เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 นามเต๋า เสวียนจีจื่อ

ตอนที่ 10 นามเต๋า เสวียนจีจื่อ

ตอนที่ 10 นามเต๋า เสวียนจีจื่อ


จากนั้นผู้เล่นทุกคนก็ถูกบังคับให้ออกจากระบบ ซึ่งเป็นฝีมือของซูเฉินอย่างไม่ต้องสงสัย

ทันทีที่หุ่นยนต์เริ่มเปิดฉากยิง เขาก็ถามระบบทันที

"ระบบ เราควรทำยังไงดี? ทำไมจู่ ๆ ถึงมีหุ่นยนต์โผล่ขึ้นมาได้?"

ชิปสปาร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ขอเตือนโฮสต์ให้ระวัง นั่นคือสิ่งมีชีวิตจักรกล"

สิ่งมีชีวิตจักรกล?

ซูเฉินสะดุ้งสุดตัวก่อนจะอุทาน "หมายถึง… ผู้ไร้ความตายงั้นเหรอ!?"

เมื่อระบบตอบรับยืนยัน ปฏิกิริยาแรกของซูเฉินคือ "หนี!" แบบแทบไม่ต้องคิด

แต่ชิปสปาร์คกลับพูดอย่างใจเย็น "สายไปแล้ว ด้วยสภาพร่างกายในปัจจุบันของโฮสต์นั้น ไม่อาจหลบหนีการติดตามของพวกมันได้"

ซูเฉินขมวดคิ้ว "ถ้าให้ผู้เล่นเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมันไปก่อน ส่วนฉันจะไปหลบในห้องใต้ดิน แบบนั้นพวกมันคงหาฉันไม่เจอหรอกใช่ไหม?"

"ระบบตรวจจับความร้อนของผู้ไร้ความตายนั้นล้ำหน้ากว่าที่โฮสต์คิดไว้มาก เกรงว่าพวกมันจะสามารถล็อกตำแหน่งของโฮสต์ได้ตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว"

ถูกพบตัวแล้วงั้นเหรอ?!

ซูเฉินรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

"บอกมาเร็ว ๆ ว่าฉันควรทำยังไง? ฉันยังไม่อยากถูกพวกมันจับไปที่ฐานแล้วโดนเปลี่ยนให้กลายเป็นหุ่นยนต์นะ"

เขาเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าระบบจะต้องมีทางรอดให้

และแน่นอนว่าชิปสปาร์คไม่ทำให้เขาผิดหวัง

"วิธีแก้ปัญหานั้นง่ายมาก เพียงแค่โฮสต์สัมผัสร่างกายของพวกมัน จากนั้นระบบจะสามารถจับแหล่งกำเนิดสัญญาณและแทรกแซงได้"

"พี่… ข้างนอกเสียงปืนดังมากเลย…"

ซูเสี่ยวหยูที่ขดตัวอยู่ในความมืดหวาดผวา เสียงของเธอสั่นเทาด้วยความกลัว

ซูเฉินรีบปลอบ "ไม่ต้องห่วงนะเสี่ยวหยู พวกนั้นอยู่ใต้การควบคุมของพี่ ไม่มีอะไรหรอก"

พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นแงะแผ่นไม้ที่ประตูออก

เขายืนอยู่ที่หน้าประตูภายใต้แสงดาวจาง ๆ รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้า "พี่จะออกไปดูหน่อย อย่าส่งเสียงดังล่ะ"

จากนั้นก็ตอกแผ่นไม้กลับเข้าที่เดิม ก่อนจะหันหลังวิ่งไปที่ลานกว้าง

ซูเสี่ยวหยูตอบรับเบา ๆ ขณะพึมพำในความมืด "ขอให้พี่ปลอดภัย..."

ซูเฉินส่งประกาศถึงผู้เล่นทุกคนขณะรีบวิ่ง เมื่อเขาไปถึงลานกว้าง ผู้เล่นทุกคนต่างล้มลงพื้นราวกับศพกันอย่างพร้อมเพรียง

หุ่นยนต์ทั้งสามหยุดยิงทันทีเมื่อเห็นภาพแปลกประหลาดตรงหน้า

เส้นแสงสีฟ้าพวยพุ่งออกจากดวงตาของพวกมันเพื่อกวาดสแกนร่างผู้เล่นแต่ละคน

"สิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จัก มีสัญญาณชีพทางกายภาพคล้ายคลึงมนุษย์ถึง 99% ลมหายใจคงที่ แต่สูญเสียพลังชีวิต แหล่งสัญญาณภายในสมองถูกตัดขาด...”

น้ำเสียงเรียบนิ่งของเครื่องจักรดังก้อง หุ่นยนต์ทั้งสามก้าวข้ามกำแพงเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว

หุ่นยนต์ตัวที่นำหน้าเล็งกระบอกปืนแก็ตลิงทั้งสองแขนไปที่มุมหนึ่งของลานกว้างก่อนเอ่ยเพียงสองพยางค์ด้วยเสียงเย็นชาที่ชวนสะท้านเยือก "ออกมา"

ในเวลาเดียวกัน หุ่นยนต์อีกสองตัวก็รักษาตำแหน่งเข้ารูปสามเหลี่ยม แขนกลและลำกล้องอาวุธเหยียดออกเต็มที่ คอยระวังทุกความเคลื่อนไหวรอบตัว

ซูเฉินยกแขนขึ้นช้า ๆ เดินออกมาจากเงามืดด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาปล่อยให้แสงสีฟ้าจากดวงตาของหุ่นยนต์สแกนทั่วร่าง

ถ้าสู้กันตรง ๆ เขาไม่มีทางชนะแน่ หากเขาแสดงเจตนาต่อต้านหรือเคลื่อนไหวอย่างก้าวร้าวเพียงเล็กน้อย หุ่นยนต์เหล่านี้จะยิงเขาเป็นรูพรุนในพริบตา โดยไร้ซึ่งความลังเลแม้เพียงเสี้ยววินาที

"มนุษย์เพศชาย ไม่มีร่องรอยการดัดแปลงทางพันธุกรรม มีอาการติดเชื้อเล็กน้อย"

หุ่นยนต์ตัวหน้ารายงานสถานะปัจจุบันของซูเฉิน จากนั้นก็พูดอย่างเย็นชา “บริเวณนี้ไม่ควรมีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่”

ซูเฉินพูดอย่างใจเย็น "ทุกชีวิตมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตรอด"

ขณะพูดออกไปแบบนั้น สมองของเขาก็ทำงานอย่างหนัก

มีหุ่นยนต์ตั้งสามตัว แล้วเขาจะสัมผัสพวกมันทั้งหมดพร้อมกันได้อย่างไร

"โฮสต์ หุ่นยนต์ทั้งสามนี้ แท้จริงแล้วคือร่างเดียวกันของผู้ไร้ความตายตนหนึ่ง เพียงแค่โฮสต์สัมผัสพวกมันตัวใดตัวหนึ่งก็เพียงพอ"

ผู้ไร้ความตายตัวเดียวแต่แยกได้สามร่าง?

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงฆ่าพวกมันได้ยากนัก นี่มันคล้ายกับฟังก์ชั่นโคลนนิ่งชัด ๆ!

หัวใจของซูเฉินแอบสั่นสะท้านเล็กน้อย

"เจ้าพูดถูก ข้าสนใจอย่างยิ่งว่าพวกเจ้าเอาชีวิตรอดจากโรคระบาดมาได้อย่างไร" หุ่นยนต์พูดอย่างใจเย็นพลางเล็งปืนแก็ตลิงไปยังผู้เล่นที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น

"และ... ช่วยอธิบายให้ข้าฟังหน่อยเถิดว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มาจากไหน?”

ข้า? เจ้า?

สีหน้าของซูเฉินแปรเปลี่ยนทันที

ทำไมหุ่นยนต์ตัวนี้ถึงพูดจาเหมือนนักพรตเร่ร่อนในหนังบู๊จีนไปได้?

และที่สำคัญกว่านั้น กระบอกปืนบนแขนของพวกมันยังคงมีควันลอยอยู่เลย!

ซูเฉินถามอย่างงุนงง "ขออภัย นามธรรมแห่งเต๋าของท่านคืออะไร?”

หัวหุ่นยนต์ขยับเล็กน้อย เกิดเสียงกลไกเบา ๆ

มันจ้องมองซูเฉินแล้วพูดอย่างจริงจัง "มีแต่ภิกษุเท่านั้นที่ถูกเรียกขานด้วยนามธรรม ข้าเป็นเพียงนักพรตแห่งเต๋า นามของข้าคือ เสวียนจีจื่อ”

เสวียนจีจื่อ!?

บ้าเอ๊ย!?

มีนามเต๋าจริง ๆ ด้วยเหรอเนี่ย!?

ซูเฉินถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ!

มีใครเคยเห็นนักพรตสวมเกราะเหล็กพร้อมแขนที่เป็นกระบอกปืนแก็ตลิงสองข้างกันบ้างไหม?!

นี่มันบ้าไปแล้ว!

ซูเฉินไม่รู้มาก่อนว่าในแดนรกร้างอันเวิ้งว้างแห่งนี้ ผู้ไร้ความตายนามเสวียนจีจื่อผู้นี้มีชื่อเสียงขนาดไหน

แต่ในรายชื่อของกองกำลังหลักต่างหมายเหตุเบื้องหลังพวกมันไว้ว่า: อันตรายอย่างยิ่ง!

ซูเฉินยืนอึ้งไปพักใหญ่ และไม่อาจตั้งสติได้

ในขณะนั้นเอง เสวียนจีจื่อกลับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงบอีกครั้ง "ชีพจรของเจ้าเต้นผิดปกติ ดูจากปฏิกิริยาแล้ว เจ้าคงเคยได้ยินชื่อของข้ามาก่อน ใช่หรือไม่?"

ซูเฉินพูดด้วยสีหน้ามึนงง "ฉันเคยได้ยินคำว่านักพรต แต่ไม่เคยเห็นนักพรต… ที่เป็นแบบนี้มาก่อน"

แววตาของเสวียนจีจื่อเป็นประกายวาบ

"นักพรตคือชื่อเรียกของพวกเราในโลกเก่า ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีความรู้และข้อมูลของโลกเก่าอยู่ด้วยสินะ"

คลิก ๆ ๆ - -

เสียงกลไกดังอีกครั้ง แขนปืนแก็ตลิงของเสวียนจีจื่อแปลงร่างเป็นฝ่ามืออย่างรวดเร็ว

แผงหน้าอกเปิดออก เผยให้เห็นกุญแจมือโลหะแบบพิเศษ

"เชิญไปที่ศาสนจักรจักรกลกับข้า เพื่อสนทนาธรรมร่วมกัน"

เสวียนจีจื่อโยนกุญแจมือไปที่ด้านหน้าของซูเฉินและส่งสัญญาณให้เขาสวมมัน

สนทนาธรรม?

ไม่ใช่จับไปแล่เนื้อเถือหนังแล้วสกัดจิตสำนึกเปลี่ยนเป็นหุ่นยนต์หรอกเหรอ?

แต่เจ้าหุ่นยนต์พวกนี้มันระวังตัวกันเกินคาด ทำให้เข้าใกล้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนพวกมันจะรู้ตัวแล้วว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

ซูเฉินขมวดคิ้วแน่น

ภายใต้ปากกระบอกปืนสีดำแบบนั้น เขาไม่กล้าขยับตัวเลยแม้แต่น้อย

แม้จะดูห่างกันแค่สองสามเมตร แต่ซูเฉินรู้ดีว่าหากพยายามวิ่งเข้าไป เขาจะถูกยิงเป็นรูพรุนในพริบตา!

ซูเฉินกัดฟัน ก้มลงหยิบกุญแจมือขึ้นมาใส่ข้อมือของตัวเองตามคำสั่ง

ตอนนี้โอกาสเดียวของเขา คือรอให้เสวียนจีจื่อเผลอ!

และเป็นไปตามคาด เมื่อเห็นซูเฉินสวมกุญแจมือ แขนของเสวียนจีจื่อก็ลดระดับลงเล็กน้อย

"เบื้องหลังตรงนั้น... ยังมีสหายเต๋าอีกคนหนึ่ง เชิญนางออกมาแล้วไปกับพวกข้าเถอะ"

เสวียนจีจื่อชี้ไปยังทิศทางของซูเสี่ยวหยู

หัวใจของซูเฉินตกวูบ! อย่างที่คิด พวกมันรู้ตำแหน่งของเสี่ยวหยูแล้ว

‘สู้โว้ยยย!’

ซูเฉินตัดสินใจ! เชื่อมต่อจิตสำนึกเข้ากับเครือข่ายดาวเคราะห์สีน้ำเงินอีกครั้ง

ในบรรดาผู้เล่นหนึ่งร้อยคนที่ถูกเรียกตัวมาก่อนหน้านี้ มีเพียงสามคนที่ยังออนไลน์และกำลังท่องเว็บไซต์ทางการของเกมอยู่

ซูเฉินส่งความคิดของตัวเอเพื่อเรียกพวกเขาทั้งสามกลับมา!

ผู้เล่นสามคนที่นอนอยู่บนพื้นต่างสับสนเล็กน้อย

"นี่มัน...?"

"หา? ว้าว…"

"พวกเขาฉายภาพลวงตาอะไรอีกเนี่ย?"

แต่ยังไม่ทันที่ผู้เล่นจะลุกขึ้นยืน

ตึ่ก! ตึ่ก! ตึ่ก!--

ปืนแก็ตลิงระเบิดกระสุนใส่พวกเขาทันที!

ผู้เล่นทั้งสามถูกยิงจนพรุนเป็นรังผึ้งก่อนจะทันได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

ซูเฉินใช้โอกาสที่เสวียนจีจื่อกำลังว้าวุ่นกับผู้เล่นสามคนนั้นกระโจนเข้ากอดต้นขาเหล็กของเสวียนจีจื่ออย่างแน่นหนา!

"บี๊ป! ระบบกำลังจับแหล่งที่มาของสัญญาณ..."

เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของซูเฉิน

ในเวลาเดียวกัน ปากกระบอกปืนของหุ่นยนต์ทั้งสามก็หันกลับมา!

แต่ก่อนที่กระสุนจะถูกยิงออกไป เสวียนจีจื่อกลับชะงักงัน แสงสีฟ้าในดวงตาของมันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงและกะพริบอย่างรวดเร็ว!

หุ่นยนต์อีกสองตัวส่งเสียงรบกวน “ตรวจพบไวรัสไม่ทราบชนิด! ตรวจพบไวรัสไม่ทราบชนิด!”

เลือดของซูเฉินเดือดพล่าน เขาใช้กำลังทั้งหมดที่มีบีบต้นขาจักรกลของเสวียนจีจื่อแน่น!

ในช่วงเวลาคับขันแห่งความเป็นความตาย ความหวังเดียวของเขาคือระบบที่จะสามารถยับยั้งเสวียนจีจื่อได้

ไม่เช่นนั้น แม้จะสั่งให้ผู้เล่นทั้งร้อยคนออนไลน์พร้อมกัน ก็ไม่อาจต้านทานการระดมยิงของมันแม้เพียงรอบเดียวได้!

จบบทที่ ตอนที่ 10 นามเต๋า เสวียนจีจื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว