เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 ขอถามหน่อยครับ...ฆ่าหัวหน้าศูนย์นี่ผิดกฏไหม?

ตอนที่ 17 ขอถามหน่อยครับ...ฆ่าหัวหน้าศูนย์นี่ผิดกฏไหม?

ตอนที่ 17 ขอถามหน่อยครับ...ฆ่าหัวหน้าศูนย์นี่ผิดกฏไหม?


สิบวันผ่านไป...

ฝูงหนูซอมบี้ที่เคยชุกชุมรอบ ๆ ศูนย์หลบภัยต่างพากันล้มตายภายใต้หายนะครั้งที่สี่จนเกือบจะสูญพันธุ์ พวกมันแทบจะไม่ปรากฏตัวในตอนกลางวันอีกเลย

โพรงของพวกมันหลายจุดถูกขุดค้นแต่กลับว่างเปล่า ไม่อาจทราบได้ว่าพวกมันหลบหนีหรือย้ายถิ่นฐานไปที่อื่นแล้วกันแน่

เหตุนี้เอง เหล่าผู้เล่นจึงต้องล็อกอินเข้าเกมช่วงกลางคืนเพื่อออกล่าหนูซอมบี้ตามเวลาที่พวกมันจะออกหากินมากที่สุด

ซูเฉินถอนหายใจขณะเดินออกจากศูนย์หลบภัย

......

บริเวณป่ารอบนอกศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาว

โครม!

ต้นไม้กลายพันธุ์ต้นหนึ่งที่ลำต้นหนาพอ ๆ กับชามข้าวถูกตัดขาดเป็นสองท่อน

ซูเสี่ยวหยูออกแรงเหวี่ยงแขน กระโดดขึ้นไปสูงกว่าสองเมตร พร้อมเปล่งเสียงตะโกนราวกับรวมพลัง ก่อนจะกำหมัดพุ่งเข้าใส่เสวียนจีจื่ออีกครั้ง

ทว่าเสวียนจีจื่อสามารถหลบการโจมตีของซูเสี่ยวหยูได้อย่างง่ายดาย มันสะบัดแขนจักรกลปัดเธอออกไปพ้นทาง

หลังฟื้นจากพิษไข้ที่เกิดจากยาปรับพันธุกรรม ซูเสี่ยวหยูเผลอทำชามแตกไปหลายใบขณะทำอาหาร เพราะยังไม่สามารถควบคุมพละกำลังที่เพิ่มขึ้นมาอย่างกะทันหันได้

ซูเฉินจึงขอให้เสวียนจีจื่อช่วยฝึกการต่อสู้ให้กับซูเสี่ยวหยู โดยสัญญาว่าจะให้น้ำมันหล่อลื่นชนิดพิเศษเป็นรางวัลทุกสัปดาห์

หลังจากได้รับการปรับแต่งพันธุกรรมแล้ว สมรรถภาพทางกายของซูเสี่ยวหยูก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก แรงกระแทกในระดับนี้ไม่อาจทำร้ายเธอได้

แต่ซูเฉินยังคงกังวลเกี่ยวกับเสวียนจีจื่ออยู่บ้าง จึงมักจะมาดูพวกเขาฝึกซ้อมอยู่บ่อย ๆ

แท้จริงแล้ว ทุกการเคลื่อนไหวของเสวียนจีจื่อล้วนอยู่ใต้การตรวจสอบและควบคุมของชิปสปาร์ค ทำให้เสวียนจื่อจื่อไม่สามารถเคลื่อนไหวเกินขอบเขตคำสั่งได้ อีกทั้งยังถูกล็อกสิทธิ์ในการใช้อาวุธ พลังของเสวียนจีจื่อจึงลดลงไปมากจนเหลือเพียงระดับ D เท่านั้น

แต่ถึงกระนั้น สำหรับซูเสี่ยวหยูแล้ว เสวียนจีจื่อคือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเกินไป เธอเหมือนกับเด็กซนที่เพิ่งหัดเดิน โดนซัดจนล้มไม่เป็นท่าครั้งแล้วครั้งเล่า

"ระวังช่องโหว่ของตัวเองเวลาโจมตี"

"อย่ากระโดดหากไม่จำเป็น เมื่อเท้าของเจ้าลอยจากพื้น การเคลื่อนไหวจะยากต่อการควบคุม”

"จุดออกแรงของการต่อยไม่ได้อยู่ที่แขน แต่อยู่ที่เอว"

"ขณะโจมตี ต้องคอยสังเกตการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้เสมอ และเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีสวนกลับ"

ทุกครั้งที่เสวียนจีจื่อซัดซูเสี่ยวหยูจนหงาย มันจะคอยชี้จุดผิดพลาดให้เสมอ

ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง ใบหน้าของซูเสี่ยวหยูเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

เธอไม่รู้ว่าพี่ชายไปหายีนเสริมพลังพวกนี้มาได้อย่างไร และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหุ่นยนต์นี้โผล่มาจากไหน

แต่เธอรู้ดีว่ายีนเสริมพลังที่กินเข้าไปล้ำค่ามากเพียงใด

พลังที่ได้มาอย่างไม่คาดคิด สิ่งเดียวที่เธออยากทำ ก็คือใช้มันเพื่อปกป้องพี่ชาย

ดังนั้นจึงพยายามอย่างหนักเพื่อจะได้ควบคุมพลังในร่างกายให้ได้โดยเร็วที่สุด หวังเพียงจะได้ไม่เป็นภาระของพี่ชายอีกต่อไป

ซูเฉินมองดูจากด้านข้างด้วยความรู้สึกสงสาร และพยายามอย่างมากที่จะไม่เข้าไปรบกวนการฝึก

เพราะการบาดเจ็บเล็กน้อยในตอนนี้ ย่อมดีกว่าความตายที่อาจมาเยือนในวันข้างหน้า

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป การฝึกซ้อมก็สิ้นสุด

"นักพรตเต๋า ขอบคุณมากสำหรับการฝึกในวันนี้" ซูเฉินพูดพลางยื่นถังน้ำมันหล่อลื่นให้

เสวียนจีจื่อรับไว้ ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าศูนย์หลบภัยไป

ใบหน้าของซูเสี่ยวหยูเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ และมีรอยฟกช้ำเล็กน้อยตามแขน

"เจ็บมากไหม?" ซูเฉินถาม

"ไม่เป็นไรหรอกพี่" ซูเสี่ยวหยูลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้ม "ฉันอยากฝึกต่ออีกหน่อย พี่กลับไปก่อนก็ได้นะ"

"พรุ่งนี้ค่อยฝึกต่อก็ได้ ไม่เห็นต้องรีบร้อน"

"ไม่เอา ฉันยังไม่เหนื่อยเลย ขอฝึกต่ออีกหน่อยเถอะนะ"

ซูเฉินเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ จึงได้แต่กำชับเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับบ้านไป

ในช่วงสิบวันที่ผ่านมา ผู้เล่นกว่าห้าสิบคนสามารถทะลวงถึงเลเวล 10 ได้สำเร็จ

แต่การจะเปลี่ยนอาชีพเป็นเมคานิกได้นั้น ต้องใช้แต้มพลังงาน 200 แต้มเป็นค่าธรรมเนียม ผู้เล่นจึงต้องออกไปฟาร์มหาแต้มกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

กำแพงป้องกันที่อยู่นอกศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาวในขณะนี้มีความหนามากกว่าหนึ่งเมตรและสูงกว่าสามเมตร เว้นเพียงประตูใหญ่ด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้าน ที่พักพิงแห่งนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยกำแพงเหล็กอย่างแน่นหนา

แถมบนกำแพงยังมีซากเถาวัลย์งูและพืชมีหนามวางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ  ในที่สุด ตอนนี้มันก็เริ่มดูเหมือนศูนย์หลบภัยของจริงเสียที

นอกจากนี้ เหล่าผู้เล่นยังรื้อถอนสิ่งก่อสร้างในเมืองไลออนฮาร์ตไปแล้วเกือบครึ่ง

เสบียงต่าง ๆ กองพะเนินราวกับภูเขาขนาดย่อม ไม่ว่าจะเป็นเขี้ยวหนู หนามเถาวัลย์ ขนสัตว์ หรืออื่น ๆ

แม้ซูเฉินจะใช้สิ่งเหล่านี้ไม่ได้โดยตรง แต่เขาสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเสบียงอื่น ๆ ได้

ด้วยเหตุนี้เอง ซูเฉินจึงสร้างโกดังขนาดใหญ่ไว้ด้านหลังศูนย์หลบภัยเพื่อเก็บสิ่งของเหล่านี้โดยเฉพาะ

อาจเป็นเพราะเขตปนเปื้อนที่กำลังขยายตัว จึงมีผู้สูญสิ้นและสัตว์กลายพันธุ์ปรากฏตัวรอบ ๆ ศูนย์หลบภัยเป็นครั้งคราว

และทุกครั้งที่มันปรากฏ เหล่าผู้เล่นที่กระตือรือร้นก็จะรีบกรูกันออกไปสังหาร

ตอนนี้เป้าหมายของผู้เล่นมีแค่สองอย่าง หนึ่ง – คือการเปลี่ยนอาชีพ และสอง -  หาเงินเพื่อซื้อยีนเสริมพลัง จึงยังไม่มีการพัฒนาที่โดดเด่นอะไรนัก

ยิ่งไปกว่านั้น ฝูงหนูซอมบี้เกิดใหม่เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ จึงเป็นแหล่งค่าประสบการณ์ชั้นเยี่ยมให้ผู้เล่นได้ออกล่า

แต่สิ่งที่ซูเฉินไม่คาดคิดมาก่อนก็คือ...

สูตรอาหารประหลาดของผู้เล่นกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ในเมืองไลออนฮาร์ตที่ชื้นแฉะและมืดสลัว มีแมลงปนเปื้อนอย่างด้วง แมลงสาบ ไส้เดือนอยู่บ้าง

เดิมที พวกมันคืออาหารของหนูซอมบี้ แต่นับตั้งแต่ [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] เริ่มต้นการชิมอาหารต่าง ๆ เหล่าผู้เล่นกลับเริ่มแย่งอาหารกับหนูซอมบี้เสียเอง

ผู้เล่นบางคนในฟอรัมถึงกับพูดติดตลกว่า นี่มันเกมทำอาหารไม่ใช่เรอะ!?

แบบนี้เองจึงทำให้ศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาวสะอาดเอี่ยมอย่างน่าประหลาด

ไม่ต้องพูดถึงหนู แม้แต่ขี้แมลงวันก็ยังไม่มีให้เห็น

คนพวกนี้มันเพี้ยนไปแล้วจริง ๆ!!

……

ทันทีที่ซูเฉินเดินเข้าประตูศูนย์ ก็เห็นผู้เล่นคนหนึ่งถือแผ่นเหล็กวิ่งผ่านหน้าไปด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

ID ของคนผู้เล่นคนนั้นคือ [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ]

"ไอ้หมอนี่คิดจะทำอะไรอีกละเนี่ย?"

ซูเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย และด้วยความสงสัยจึงแอบเดินตามเขาไป

เขาเห็น [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] วิ่งเข้าบ้านหลังหนึ่งในศูนย์หลบภัย ก่อนจะหยิบสีมาจากไหนก็ไม่รู้และเริ่มเขียนอะไรบางอย่างลงบนป้ายเหล็ก

【ร้านปิ้งย่างฟ่านถง】

หลังเขียนเสร็จ เขาก็เตรียมจะนำมันไปแขวนไว้ที่หน้าประตู

"บ้าน่า! หมอนี่จะเปิดร้านในศูนย์หลบภัยงั้นเหรอ!?"

ซูเฉินตกตะลึง นี่มันความคิดพิลึกพิลั่นอะไรกัน?

"หยุดเดี๋ยวนี้!" ซูเฉินก้าวไปข้างหน้าและตะโกนเสียงดัง "กำลังคิดทำอะไร!?"

[เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] ถึงกับงงงวย

ทำไม NPC คนนี้ถึงได้เริ่มบทสนทนาก่อน?

ซูเฉินแทบจะไม่โผล่มาให้ผู้เล่นเห็นเลยในแต่ละวัน นอกจากมอบหมายภารกิจแล้ว ก็แทบจะไม่มีการสื่อสารใด ๆ กับผู้เล่น

นานวันเข้า ผู้เล่นบางคนก็เลิกสนใจเขาไปแล้วด้วยซ้ำ

"หัวหน้าศูนย์ จะออกเควสต์ใหม่เหรอ?" [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] ถามขึ้นอย่างระมัดระวัง

ซูเฉินพูดอย่างเย็นชา "ห้ามจับจองหรือยึดครองที่พักอาศัยในศูนย์หลบภัยโดยพลการ! หากฝ่าฝืนจะถูกขับไล่!"

"บ้าเอ๊ย!" [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] โต้กลับด้วยความโกรธ "ทำไมล่ะ? ก็ไม่มีใครใช้บ้านนี่สักหน่อย ทำไมถึง…"

ก่อนที่เขาจะพูดจบ ซูเฉินก็คว้าปืนออกมาจากเอว

[เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] รีบหุบปากฉับและไม่กล้าพูดอะไรต่อ

ซูเฉินเตือนเขาอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินจากไป

บ้านพักในศูนย์หลบภัยแห่งนี้มีอยู่เพียงยี่สิบกว่าหลังเท่านั้น เขาไม่อาจปล่อยให้ผู้เล่นยึดครองตามอำเภอใจได้ ไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นความวุ่นวายในอนาคต

ถ้าให้ผู้เล่นต่อสู้กันเอง คงไม่ใช่เรื่องตลก เพราะผู้เล่นมันมือไวใจร้อน วันนี้อาจแค่เถียงกัน แต่พรุ่งนี้อาจสาดกระสุนใส่ ถ้าเป็นแบบนั้น ศูนย์หลบภัยแห่งนี้คงถูกถล่มราบเป็นหน้ากลองแน่!

"เอ… หรือจะเปิดระบบ ‘ขายบ้าน’ ให้ผู้เล่นประมูลกันดีล่ะ? ฟันกำไรนิดหน่อยก็ไม่เลวแฮะ…”

ซูเฉินครุ่นคิดแผนการอันแสนเจ้าเล่ห์โดยไม่ทันได้สังเกตว่า [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] กำลังจ้องมองเขาด้วยความโกรธ

……

หลังทานอาหารมื้อเย็นเสร็จ ซูเฉินก็เชื่อมต่อจิตสำนึกเข้ากับเว็บไซต์ทางการและเริ่มอ่านโพสต์ต่าง ๆ บนฟอรัมไปตามปกติ

และโพสต์ที่ติดอันดับความนิยมก็สะดุดสายตาเขาเข้า

[ขอถามทีมงานหน่อยครับ NPC หัวหน้าศูนย์ สามารถฆ่าได้ไหม? แล้วจะมีไอเทมให้ดรอปหรือเปล่า?]

ซูเฉินเห็นดังนั้นถึงกับนิ่งไปทันที

โอ้โห! กล้ามาก!

คิดก่อกบฏ?

ผู้เล่นพวกนี้คิดอยากจะฆ่าฉันงั้นเหรอ!?

จบบทที่ ตอนที่ 17 ขอถามหน่อยครับ...ฆ่าหัวหน้าศูนย์นี่ผิดกฏไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว