- หน้าแรก
- ประกายแสงจากโลกสีคราม ขออัญเชิญผู้เล่นสู่โลกล่มสลาย
- ตอนที่ 15 ระบบของนักพรตเต๋าพังซะแล้ว...
ตอนที่ 15 ระบบของนักพรตเต๋าพังซะแล้ว...
ตอนที่ 15 ระบบของนักพรตเต๋าพังซะแล้ว...
"โฮสต์ ได้เวลาแล้ว"
ซูเฉินได้ยินเสียงระบบเรียกเขาเบา ๆ เพื่อให้ตื่นจากภวังค์
แสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านช่องบานประตู บ่งบอกถึงเช้าวันใหม่ที่มาเยือน
เขายืดเส้นยืดสายอย่างสบายตัว ก่อนจะเรียกน้องสาวด้วยความเคยชิน "เสี่ยวหยู ตื่นได้แล้ว"
เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับ ซูเฉินจึงหันไปมองที่เตียงชั้นล่าง
ซูเสี่ยวหยูยังคงหลับสนิท ทว่าใบหน้ากลับแดงระเรื่อราวกับมีพิษไข้
ซูเฉินรีบกระโดดไปตรวจดูอาการน้องสาวทันใด มือที่ยื่นแตะหน้าผากสัมผัสได้ถึงความร้อนผิดปกติ
"ระบบ เกิดอะไรขึ้น!?"
ชิปสปาร์คตอบกลับอย่างใจเย็น "การปรับพันธุกรรมกำลังเริ่มทำงาน และเพราะร่างกายของเธออ่อนแอเกินไป การนอนหลับจึงเป็นกลไกปกป้องสมองโดยธรรมชาติ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณสามสิบชั่วโมง"
ซูเฉินถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้รับคำยืนยันจากระบบ
เขากินบิสกิตอัดแท่งรองท้องก่อนจะรีบตรงไปยังลานกว้าง
ขณะเดินผ่านหอเปลี่ยนอาชีพ เขาเห็นเสวียนจีจื่อยืนเหม่ออยู่หน้าประตู
เมื่อคืน ตอนที่ซูเฉินกำลังสร้างหอการค้า หอเปลี่ยนอาชีพและติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่นั้น เสวียนจีจื่อถึงกับยืนนิ่งราวกับระบบล่ม และยังกลับมาตั้งสติไม่ได้จนถึงตอนนี้
มันไม่เข้าใจว่าซูเฉินสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร
“ก๊อก ๆ!”
ซูเฉินเคาะหัวเสวียนจีจื่อเบา ๆ "นักพรตเต๋า ตื่นได้แล้ว ทำตามที่ฉันบอกเมื่อวานนี้ให้ดี ๆ เตรียมตัวต้อนรับลูกค้าได้แล้ว"
เมื่อเห็นดวงตาของมันเริ่มกระพริบ ซูเฉินก็ไม่สนใจมันต่อ
เขาเพียงเดินไปตรงจุดเกิดใหม่ และเมื่อถึงเวลา จิตสำนึกของเขาเคลื่อนไหวเล็กน้อย จากนั้นผู้เล่นทั้งร้อยคนก็ออนไลน์เข้ามาพร้อมกันทันที
เหล่าผู้เล่นลุกขึ้นจากพื้น
ผู้เล่นที่เสียชีวิตไป ร่างกายก็จะถูกสร้างใหม่ก่อนจะวิ่งออกมาจากจุดเกิด
ลานกว้างพลันเต็มไปด้วยเสียงโวยวายเจี๊ยวจ๊าวของผู้เล่นอีกครั้ง
"เวรเอ๊ย! ใครมาทับคอฉันเนี่ย?"
"หลบหน่อย! ฉันหายใจไม่ออกแล้วโว้ย!"
"โอ้ย! ใครเอาขาเกี่ยวคอฉันไว้วะ!?"
……
เสวียนจีจื่อมองดู "ศพ" ที่กองอยู่เมื่อวานนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยวิธีสุดพิลึกพิลั่น!
รหัสตรรกะที่มันเพิ่งจัดเรียงในหัวไปเมื่อครู่กลับมาสับสนวุ่นวายอีกครั้ง ข้อมูลที่ยากจะอ่านออกกะพริบวูบไหวเต็มดวงตาของมัน
ไม่นาน ผู้เล่นก็เริ่มหันมามองมันด้วยความสนใจ ก่อนจะกรูกันเข้าไปหา
"โอ้โห! มีอาคารใหม่เพิ่มมาด้วย ไปดูกันเถอะ!"
"หา? มี NPC ตัวใหม่ไม่ใช่เหรอเนี่ย? อยู่ไหนอ่ะ?"
"ตาบอดหรือไง? นี่มันหุ่นยนต์ในประกาศชัด ๆ"
"พระเจ้า! เสวียนจีจื่อ หุ่นยนต์มีชื่อนี้ด้วยเหรอเนี่ย?"
"ทีมงานตั้งชื่อได้เห่ยมาก"
"แล้วจะเริ่มคุยกับมันยังไง? หุ่นยนต์ตัวนี้ไม่ขยับเลยนี่?"
"ดูเท่ดี แต่เหมือนจะโง่ ๆ ไปหน่อย"
……
ผู้เล่นส่วนใหญ่ต้องการเปลี่ยนอาชีพเป็นเมคานิก จึงกรูกันเข้าหาเสวียนจีจื่อและพยายามหาช่องสนทนากับมัน
เมื่อต้องเผชิญกับความสนใจและแรงกดดันมหาศาล เสวียนจีจื่อรู้สึกเหมือนกับว่าหนังหัวของมันกำลังชานิด ๆ
แผ่นโลหะที่ด้านบนศีรษะถึงกับสั่นไหวไม่หยุด!
ผู้ไร้ความตายที่เคยสงบนิ่งขณะเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์กลับอยากจะตะโกนลั่นในตอนนี้ว่า "อย่าเข้ามาใกล้ข้าเชียว!!!"
ซูเฉินที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ถามระบบในใจ
"ระบบ เสวียนจีจื่อเป็นอะไรไป?"
ชิปสปาร์คตอบกลับ "ชิปประมวลผลเร็วเกินไปและกำลังหยุดทำงานชั่วคราว"
ซูเฉิน: "ห๊า?"
เหล่าผู้ไร้ความตายนี่มันอ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอ? โดนกระตุ้นนิดเดียวก็ล่มซะแล้ว?
แล้วยังคิดว่าจะฝึกตนฝึกเต๋าอะไรนั่นอีก เจอแค่นี้ไม่เห็นจะสงบนิ่งได้เลยสักนิด
ผู้เล่นบางคนเริ่มลงมือลงไม้กับเสวียนจีจื่อ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะอยากแกะหุ่นยนต์ตัวนี้ออกมาดูข้างใน
ซูเฉินรีบสั่งให้ชิปสปาร์คส่งคลื่นไฟฟ้าไปกระตุ้นเสวียนจีจื่อในทันที
ในที่สุดร่างกายของเสวียนจีจื่อก็รีบูตและกลับมาทำงานได้อีกครั้ง
สัญชาตญาณแรกของมันคือการล่าถอยอย่างรวดเร็ว เปิดใช้งานระบบอาวุธ และระเบิดผู้เล่นที่อยู่รอบ ๆ ตัวให้เละเป็นจุล!
แต่น่าเสียดายที่สิทธิ์การใช้อาวุธของมันถูกล็อกโดยซูเฉินไว้หมดแล้ว
เมื่อเสวียนจีจื่อเริ่มขยับตัว ผู้เล่นทุกคนก็ส่งเสียงร้องด้วยความประหลาดใจ
"เฮ้ย! มันขยับได้แล้ว!"
"นี่หุ่นยนต์ พูดได้ไหม?"
"เปลี่ยนอาชีพยังไง? บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
……
เสวียนจีจื่ออยากจะเตะพวกสิ่งมีชีวิตประหลาดเหล่านี้ให้พ้นหน้า แต่เพราะซูเฉินก็ยืนดูอยู่ข้าง ๆ มันจึงพยายามอย่างมากที่จะระงับปฏิกิริยาตัวเอง และนึกถึงสิ่งที่ซูเฉินพูดไว้เมื่อวานนี้
เสวียนจีจื่อพูดขึ้นว่า "จะเปลี่ยนอาชีพเป็นเมคานิกได้ต้องมีเลเวล 10 ขึ้นไป และพลังต่อสู้ต้องไม่น้อยกว่า 10"
มันไม่เข้าใจความหมายของคำพูดพวกนี้ จึงได้แต่ท่องตามที่ซูเฉินสั่งแบบนกแก้วนกขุนทอง
"หา? เลเวล 10 เลยเหรอ? ฉันเพิ่งเลเวล 2 เองนะ"
"พลังต่อสู้คืออะไร? มันไม่มีในแผงควบคุมนี่"
"ไม่รู้สิ ถ้าถึงเลเวล 10 แล้วก็คงรู้เองละมั้ง"
"งั้นไปกันเถอะ ออกไปฆ่ามอนเพิ่มเวลกัน"
"เปิดตี้ล่าซอมบี้ในเมืองไลออนฮาร์ต ใครมีอาวุธจะได้รับสิทธิ์ก่อน"
ดวงตาจักรกลของเสวียนจีจื่อเต็มไปด้วยความสับสน มันไม่เข้าใจเลยว่ามนุษย์แปลก ๆ พวกนี้กำลังพูดถึงอะไรกันอยู่
เมื่อได้ยินว่ามีการจำกัดเลเวล ก็พากันหมดความสนใจหุ่นยนต์ตรงหน้าและแยกย้ายไปเพิ่มเลเวลตัวเองแทน
ภายในหอการค้า ผู้เล่นจำนวนมากกำลังรุมล้อมพ่อค้าขายยา "เสี่ยวหวง" และพ่อค้าอาวุธ "เสี่ยวเจีย" ที่ถูกควบคุมโดยชิปสปาร์ค
การตั้งค่า AI ของพวกมันไม่ได้ซับซ้อนเหมือนเสวียนจีจื่อ จึงสามารถแสดงบทบาทเป็น NPC และตอบคำถามของผู้เล่นได้อย่างคล่องแคล่วไม่มีติดขัด
ผู้เล่นต่างพากันอยากได้อาวุธและยีนเสริมพันธุกรรมที่วางขาย และมีแรงจูงใจในการออกไปฟาร์มหาแต้มกันอย่างมาก!
ซูเฉินพยักหน้าพึงพอใจเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ขณะที่เขากำลังจะศึกษาข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ USB ลึกลับที่ได้มาจากสถานีตำรวจนี้เอง สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มควันไฟภายในศูนย์ที่พักพิงเข้า
[เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] กำลังย่างซากหนูซอมบี้กว่าสิบตัว
ไม่รู้ว่าเขาไปหาตะแกรงเหล็กพวกนั้นมาจากไหน หนูซอมบี้ถูกถลกหนังและเลาะเอ็นออกอย่างรวดเร็วก่อนถูกนำไปย่างไฟ
ขณะโรยเครื่องปรุงรส เขาตะโกนเรียกลูกค้าเสียงดังว่า "เนื้อหนูย่าง ไม้ละ 2 แต้มพลังงาน! เร่เข้ามา ๆ ของอร่อยอย่ารอช้า~"
"หา? นี่แกเปิดร้านย่างเนื้อเองเลยงั้นเหรอ?"
ซูเฉินถึงกับมึนงง
เพื่อป้องกันไม่ให้ซากศพหนูซอมบี้พวกนี้ไปดึงดูดสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่น ๆ ให้เข้ามา เขาเลยสั่งทำลายพวกมันทั้งหมดไปเมื่อคืนนี้
แล้ว [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] นี่ไปเอาเนื้อหนูมาจากไหนกัน?
นั่นก็เพราะ แท้จริงแล้ว [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] พบว่ากินหนูพวกนี้แล้วจะได้ค่าประสบการณ์ เขาจึงแอบไปเก็บเนื้อหนูมาไว้จำนวนหนึ่งและฝังมันลงหลุมไว้มุมหนึ่งของลานกว้าง
เขาคิดว่าหลังอัปเดตแพตช์ใหม่ของพวกนี้จะหายไป แต่พอได้กลับมาออนไลน์ก็พบว่ามันยังอยู่ที่เดิม!
เมื่อลองนับดูก็พบว่ามีทั้งหมด 18 ชิ้น
เพราะกลัวว่าจะโดนพิษถ้ากินเยอะไป จึงตัดสินใจขายแลกแต้มพลังงานแทน
เมื่อผู้เล่นคนอื่น ๆ เห็นว่า “ค่าประสบการณ์” เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วหลังกินเนื้อหนูก็พากันมามุงซื้อทันที
เพียงไม่นาน... เนื้อหนูย่างทั้ง 18 ไม้ก็ขายเกลี้ยง
"ไอ้หมอนี่มันช่าง..พรสวรรค์แท้ ๆ!"
ซูเฉินส่ายหัวพลางบ่นพึมพำในใจก่อนจะหันหลังกลับบ้านไป
มีแต่ผู้เล่นสายปั่น... ยังดีที่มีระบบคอยเฝ้าดูอยู่ คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอก...ใช่ไหม?
……
[พระจอมเจ้าเล่ห์] และ [คุณชายล่าเถียว] เปิดตี้กันออกล่ามอนสเตอร์ในเมืองไลออนฮาร์ตอีกครั้ง
แต่หลังจากเดินสำรวจไปรอบ ๆ ก็ไม่พบผู้สูญสิ้นแม้แต่ตัวเดียว
"เกิดอะไรขึ้น? ซอมบี้ยังไม่พากันเกิดใหม่อีกเหรอ?”
[คุณชายล่าเถียว] เริ่มสับสน
คนอื่น ๆ ต่างมองไปที่ [พระจอมเจ้าเล่ห์] นักแคสเกมชื่อดัง
[พระจอมเจ้าเล่ห์] ยักไหล่ "มองฉันทำไมล่ะ? ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันคือการตั้งค่าของเกมหรือเป็นบั๊ก เดี๋ยวค่อยส่งรายงานเกมไปทีหลังก็แล้วกัน"
"ไม่มีประโยชน์หรอก บนเว็บไซต์ไม่มีส่วนติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าด้วยซ้ำ"
"แล้วเราจะทำยังไงดี? ไม่มีมอนสเตอร์ให้ฆ่า แล้วเราจะอัปเลเวลกันยังไง?"
"จะทำไงได้ ก็คงต้องออกไปสำรวจทางเหนือเปิดแมพใหม่กันต่อ คงจะได้เจอมอนสเตอร์ใหม่ ๆ บ้าง"
"แค่ซอมบี้ระดับต่ำยังเอาตัวเองแทบไม่รอด ถ้าไปเจอมอนสเตอร์ระดับสูงเข้า คงจะโดนยึดของหมดตัวแน่ ๆ"
หลังจากปรึกษาหารือกันอยู่พักหนึ่ง [พระจอมเจ้าเล่ห์] ก็พูดขึ้น "ฉันจำได้ว่าฝูงหนูซอมบี้เมื่อคืนนี้เหมือนจะมาจากเมืองไลออนฮาร์ตนะ"
[คุณชายล่าเถียว] โต้กลับ "อย่าไปคิดมากเลย หนูมันออกหากินแค่ตอนกลางคืน"
[พระจอมเจ้าเล่ห์] ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ "ในสารานุกรมสัตว์ประหลาดของเกมบอกว่าหนูซอมบี้มักจะซ่อนตัวอยู่ใต้ดินในตอนกลางวันและออกหากินในตอนกลางคืน บางทีใต้เมืองนี้อาจจะมีรังพวกมันอยู่ก็ได้”
[คุณชายล่าเถียว] เบิกตากว้าง "นายหมายความว่าจะให้พวกเราไปขุดรังหนูเหรอ!?"
"ลองดูหน่อยก็ไม่เสียหาย เกมนี้ให้อิสระผู้เล่นสูงมาก อย่าเอาตรรกะของเกมเดิม ๆ มาตัดสิน"
หลังจากได้สัมผัสกับค่าประสบการณ์ที่พุ่งพรวดจากเนื้อหนู ก็ไม่มีใครอยากสู้กับผู้สูญสิ้นอีกต่อไป
เพราะเนื้อหนูย่างมันอร่อยกว่าเยอะ!
หากผู้สูญสิ้นสามารถนำมาย่างกินได้ ผู้เล่นก็คงไม่ปล่อยพวกมันให้หนีไปแน่ ๆ
คิดได้ดังนั้น ก็รีบลงมือกันทันที พวกเขาเดินหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น ก่อนจะเริ่มขุดดินที่มุมหนึ่งของเมืองไลออนฮาร์ต