- หน้าแรก
- ราชันโลกพิศวง โดโรธี
- ตอนที่ 02 - เสียงของมังกร
ตอนที่ 02 - เสียงของมังกร
ตอนที่ 02 - เสียงของมังกร
ตอนที่ 02 - เสียงของมังกร
แม่น้ำที่ไหลเชี่ยวใต้ก้นเหวยังคงพัดกระหน่ำไปไม่หยุด เสียงน้ำซัดสะท้อนก้องในหุบเขาแคบ ๆ ตลอดแนวริมฝั่ง แสงไฟริบหรี่หลายดวงกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ท่ามกลางสายฝน
ชายสี่คนก้าวฝ่าความมืดและฝนเปียกปอนโดยมีตะเกียงอยู่ในมือ สามคนแรกเดินนำหน้า เสื้อผ้าหยาบ ๆ เปียกโชกแนบตัว พวกเขาถือมีดและกระบองไว้ในมือ แขนล่ำสันที่เต็มไปด้วยรอยสักโผล่พ้นแขนเสื้อที่ถลกขึ้น บ่งบอกว่าอยู่ในวัยยี่สิบหรือสามสิบ
คนสุดท้ายเดินตามมาช้า ๆ ดูแตกต่างจากพวกที่เหลืออย่างสิ้นเชิง เขาสวมสูทสีแดงเข้ม กางเกงดำ และแจ็กเก็ตเนื้อดี ใบหน้าซีดเผือด ผอมตอบ จมูกงุ้มและดวงตาลึกโหล ผมสั้นสีน้ำตาลเปียกชื้นจากฝน มือหนึ่งถือร่มกางกันฝนไว้ ดวงตาเย็นชาของเขาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
เคียงข้างชายคนนั้นมีสุนัขล่าเนื้อรูปร่างประหลาดเดินตามอย่างเงียบงัน หนึ่งตัวซ้าย หนึ่งตัวขวา มันแทบไม่มีขน หนังเนื้อสีแดงคล้ำโผล่พ้นออกมาน่าเกลียดหดหู่ ไร้หู สูงถึงหัวเข่าเจ้าของ แต่ผอมซีดผิดรูป ราวกับไม่ใช่สัตว์เลี้ยงธรรมดา
ชายผู้นั้นชื่อว่า เอ็ดดริก โจรป่า… หรือจะเรียกให้ตรงกว่านั้น เขาคือหัวหน้าแก๊งโฉดแห่งเมืองวัลแคนที่คนเรียกกันว่า เอ็ดหมาบ้า
เอ็ดดริกเป็นชายเจ้าเล่ห์โหดเหี้ยม ผู้ครองอำนาจเบ็ดเสร็จในเมืองวัลแคน ด้วยความโหดที่ปีนขึ้นจากกองศพ จนไม่มีใครในเมืองกล้าแม้แต่จะสบตาเขา สองสุนัขประหลาดของเขาก็ไม่ต่างจากอสูรกาย มีข่าวลือว่ามันต่อให้บาดเจ็บก็ไม่ยอมตาย ทำให้ทั้งศัตรูและพรรคพวกต่างก็หวาดกลัวมันสุดใจ
ปกติแล้ว เอ็ดดริกจะไม่ลงมือโจมตีขบวนรถม้าโต้ง ๆ แบบนี้...แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เขาต้องการ “ของบางอย่าง” จากขบวนนี้
“หัวหน้า! มีแสงอยู่ข้างหน้า! เห็นแล้วว่ารถมันคว่ำอยู่ตรงนั้น!” ชายคนหนึ่งที่เดินนำหน้าเหลือบมองไปไกล ๆ แล้วตะโกนกลับมา
เอ็ดดริกพยักหน้าช้า ๆ ก่อนพูดเสียงเรียบเย็น
“เดินต่อไป หวังว่าเป้าหมายจะไม่ตกน้ำไปซะก่อน...”
เอ็ดดริก ชายสามคน และหมาทั้งสอง เดินเลียบฝั่งแม่น้ำมาจนถึงจุดเกิดเหตุ ขบวนรถม้าที่พลิกคว่ำ ซากศพคนกับม้าเกลื่อนกลาด รถม้าพังยับ บ่งบอกว่าพวกเขาไล่ล่ามาไม่ยั้งจนขบวนรถสิ้นท่าตรงนี้
เมื่อมองเห็นภาพเบื้องหน้า เอ็ดดริกก็เอ่ยคำสั่งเสียงห้วน
“แยกย้ายกันหาเด็กผู้หญิงผมขาว อายุราวสิบสาม ไม่ว่าจะตายหรือรอดก็เอาตัวมา แต่ถ้าเลือกได้เอาแบบมีลมหายใจ”
“รับทราบ หัวหน้า!” พวกลูกน้องขานรับ ก่อนรีบแยกย้ายกันค้นหาตามซากรถ พวกมันเริ่มรื้อค้นศพ ล้วงของจากคนตายอย่างไม่แยแส หยิบของมีค่าใส่กระเป๋าราวกับหาเศษเหรียญริมถนน
แต่ไม่พ้นสายตาของเอ็ดดริก
“หยุดขโมยได้แล้ว! หาตัวเด็ก! ถ้ายังอยากมีชีวิต ไม่อยากเป็นอาหารหมา ก็รีบขยับซะ!”
เสียงของเขาเย็นเฉียบจนพวกโจรต้องชะงัก พวกมันมองเจ้านายด้วยสายตาเคือง ๆ แต่พอเห็นสายตาของหมาทั้งสองก็สะดุ้งเฮือก รีบก้มหน้าก้มตาทำงานต่อทันที
ไม่มีใครกล้าขัดใจ เพราะหมาของเขาไม่ใช่หมาธรรมดา แต่มันคือ หมาปีศาจ
ท่ามกลางความเครียด ชายสองคนเดินไปถึงรถม้าคันหนึ่งที่ยังคาอยู่บนเนินชันริมตลิ่ง ตัวรถถูกมัดไว้กับซากม้าตัวหนึ่งที่คาอยู่ระหว่างก้อนหินสองก้อน พวกมันชะโงกหน้าเข้าไป แล้วดวงตาก็สว่างวาบ
ใต้เบาะมีเหรียญทองและเครื่องประดับกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด!
ความโลภแล่นขึ้นมาทันที พวกมันหันไปมองเอ็ดดริก เห็นว่าเจ้าตัวกำลังมัวแต่สนใจอย่างอื่น จึงรีบพุ่งมือเข้าไปหยิบของในรถ ทว่า ของพวกนั้นอยู่ลึกเกินไป พวกมันจึงจำใจต้องปีนเข้าไปในรถเพื่อเอา
...โดยไม่รู้เลยว่า ดวงตาสีเลือดคู่นึงกำลังจับจ้องมาจากด้านหลังซากม้าตัวนั้น
เด็กสาวผมขาวขยับทันที มือหนึ่งกำมีดที่เก็บมาได้แน่น แล้วฟันเชือกที่ผูกตัวรถไว้กับซากม้าอย่างแม่นยำ เชือกที่เปื่อยอยู่แล้วขาดสะบั้นทันที
“อ๊ากกก!!”
รถม้าที่หลุดจากจุดยึดไถลลงสู่แม่น้ำด้วยเสียงครืดดังสนั่น สองโจรที่ติดอยู่ด้านในกรีดร้องลั่น ก่อนทั้งตัวรถและสมบัติล่อเหยื่อที่โดโรธีจงใจวางไว้จะหายลับไปกับกระแสน้ำ
มนุษย์ยอมตายเพราะความโลภ โดโรธีคิดอย่างเย็นชา เธอไม่เคยหวังว่าพวกโจรจะต้านกับดักแบบนี้ได้เลย
“เบเกอร์! วู้ด!”
เสียงกรีดร้องเรียกให้โจรอีกคนรีบวิ่งไปยังริมตลิ่ง เขาก้มลงไปดูด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
ทันใดนั้น โดโรธีก็พุ่งตัวเข้าหาจากด้านหลัง ฟาดไหล่กระแทกหลังล่างของชายคนนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี ถึงเธอจะยังไม่โตเต็มวัย แต่การโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัวก็เพียงพอแล้ว
“เหวอ!”
เสียงร้องอีกระลอกดังขึ้นเมื่อโจรที่กำลังก้มหน้าตรวจสอบเสียหลัก เซถลาลงไปในแม่น้ำ ถูกกระแสน้ำพัดพาไปราวกับหุ่นผ้าใบ โดโรธีเกือบล้มตาม แต่ยังประคองตัวไว้ได้ทัน
สามศพแล้ว… เหลืออีกแค่ไม่กี่ตัว...
เธอกดความกลัวลึกลงในใจ หันไปมองแนวริมแม่น้ำอีกฝั่ง ที่ตรงนั้น เอ็ดดริก กำลังยืนจ้องมาทางนี้ ดวงตาเย็นชาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธที่เริ่มเดือดปุด
“เด็กเวรนี่มันโผล่มาจากไหน… กล้าดียังไงถึง…”
เอ็ดดริกกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ มือควักปืนลูกโม่จากเอว แล้วเล็งไปที่เด็กสาวซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่เกินสิบเมตร พอเขากำลังจะเหนี่ยวไก แสงจากตะเกียงก็ส่องไปยังร่างที่อยู่ตรงหน้า
“เด็กสาวผมขาว…”
เขาชะงักไปชั่วครู่ ความเดือดดาลแปรเปลี่ยนเป็นความครุ่นคิด เอ็ดดริกลดปืนลงเล็กน้อย แล้วสั่งเสียงกร้าว
“จัดการยัยเด็กนั่นให้ฉัน!”
เมื่อสิ้นคำสั่ง สุนัขประหลาดทั้งสองก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว มันวิ่งฝ่าฝนตรงเข้าหาโดโรธี เขี้ยวขบกรอด พร้อมกระโจนเข้าใส่เหยื่อ
แต่โดโรธีกลับไม่ถอยหนี เธอยืนนิ่ง หายใจเข้าเต็มปอด ดวงตาคมกริบเปล่งประกาย ก่อนจะเปล่งเสียงพูดออกมาช้า ๆ
เสียงนั้นต่ำ แหบพร่า เหมือนภาษาจากยุคที่โลกลืมเลือน
“—ฟุส—”
ในวินาทีนั้น คำพูดของโดโรธีดังกระหึ่มราวกับกลองศึก เสียงนั้นทะลุผ่านสายฝน พัดกระแสลม และปลดปล่อยพลังบางอย่าง พลังแปลกประหลาดที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกใบนี้
คลื่นกระแทกไร้รูปแต่ทรงพลังพุ่งออกจากร่างของโดโรธี สาดกระจายฝนกระเซ็น และเหวี่ยงสุนัขอสูรทั้งสองปลิวกระเด็นราวกับถูกช้างชน แม้แต่เอ็ดดริกที่ยืนอยู่ไกลยังรับแรงปะทะจนอึ้ง เขาเสียหลัก ลื่นล้ม ปืนหลุดจากมือ
โดโรธีไม่รอช้า เธอพุ่งตัวออกไป ฉวยปืนลูกโม่ที่ตกกับพื้นไว้ในมือทั้งสอง แนบแน่นมั่นคง แล้วเล็งตรงไปยังร่างของเอ็ดดริกที่กำลังยันตัวขึ้น
เมื่อเงยหน้ามอง สิ่งที่เอ็ดดริกเห็นคือปากกระบอกปืนเย็นเฉียบที่เล็งใส่หน้า ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยเล่ห์กลพลันถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก เขารีบเอ่ยปากลนลาน
“เดี๋ยวก่อน! ฉันยัง ”
ปัง!
โดโรธีเหนี่ยวไกโดยไม่ลังเล กระบอกปืนสั่นสะเทือน กระบอกหมุน ฮัมเมอร์ตก เปลวไฟลุกจากปากกระบอก และกระสุนพุ่งทะลุร่างเอ็ดดริกเข้าเต็มอก
ร่างของหัวหน้าโจรทรุดลงทันที ดวงตาเบิกโพลง หยุดอยู่ในวินาทีนั้น ไม่มีทางคาดฝันว่าเขาจะจบชีวิตอย่างสิ้นท่าแบบนี้
“แฮ่ก… แฮ่ก…”
แรงถีบจากปืนทำให้โดโรธีหงายล้มลงกับพื้น เธอมองร่างไร้วิญญาณของเขา มือสั่นระริก กอดปืนแน่นจนแทบหัก หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด ความรู้สึกปั่นป่วนเกินจะบรรยาย เพราะไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอย่างไร การฆ่าคนครั้งแรกย่อมไม่ใช่เรื่องที่ทำใจง่าย
‘พวกมันฆ่าทุกคนในขบวน… พวกมันฆ่าโดโรธี… นี่คือกรรมที่พวกมันต้องชดใช้…’
เธอพยายามยึดมั่นในเหตุผลนี้เพื่อประคองตัวเองให้ยืนได้ มือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะลำคอ คำโบราณที่เพิ่งเปล่งไปเมื่อครู่ยังดังก้องในหัว คำเดียวที่ปลดปล่อยพลังมหาศาลออกมา
ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว
นั่นคือ ธูอุม (Thu’um) “วาจามังกร” หรือ เสียงคำรามแห่งมังกร จากเกม The Elder Scrolls V: Skyrim เป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์ของมังกรที่แฝงไว้ด้วยพลังเกินจินตนาการ!
เสียงที่เธอใช้ไปเมื่อครู่ คำว่า "ฟุส" ก็คือคำแรกของ “Unrelenting Force” แปลว่า แรงผลัก เสียงนี้แม้แค่พยางค์เดียวก็สามารถทำลายล้างได้
ในโลกของ Skyrim วาจานี้คืออาวุธของมังกร เป็นภาษาที่สามารถสั่นสะเทือนสนามรบ เปลี่ยนเสียงให้กลายเป็นพลังสังหาร มีเพียงมังกร เทพ หรือมนุษย์ผู้ถูกเลือก ดราก้อนบอร์น เท่านั้นที่ใช้ได้
ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ นี่คือพลังเหนือธรรมชาติ
แต่การเปล่งเสียงนั้น มีราคาที่ต้องจ่าย
โดโรธีต้องแลกเปลี่ยนคำ ๆ นี้กับสิ่งที่เจ้าของร่างเดิมเคยมีมาก่อน ความรู้ในคำศัพท์ภาษาพริตท์กว่า 3,000 คำที่เคยพยายามจดจำอย่างยากลำบาก
ตอนนี้ เธอเข้าใจแล้วว่า “พลัง” ที่ได้รับมาหลังจากมาเกิดใหม่คืออะไร
มันคือ
การแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อความรู้
แลกความรู้จากโลกนี้ เพื่อให้ได้ความรู้จากอีกโลกหนึ่ง...