เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 ผู้เล่นสายปั่นกับไอเดียสุดบรรเจิด

ตอนที่ 16 ผู้เล่นสายปั่นกับไอเดียสุดบรรเจิด

ตอนที่ 16 ผู้เล่นสายปั่นกับไอเดียสุดบรรเจิด


มังกรเกิดมาเพื่อครองท้องฟ้า ฟีนิกซ์เกิดมาเพื่อเปล่งประกาย ส่วนหนูนั้น...เกิดมาก็เพื่อขุดดิน

รังของหนูซอมบี้อยู่ลึกกว่าโพรงธรรมดาทั่วไปมาก

"หลวงพี่! ตรงนี้มีโพรงใหญ่มาก รีบมาดูเร็ว!"

เสียงตะโกนของ [คุณชายล่าเถียว] ชวนกระตุ้นให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ รีบกรูกันเข้าไปหา

"ตรงปากรูมีขี้หนูด้วย! ใช่แน่ ๆ! เริ่มขุดดูกันเลยดีกว่า!"

เหล่าผู้เล่นลงมือขุดรูที่พบกันอย่างแข็งขัน ไม่ถึงสิบนาที พวกเขาก็เจาะทะลุโพรงใต้ดินจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ได้สำเร็จ

“จี๊ดดด—”

ทันใดนั้นเอง เสียงร้องแหลมเล็กก็ดังแทรกขึ้น หนูซอมบี้ตัวอ้วนพุงพลุ้ยโผล่พรวดออกมาจากโพรง!

มันอ้าปากแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันและเขี้ยวอันแหลมคมแสนน่ากลัว!

“โอ๊ยยย!” [คุณชายล่าเถียว] กรีดร้องลั่นหลังถูกหนูซอมบี้กระโจนกัดเข้าที่ต้นคอ

กรงเล็บอันคมกริบกรีดผ่านใบหน้า หลงเหลือไว้เพียงรอยแผลเป็นทาง

"ออกมาแล้ว! ออกมาแล้วโว้ยย!" [พระจอมเจ้าเล่ห์] ดีใจจนเนื้อเต้น เขารีบคว้าปืนออกมาหมายจะลั่นกระสุนใส่หนูซอมบี้

"ไอ้เวร..." แต่โชคร้ายที่เขาดันยิงพลาดไปหน่อย ร่างของ [คุณชายล่าเถียว] ล้มลงไปกองกับพื้นท่ามกลางแอ่งเลือด ก่อนจะสลายกลายเป็นผงธุลีและกลับไปยังจุดเกิดใหม่

[พระจอมเจ้าเล่ห์] เกาหัวด้วยความรู้สึกผิด ทักษะการยิงของเขามันแย่มาก ขนาดยิงระยะเผาขนยังพลาดเป้าได้

แม้หนูซอมบี้ตัวนี้จะถูกสังหารสำเร็จ แต่ [คุณชายล่าเถียว] กลับได้รับบาดเจ็บสาหัสจนตาย

เมื่อ [คุณชายล่าเถียว] ฟื้นคืนชีพกลับมาด้วยความโกรธ คนอื่น ๆ ที่รู้สึกผิดจึงยกเนื้อหนูตัวนั้นให้เขาไปคนเดียว

"มีหนูอยู่จริง ๆ ด้วย แสดงว่าวิธีของพวกเราใช้ได้ผล"

ความมั่นใจของ [พระจอมเจ้าเล่ห์] เพิ่มขึ้นทวีคูณ เมื่อมั่นใจแล้วว่ามาถูกทาง พวกเขาก็เดินหน้าขุดหาโพรงหนูซอมบี้ในเมืองไลออนฮาร์ตกันต่อ

……

หลายชั่วโมงต่อมา กลุ่มผู้เล่นกลับมายังศูนย์หลบภัยพร้อมซากหนูกันคนละสามถึงห้าตัว พวกเขาหัวเราะและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

เมื่อผู้เล่นคนอื่น ๆ เห็นเช่นนั้น ก็รีบรุมเข้ามาสอบถามทันที

[คุณชายล่าเถียว] และคนอื่น ๆ ไม่คิดปิดบัง และยินดีแบ่งปันประสบการณ์การล่าหนูให้ทุกคนฟังอย่างหมดเปลือก

เจตนาแท้จริงคือ… เพราะหนูซอมบี้มันมีเยอะมาก! หากไม่กำจัดให้หมดในระหว่างวัน อาจต้องเจอฝูงหนูบุกโจมตีในตอนกลางคืนอีกครั้งก็เป็นได้

เมื่อไม่มีมอนสเตอร์ตัวอื่นให้ออกล่า เหล่าผู้เล่นที่ต้องการเพิ่มเลเวลจึงมุ่งหน้าไปยังเมืองไลออนฮาร์ต และเริ่มขุดโพรงเพื่อหาเนื้อหนูซอมบี้กันอย่างขยันขันแข็ง

พวกหนูซอมบี้คงไม่คาดคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งมนุษย์จะกล้าบุกมาทำลายรังของพวกมันอย่างนี้

[เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปยังบ้านร้างในศูนย์พักพิงและเริ่มค้นหาบางอย่าง ก่อนจะพบลวดหนามที่ถูกทิ้งไว้ จึงนำมาดัดแปลงใช้ทำเป็นกับดักจับหนู! และรีบวิ่งไปที่เมืองไลออนฮาร์ตอย่างมีความสุข พร้อมอุปกรณ์จับหนูในมือ

……

เย็นวันนั้น ขณะที่ซูเฉินกำลังทำอาหารอยู่ที่บ้าน ก็ได้กลิ่นเนื้อย่างโชยตามลมมาแต่ไกล

เมื่อเดินออกไปดู ก็ต้องตะลึงตาค้างกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า

รอบกองไฟมีหนูย่างวางเรียงรายเต็มไปหมด ราวกับปาร์ตี้แคมป์ไฟไม่มีผิด!

ซูเฉินตกใจ "เกิดอะไรขึ้น!? ฝูงหนูบุกมาอีกแล้วงั้นเหรอ? ไม่ใช่ว่าพวกหนูซอมบี้มันออกหากินแค่ตอนกลางคืนหรอกเหรอ?"

หลังจากสอบถามชิปสปาร์คไป เขาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้รู้วีรกรรมสุดแสบของผู้เล่นกลุ่มนั้น

ส่วนเสวียนจีจื่อดูจะสับสนยิ่งกว่าใคร ทันทีที่เห็นซูเฉินปรากฏตัว มันรีบวิ่งเข้าไปหาและถามว่า "หัวหน้า… แน่ใจหรือว่าพวกนี้เป็นมนุษย์?"

"ฉันคิดว่า...น่าจะใช่นะ"

ซูเฉินตอบแบบขอไปที

เสวียนจีจื่อเอียงหัวราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

"เขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อที่กำลังขยายตัวอยู่นี้… เป็นฝีมือเจ้าด้วยหรือไม่!?"

"เขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อกำลังขยายตัวงั้นเหรอ!?" ซูเฉินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาขมวดคิ้วแน่นแล้วถามว่า "หมายความว่ายังไง?"

เสวียนจีจื่อดูประหลาดใจ "เจ้าไม่รู้เรื่องนี้เลยหรือ?"

สีหน้าของซูเฉินค่อนข้างบูดบึ้ง "เล่ามาให้หมด อย่าคิดปิดบัง"

เขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋ออยู่ห่างจากเมืองไลออนฮาร์ตไปทางเหนือราว 30 กิโลเมตร แม้จะเป็นเพียงเขตปนเปื้อนระดับต่ำ แต่ก็ยังอันตรายเกินกว่าที่ซูเฉินจะย่างกรายเข้าไปได้

หากพื้นที่ปนเปื้อนขยายตัวและลุกลามมาถึงที่พักพิง นั่นหมายความว่าศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาวของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย

เสวียนจีจื่อจ้องมองซูเฉินอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังตัดสินว่าคำพูดของเขาเป็นความจริงหรือไม่

ครู่หนึ่ง มันก็พูดต่อว่า "เมื่อเดือนก่อน ข้าได้รับสารจากเมืองอรุณรุ่งว่ามีการเคลื่อนไหวผิดปกติเกิดขึ้นในเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อ และสงสัยว่าพื้นที่ตรงนั้นกำลังขยายตัว”

"โดยปกติแล้ว การขยายตัวของเขตปนเปื้อนมักเกิดจากสามสาเหตุหลัก ๆ"

"หนึ่ง มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในเขตปนเปื้อน ทำให้เกิดการปนเปื้อนและการกลายพันธุ์ซ้ำซ้อน"

"สอง มีสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์เกิดใหม่ หรือฝูงสัตว์ประหลาดอพยพย้ายถิ่นฐาน ทำให้พื้นที่ปนเปื้อนทั้งสองรวมเข้าด้วยกัน"

"สาม มีสารปนเปื้อนรั่วไหลจากเศษซากปรักหักพังของโลกเก่า"

ซูเฉินขมวดคิ้วแน่น

เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังมองข้ามเรื่องสำคัญบางอย่างไป เสวียนจีจื่อเป็นถึงผู้ไร้ความตายระดับสูง ทำไมถึงมาที่เขตปนเปื้อนระดับต่ำเพียงลำพัง?

ไม่น่าจะมีอะไรในซากปรักหักพังของโลกเก่าที่สามารถดึงดูดมันได้นี่น่า

ผู้มีพลังระดับ B+ จะไม่มีวันปล่อยเวลาให้สูญเปล่าด้วยการเดินเตร่ไปทั่วดินแดนรกร้างเช่นนี้

เสวียนจีจื่อพูดต่อ "เท่าที่ข้าทราบ ไม่มีสงครามใด ๆ เกิดขึ้นในเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อ และกองกำลังหลัก ๆ ก็ไม่ได้มาตั้งถิ่นฐานที่นี่เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่น่าจะใช่มลพิษทางนิวเคลียร์"

"มีเพียงซากปรักหักพังเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อ ที่เรียกว่า 'เมืองเป่ยเจ๋อ' ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ระดับล่างของโลกเก่า ไม่มีชนเผ่าสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่อาศัยอยู่รอบ ๆ ดังนั้นจึงไม่ใช่เส้นทางอพยพของสัตว์ประหลาดเช่นกัน”

"ดังนั้น ข้าจึงสรุปว่าน่าจะมีสารปนเปื้อนรั่วไหลจากเศษซากปรักหักพังของเมืองเป่ยเจ๋อ ทำให้เขตปนเปื้อนขยายวงกว้างขึ้น"

"และโดยปกติแล้ว หากมีสารปนเปื้อนรั่วไหลจากซากปรักหักพัง มักหมายความว่าที่นั่นเคยเป็นห้องทดลองหรือฐานทัพทหารของโลกเก่ามาก่อน”

ซูเฉินพอจะเข้าใจแล้วว่าเสวียนจีจื่อมาที่นี่ก็เพื่อ “ห้องทดลองของเมืองเป่ยเจ๋อ”

ขณะที่มันผ่านทางมาเจอศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาว มันถูกดึงความสนใจจากกลุ่มผู้เล่น ก่อนจะถูกซูเฉินจับตัวได้โดยบังเอิญ!

หลังจากที่ได้เห็นพฤติกรรมแปลกประหลาดของเหล่าผู้เล่น เสวียนจีจื่อเลยเข้าใจผิดคิดว่าการขยายตัวของเขตปนเปื้อนนี้เป็นฝีมือของซูเฉิน

"จากการประเมินของข้า เขตปนเปื้อนเป่ยเจ๋อจะขยายตัวลามมาถึงที่นี่ภายในหนึ่งเดือน”

เสวียนจีจื่อหันไปมองซูเฉิน "หตุใดไม่ไปขอความช่วยเหลือจากศาสนจักรจักรกลเสีย?"

ซูเฉินเหลือบมองมันด้วยสายตาเย็นชา "คิดว่าฉันกลัวสารปนเปื้อนพวกนี้หรือยังไง?"

เขาพูดสวนเสวียนจีจื่อด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเดินจากไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย

แม้ความจริงแล้ว ซูเฉินกำลังตื่นตระหนกอย่างมากก็ตาม!

ถึงเขาจะมีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อจากผู้สูญสิ้น แต่ในเขตปนเปื้อนมีไวรัสอยู่หลายชนิด ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์อีกมากและอาจมีผู้สูญสิ้นรุ่นสองอาศัยอยู่ด้วยก็เป็นได้

"ระบบ เราย้ายฐานได้ไหม?" ซูเฉินถามในใจ

ชิปสปาร์คตอบกลับทันที "ย้ายได้ แต่ต้องหาสนามแม่เหล็กพลังงานสสารมืดแห่งใหม่ได้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถสร้างจุดเกิดใหม่ของผู้เล่นได้"

แต่เห็นได้ชัดว่าสนามแม่เหล็กพลังงานสสารมืดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาเจอ

ซูเฉินปวดหัวตุ้บ ๆ

"โฮสต์อย่าได้กังวล เหล่าผู้เล่นจะไม่ติดเชื้อ แถมยังสามารถดูดซับพลังงานมืดป้อนกลับมายังโฮสต์ได้ เมื่อโฮสต์มีพลังงานมากพอที่จะปรับปรุงพันธุกรรมและเพิ่มความแข็งแกร่ง ก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อมลภาวะทั่วไปได้เอง"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูเฉินก็รู้สึกโล่งใจและถามขึ้นทันที

"แล้วเสี่ยวหยูล่ะ?"

"เธอได้รับการฉีดยาปรับแต่งยีนแล้ว เธอเองก็จะไม่ติดเชื้อได้ง่าย ๆ เช่นกัน"

"ก็ดี"

ซูเฉินรู้สึกได้ถึงความเคร่งเครียดในใจ เขาต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งโดยเร็วที่สุด เพื่อรับมือกับวิกฤตไม่คาดคิดที่กำลังจะมาถึง

……

ค่ำคืนมาเยือนอีกครั้ง

หลังกินเนื้อหนูย่างอย่างเอร็ดอร่อย ผู้เล่นทุกคนก็เลเวลอัปกันอย่างพร้อมเพรียง

เลเวลสูงสุดในขณะนี้คือ [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] LV7

ส่วนผู้เล่นคนอื่น ๆ มีเลเวลเฉลี่ยอยู่ที่ LV5

และเป็นดังคาด หนูซอมบี้ปรากฏตัวอีกครั้งในยามค่ำคืนเพื่อออกหาอาหาร

ซูเฉินสั่งให้ชิปสปาร์คควบคุมหุ่นยนต์ทั้งสองให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้งานพวกมัน

เพราะเหล่าผู้เล่นได้เตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว โดยวางกับดักหนูไว้รอบ ๆ ศูนย์หลบภัย

ไม่ว่าจะเป็นกับดักหลุม กับดักกรงหนู หรือแม้แต่บ่วงลวด...

ยังมีผู้เล่นหลายคนที่ออกไปล่อมอนสเตอร์ถึงนอกกำแพงโดยเฉพาะ

ซูเฉินยืนมองจากด้านในกำแพงป้องกันอยู่ครู่หนึ่ง เขาเห็นผู้เล่นร่วมมือกันใช้กับดักเพื่อล่าหนูซอมบี้อย่างขยันขันแข็ง

ผลก็คือ หนูซอมบี้ทั้งหลายเริ่มไม่กล้าวิ่งเข้ามาทางนี้อีกต่อไป

ผู้เล่นบางคนที่แม้จะฆ่ามอนสเตอร์มาทั้งคืนกลับยังไม่พอใจ พวกเขาถือคบเพลิงออกไล่ล่าฝูงหนูที่กำลังวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตายถึงถิ่น!

"สมกับเป็นผู้เล่นสายปั่น คิดนอกกรอบขนาดนี้ได้... สุดยอด!"

ซูเฉินถอนหายใจด้วยความเอือมระอา ก่อนจะกลับบ้านไปนอนอย่างสบายใจ

จบบทที่ ตอนที่ 16 ผู้เล่นสายปั่นกับไอเดียสุดบรรเจิด

คัดลอกลิงก์แล้ว