เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 หน่วยล่าทาส, การก่อตั้งฐานที่มั่น

ตอนที่ 2 หน่วยล่าทาส, การก่อตั้งฐานที่มั่น

ตอนที่ 2 หน่วยล่าทาส, การก่อตั้งฐานที่มั่น


แสงแดดช่วงบ่ายค่อนข้างร้อนระอุ

สองพี่น้องซูเฉินและซูเสี่ยวหยูเดินออกจากป่าทึบเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังที่พักพิง

"พี่… แน่ใจนะว่าไม่เป็นไรแล้วจริง ๆ"

ซูเสี่ยวหยูยังคงตกใจไม่หาย น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกลัวราวกับเพิ่งเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติมาได้

"อืม ไม่ต้องห่วง เคราะห์ร้ายผ่านพ้นไป ต่อจากนี้ก็จะมีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาแทน! ฮ่า ๆ"

เมื่อเห็นสีหน้าผ่อนคลายของพี่ชาย ซูเสี่ยวหยูก็ยิ้มออกมาได้ทันที

แม้จะยังไม่เข้าใจว่าพี่ชายสามารถต้านการติดเชื้อจากผู้สูญสิ้นได้อย่างไร แต่ตราบใดที่พี่ชายปลอดภัย เรื่องอื่นย่อมไม่สำคัญ

ซูเฉินไม่ได้อธิบาย และซูเสี่ยวหยูก็ไม่ได้ถาม ชีวิตสองพี่น้องที่ต่างพึ่งพาอาศัยกันและกันมาโดยตลอด ย่อมมีความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งโดยธรรมชาติ

ขณะนั้นเอง ซูเฉินยังคงสื่อสารกับ "ระบบ" ในใจและคิดหาทางใช้งานมัน

"นี่ระบบ ไม่มีชุดของขวัญสำหรับมือใหม่ให้บ้างเลยเหรอ?"

เสียงอันเรียบนิ่งตอบกลับ "โปรดอย่าปล่อยให้จินตนาการของท่านโลดแล่น"

ซูเฉินถึงกับหน้าเสีย

ระบบถูกปลุกแต่กลับไม่มีอะไรให้เป็นของเริ่มต้นเลยเหรอ?

"พระเอกในนิยายระบบเรื่องอื่นเขาได้ชุดของขวัญสำหรับมือใหม่เทพ ๆ กันทั้งนั้นไม่ใช่หรือไง?”

ระบบตอบกลับอย่างใจเย็นอีกครั้ง "ขออภัย แต่ระบบนี้ไม่มีชุดของขวัญใด ๆ ทั้งสิ้น โปรดสร้างฐานและสะสมพลังงานสสารมืดโดยเร็วที่สุด”

พอแล้ว! ไม่ต้องพูดแล้ว! ยิ่งพูดยิ่งหดหู่!

ดูเหมือนว่าผลของระบบชิปสปาร์คจะทำให้เขามีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อจากพวกผู้สูญสิ้น ซึ่งก็ไม่ได้พิเศษอะไรนัก เรียกได้ว่าธรรมดามากในดินแดนรกร้างแห่งนี้

เพราะเท่าที่เขารู้ นักรบพันธุกรรมของกองกำลังใหญ่หลายกลุ่มต่างก็มีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อเช่นกัน

นอกจากนี้ ดังที่ระบบได้กล่าวไว้ตอนต้น เรียกสิ่งมีชีวิตจากดาวเคราะห์สีน้ำเงิน…

ราวกับรู้ว่าซูเฉินกำลังคิดอะไร ทันใดนั้นระบบก็บอกพิกัด

"ตรวจพบพลังงานแม่เหล็กสสารมืดระดับต่ำ ระยะห่างจากโฮสต์ 2.5 กิโลเมตร ทางทิศหกนาฬิกา โฮสต์สามารถสร้างฐานอันมั่นคงที่นั่นได้"

ซูเฉินเหลือบมองไปยังทิศทางที่ระบบหมายถึงแล้วพูดว่า "หา? นั่นมันทิศเดียวกับที่พักพิงเลยนี่"

……

สิบนาทีต่อมา สองพี่น้องที่กำลังใกล้ถึงที่พักพิงก็ได้ยินเสียงตะโกนและกรีดร้องดังมาแต่ไกล

"ชู่ว! อย่าขยับ"

ซูเฉินคว้าตัวซูเสี่ยวหยูหลบเข้าเงาไม้ ย่อตัวลงเบา ๆ แล้วค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้

ที่พักพิงแห่งนี้ดูเหมือนหมู่บ้านอันแสนทรุดโทรม ล้อมรอบด้วยลวดหนามสนิมเขรอะ

ทว่าตอนนี้ลวดหนามตรงประตูกลับถูกพังจนยับเยินเสียแล้ว

มีรถออฟโรดทหารดัดแปลงสามคันจอดขวางอยู่ด้านหน้า

กลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธที่ดูเหมือนทหารรับจ้างกำลังออกจับชาวบ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในที่พักพิงแห่งนี้

"พี่… นั่นพวกล่าทาสใช่ไหม…?" ซูเสี่ยวหยูเอ่ยถามเสียงเบา

ซูเฉินพยักหน้าพลางส่งสัญญาณให้เธอเงียบเสียง

ดินแดนรกร้างแห่งนี้ นอกจากกองกำลังขนาดใหญ่ของเมือง เช่น "ดอว์นซิตี้ หรือ เมืองอรุณรุ่ง" แล้ว ยังมีกลุ่มคนเร่ร่อนในถิ่นทุรกันดารที่ไม่ต้องการถูกผูกมัดด้วยอำนาจใด ๆ ก่อกลุ่มรวมตัวกัน คนเหล่านี้ใช้ชีวิตราวกับอยู่บนคมมีด เสี่ยงตายทุกย่างก้าวเพื่อออกค้นหาทรัพยากรและสถานที่พักพิงขนาดเล็กที่พอจะพึ่งพาได้

ประชากรกลับกลายเป็นทรัพยากรที่หาได้ยากที่สุด

คนธรรมดาที่ถูกจับตัวไปจะถูกขายให้กับหัวอำนาจใหญ่และมักมีชะตากรรมที่น่าสังเวช…จนยากจะเรียกว่ามนุษย์

เช่น เมืองอรุณรุ่งจะส่งทาสจากแดนรกร้างไปยัง "เศษซากของโลกเก่า" เพื่อเป็นหน่วยกล้าตายในการเหยียบกับระเบิด

"บริษัทเจเนซิส" จะใช้ทาสเหล่านี้เป็นหนูทดลองในโครงการดัดแปลงพันธุกรรม

ส่วน “ประภาคารลอยฟ้า” ของพวกชนชั้นสูง จะเปลี่ยนทาสให้กลายเป็นของเล่นเพื่อความบันเทิง…

แม้ที่พักพิงของซูเฉินจะซ่อนตัวอย่างแนบเนียนเพียงใดก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาพวกล่าทาสเจนสนามนี้ได้

ขณะเดียวกัน ภายในหมู่บ้าน

หน่วยล่าทาสยังคงทยอยต้อนกลุ่มคนออกมาเรื่อย ๆ

ใบหน้าของคนในหมู่บ้านดำคล้ำราวกับไม่เคยถูกล้างด้วยน้ำมาก่อน

ผู้คนส่วนใหญ่ผอมแห้ง มาพร้อมกับร่างกายพิการในระดับต่าง ๆ เช่น เนื้องอกสีแดงดั่งเลือดบนศีรษะ, ใบหน้าที่ผิดรูป, เล็บมือและเล็บเท้าที่แหลมคม...

"แหวะ… นายครับ ของชุดนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกพิการปนเปื้อน พวกนี้ไม่มีค่าหรอกครับ"

ชายร่างกำยำไว้เคราพูดอย่างไม่พอใจ ขาซ้ายของเขาโผล่ออกมา และปรากฏว่าเป็นขาเทียมโลหะ!

ด้านหน้ารถทหาร ชายตาเดียวที่มีแขนขวาเป็นเทียมโลหะเช่นกัน เขาคาบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้วอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะพูดขึ้น

"ก็แถวนี้มันใกล้กับเขตปนเปื้อนระดับต่ำนี่หว่า พวกมันคงหิวจนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า เลยเลี่ยงที่จะรับสารปนเปื้อนไม่ได้"

"หลายปีมานี้คนเร่ร่อนในดินแดนรกร้างเหลือน้อยลงทุกที สถานที่รวมตัวก็ซ่อนอยู่ในหุบเขาไม่ก็ป่าลึก ราคาทาสก็แพงเอา ๆ แต่ก็จับได้ยากขึ้นเช่นกันนะครับ"

"ช่วงนี้เขตเป่ยเจ๋อค่อนข้างวุ่นวาย หลังจากรวบรวมของชุดนี้เสร็จก็มุ่งหน้าลงใต้กันซะ”

ชายร่างกำยำลังเลก่อนจะพูดว่า "นายครับ ผมได้ยินมาว่ามีของดีอยู่ในซากเมืองเป่ยเจ๋อ เราควรไป…"

"ไปให้เป็นเหยื่อเหรอวะไอ้โง่!?"

ชายตาเดียวหันไปจ้องเขาด้วยสายตาราวอสรพิษ

ชายร่างกำยำรีบหุบปากและไม่กล้าพูดอะไรต่อ

"ของในซากนั่นไม่ใช่ของที่พวกเราจะเอื้อมถึง รอให้พวกกองกำลังใหญ่กินอิ่มก่อน เดี๋ยวก็มีเศษเหลือ ๆ ให้เราได้เก็บกินเองนั่นแหละ"

หลังจากด่าทออย่างเย็นชา ชายตาเดียวก็พ่นควันบุหรี่ก่อนหันไปถามชายผอมแห้งข้าง ๆ "ยังมีใครหายไปอีกไหม?"

ชายคนนั้นพยักหน้าขณะทำท่าประจบสอพลอ "พวกที่เหลืออยู่ก็ตามนี้แหละครับ เมื่อวานนี้ผมบอกให้พวกเขาอย่าออกไปไหน อ้อ ยังมีพี่น้องวัยรุ่นอยู่อีกสองคนด้วยครับ เห็นว่าเข้าไปหาอาหารในเขตปนเปื้อนเมื่อเช้านี้แต่ยังไม่กลับมา"

ชายตาเดียวพยักหน้าแล้วพูดว่า "ช่างเถอะ คงโดนพวกผู้สูญสิ้นกินไปแล้ว เอาล่ะ ไปได้"

พูดจบ เขาก็โยนบิสกิตหนึ่งห่อกับน้ำหนึ่งหม้อลงพื้นก่อนจะหันหลังจากไป

จากนั้น หน่วยล่าทาสก็ช่วยกันมัดเชือกเพื่อรวมกลุ่มคนในสถานที่พักพิงกว่า 30 คนแล้วขับรถพาออกไป

เหลือเพียงชายผอมแห้งที่กำลังกินบิสกิตอย่างตะกละตะกลามขณะนั่งอยู่ที่เดิม

"พี่… ทำไมพวกนั้นไม่จับตัวตาแก่ไปด้วย" ซูเสี่ยวหยูพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

ซูเฉินพูดอย่างเย็นชา "น่าจะเป็นตาแก่เจ้าเล่ห์นั่นแหละที่ขายคนในที่พักพิงให้ไอ้พวกนั้น"

ที่พักพิงแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ห่างไกลอันเงียบสงบ และอยู่ใกล้กับเขตปนเปื้อนระดับต่ำ หากไม่มีคนนำทาง หน่วยล่าทาสคงมาถึงที่นี่ไม่ได้

"พวกนั้นจะกลับมาอีกไหม? หรือว่าเราควรหนีไปก่อน" ซูเสี่ยวหยูถามด้วยความกังวล

ซูเฉินส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ไม่หรอก พวกนั้นเจอที่นี่และเอาคนไปหมด มันคงไม่ย้อนกลับมาอีกแล้ว"

เขาไม่มีทางเลือกอื่น ระบบบอกว่าที่พักพิงแห่งนี้มีสนามแม่เหล็กพลังงานมืดที่เหมาะสม ดังนั้นเฉพาะที่นี่เท่านั้นที่เขาจะสามารถสร้างฐานและเรียกสิ่งมีชีวิตจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินได้

สองพี่น้องนั่งรออยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่หน่วยล่าทาสออกไป ก่อนจะค่อย ๆ เดินกลับเข้าไปในหมู่บ้าน

"ไปหาตาแก่เจ้าเล่ห์นั่นกันก่อน"

น้ำเสียงของซูเฉินเรียบเฉย ซูเสี่ยวหยูเข้าใจความคิดของพี่ชายได้ทันที

ตาแก่เจ้าเล่ห์นั่นต้องตาย!

"ระวังด้วยนะ เขามีปืน"

ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะค้นบ้านจากทางเข้าหมู่บ้านไปทีละหลัง

ไม่นานพวกเขาก็พบเป้าหมายในบ้านหลังหนึ่งอันทรุดโทรม

ตาแก่เจ้าเล่ห์ยังคงค้นหาอาหารไปทั่ว

เขาได้ทำข้อตกลงกับหน่วยล่าทาสไว้แล้ว หลังจากรวบรวมเสบียงเสร็จ เขาจะออกจากที่แห่งนี้และมองหาจุดรวมตัวอื่นเพื่อแฝงตัวเข้าไปและเรียกคนมาจับอีกตามเดิม

"ตาแก่"

อยู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นที่หน้าประตู ทำเอาตาแก่เจ้าเล่ห์ตกใจแทบหงายหลัง

เมื่อหันกลับไปก็เห็นเป็นซูเสี่ยวหยู เขารีบยิ้มแย้มแจ่มใส "เสี่ยวหยูนี่เอง พี่ชายเธอไปไหนเสียล่ะ"

ซูเสี่ยวหยูทำหน้าเศร้า "พวกเราออกไปหาอาหารที่เมืองวันนี้ แล้วพี่ก็โดนผู้สูญสิ้นกัด ฉัน… ฉันไม่รู้จะทำยังไงต่อ…"

ตาแก่เจ้าเล่ห์เหลือบมองไปเห็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในมือของซูเสี่ยวหยู ความโลภปรากฏขึ้นทันใดพลางรีบแสร้งเป็นคนดี "ไม่เป็นไร ๆ ไม่ต้องกลัว ลุงกุ้ยจะดูแลเธอแทนเอง"

เขาเดินเข้าไปหาซูเสี่ยวหยูขณะแสร้งพูดปลอบ แต่ทันทีที่เดินพ้นจากประตูมา ซูเสี่ยวหยูก็ถอยหลังหนี

ขณะเดียวกัน ค้อนเหล็กขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าแทน!

โครม!

ซูเฉินที่ซ่อนตัวอยู่ข้างประตูฟาดค้อนเข้าที่หน้าตาแก่เจ้าเล่ห์อย่างเต็มแรง!

ตาแก่ล้มลงกับพื้น ใบหน้ายุบหด ตัวสั่นไปมาสองสามทีก่อนจะแน่นิ่งไป

ซูเฉินโยนค้อนเปื้อนเลือดทิ้งแล้วพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ฝังเขาซะ ไม่งั้นกลางคืนมันจะล่อผู้สูญสิ้นมา"

ซูเสี่ยวหยูเองก็ใจแข็งมากพอ ทั้งสองช่วยกันลากตาแก่เจ้าเล่ห์ไปที่ทางเข้าหมู่บ้านและขุดหลุมฝังจนเสร็จ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สองพี่น้องร่วมมือกันสังหารใครสักคน

พวกเขาไม่เพียงแต่ฆ่าคนชั่วเท่านั้น แต่ยังฆ่าคนที่คิดไม่ดีอีกด้วย

เป็นเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่ที่พักพิงแห่งนี้อีกแล้ว ไม่เช่นนั้นวันรุ่งขึ้นคงไม่มีเนื้อเหลืออยู่บนร่างของตาแก่เจ้าเล่ห์นี้เป็นแน่

ไม่มีเนื้อส่วนใดหรือของใครที่จะสูญเปล่าไปในที่พักพิงแห่งนี้

แม้ซูเฉินและซูเสี่ยวหยูจะเคยเกือบอดตาย แต่พวกเขาจะไม่กินเนื้อคนด้วยกันเองเด็ดขาด

หลังจากจัดการศพเรียบร้อย ก็พบปืนพลังงานคริสตัลที่ตัวตาแก่เจ้าเล่ห์หนึ่งกระบอก

ปืนกระบอกนี้บ่งบอกถึงสถานะสูงสุดของตาแก่ในที่พักพิง

สองพี่น้องกลับไปยังบ้านหลังเล็ก ๆ ซึ่งเป็นบ้านของพวกเขา

"งั้นฉันจะไปทำอาหารก่อนนะ"

ซูเสี่ยวหยูยกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในมือขึ้นแล้ววิ่งไปที่ครัวอย่างมีความสุข

แม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่หมดอายุไปนานก็ถือเป็นอาหารอันโอชะสำหรับพวกเขาแล้ว

"เสี่ยวหยู ในหมู่บ้านน่าจะมีอาหารเหลืออยู่บ้าง พี่จะลองออกไปหาดูนะ"

ซูเฉินบอกกล่าวเล็กน้อยก่อนจะออกจากบ้านไป

เขาเดินไปยังใจกลางหมู่บ้านซึ่งเป็นลานกว้างตามคำแนะนำของระบบ

ที่แห่งนี้บนโลกใบเก่าคงจะเป็นลานตากข้าวของชาวบ้าน

แต่น่าประหลาดใจนัก หมู่บ้านนี้เต็มไปด้วยพืชพรรณแปลก ๆ ชอนไชเต็มไปหมด แต่ลานกว้างแห่งนี้กลับเป็นที่เดียวที่ไม่มีต้นหญ้าขึ้นแม้แต่น้อย ทั้งพื้นปูนก็ยังค่อนข้างสมบูรณ์ ยกเว้นจะมีรอยแตกแค่บางส่วน

"ระบบ…ใช่ที่นี่หรือเปล่า"

ซูเฉินถามในใจ

ชิปสปาร์คตอบกลับ "ใช่ ตรวจพบสนามแม่เหล็กพลังงานสสารมืด กำลังล็อกพื้นที่ดำเนินการ...  โฮสต์ โปรดยืนยันว่าจะสร้างฐานที่นี่หรือไม่"

ซูเฉินตอบกลับทันที "ยืนยัน"

"ล็อกพื้นที่พลังงาน กำลังคำนวณการสกัดพลังงาน..."

"ยืนยันฐานที่ตั้ง ได้รับค่าพลังงานมืดสะสม 189,546 แต้ม"

ทันใดนั้นเอง แสงสว่างคล้ายหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของซูเฉิน

มีตัวเลขสีน้ำเงินปรากฏอยู่ที่ด้านบน: 189546

ขณะเดียวกัน หัวข้อตัวเลือกเทคโนโลยีมากมายก็ปรากฏตาม

[ระบบนิเวศ], [อาวุธ], [ยีน], [สถาปัตยกรรม], [มรดก]...

ซูเฉินตื่นเต้นกับสิ่งนี้เป็นอย่างมาก!

เขาคลิกที่ตัวเลือกอาวุธก่อนสิ่งใด จากนั้นก็มีแม่แบบอาวุธต่าง ๆ อยู่ข้างในหัวข้อนั้น

มันมีอาวุธแทบจะทุกชนิด ตั้งแต่มีด ดาบ กระบอง ไปจนถึงอาวุธปืน เช่น ปืนพก54 ปืนAK-47 และอื่น ๆ

ยังมีอาวุธไฮเทคบางอย่างที่ซูเฉินไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น ขีปนาวุธเลเซอร์ ปืนแม่เหล็กไฟฟ้า ERP และยานรบระหว่างดวงดาว...

"ฮ่า ๆ เจ๋งโคตร!"

ถึงจะน่าประหลาดใจ แต่ซูเฉินเพียงยิ้มอย่างใจเย็นราวกับไม่ตกใจสิ่งที่เห็นตรงหน้า

นั่นเพราะเขาเห็นแต้มพลังงานที่จำเป็นในการแลกอาวุธเหล่านี้

ปืนไรเฟิลซุ่มยิง: 500,000 แต้ม

ปืนใหญ่เลเซอร์: 6 ล้านแต้ม

ยานรบระหว่างดวงดาว: 99999... (มองไม่เห็นแม้แต่ขอบตัวเลขสุดท้ายด้วยซ้ำ)

……

พลังงานที่สกัดได้จากสนามแม่เหล็กนี้มีเพียง 189,546 แต้ม

และอาวุธขั้นสูงเหล่านั้นก็ไกลเกินเอื้อมถึง...

เขาปิดคอลัมน์อาวุธและเปิดคอลัมน์ [ยีน] ขึ้นมาแทน

ข้างในเต็มไปด้วยสารพัดสูตรยาที่ระบุหมายเลขลึกลับเต็มไปหมด

ยาขั้นต้น: TOF-001_009, TOE-001_007...

ยาขั้นสูง: TOA-001_003, TOS-001...

ซูเฉินตาลายกับหมายเลขยาระดับยีนต่าง ๆ แม้จะมีคำอธิบายประกอบอยู่ใต้วิธีใช้แต่ละตัวก็ตาม

ก่อนที่เขาจะได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ระบบชิปสปาร์คก็พูดขึ้นอีกครั้ง

"จากนี้ไป จิตสำนึกของโฮสต์จะถูกเชื่อมต่อกับดาวเคราะห์สีน้ำเงิน"

ซูเฉินรู้สึกชาวาบที่คออีกครั้ง จากนั้นภาพเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว!

เขารู้สึกราวกับกำลังถูกกระชากวิญญาณออกไปที่ไหนสักแห่ง ข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้ามาในหัวไม่หยุด!

ก่อนที่เบื้องหน้าจะปรากฏเป็นอาคารสูง ต้นไม้เขียวขจี ถนนหนทาง และดอกไม้นานาพันธุ์...

ถนนสะอาดและกว้างขวางเต็มไปด้วยรถยนต์ ห้างสรรพสินค้าที่มีผู้คนเดินกันคึกคัก ซึ่งกำลังเลือกซื้อสินค้าและเสื้อผ้าอย่างสบายใจ

ฝูงชนที่เลิกงาน คู่รักที่กอดกันอย่างรักใคร่ วัยรุ่นสุ่มหัวในร้านอินเทอร์เน็ต รถจักรยานยนต์ที่แล่นด้วยความเร็วสูง

เมื่อภาพเหล่านั้นปรากฏ ซูเฉินได้แต่ตกตะลึงจนสูญเสียความสามารถทางความคิดไปชั่วขณะ

นี่... นี่มันบ้านเกิดของฉัน…?

เมื่อเริ่มรู้สึกตัว เขาก็ค่อย ๆ ตอบสนองต่อความเป็นจริง

มุมมองของเขาดูเหมือนจะถูกนำเสนอผ่านเลนส์กล้องแต่ละตัว

เขาเป็นเหมือนลูซี่ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่คอยสอดแนมการกระทำของผู้คนในโลกไซเบอร์แห่งนี้

"ระบบ นี่คือการเชื่อมจิตสำนึกเข้ากับดาวเคราะห์สีน้ำเงินใช่ไหม"

ซูเฉินถามด้วยความประหลาดใจ

ชิปสปาร์คพูดอย่างใจเย็น "หากจะพูดให้ถูกต้องแล้วนั้น จิตคำนึงของโฮสต์สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายของดาวเคราะห์สีน้ำเงินพร้อมด้วยสิทธิสูงสุด"

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ…

"คุณคือเทพเจ้าแห่งเครือข่ายของดาวเคราะห์สีน้ำเงินแห่งนี้"

ซูเฉินอดกลั้นไว้เป็นเวลานานก่อนจะพูดสองคำ "สุด! ยอด!"

หลังจากท่องโลกออนไลน์ในใจไปครึ่งชั่วโมง ซูเฉินก็ถามระบบว่า "แล้วฉันจะออกจากหน้าจอพวกนี้ได้ยังไง?"

ชิปสปาร์คตอบกลับ "เพียงนิ่งเงียบ"

เมื่อความคิดของซูเฉินไร้การเคลื่อนไหว ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็เปลี่ยนไป กลับมาเป็นลานกว้างที่ทรุดโทรมของที่พักพิงเช่นเดิม

เขารีบถามอีกครั้ง "นี่ระบบ ตัวฉันสามารถกลับไปยังดาวเคราะห์สีน้ำเงินนั่นได้ไหม"

ครั้งนี้ ระบบชิปสปาร์คเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "ไม่ได้"

ซูเฉินถอนหายใจและพูดด้วยความผิดหวัง "เข้าใจแล้ว แล้วฉันจะเรียกคนจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินมาได้ยังไง?"

ชิปสปาร์คกล่าวว่า "โฮสต์เพียงเชื่อมต่อจิตเข้ากับเครือข่ายของดาวเคราะห์สีน้ำเงินและเลือกคนมาหนึ่งร้อยคนเพื่อดึงจิตวิญญาณพวกเขามาสิงสู่ร่างในโลกนี้”

ซูเฉินถามด้วยความสับสน "จิตวิญญาณ? หมายความว่าอะไร? ทำไมถึงได้แค่ร้อยคน?"

“เนื่องจากพลังงานมีจำกัด ปัจจุบันพลังงานสนามแม่เหล็กมีเพียงประมาณ 180,000 จึงไม่ควรเรียกวิญญาณจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินมามากเกินไป”

จิตวิญญาณ?

ซูเฉินเบิกตากว้าง "เรียกมาได้แค่จิตวิญญาณแล้วจะมีประโยชน์อะไร?"

"ไม่ต้องกังวล เนื่องจากเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีคาร์บอนเป็นพื้นฐาน พลังงานสสารมืดของที่นี่เพียงพอที่จะสร้างร่างกายง่าย ๆ ให้แก่จิตวิญญาณที่จะถูกควบคุมเหล่านั้น"

ซูเฉินถึงบางอ้อ มันก็เหมือนกับการสร้างตัวละครในเกมแล้วให้ผู้เล่นบังคับเลยไม่ใช่หรือ?

หรือก็คือ หลังจากถูกเรียกตัวมาแล้ว มันจะกลายเป็น “เกม” แห่งชีวิตและความตายสำหรับคนจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินนั่นเอง!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูเฉินก็รู้แล้วว่าเขาควรทำอะไรต่อไป

จบบทที่ ตอนที่ 2 หน่วยล่าทาส, การก่อตั้งฐานที่มั่น

คัดลอกลิงก์แล้ว