- หน้าแรก
- ราชันโลกพิศวง โดโรธี
- ตอนที่ 27 - ล่า
ตอนที่ 27 - ล่า
ตอนที่ 27 - ล่า
ตอนที่ 27 - ล่า
ในป่าของแดนแห่งฝัน ท่ามกลางต้นไม้ยักษ์ที่สูงตระหง่าน โดโรธีในร่างมังกรโผบินไปอย่างสง่างาม พลางกวาดตามองหาความรู้ลี้ลับที่อาจซ่อนอยู่ในแดนแห่งฝัน
“อย่ายอมแพ้~ กลายเป็นมังกร~ มุ่งสู่สมาคม~ หาเพื่อนใหม่~”
เธอฮัมเพลงเบา ๆ ขณะบินผ่านป่าที่เต็มไปด้วยลูกกลมแสงเล็ก ๆ โดโรธีลองแตะลูกกลมเหล่านั้นทีละดวงเพื่ออ่านข้อมูลที่บรรจุอยู่ภายใน แต่ส่วนใหญ่กลับเป็นแค่เศษเสี้ยวของความคิดในชีวิตประจำวันของผู้คน เรื่องเล็กน้อยและซ้ำซาก เมื่อกลืนกินข้อมูลเหล่านี้เข้าไปมาก ๆ เธอกลับรู้สึกว่าจิตใจเริ่มวุ่นวายและกระจัดกระจายจนแม้แต่จังหวะการฮัมเพลงก็ชะงักไป
ยิ่งไปกว่านั้น เศษข้อมูลบางชิ้นยังเต็มไปด้วยอารมณ์มืดมนและความทุกข์ทนจากชีวิตอันยากลำบากในยุคนี้ ทำให้โดโรธีรู้สึกอึดอัด จนต้องหยุดเก็บข้อมูลแบบสุ่ม ๆ เพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนกลืนทุกสิ่งเข้าไปโดยไม่แยกแยะ
‘บ้าชะมัด... พลังจิตของฉันเริ่มลดลงแล้ว... แต่ก็ยังไม่เจออะไรมีประโยชน์เลย’
โดโรธีบ่นกับตัวเอง ใน ‘บันทึกของผู้แสวงหาฝัน’ บอกไว้ว่าการคงร่างเลียนแบบในแดนแห่งฝันนั้นต้องอาศัยพลังจิต ยิ่งมีจิตใจที่แข็งแกร่งเท่าไร ก็ยิ่งสามารถรักษาร่างเลียนแบบได้นานขึ้น ทำให้มีเวลาสำรวจมากขึ้น
แต่ในตอนนี้ โดโรธียังไม่ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของคนทั่วไป พลังจิตของเธอยังเทียบเท่ามนุษย์ธรรมดา ทำให้มีเวลาคงร่างได้จำกัด นับตั้งแต่เธอเข้าสู่แดนแห่งฝันก็ผ่านไปเกือบสิบนาทีแล้ว และเธอก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนและสมองเบลอ นั่นเป็นสัญญาณว่าพลังจิตใกล้หมดแล้ว
‘แค่สิบกว่านาทีต่อคืนมันไม่พอเลย... ฉันแทบจะสำรวจอะไรไม่ได้เลย... หรือว่าต้องเร่งอัปเกรดตัวเองให้ได้เร็วที่สุด?’
โดโรธีคิดด้วยความหงุดหงิด แต่ในขณะนั้นเอง เธอก็สังเกตเห็นบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในระยะไกล
…
ในอีกมุมหนึ่งของป่าในแดนแห่งฝัน การไล่ล่ากำลังดำเนินอยู่ ไฮยีน่ากลุ่มหนึ่งกำลังไล่ล่าสุนัขจิ้งจอกสีขาวที่กำลังวิ่งหนีสุดกำลัง ช่องว่างระหว่างพวกมันค่อย ๆ แคบลงทุกที
“เลิกหนีเถอะ เจ้าตัวเล็กข้างหน้า ส่งมอบความรู้ลี้ลับที่แกได้มา แล้วบอกให้ชัดเจนว่าทำไมร่างจำแลงของแกถึงเป็นแบบนี้ บางทีพวกเราอาจจะปล่อยแกไปก็ได้ มิฉะนั้น ถ้าเราค้นพบรังไหมของแก แกจะสูญเสียร่างจำแลงและต้องเจอสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น...”
หนึ่งในไฮยีน่าตะโกนด้วยภาษาสามัญ เสียงแหบแห้งของมันก้องไปในป่าลึก ขณะที่สุนัขจิ้งจอกสีขาวตอบกลับด้วยเสียงแหลมใส
“หุบปากไปซะ... พวกโจรป่า...”
“หึ... เล่นงานมันซะ” ไฮยีน่าตัวนำคำรามด้วยเสียงเย็นยะเยือก มันและพวกพ้องอีกหลายตัวพุ่งตัวไปข้างหน้าในทันที สุนัขจิ้งจอกพยายามจะหลบ แต่ดันสะดุดรากไม้ล้มกลิ้งลงพื้น ทำให้ไฮยีน่ากระโจนเข้าใส่
แต่ในขณะนั้นเอง เสียงก้องลึกลับบางอย่างก็ดังกึกก้องไปทั่วป่า
เสียงนั้นลึก... โบราณ... ขรึมขลัง... ราวกับสะท้อนผ่านกาลเวลา
เสียงนี้ทำให้ทั้งไฮยีน่าและสุนัขจิ้งจอกต่างหยุดชะงัก และหันไปทางต้นเสียง
สิ่งที่พวกมันเห็นจะกลายเป็นภาพที่ฝังลึกในความทรงจำไปชั่วชีวิต
จากเงามืดในป่า ร่างขนาดมหึมากำลังใกล้เข้ามา มันกางปีกอันใหญ่โตขณะที่ทะยานเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว รูปร่างอันน่าเกรงขามและดุดันราวกับสิ่งมีชีวิตในตำนาน
ไฮยีน่าพากันชะงักทันที มองดูภาพตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก
หลังจากนั้นไม่นาน ไฮยีน่าตัวนำก็อุทานออกมาด้วยเสียงสั่น ๆ
“ม-มังกร?! นี่มันต้องล้อกันเล่นแน่ ๆ... มังกรงั้นหรือ?! มันจะมีมังกรในป่านี้ได้ยังไงกัน?!”
มังกรไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมีอยู่ที่นี่ พวกมันควรจะสูญพันธุ์ไปนานแล้ว มีเพียงในบันทึกประวัติศาสตร์โบราณเท่านั้นที่ยังเหลือร่องรอยของพวกมัน
ไม่สิ... บางทีนี่อาจจะเป็นภาพลวงตา หรือเศษเสี้ยวจากความทรงจำของสิ่งมีชีวิตโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่ในแดนแห่งฝันก็เป็นได้
ใช่แล้ว มันต้องเป็นแบบนั้นแน่!
ภาพตรงหน้าเล่นเอาไฮยีน่าตัวนำถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ มันพยายามขุดค้นความทรงจำอย่างบ้าคลั่งเพื่อหาคำอธิบาย ขณะเดียวกัน ไฮยีน่าตัวหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนก
“ท่านเอเวอรี! มังกรกำลังมาทางนี้! พวกเราจะทำยังไงดี?!”
ไฮยีน่าที่ถูกเรียกว่าเอเวอรีค่อย ๆ ตั้งสติ จากนั้นมันจ้องมองเงาร่างมหึมาที่ใกล้เข้ามา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสงบ
“ใจเย็น ๆ ทุกคน เป็นไปไม่ได้ที่จะมีมังกรจริง ๆ ในป่านี้ แม้แต่ในแดนแห่งฝันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ นี่น่าจะเป็นแค่ภาพสะท้อนของเศษความทรงจำของเผ่ามังกรมากกว่า สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังมักทิ้งร่องรอยไว้ในแดนแห่งฝัน แต่พวกมันไม่มีอันตรายหรอก...”
เมื่อพูดจบ เอเวอรีก็ขยับตัวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น
“พวกเราโชคดีแล้ว! นี่เป็นโอกาสครั้งใหญ่! นั่นคือเศษความทรงจำของมังกรโบราณที่ลอยมา พอมันเข้ามาใกล้ เราจะกระโจนเข้าใส่มันพร้อมกัน พอเราทำลายภาพลวงตานั่นได้ มันจะแตกออกกลายเป็นเศษเสี้ยวของความทรงจำโบราณ นี่แหละคือขุมทรัพย์! เศษความทรงจำของเผ่าโบราณอาจซ่อนความรู้ลี้ลับอันทรงพลังเอาไว้!”
คำประกาศของเอเวอรีทำให้เหล่าไฮยีน่ารอบ ๆ หูตั้งกันทันที พวกมันเริ่มพยักหน้ารับและพึมพำกับตัวเอง
“อ้อ แบบนี้นี่เอง ท่านเอเวอรีช่างรอบรู้ยิ่งนัก”
“นั่นสิ เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะมีมังกรจริง ๆ ที่นี่ มันก็แค่ภาพลวงตา”
“เศษความทรงจำโบราณ? ถ้าขายได้ราคาดีล่ะก็...”
ความตื่นเต้นเริ่มก่อตัวในกลุ่มไฮยีน่า พวกมันรู้ดีว่าเศษเสี้ยวของความทรงจำโบราณมีมูลค่ามหาศาล ขณะที่ร่างมังกรใกล้เข้ามา พวกมันก็ก้มตัวลง เตรียมจะกระโจนเข้าใส่
มังกรสีเทาเข้มบินต่ำจนแทบจะเฉียดพื้น ร่างใหญ่โตของมันแผ่กระจายพลังข่มขวัญออกมาจนทำให้ต้นไม้รอบ ๆ สั่นไหว
ในที่สุด ร่างของมังกรก็เข้ามาใกล้ถึงจุดที่ไฮยีน่าซุ่มอยู่
“โจมตี!!” เอเวอรีตะโกนออกคำสั่ง
ทันใดนั้น เหล่าไฮยีน่าก็กระโจนเข้าใส่มังกรพร้อมกัน กรงเล็บและเขี้ยวของพวกมันพุ่งเข้าหาเกล็ดหินของร่างมังกรอย่างไม่ลังเล
แล้ว... ทุกอย่างก็พังทลาย
ร่างของมังกรพุ่งเข้าปะทะกับกลุ่มไฮยีน่า ส่งพวกมันกระเด็นไปคนละทิศละทาง เสียงกรีดร้องดังระงม สองตัวกระแทกเข้ากับต้นไม้จนร่างแตกกระจายกลายเป็นเศษแสงระยิบระยับ อีกตัวหนึ่งถูกบดขยี้ใต้กรงเล็บอันแหลมคมของมังกรก่อนจะกลายเป็นผุยผง
มังกรหันหัวอันยาวเหยียดกลับมา จับจ้องไปที่ไฮยีน่าตัวสุดท้ายที่กำลังพยายามหนี
‘ไม่ใช่ภาพลวงตา! ไม่ใช่ภาพลวงตา! นี่มันอะไรกัน?! นั่นไม่ใช่ภาพลวงตาเหรอ?! ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มังกรเข้ามาในป่านี้?! หรือว่า...’
ความคิดของเอเวอรีแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ช้าเกินไป เขารู้สึกได้ถึงหนามแหลมที่พุ่งทะลุร่างเล็กของเขา ทำให้ร่างจำแลงของเขาพังทลายกลายเป็นแสงระยิบระยับ
มังกรสะบัดหางที่เต็มไปด้วยเศษแสงทิ้งไป แล้วก้มศีรษะลงเล็กน้อย ขณะพึมพำกับตัวเองด้วยความงุนงง
“พวกนี้เป็นบ้าอะไรกัน? ฉันแค่บินผ่านเฉย ๆ เองแท้ ๆ ทำไมพวกมันถึงกระโจนเข้าใส่ฉัน? ด้วยขนาดแค่นั้น? พวกนายเป็นไฮยีน่านะ ไม่ใช่ฮันนี่แบดเจอร์!”