- หน้าแรก
- ประกายแสงจากโลกสีคราม ขออัญเชิญผู้เล่นสู่โลกล่มสลาย
- ตอนที่ 9 เทพจักรกล
ตอนที่ 9 เทพจักรกล
ตอนที่ 9 เทพจักรกล
ในคืนเดียวกันนั้น ท่ามกลางแสงดาวที่สาดส่อง เปลวไฟจากคบเพลิงนับสิบลุกโชนจนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในรัศมีหลายสิบไมล์
ห่างจากเมืองไลออนฮาร์ตขึ้นไปทางเหนือสิบไมล์ บริเวณเขตปนเปื้อนระดับต่ำ
มีสิ่งมีชีวิตลึกลับสามตนกำลังเดินย่ำราตรีอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่ใช่มนุษย์…
ร่างกายของพวกมันทำจากโครงโลหะสีดำ แขนทั้งสองติดตั้งเครื่องยิงอัตโนมัติ ใบหน้าโลหะไร้อารมณ์ฝังไว้ด้วยดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่ส่องแสงวาบเป็นจังหวะ
พวกมันดูเหมือนหุ่นยนต์อัจฉริยะในภาพยนตร์ไซไฟไม่มีผิด
นี่คือสิ่งมีชีวิตสุดประหลาดในดินแดนรกร้างแห่งนี้ พวกมันคือ “ผู้ไร้ความตาย” จาก เมคานิคัส
พวกมันสามารถอัปโหลดจิตสำนึกของตนไปยังชิปที่คล้ายกับการ์ดหน่วยความจำผ่านอุปกรณ์พิเศษได้
พวกมันจะไม่มีวันแก่หรือป่วย แม้ร่างจักรกลจะถูกทำลาย พวกมันก็จะไม่ตาย ตราบใดที่ชิปจิตสำนึกยังคงอยู่
พวกมันมีความสามารถในการคิดและใช้เหตุผลเช่นเดียวกับมนุษย์
ศรัทธาของพวกมันคือ “หลักฐานทางวิทยาศาสตร์”
แต่ในดินแดนรกร้างแห่งนี้ ผู้คนส่วนใหญ่กลับหวาดกลัวเหล่า “ผู้ไร้ความตาย” จากเมคานิคัส
เพราะบนหน้าประวัติศาสตร์ เคยเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ไร้ความตายสังหารหมู่มนุษย์มาแล้วหลายครั้ง
ผู้คนต่างคิดว่าจักรกลเหล่านี้ไม่ใช่มนุษย์
บางคนถึงกับสันนิษฐานว่าต้นตอของหายนะครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับพวกมัน
ในช่วงเริ่มต้นของหายนะ เมคานิคัสสูญเสียข้อมูลและอุปกรณ์ไปเป็นจำนวนมาก
ชิปจิตสำนึกไม่สามารถผลิตได้ครั้งละมาก ๆ และไม่สามารถเจาะระบบเทคโนโลยีของโลกเก่าได้จนถึงปัจจุบัน
ดังนั้น เมคานิคัสจึงสามารถสร้างผู้ไร้ความตายได้ในจำนวนจำกัด
พร้อมกันนั้น พวกมันยังออกค้นหาข้อมูลและเทคโนโลยีที่สูญหายตามซากปรักหักพังของโลกเก่า เพื่อหวังว่าจะสามารถไขความลับของวิธีการสร้างชิปจิตสำนึกได้อีกครั้ง
ขณะเดียวกัน เสียงปืนจากการปะทะระหว่างผู้เล่นกับหนูซอมบี้แว่วดังมาแต่ไกล
หัวหุ่นยนต์ทั้งสามหันไปมองยังทิศทางของศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาวพร้อมกัน
“ระยะ 23.8 กิโลเมตร ตรวจพบความผันผวนของพลังงานความร้อนในระดับสูง”
เสียงเย็นเยียบไร้อารมณ์ดังออกมาจากปากของหนึ่งในนั้น
จากนั้น หุ่นยนต์ทั้งสามก็หันหลังและวิ่งตรงไปทางศูนย์หลบภัยแห่งดวงดาวอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่พูดอะไร
จักรกลที่ติดตั้งระบบมองกลางคืนแล้วนั้น ค่ำคืนย่อมก็ไม่ต่างจากกลางวันแม้แต่น้อย
……
นอกกำแพงป้องกันที่เพิ่งสร้างเสร็จ ฝูงหนูซอมบี้กรูกันเข้าหาผนังและส่งเสียง "จี๊ด ๆ" ชวนแสบแก้วหูไม่หยุด
พวกมันกัดแทะโลหะอย่างบ้าคลั่งด้วยฟันอันแหลมคม จนเกิดเสียงเสียดสีของโลหะดังสนั่น
ปัง! ปัง! ปัง!...
ภายในกำแพง ผู้เล่นพากันหยิบอาวุธปืนที่เพิ่งแลกแต้มมายิงออกไปมั่วซั่วอย่างสนุกสนาน
"หลบไป! ฉันจะจัดการหนูดำพวกนี้เอง!"
[พระจอมเจ้าเล่ห์] คลำหาอะไรบางอย่างอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะจุด "ปืนไฟ" ในมือ
ฟู่วว —!!
เปลวไฟพวยพุ่งออกมาในทันที
[ทุ่งหญ้าบนหัว] ที่ยืนอยู่ข้างหน้ายังไม่ทันหลบพ้น ก็กลายเป็นคบเพลิงมนุษย์ในพริบตา
"ไอ้เวร! ไอ้พระหมา!"
[พระจอมเจ้าเล่ห์] เกาหัวพลางขอโทษขอโพย "โทษที ๆ ฉันกะจังหวะพลาดไปหน่อย"
ไฟลุกโชนเกินกว่าจะดับได้ทัน [ทุ่งหญ้าบนหัว] ยอมรับชะตากรรมขณะนอนรอความตายอย่างสงบนิ่ง พร้อมกับสาปแช่งวงศ์ตระกูลของ [พระจอมเจ้าเล่ห์] อย่างเจ็บแสบ
เมื่อเห็นดังนั้น [คุณชายล่าเถียว] ก็รีบตะโกนว่า "หัวเขียว อย่าเพิ่งตาย! กระโดดลงไปฆ่ามอนสเตอร์อีกสักตัวสองตัวก่อน!"
[ทุ่งหญ้าบนหัว] คิดอยู่ครู่หนึ่ง ‘ก็จริงของมัน… ฆ่ามอนสเตอร์อีกสักหน่อย อย่างน้อยก็ยังได้ค่าประสบการณ์’
จากนั้น เขาก็กลายร่างเป็นมนุษย์เพลิงกระโดดลงจากกำแพงพุ่งเข้าใส่ฝูงหนู
หลังจากเผาหนูซอมบี้ตายไปหลายตัว ร่างของพวกมันก็สลายกลายเป็นผงธุลีในพริบตา
[พระจอมเจ้าเล่ห์] สะพายปืนไฟขณะขึ้นไปยืนอยู่บนกำแพง ก่อนจะพ่นไฟใส่ฝูงหนูอย่างบ้าคลั่ง
ทั้งลานกว้างคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหม็นไหม้จนแทบสำลัก
เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้เล่นคนอื่น ๆ ก็รีบขึ้นไปยืนบนกำแพงร่วมวงป้องกัน
ผู้เล่นที่มีอาวุธปืนพากันสาดกระสุนใส่ฝูงหนูไม่ยั้ง ส่วนคนไม่มีอาวุธก็เอาท่อเหล็กหรือก้อนหินทุบไปแทน
[เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] ไม่ค่อยได้ทำภารกิจเท่าไหร่วันนี้ จึงไม่ค่อยมีแต้มพลังงาน และยังถูกพิษฆ่าตายไปหลายรอบ
แม้ว่าเขาจะเลเวล 2 และดูแข็งแกร่งกว่าผู้เล่นทั่วไป แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มากนัก
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับกำลังดมกลิ่นอะไรบางอย่างที่ไหม้เกรียม
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็คว้าซากหนูซอมบี้สองตัวจากมุมกำแพงมาถลกหนังและเสียบเหล็กอย่างชำนาญ
"ท่านอาจารย์ปราบมาร ช่วยย่างให้หน่อยสิ"
[เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] เดินไปหา [พระจอมเจ้าเล่ห์] พร้อมกับเนื้อหนูเสียบไม้
[พระจอมเจ้าเล่ห์] งุนงงอยู่ครู่หนึ่ง [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] จึงฉวยโอกาสหมุนเนื้อเสียบไม้นั้นไปมาบนเปลวไฟสองสามรอบ
"อืม… ไหม้ไปหน่อย"
เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะหยิบผงใบไม้มีพิษโรยลงไปเล็กน้อย
"หอมมาก!"
พูดจบ เขาก็กัดเนื้อหนูเข้าไปคำใหญ่
"อ้วกกก--"
[พระจอมเจ้าเล่ห์] ถึงกับอาเจียน "ไอ้เวรเอ๊ย! นี่แกเป็นตัวอะไรกันแน่วะเนี่ย? อะไรก็กินได้หมดเลยเหรอวะ"
ผู้เล่นคนอื่น ๆ หันมองมาด้วยความตกตะลึงเช่นกัน
[เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] พูดด้วยความยินดี "เนื้อหนูนี่อร่อยกว่าขาหมูอีกนะ เนื้อมัน ๆ แต่ไม่เลี่ยน เคี้ยวนุ่มหนึบหนับกำลังดี"
[พระจอมเจ้าเล่ห์] ที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็เห็นว่า ID บนหัวของ [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] เริ่มเข้มขึ้นเล็กน้อย
"เวร! นี่นายจะเลเวลอัปอีกแล้วเหรอเนี่ย!?"
"จริงเหรอ?" [เรียกฉันว่าไอ้ตะกละซะสิ] จ้องมองแผงควบคุมของตัวเองด้วยความตกตะลึงก่อนจะพูดอย่างมีความสุข "โอ้! จริงด้วย! ฉันเลเวล 3 แล้ว!"
เป็นแบบนี้ก็ได้เหรอเนี่ย???
ผู้เล่นทุกคนตะลึงงัน
[พระจอมเจ้าเล่ห์] ทำหน้าสับสน "หรือว่าเกมนี้จะอัปเลเวลด้วยการกิน…"
[นักชิมผู้แสนหวาน] เป็นคนที่สองที่ลองลิ้มรส
เมื่อกัดเนื้อหนูย่างเข้าไป ดวงตาเธอก็เบิกกว้างทันที "ว้าว! อร่อยจริง ๆ ด้วย!"
เพียงกินไปหนึ่งไม้… ก็เลเวลอัปทันที
เมื่อเห็นว่าคนอื่น ๆ เลเวลอัปอย่างรวดเร็ว ผู้เล่นที่เหลือก็นั่งเฉยไม่ไหว อยากลองกินเนื้อหนูย่างนี้บ้าง
จากนั้นสายตาที่พวกเขามองหนูซอมบี้ก็เปลี่ยนไป ราวกับกำลังจ้องมองแท่งค่าประสบการณ์เคลื่อนที่ได้อย่างไรอย่างนั้น
เมื่อมีคนกล้าลองเป็นตัวอย่าง ผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่กระตือรือร้นอยากอัปเลเวลก็สามารถเอาชนะกำแพงในใจได้อย่างง่ายดาย
มันก็แค่เกมนี่ ไม่ได้จะกินหนูจริง ๆ ซะหน่อย
……
ทว่าเหล่าผู้เล่นไม่ทันได้สังเกตเบื้องหลังฝูงหนูนี้กลุ่ม ว่ายังมีหุ่นยนต์ร่างใหญ่สามตัวกำลังเดินมาท่ามกลางความมืด
เมื่อหุ่นยนต์ทั้งสามเห็น [ทุ่งหญ้าบนหัว] โดดลงไปหาฝูงหนูอย่างไม่เกรงกลัว พวกมันก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
ดูเหมือนพวกมันจะประหลาดใจกับความกล้าหาญของ [ทุ่งหญ้าบนหัว]
จนกระทั่งพวกมันเห็นผู้เล่นทั้งกลุ่มเริ่มเก็บซากหนูซอมบี้มาย่างไฟ ก่อนจะกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
หุ่นยนต์ทั้งสามราวกับค้างเติ่ง เท้าลอยกลางอากาศ ไม่ขยับไปไหนเป็นเวลานาน
แสงสีฟ้าในดวงตาของพวกมันสว่างวาบราวกับโปรแกรมกำลังจะขัดข้อง
"หรือว่า... มนุษย์จะพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันแล้ว?”
เสียงของหุ่นยนต์ตัวที่นำหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
"จับตัวอย่างกลับไปวิจัยเถอะ"
จากนั้น หุ่นยนต์ทั้งสามก็สาวเท้าเดินไปยังศูนย์หลบภัยโดยไม่หยุดพัก
ขณะที่พวกมันเคลื่อนตัวไปข้างหน้า แขนของพวกมันทั้งหกก็เริ่มแปลงร่างพร้อมกัน
ชิ้นส่วนจักรกลหมุนวนไปมา แขนทั้งหกข้างรวมกันเป็นรูปร่างของกระบอกปืนแก็ตลิง
ตึ่ก! ตึ่ก! ตึ่ก!…
เสียงคำรามของปืนดังก้องไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน!
กระสุนถูกยิงออกไปเหมือนห่าฝน!
เสียงปืนอันรุนแรงปลุกหนูซอมบี้ให้ตื่นตกใจจนพวกมันแตกตื่นและวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง
ผู้เล่นทุกคนต่างตกตะลึงอีกครั้ง
ภายใต้แสงสว่างจ้าจากปากกระบอกปืนแก็ตลิง พวกเขาสามารถมองเห็นจักรกลที่สูงสองเมตรสามตัวกำลังพุ่งมาโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
"นี่มันอะไรอีกเนี่ย? ทรานส์ฟอร์เมอร์ส?"
"เจ๋งเป็นบ้า!"
"กันดั้ม! นั่นแกใช่ไหม!?"
ผู้เล่นบางคนตื่นเต้นจนอยากจะวิ่งเข้าไปสัมผัส
ในขณะนั้น พวกเขาก็ได้รับประกาศจากระบบพร้อมกัน:
[ยินดีด้วย! ป้องกันการบุกโจมตีจากฝูงหนูซอมบี้สำเร็จ รับรางวัล 10 แต้มพลังงาน]
[เกม "เวสต์แลนด์" จะปิดปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์ในอีกสิบวินาที โปรดออกจากเกมโดยเร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น]
……
ประกาศถูกส่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงสามครั้ง!
ผู้เล่นทุกคนต่างสับสน
"บ้าเอ๊ย! จะอัปเดตอีกแล้วเหรอ?"
"ก็ไม่แปลกหรอกช่วงทดสอบเกมใหม่ ๆ ก็งี้"
"หรือว่าหุ่นยนต์จะเป็นเนื้อเรื่องใหม่? จะมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มมาหลังอัปเดตไหมเนี่ย"
"จะอัปเดตนานไหม? ยังไม่อยากออกจากเกมเลย!"
"ไปดูที่เว็บไซต์ทางการกันดีกว่า ว่าจะอัปเดตอะไรบ้าง"
……
ผู้เล่นส่วนใหญ่เมื่อเห็นประกาศก็เตรียมออกจากเกมกันทันที
แต่ก็ยังมีผู้เล่นบางคนที่ติดเกมงอมแงมไม่ยอมออก
"ฉันจะไม่ออกจากเกม! ฉันจะเล่นต่อ!"
"ฉันก็จะไม่ยอมออก..."
ตุ้บ!
ผู้เล่นคนสุดท้ายที่ดื้อรั้นล้มหัวทิ่มลงกับพื้น
จากนั้นความมืดมิดก็เข้ามาแทนที่ ทุกคนถูกบังคับให้ออกจากระบบโดยอัตโนมัติ