- หน้าแรก
- ประกายแสงจากโลกสีคราม ขออัญเชิญผู้เล่นสู่โลกล่มสลาย
- ตอนที่ 16 ผู้เล่นสายปั่นกับไอเดียสุดบรรเจิด
ตอนที่ 16 ผู้เล่นสายปั่นกับไอเดียสุดบรรเจิด
ตอนที่ 16 ผู้เล่นสายปั่นกับไอเดียสุดบรรเจิด
มังกรเกิดมาเพื่อครองท้องฟ้า ฟีนิกซ์เกิดมาเพื่อเปล่งประกาย ส่วนหนูนั้น...เกิดมาก็เพื่อขุดดิน
รังของหนูซอมบี้อยู่ลึกกว่าโพรงธรรมดาทั่วไปมาก
"หลวงพี่! ตรงนี้มีโพรงใหญ่มาก รีบมาดูเร็ว!"
เสียงตะโกนของ [คุณชายล่าเถียว] ชวนกระตุ้นให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ รีบกรูกันเข้าไปหา
"ตรงปากรูมีขี้หนูด้วย! ใช่แน่ ๆ! เริ่มขุดดูกันเลยดีกว่า!"
เหล่าผู้เล่นลงมือขุดรูที่พบกันอย่างแข็งขัน ไม่ถึงสิบนาที พวกเขาก็เจาะทะลุโพรงใต้ดินจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ได้สำเร็จ
“จี๊ดดด—”
ทันใดนั้นเอง เสียงร้องแหลมเล็กก็ดังแทรกขึ้น หนูซอมบี้ตัวอ้วนพุงพลุ้ยโผล่พรวดออกมาจากโพรง!
มันอ้าปากแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันและเขี้ยวอันแหลมคมแสนน่ากลัว!
“โอ๊ยยย!” [คุณชายล่าเถียว] กรีดร้องลั่นหลังถูกหนูซอมบี้กระโจนกัดเข้าที่ต้นคอ
กรงเล็บอันคมกริบกรีดผ่านใบหน้า หลงเหลือไว้เพียงรอยแผลเป็นทาง
"ออกมาแล้ว! ออกมาแล้วโว้ยย!" [พระจอมเจ้าเล่ห์] ดีใจจนเนื้อเต้น เขารีบคว้าปืนออกมาหมายจะลั่นกระสุนใส่หนูซอมบี้
"ไอ้เวร..." แต่โชคร้ายที่เขาดันยิงพลาดไปหน่อย ร่างของ [คุณชายล่าเถียว] ล้มลงไปกองกับพื้นท่ามกลางแอ่งเลือด ก่อนจะสลายกลายเป็นผงธุลีและกลับไปยังจุดเกิดใหม่
[พระจอมเจ้าเล่ห์] เกาหัวด้วยความรู้สึกผิด ทักษะการยิงของเขามันแย่มาก ขนาดยิงระยะเผาขนยังพลาดเป้าได้
แม้หนูซอมบี้ตัวนี้จะถูกสังหารสำเร็จ แต่ [คุณชายล่าเถียว] กลับได้รับบาดเจ็บสาหัสจนตาย
เมื่อ [คุณชายล่าเถียว] ฟื้นคืนชีพกลับมาด้วยความโกรธ คนอื่น ๆ ที่รู้สึกผิดจึงยกเนื้อหนูตัวนั้นให้เขาไปคนเดียว
"มีหนูอยู่จริง ๆ ด้วย แสดงว่าวิธีของพวกเราใช้ได้ผล"
ความมั่นใจของ [พระจอมเจ้าเล่ห์] เพิ่มขึ้นทวีคูณ เมื่อมั่นใจแล้วว่ามาถูกทาง พวกเขาก็เดินหน้าขุดหาโพรงหนูซอมบี้ในเมืองไลออนฮาร์ตกันต่อ
……
หลายชั่วโมงต่อมา กลุ่มผู้เล่นกลับมายังศูนย์หลบภัยพร้อมซากหนูกันคนละสามถึงห้าตัว พวกเขาหัวเราะและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
เมื่อผู้เล่นคนอื่น ๆ เห็นเช่นนั้น ก็รีบรุมเข้ามาสอบถามทันที
[คุณชายล่าเถียว] และคนอื่น ๆ ไม่คิดปิดบัง และยินดีแบ่งปันประสบการณ์การล่าหนูให้ทุกคนฟังอย่างหมดเปลือก
เจตนาแท้จริงคือ… เพราะหนูซอมบี้มันมีเยอะมาก! หากไม่กำจัดให้หมดในระหว่างวัน อาจต้องเจอฝูงหนูบุกโจมตีในตอนกลางคืนอีกครั้งก็เป็นได้
เมื่อไม่มีมอนสเตอร์ตัวอื่นให้ออกล่า เหล่าผู้เล่นที่ต้องการเพิ่มเลเวลจึงมุ่งหน้าไปยังเมืองไลออนฮาร์ต และเริ่มขุดโพรงเพื่อหาเนื้อหนูซอมบี้กันอย่างขยันขันแข็ง
พวกหนูซอมบี้คงไม่คาดคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งมนุษย์จะกล้าบุกมาทำลายรังของพวกมันอย่างนี้
[เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปยังบ้านร้างในศูนย์พักพิงและเริ่มค้นหาบางอย่าง ก่อนจะพบลวดหนามที่ถูกทิ้งไว้ จึงนำมาดัดแปลงใช้ทำเป็นกับดักจับหนู! และรีบวิ่งไปที่เมืองไลออนฮาร์ตอย่างมีความสุข พร้อมอุปกรณ์จับหนูในมือ
……
เย็นวันนั้น ขณะที่ซูเฉินกำลังทำอาหารอยู่ที่บ้าน ก็ได้กลิ่นเนื้อย่างโชยตามลมมาแต่ไกล
เมื่อเดินออกไปดู ก็ต้องตะลึงตาค้างกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า
รอบกองไฟมีหนูย่างวางเรียงรายเต็มไปหมด ราวกับปาร์ตี้แคมป์ไฟไม่มีผิด!
ซูเฉินตกใจ "เกิดอะไรขึ้น!? ฝูงหนูบุกมาอีกแล้วงั้นเหรอ? ไม่ใช่ว่าพวกหนูซอมบี้มันออกหากินแค่ตอนกลางคืนหรอกเหรอ?"
หลังจากสอบถามชิปสปาร์คไป เขาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้รู้วีรกรรมสุดแสบของผู้เล่นกลุ่มนั้น
ส่วนเสวียนจีจื่อดูจะสับสนยิ่งกว่าใคร ทันทีที่เห็นซูเฉินปรากฏตัว มันรีบวิ่งเข้าไปหาและถามว่า "หัวหน้า… แน่ใจหรือว่าพวกนี้เป็นมนุษย์?"
"ฉันคิดว่า...น่าจะใช่นะ"
ซูเฉินตอบแบบขอไปที
เสวียนจีจื่อเอียงหัวราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
"เขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อที่กำลังขยายตัวอยู่นี้… เป็นฝีมือเจ้าด้วยหรือไม่!?"
"เขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อกำลังขยายตัวงั้นเหรอ!?" ซูเฉินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาขมวดคิ้วแน่นแล้วถามว่า "หมายความว่ายังไง?"
เสวียนจีจื่อดูประหลาดใจ "เจ้าไม่รู้เรื่องนี้เลยหรือ?"
สีหน้าของซูเฉินค่อนข้างบูดบึ้ง "เล่ามาให้หมด อย่าคิดปิดบัง"
เขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋ออยู่ห่างจากเมืองไลออนฮาร์ตไปทางเหนือราว 30 กิโลเมตร แม้จะเป็นเพียงเขตปนเปื้อนระดับต่ำ แต่ก็ยังอันตรายเกินกว่าที่ซูเฉินจะย่างกรายเข้าไปได้
หากพื้นที่ปนเปื้อนขยายตัวและลุกลามมาถึงที่พักพิง นั่นหมายความว่าศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาวของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย
เสวียนจีจื่อจ้องมองซูเฉินอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังตัดสินว่าคำพูดของเขาเป็นความจริงหรือไม่
ครู่หนึ่ง มันก็พูดต่อว่า "เมื่อเดือนก่อน ข้าได้รับสารจากเมืองอรุณรุ่งว่ามีการเคลื่อนไหวผิดปกติเกิดขึ้นในเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อ และสงสัยว่าพื้นที่ตรงนั้นกำลังขยายตัว”
"โดยปกติแล้ว การขยายตัวของเขตปนเปื้อนมักเกิดจากสามสาเหตุหลัก ๆ"
"หนึ่ง มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในเขตปนเปื้อน ทำให้เกิดการปนเปื้อนและการกลายพันธุ์ซ้ำซ้อน"
"สอง มีสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์เกิดใหม่ หรือฝูงสัตว์ประหลาดอพยพย้ายถิ่นฐาน ทำให้พื้นที่ปนเปื้อนทั้งสองรวมเข้าด้วยกัน"
"สาม มีสารปนเปื้อนรั่วไหลจากเศษซากปรักหักพังของโลกเก่า"
ซูเฉินขมวดคิ้วแน่น
เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังมองข้ามเรื่องสำคัญบางอย่างไป เสวียนจีจื่อเป็นถึงผู้ไร้ความตายระดับสูง ทำไมถึงมาที่เขตปนเปื้อนระดับต่ำเพียงลำพัง?
ไม่น่าจะมีอะไรในซากปรักหักพังของโลกเก่าที่สามารถดึงดูดมันได้นี่น่า
ผู้มีพลังระดับ B+ จะไม่มีวันปล่อยเวลาให้สูญเปล่าด้วยการเดินเตร่ไปทั่วดินแดนรกร้างเช่นนี้
เสวียนจีจื่อพูดต่อ "เท่าที่ข้าทราบ ไม่มีสงครามใด ๆ เกิดขึ้นในเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อ และกองกำลังหลัก ๆ ก็ไม่ได้มาตั้งถิ่นฐานที่นี่เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่น่าจะใช่มลพิษทางนิวเคลียร์"
"มีเพียงซากปรักหักพังเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อ ที่เรียกว่า 'เมืองเป่ยเจ๋อ' ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ระดับล่างของโลกเก่า ไม่มีชนเผ่าสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่อาศัยอยู่รอบ ๆ ดังนั้นจึงไม่ใช่เส้นทางอพยพของสัตว์ประหลาดเช่นกัน”
"ดังนั้น ข้าจึงสรุปว่าน่าจะมีสารปนเปื้อนรั่วไหลจากเศษซากปรักหักพังของเมืองเป่ยเจ๋อ ทำให้เขตปนเปื้อนขยายวงกว้างขึ้น"
"และโดยปกติแล้ว หากมีสารปนเปื้อนรั่วไหลจากซากปรักหักพัง มักหมายความว่าที่นั่นเคยเป็นห้องทดลองหรือฐานทัพทหารของโลกเก่ามาก่อน”
ซูเฉินพอจะเข้าใจแล้วว่าเสวียนจีจื่อมาที่นี่ก็เพื่อ “ห้องทดลองของเมืองเป่ยเจ๋อ”
ขณะที่มันผ่านทางมาเจอศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาว มันถูกดึงความสนใจจากกลุ่มผู้เล่น ก่อนจะถูกซูเฉินจับตัวได้โดยบังเอิญ!
หลังจากที่ได้เห็นพฤติกรรมแปลกประหลาดของเหล่าผู้เล่น เสวียนจีจื่อเลยเข้าใจผิดคิดว่าการขยายตัวของเขตปนเปื้อนนี้เป็นฝีมือของซูเฉิน
"จากการประเมินของข้า เขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อจะขยายตัวลามมาถึงที่นี่ภายในหนึ่งเดือน”
เสวียนจีจื่อหันไปมองซูเฉิน "หตุใดไม่ไปขอความช่วยเหลือจากศาสนจักรจักรกลเสีย?"
ซูเฉินเหลือบมองมันด้วยสายตาเย็นชา "คิดว่าฉันกลัวสารปนเปื้อนพวกนี้หรือยังไง?"
เขาพูดสวนเสวียนจีจื่อด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเดินจากไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย
แม้ความจริงแล้ว ซูเฉินกำลังตื่นตระหนกอย่างมากก็ตาม!
ถึงเขาจะมีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อจากผู้สูญสิ้น แต่ในเขตปนเปื้อนมีไวรัสอยู่หลายชนิด ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์อีกมากและอาจมีผู้สูญสิ้นรุ่นสองอาศัยอยู่ด้วยก็เป็นได้
"ระบบ เราย้ายฐานได้ไหม?" ซูเฉินถามในใจ
ชิปสปาร์คตอบกลับทันที "ย้ายได้ แต่ต้องหาสนามแม่เหล็กพลังงานสสารมืดแห่งใหม่ได้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถสร้างจุดเกิดใหม่ของผู้เล่นได้"
แต่เห็นได้ชัดว่าสนามแม่เหล็กพลังงานสสารมืดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาเจอ
ซูเฉินปวดหัวตุ้บ ๆ
"โฮสต์อย่าได้กังวล เหล่าผู้เล่นจะไม่ติดเชื้อ แถมยังสามารถดูดซับพลังงานมืดป้อนกลับมายังโฮสต์ได้ เมื่อโฮสต์มีพลังงานมากพอที่จะปรับปรุงพันธุกรรมและเพิ่มความแข็งแกร่ง ก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อมลภาวะทั่วไปได้เอง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูเฉินก็รู้สึกโล่งใจและถามขึ้นทันที
"แล้วเสี่ยวหยูล่ะ?"
"เธอได้รับการฉีดยาปรับแต่งยีนแล้ว เธอเองก็จะไม่ติดเชื้อได้ง่าย ๆ เช่นกัน"
"ก็ดี"
ซูเฉินรู้สึกได้ถึงความเคร่งเครียดในใจ เขาต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งโดยเร็วที่สุด เพื่อรับมือกับวิกฤตไม่คาดคิดที่กำลังจะมาถึง
……
ค่ำคืนมาเยือนอีกครั้ง
หลังกินเนื้อหนูย่างอย่างเอร็ดอร่อย ผู้เล่นทุกคนก็เลเวลอัปกันอย่างพร้อมเพรียง
เลเวลสูงสุดในขณะนี้คือ [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] LV7
ส่วนผู้เล่นคนอื่น ๆ มีเลเวลเฉลี่ยอยู่ที่ LV5
และเป็นดังคาด หนูซอมบี้ปรากฏตัวอีกครั้งในยามค่ำคืนเพื่อออกหาอาหาร
ซูเฉินสั่งให้ชิปสปาร์คควบคุมหุ่นยนต์ทั้งสองให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้งานพวกมัน
เพราะเหล่าผู้เล่นได้เตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว โดยวางกับดักหนูไว้รอบ ๆ ศูนย์หลบภัย
ไม่ว่าจะเป็นกับดักหลุม กับดักกรงหนู หรือแม้แต่บ่วงลวด...
ยังมีผู้เล่นหลายคนที่ออกไปล่อมอนสเตอร์ถึงนอกกำแพงโดยเฉพาะ
ซูเฉินยืนมองจากด้านในกำแพงป้องกันอยู่ครู่หนึ่ง เขาเห็นผู้เล่นร่วมมือกันใช้กับดักเพื่อล่าหนูซอมบี้อย่างขยันขันแข็ง
ผลก็คือ หนูซอมบี้ทั้งหลายเริ่มไม่กล้าวิ่งเข้ามาทางนี้อีกต่อไป
ผู้เล่นบางคนที่แม้จะฆ่ามอนสเตอร์มาทั้งคืนกลับยังไม่พอใจ พวกเขาถือคบเพลิงออกไล่ล่าฝูงหนูที่กำลังวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตายถึงถิ่น!
"สมกับเป็นผู้เล่นสายปั่น คิดนอกกรอบขนาดนี้ได้... สุดยอด!"
ซูเฉินถอนหายใจด้วยความเอือมระอา ก่อนจะกลับบ้านไปนอนอย่างสบายใจ