน ตกลงไหม?"
ซูเฉินถามระบบ
ชิปสปาร์คตอบกลับ "ได้ แต่ไม่แนะนำให้โฮสต์ออกไปเสี่ยงอันตรายข้างนอก"
"พี่ มานั่งทำอะไรอยู่บนหลังคาคนเดียวแบบนี้?"
ซูเสี่ยวหยูเดินเข้ามาหาและนั่งลงข้าง ๆ ซูเฉิน
“ดูดาว”
"สวยจังเลยเนอะ! ไม่ได้เห็นดาวเต็มท้องฟ้าแบบนี้มานานแล้วสิ"
สองพี่น้องนิ่งเงียบ มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ เพลิดเพลินกับความสงบยามค่ำคืนที่หาได้ยาก
โครก~
ไม่นานนัก ท้องของซูเสี่ยวหยูก็ร้องเสียงดัง ใบหน้าของเธอแดงก่ำก่อนจะเกาหัวด้วยความเขินอาย
"ช่วงนี้เหมือนจะกินเยอะไปหน่อย เลยรู้สึกแน่น ๆ ท้อง"
ซูเฉินหัวเราะพลางพูดติดตลก "หิวก็บอกว่าหิวเถอะ กลับบ้านไปหาอะไรกินกันดีกว่า"
"ไม่ต้องหรอกพี่ ที่พักพิงของเราอาหารเหลือน้อยเต็มทีแล้วนะ"
"ไม่ต้องห่วง พี่มีวิธีอยู่น่า อยากกินก็กินให้เต็มที่ไปเลย"
ระบบให้ได้ทุกอย่างยกเว้นอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
ซูเสี่ยวหยูกำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ยิ่งได้รับการปรับแต่งพันธุกรรม ยิ่งต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นในแต่ละวันมากขึ้น
หากขาดสารอาหารที่เพียงพอ ยีนที่ได้รับการปรับแต่งอาจดูดซับสารปนเปื้อนเข้าไปแทน ซึ่งอาจนำไปสู่ความล้มเหลวในการดัดแปลงพันธุกรรม หรือในกรณีร้ายแรงที่สุด มันอาจจะทำให้เกิดการกลายพันธุ์ก็เป็นได้!
ด้วยเหตุนี้เอง ซูเฉินจึงยืนกรานที่จะออกไปข้างนอกเพิ่มเติมเสบียง
……
เช้าวันรุ่งขึ้น
ซูเฉินถูกปลุกโดยชิปสปาร์ค
สิ่งแรกที่ทำหลังตื่นนอนเสมอคือการตรวจสอบ “รายได้หลังการนอนหลับ”
"เยี่ยม! อนุภาคมืดเพิ่มขึ้นอีก 5,000 แต้มแล้ว!"
ในบรรดาผู้เล่น 100 คนจากการทดสอบรอบแรก มี 99 คนที่เลเวล 10 ขึ้นไปและได้รับการฉีดยาปรับแต่งพันธุกรรมแล้ว เหลือเพียงผู้เล่นหญิงคนหนึ่งที่ยังคงวนเวียนอยู่ที่เลเวล 1
หลังจากที่ผู้เล่นเปลี่ยนอาชีพ พวกเขาจะฆ่ามอนสเตอร์และเพิ่มเลเวลกันทุกวัน และครึ่งหนึ่งของค่าประสบการณ์ที่ได้มาจะตกเป็นของซูเฉิน
เมื่อจำนวนการตายของผู้เล่นลดลง การใช้อนุภาคมืดก็จะลดน้อยลงตาม
การลงทุนในช่วงแรกเริ่มเห็นผล!
"ระบบ ความคืบหน้าในการก่อสร้างของผู้เล่นเมื่อวานนี้เป็นอย่างไรบ้าง?"
ซูเฉินลุกจากเตียงและถามในใจตามปกติ
ชิปสปาร์คตอบกลับ "การก่อสร้างกำแพงป้องกันรอบนอกของศูนย์หลบภัยเสร็จสมบูรณ์ 100% ระบบได้มอบหมาย ‘ภารกิจทำความสะอาด’ และ ‘ภารกิจปรับปรุงพื้นที่’ ให้กับผู้เล่นผ่านห้องโถงภารกิจเป็นที่เรียบร้อย”
จากนั้นก็พูดเสริม "ความคืบหน้าในการดัดแปลงรถยนต์อยู่ที่ 89% คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 20 ชั่วโมง"
"ดีมาก ทำต่อไป"
"มีสัตว์กลายพันธุ์ปรากฏตัวในเมืองไลออนฮาร์ตมากขึ้น และผู้สูญสิ้นก็เริ่มปรากฏตัวบ่อยขึ้นเช่นกัน จากข้อมูลนี้จึงพอจะสรุปได้ว่าเขตปนเปื้อนกำลังขยายตัวจริงตามที่เสวียนจีจื่อเคยกล่าวไว้”
"มีสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงโผล่มาให้เห็นบ้างไหม?”
"ยังไม่พบในตอนนี้"
ซูเฉินพยักหน้าอย่างพอใจ "แล้วมีผู้เล่นคนไหนทำอะไรแปลก ๆ อีกบ้างไหม?”
"มีผู้เล่นบางคนที่ค่อนข้างบ้าบิ่น พวกเขาข้ามเมืองไลออนฮาร์ตไปสำรวจเขตปนเปื้อน นอกจากนี้ ยังมีผู้เล่นหลายคนที่พยายามปีนข้ามภูเขาด้านหลังศูนย์หลบภัย"
"ไม่ต้องสนใจพวกเขา หากออกนอกเขตที่กำหนดเมื่อไหร่พวกเขาจะถูกตัดขาดจากระบบไปเอง อ้อ วางอู๋เฉียนตายหรือยัง?"
"ยังไม่ตาย"
"ยังไม่ตายอีกเหรอ? ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ"
"มีอีกเรื่องหนึ่ง ผู้เล่นมีความต้องการ ‘นาฬิกาเก็บของ’ เป็นอย่างมาก ชิปหน่วยความจำนาโนที่รวบรวมมาได้นั้น สามารถสร้างนาฬิกาเก็บของได้เพียง 30 เรือน ตอนนี้ของในร้านค้าขาดตลาดแล้ว"
"เรื่องปกติ" ซูเฉินแตะข้อมือของตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหยิบบิสกิตอัดแท่งออกมาจากนาฬิกาเก็บของแล้วกัดกิน
"พวกกระเป๋ามิติใคร ๆ ก็อยากได้ทั้งนั้น รอบนี้ฉันจะออกไปแลกเปลี่ยนเสบียง พร้อมกับหาชิปพวกนั้นกลับมาด้วยเลย"
คราวนี้ชิปสปาร์คไม่ได้ห้ามเขา แต่กลับเสนอแนะ "พลังของโฮสต์ยังอ่อนแอเกินไป ขอแนะนำให้เสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายด้วยอนุภาคมืด”
ซูเฉินมองดู “เงินฝาก” ของตัวเองที่มีมากกว่า 90,000 อนุภาคมืด
หากใช้อนุภาคมืดเพื่อปรับแต่งพันธุกรรม ราคาเริ่มต้นอย่างน้อยก็ 50,000 แต้ม และนั่นก็เป็นเพียงการดัดแปลงแขนขาบางส่วนเท่านั้น
"งั้น...เริ่มเสริมความแข็งแกร่งที่มือขวาก่อนแล้วกัน”
ทันทีที่พูดจบ ซูเฉินก็รู้สึกเสียวซ่านที่ท้ายทอยเล็กน้อย ราวกับกระแสไฟฟ้ากำลังไหลมารวมกันที่มือขวาของเขา
ฝ่ามือขวาทั้งหมดกลายเป็นสีดำเข้ม มีประกายโลหะวาววับ
ซูเฉินยกมือสะบัดไปมา ก่อนจะลองเอามือไปจิ้มกำแพงเบา ๆ เพื่อทดสอบ
กำแพงคอนกรีตที่แข็งแกร่งกลับนุ่มยวบราวกับเต้าหู้
เพียงขยับความคิด ฝ่ามือก็กลับสู่สีผิวปกติทันที
"รู้สึกเหมือนใส่มือกลเลยแฮะ"
ซูเฉินขยับนิ้วมือไปมา แต่กลับไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด
"แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง" ชิปสปาร์คตอบกลับ "หลังจากที่โฮสต์เสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายทั้งหมดแล้ว จะได้รู้ถึงประโยชน์อันน่าอัศจรรย์ของมันอย่างแน่นอน"
"การเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายทั้งหมดอย่างน้อยต้องใช้อนุภาคมืดถึงสามล้านแต้ม ในตอนนี้คงยังอีกไกล"
ซูเฉินยิ้มจาง ๆ นี่คือการประนีประนอมอย่างหนึ่ง
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยยอมรับวิธีใช้อนุภาคมืดเพื่อปรับปรุงพันธุกรรมของตัวเองเลยสักครั้ง แต่เมื่อชิปสปาร์คยอมทำตามคำขอของเขา ซูเฉินก็ยอมรับการปรับปรุงพันธุกรรมเป็นการตอบแทน
"หากโฮสต์ต้องการออกไปข้างนอก ขอแนะนำให้พาร่างจักรกลของเสวียนจีจื่อไปด้วย"
ซูเฉินโบกมือปฏิเสธ "ไม่เอาอ่ะ มันจะดูเด่นเกินไป ก็บอกเองไม่ใช่หรือไงว่าเสวียนจีจื่อมีสถานะค่อนข้างสูงในศาสนจักรจักรกล? ถ้าข่าวรั่วไหลออกไป ชีวิตฉันคงตกอยู่ในอันตรายแน่ ๆ"
"ฉันกับเสี่ยวหยูจะไปด้วยกันสองคน คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมากนัก อีกอย่างพวกเราก็เคยไปที่ค่ายนั้นมาก่อน คงไม่ดูน่าสงสัยอะไรหรอก แต่เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้ฉันต้องเตรียมรับมือเรื่องอื่น ๆ ในศูนย์หลบภัยให้เรียบร้อยก่อน”
ชิปสปาร์คเงียบเสียง ดูเหมือนมันจะผิดหวังเล็กน้อย
หลังจากกินบิสกิตเสร็จ ซูเฉินก็เดินไปที่บ่อน้ำของที่พักพิง
แต่เมื่อมองจากระยะไกล เขาเห็นผู้เล่นหญิงคนหนึ่งกำลังแบกถังน้ำขึ้นมาจากบ่อน้ำอย่างยากลำบาก
ซูเฉินตกใจมาก!
นี่คือแหล่งน้ำแห่งเดียวในศูนย์หลบภัย และเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของเขากับซูเสี่ยวหยู!
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นสร้างความเสียหาย ซูเฉินได้ล้อมบ่อน้ำไว้ด้วยแผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
"นี่เธอ! กำลังทำอะไรน่ะ!?"
ซูเฉินวิ่งไล่ตามและจ้องมองผู้เล่นหญิงคนนั้นด้วยความไม่พอใจ
"อ๊ะ! หัวหน้า!" ผู้เล่นหญิงที่มี ID [เหมิงซีฮวา] ตกใจจนเกือบทำถังน้ำคว่ำ
"นี่เธอ…?"
ซูเฉินแปลกใจเล็กน้อย ในบรรดาผู้เล่น 100 คนที่ได้สิทธิ์ทดสอบรอบแรก เธอเป็นผู้เล่นหญิงคนเดียวที่ไม่ได้เปลี่ยนอาชีพ
ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่เข้าเกมมา เธอก็ไม่เคยออกจากศูนย์หลบภัย ไม่เคยทำเควส และเลเวลของเธอก็ยังอยู่ที่ LV1 เท่านั้น
เหมิงซีฮวาเป็นผู้เล่นที่แปลกประหลาด เธอชอบอยู่คนเดียวในสวนผักรกร้างของศูนย์หลบภัย คอยเก็บดอกไม้และพืชต่าง ๆ มาดูแล ซูเฉินเพิ่งค้นพบเธอเมื่อสองวันก่อนและเห็นได้ชัดว่าเธอเป็นผู้เล่นสาย “ใช้ชีวิต”