- หน้าแรก
- ราชันโลกพิศวง โดโรธี
- ตอนที่ 04 - แหวน
ตอนที่ 04 - แหวน
ตอนที่ 04 - แหวน
ตอนที่ 04 - แหวน
ท่ามกลางหุบเหวอันมืดมิด ในฉากฆาตกรรมสยองริมแม่น้ำ โดโรธีนั่งอยู่บนก้อนหินเย็นเฉียบและเปียกชื้น มือหนึ่งถือจดหมายที่เพิ่งอ่านจนจบ คิ้วขมวดเล็กน้อยพลางวิเคราะห์เนื้อหาข้างใน
พูดตามตรง สิ่งที่เปิดเผยในจดหมายฉบับนี้ทำให้เธอแทบพูดไม่ออก
จากเนื้อหา โดโรธีพอจะจับความได้ว่า ชายที่เธอเพิ่งลั่นไกใส่จนจบชีวิตไป หัวหน้าโจรที่ดูน่าเกรงขาม ชื่อว่า เอ็ดดริก และดูเหมือนเขาจะเป็นหัวหน้าแก๊งในเมืองแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า วัลแคน
เอ็ดดริกได้ส่งจดหมายสมัครเข้าร่วมสมาคมลึกลับบางอย่าง และสิ่งที่อยู่ในมือตอนนี้ก็คือ “จดหมายตอบรับ” ของพวกนั้น
สมาคมประหลาดนี้มอบ “บททดสอบเข้าร่วม” ให้กับเขา ซึ่งก็คือ การลักพาตัวเด็กหญิงผมขาวอายุราวสิบสามคนหนึ่ง ตามวันเวลาและสถานที่ที่ระบุไว้…ซึ่งแน่นอนว่า “เด็กหญิงคนนั้น” คือเธอเอง
กล่าวคือ เป้าหมายที่แท้จริงของการโจมตีขบวนรถม้า ไม่ใช่เพื่อเงิน ไม่ใช่เพื่อปล้น แต่เพื่อ “ลักพาตัวเธอ”
...เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งจากฟาร์ม?
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่...?
โดโรธีกดนิ้วแน่นที่ขมับ ขณะที่จมดิ่งลงไปในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอีกครั้ง คราวนี้พยายามขุดให้ลึกกว่าทุกที แต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดแปลก โดโรธีในอดีตเป็นเด็กดี เรียบร้อย ฉลาด ขยัน และมีชีวิตที่ซื่อตรง ไม่มีเงินทอง ไม่มีพลังลี้ลับ ไม่มีตราประหลาดในดวงตา และไม่มีผนึกลับในร่างกาย สีผมกับสีตาอาจจะแปลกหน่อย แต่แค่นั้นมันก็ไม่ได้พิเศษอะไร
แล้วทำไม...สมาคมลับถึงเล็งเป้าไว้ที่เธอ?
คำถามนั้นไร้คำตอบ เธอขมวดคิ้วอย่างจนใจ ก่อนจะเลิกคิด แล้วเบนความสนใจไปยังสิ่งอื่นในจดหมายแทน
ข้อมูลเกี่ยวกับสมาคมนั้นมีอยู่น้อยนิด แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ พวกมันไม่ใช่คนดีแน่นอน
การร่วมมือกับโจรแบบเอ็ดดริก มอบภารกิจลักพาตัว แล้วยังเน้นย้ำให้ระวังอย่าให้สำนักงานสันติและศาสนจักรรู้ตัว…แบบนี้มันก็ชัดว่าเป็นสมาคมผิดกฎหมาย ส่วน สำนักงานสันติ ฟังดูแล้วน่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐ
แสดงว่า...นี่คือขบวนการอาชญากรรมแน่นอน
ไม่งั้นจะมีหัวหน้าโจรอยากสมัครเข้าร่วมด้วยทำไม?
อีกประโยคที่เตะตาก็คือคำว่า “ก้าวเข้าสู่แดนเบื้องลึก” กับ “สิ่งประดิษฐ์ลี้ลับ”
พอถึงตรงนี้ โดโรธีหันไปมองกองของที่เพิ่งค้นจากศพเอ็ดดริก เธอเอื้อมมือไปคุ้ย ก่อนจะหยิบแหวนวงหนึ่งขึ้นมา วงที่เธอดึงมาจากนิ้วของเขาในตอนแรก
เธอแค่คิดว่ามันอาจขายได้ราคาดี
แต่เมื่อเอามาพลิกดูใกล้ ๆ ใต้แสงตะเกียง ก็พบว่า มันเป็นแหวนสำริดสลักลายประณีต ลวดลายรอบวงคล้ายกับเงาร่างเล็ก ๆ จำนวนมากจับมือกันเต้นเป็นวงกลม...น่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
จดหมายระบุว่าเอ็ดดริกครอบครอง “แหวนหุ่นเชิดซากศพ” ซึ่งสามารถควบคุมร่างศพได้
แสดงว่า…วงนี้สินะ?
เธอสวมแหวนลงบนนิ้วชี้ และทันใดนั้น...
โดโรธีก็รู้สึกราวกับจิตของเธอแผ่ออกไป สายใยสองเส้นมองไม่เห็นพุ่งไปไกล สุดปลายสายเชื่อมอยู่กับบางสิ่ง ร่างของสุนัขล่าเนื้อประหลาดสองตัวที่นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น
เธอสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง แล้วส่งคำสั่งในใจ
ร่างที่น่าจะตายไปแล้วของหมาทั้งสองตัวเริ่มกระตุกเล็กน้อย จากนั้นก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นทีละตัว เดินโซเซเข้ามาหาเธอช้า ๆ
แม้จะบาดเจ็บหนักจากพลังเสียงคำรามเมื่อครู่จนกระดูกผิดรูป แต่มัน...ยังขยับได้
แปลว่า...หมาเหล่านี้ตายไปตั้งแต่ต้นแล้ว? เอ็ดดริกใช้แหวนวงนี้ควบคุมมันให้เคลื่อนไหว และพอมันขาดเจ้าของก็เลยหยุดนิ่ง?
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าโจรบ้านนอกแบบนี้ จะมีของระดับนี้ครอบครองอยู่...
มองดูหมาสองตัวที่ยังคงฝืนร่างกายแตกหักเพื่อขยับเข้ามาใกล้ โดโรธีก็อดรู้สึกอึ้งไม่ได้
ในความทรงจำเก่า ๆ ของเธอ ไม่เคยมีเรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นเลย...ปรากฏการณ์แบบนี้มันอยู่นอกเหนือกฎแห่งเหตุผลโดยสิ้นเชิง
“โลกนี้…ไม่ธรรมดาอย่างที่คิดแฮะ…” โดโรธีพึมพำพลางลูบแหวนประหลาดที่นิ้ว ก่อนจะเหลือบไปมองซองจดหมายอีกฉบับหนึ่งที่เธอยังไม่ได้เปิด
เมื่อเปิดซองจดหมายฉบับที่สอง โดโรธีก็เริ่มอ่านเนื้อหาภายใน
เมื่อเทียบกับฉบับแรกแล้ว ฉบับนี้สั้นกว่ามาก
……..
ถึงคุณเอ็ดดริก,
เราได้รับจดหมายตอบรับจากท่านแล้ว และก็รู้อยู่แล้วว่าท่านย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสหายากนี้หลุดมือไป
ขณะนี้ เราได้ส่งผู้ถือรางวัลของท่านเดินทางไปยังเมืองวัลแคนเรียบร้อยแล้ว เขาจะไปถึงในไม่ช้า
เมื่อท่านปฏิบัติภารกิจสำเร็จ กรุณาถ่ายภาพของเป้าหมาย แล้วหย่อนภาพนั้นลงในตู้จดหมายหมายเลข 24 ถนนนอร์ท เมืองวัลแคน
เจ้าหน้าที่ของเราจะตรวจสอบภาพถ่ายเพื่อยืนยันผล เมื่อได้รับการยืนยัน พวกเขาจะนัดพบกับท่านในเที่ยงคืนของวันถัดไป ที่ป่ากลางด้านตะวันตกของเมืองวัลแคน
ในตอนนั้น ท่านจะส่งตัวเป้าหมายให้กับเรา และเราจะมอบรางวัลที่ท่านรอคอยให้กับท่านโดยตรง
เจ้าหน้าที่ของเราจะปักหลักอยู่ในเมืองวัลแคนเป็นเวลาสามวัน เพื่อรอรับการติดต่อจากท่าน
ขอให้การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี
……..
เมื่ออ่านจบ โดโรธีก็เก็บจดหมายทั้งสองกลับลงซองอย่างระมัดระวัง จดหมายฉบับนี้ดูจะเป็นจดหมายตอบกลับหลังจากที่เอ็ดดริกตอบรับข้อเสนอของสมาคมลึกลับนั้น
จากจดหมายทั้งสองฉบับ โดโรธีได้ข้อมูลไม่น้อยเลยทีเดียว
ดูเหมือนว่า สมาชิกของสมาคมลับนี้จะเข้ามาปักหลักอยู่ในเมืองวัลแคนแล้ว...เมืองปลายทางที่เธอกำลังจะเดินทางไป
หากเธอจะเข้าเมือง ก็คงต้องระวังตัวให้มาก
แม้ยังไม่รู้ว่าทำไมกลุ่มนี้ถึงหมายหัวเธอไว้ แต่ถ้าเป็นสมาคมอาชญากรรมจริงล่ะก็...ก็คงไม่มีอะไรดีแน่ ๆ
ด้วยความคิดนี้ โดโรธีหยิบมีดออกมา แล้วใช้มันตัดผ้าม่านจากรถม้าที่คว่ำอยู่ เธอแบ่งผ้าออกเป็นสองส่วน ชิ้นหนึ่งเอาไว้ห่อของที่ “ได้มา” และอีกชิ้นเธอใช้พันเป็นผ้าคลุมหัวเพื่ออำพรางสีผมตอนเข้าเมือง
เตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอก็เริ่มออกเดินทาง
เพื่อความปลอดภัย โดโรธีใช้แหวนหุ่นเชิดซากศพควบคุมสุนัขล่าเนื้อซอมบี้ทั้งสองตัว ให้ลุกขึ้นตามเป็นองครักษ์
แต่น่าเสียดาย กระดูกของพวกมันแตกจนแทบเดินไม่ไหวแล้ว
“พลังของเสียงคำรามมังกรมันแรงขนาดนี้เลยเหรอ… เดินได้ก็จริง แต่สภาพแบบนี้สู้ไม่ไหวแน่” โดโรธีพึมพำพลางมองดูหมาสองตัวที่พยายามพยุงตัวเดินไปข้างหน้าแบบโซเซ
สุดท้าย เธอก็ถอนการควบคุม ปล่อยให้ร่างของมันร่วงลงกับพื้นอีกครั้ง
จากนั้น เธอหันไปมองศพของเอ็ดดริก หัวหน้าโจร
อยากลองให้แน่ใจอะไรบางอย่าง
เธอส่ง “สายใยจิต” จากแหวนออกไปเชื่อมกับร่างไร้ลมหายใจของเขา แล้วควบคุมให้ลุกขึ้น
เอ็ดดริกลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ใบหน้าไร้แววตา ซีดเผือด ดวงตาเบิกโพลงไร้จิตวิญญาณ
“ตอนนี้...แกก็พอจะใช้ได้ละนะ” โดโรธีพึมพำ
เมื่อสิ้นคำสั่ง ร่างของเอ็ดดริกก็ก้มตัวหยิบตะเกียงแก๊สขึ้น แล้วกางร่มสีดำช้า ๆ ยื่นมาบังฝนให้เธอเงียบ ๆ...ราวกับเป็นคนรับใช้ของคุณหนูตระกูลขุนนาง
หลังจากจัดแจงสัมภาระทั้งหมดเรียบร้อย โดโรธีก็เดินจากจุดสังหารนั้นไป พร้อมกับ “คนรับใช้” ที่ไร้คำพูดและไร้ชีวิตติดตามเธอไปในความมืด...