เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 01 - ความรู้

ตอนที่ 01 - ความรู้

ตอนที่ 01 - ความรู้


ตอนที่ 01 - ความรู้

ค่ำคืนนี้ไร้แสงจันทร์ ฝนเย็น ๆ ปรอยลงมาดั่งม่านบางที่กระทบผืนดินและก้อนหินบนริมฝั่งแม่น้ำ หยาดฝนชะล้างรอยเลือดจนกลิ่นคาวเหล็กจาง ๆ ฟุ้งไปในอากาศ

ที่นี่คือก้นเหวลึก เบื้องล่างมีสายน้ำเชี่ยวกรากพัดผ่านกลางหุบเขา เสียงน้ำไหลกระทบหน้าผาดังสะท้อนอยู่ไม่ขาด ทางฝั่งหนึ่งของเหวเป็นหน้าผาชันสูงชะลูด ส่วนอีกฝั่งเป็นเนินลาดชันที่มีพรรณไม้ทนแล้งหยั่งรากฝังตัวบนดินหินอย่างยากลำบาก ที่เชิงเนิน ความชันเริ่มลดลงกลายเป็นที่ราบเอียงริมแม่น้ำ ตรงนั้นประหนึ่งเวทีแห่งโศกนาฏกรรม

รถม้าหลายคันล้มคว่ำกระจายเกลื่อนริมตลิ่ง ซากศพทั้งคนและม้านอนระเกะระกะ เลือดสีคล้ำไหลซึมจากบาดแผลน่าสยดสยอง ก่อนถูกสายฝนพัดพาลงสู่สายน้ำ สีหน้าของผู้วายชนม์แต่ละคนถูกตรึงไว้ด้วยความหวาดผวา ภาพสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจ

ความเงียบงันของความตายปกคลุมสนามรบที่เปียกปอนราวกับไม่มีชีวิตใดหลงเหลืออยู่...หากแต่นั่นเป็นเพียงภาพลวงตา

ใกล้ริมแม่น้ำ ในรถม้าคันหนึ่งที่พลิกคว่ำและห้อยต่องแต่งจากสายบังเหียน ราวกับจะตกลงไปในกระแสน้ำเบื้องล่าง ร่างของเด็กสาวคนหนึ่งนั่งพิงเบาะรถที่หงายท้องอยู่เงียบ ๆ ไร้เสียงเคลื่อนไหว

เด็กสาวดูมีอายุราวสิบสามปี สวมชุดกระโปรงสีน้ำตาลตัดขาวธรรมดา รองเท้าเรียบง่ายกับถุงเท้าสั้น ไม่ใช่เครื่องแต่งกายของผู้มั่งมีนัก ร่างของเธอเปื้อนเลือดเป็นหย่อม ๆ เส้นผมยาวสีขาวเงินเรียบลื่นสยายลงมาถึงไหล่ สะท้อนแสงจาง ๆ แม้ในความมืดสนิท ใบหน้าสงบเงียบซีกหนึ่งเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดที่ไหลซึมจากบาดแผลใต้ไรผมข้างขวา

เธอดูเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโศกนาฏกรรมรอบกาย...จนกระทั่งคิ้วบางของเธอกระตุกเบา ๆ

ไม่มีใครรู้ว่านานเท่าใดก่อนที่ลมหายใจบางเบาจะผุดขึ้นใต้จมูก หน้าอกของเธอเริ่มขยับขึ้นลงอีกครั้ง ชีวิตที่ริบหรี่พลันหวนกลับ

“อึก…”

คิ้วของเด็กสาวขมวดแน่น สีหน้าบ่งบอกความปวดร้าว เธอเอื้อมมือขึ้นจับขมับที่กำลังตุบ ๆ

‘เจ็บ...หนาว...นี่เราฝันร้ายอยู่เหรอ? หรือหล่นจากเตียง?’

ความคิดสับสนวุ่นวายหมุนวนในหัว พออาการปวดศีรษะทุเลาลงสักหน่อย สติของเธอก็เริ่มกลับคืนมา พร้อมกับคำถามพรั่งพรู

‘ฝนตก? ทำไมได้ยินเสียงน้ำไหล? บ้านเรามีแม่น้ำใกล้ ๆ งั้นเหรอ? หรือใครเปิดก๊อกน้ำไว้แต่เช้า?’

ในความมึนงง เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาสีแดงเข้มเผยออกท่ามกลางความมืด ห้องแคบ ๆ ทำให้รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย แต่พอปรับสายตาได้ เธอก็เริ่มมองเห็นรอบตัว แล้วก็ค้างไปทันที

ตรงข้ามกับเธอ ในรถม้าคันที่พลิกคว่ำ ศพหญิงสาวผู้หนึ่งฟุบอยู่กับเบาะ กระจกหน้าต่างที่แตกปักคอเธอไว้ เลือดที่ไหลนองย้อมชุดจนแดงฉาน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ภาพสุดท้ายก่อนตายประทับไว้ชัดเจน

“อึก…”

ภาพนั้นทำเอาเด็กสาวสำลักลมหายใจ ความหวาดกลัวกลืนกินสติจนสิ้น เธอรีบลุกพรวด ก่อนจะโขกหัวเข้ากับเพดานรถม้าเสียงดัง ตุ้บ! เจ็บจนต้องทรุดตัวลงมากุมหัว พลางหันซ้ายหันขวาอย่างตื่นตระหนก

แค่ต้องอยู่ในรถแคบ ๆ กับศพยังไม่น่ากลัวพอ ต้องเจอศพที่ตายตาเบิกโพลงแบบนี้อีก เธอสั่นสะท้านทั้งตัว มือรีบคลำหาทางหนีจนพบประตูรถม้าด้านบน เธอออกแรงผลักเต็มที่แล้วปีนออกมายังริมตลิ่งที่ฝนยังคงตกไม่หยุด

‘นี่มันอะไรกัน!? ฉันอยู่ที่ไหน?! ทำไมมีแต่ศพ!? ใครจับฉันมาทิ้งในบ้านผีสิงรึไง!? ใครมันเล่นพิเรนทร์ได้ขนาดนี้วะ!?’

ความคิดฟุ้งซ่านแล่นว่อนในหัว แต่พอเธอคลานออกมาจากรถแล้วมองไปรอบ ๆ ก็ถึงกับตะลึงงัน

ทั่วบริเวณมีแต่ซากศพ ทั้งคนทั้งม้า กลิ่นคาวเลือดอบอวลไม่จางแม้ฝนจะเทลงมานาน รถม้าหลายคันพลิกคว่ำ โคมแก๊สที่ติดไว้ตามตัวรถยังริบหรี่ไหวในความมืด ล้อรถหมุนช้า ๆ เหมือนเพิ่งหยุดเคลื่อนไหวไม่นาน

‘นี่มัน...ไม่ใช่แค่การแกล้งเล่นแน่… มันใหญ่เกินไป… ใครจะลงทุนทำขนาดนี้วะ…’

เธอพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ ปากสั่นเสียงสั่น ความกลัวจู่โจมหัวใจ แต่เธอก็พยายามสูดลมหายใจลึก ๆ บังคับตัวเองให้ตั้งสติ

“อย่าตื่นตูม… ใจเย็นไว้… ประเมินสถานการณ์ก่อน…”

ทันใดนั้น ความปวดแล่นวาบขึ้นในหัว เธอครางออกมาแล้วกุมขมับ

ความคิดพร่ามัว สติหลุดกระเจิดกระเจิงเมื่อความทรงจำแปลกประหลาดถาโถมเข้ามา ภาพและเสียงมากมายทะลักเข้าใส่ราวจะฉีกจิตเธอออกเป็นเสี่ยง

“อะ...อะไร...นี่มัน...”

เธอขบฟันแน่น พิงตัวกับรถม้าค่อย ๆ ประคองตัวไม่ให้หมดสติ จนกระทั่งความเจ็บลดลง เธอเริ่มเรียบเรียงเรื่องราวได้ชัดขึ้น แล้วก็ต้องตกตะลึงไม่แพ้ภาพเบื้องหน้า

“แฮ่ก...งั้น…มันไม่ใช่การแกล้ง…แต่…กลับชาติมาเกิด?”

เธอหอบหายใจหนัก จับความจริงอันโหดร้ายไว้แน่น

จิตวิญญาณที่อยู่ในร่างนี้ตอนนี้ ไม่ใช่ของเด็กสาว แต่เป็นของผู้เดินทางจากอีกโลกหนึ่ง ขณะที่เจ้าของร่างเดิมมีชื่อว่า "โดโรธี"

จากเศษเสี้ยวความทรงจำของโดโรธี เธอเคยเป็นเด็กสาวธรรมดาจากหมู่บ้านห่างไกล พ่อของเธอซึ่งเป็นพรานเสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างออกล่า ส่วนแม่ก็หายตัวไปไม่นานหลังจากนั้น ตั้งแต่ยังเล็ก โดโรธีและพี่ชายที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวถูกเลี้ยงดูโดยป้าแฮนนาห์ ญาติของพ่อที่ใจดี…

โดโรธีโดดเด่นด้วยผมยาวสีเงินขาวสะดุดตาและดวงตาสีแดงเข้ม แต่หากไม่นับเรื่องรูปลักษณ์ เธอก็เป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง ธรรมดาแต่ก็งดงาม

ภายใต้การดูแลของป้าแฮนนาห์ เธอเติบโตขึ้นเคียงข้างพี่ชาย เด็กหนุ่มผู้มีนิสัยเรียบร้อยและขยันขันแข็ง มักช่วยงานผู้ใหญ่ในบ้านอยู่เสมอ

เพราะมีหัวไวโดยธรรมชาติ โดโรธีจึงถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนคริสตจักรในเมืองข้างเคียงเพื่อเรียนอ่านเขียน จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เธอก็กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในหมู่บ้านที่รู้หนังสือ และมักช่วยคนอื่นจัดการเรื่องจดหมายและเอกสารอยู่เป็นประจำ

พี่ชายของโดโรธีอายุมากกว่าเธอหกปี ออกจากหมู่บ้านไปตอนอายุสิบหกเพื่อไปทำงานในเมือง หลังจากพื้นที่แถวนั้นถูกเปลี่ยนเป็นทุ่งเลี้ยงแกะ

สามปีให้หลัง เขาเขียนจดหมายกลับมาบอกว่าได้งานดี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และอยากให้โดโรธีย้ายไปอยู่กับเขาในเมือง

เมื่อได้รับจดหมาย โดโรธีก็ดีใจจนยิ้มไม่หุบ เธอร่ำลาเพื่อนบ้าน เก็บข้าวของ แล้วขึ้นรถม้าเดินทางสู่เมืองตามเส้นทางที่วางไว้

แต่ไม่นานหลังออกเดินทาง ขบวนรถก็ถูกโจมตีโดยกลุ่มโจร

ตอนนี้ เธอนั่งอยู่ริมตลิ่งล่างสุดของหุบเหว ลูบขมับตัวเองเบา ๆ พลางทบทวนความทรงจำ พร้อมมองไปยังเนินชันใกล้ ๆ ที่เต็มไปด้วยของกระจัดกระจายจากรถม้าที่คว่ำลงมา

จากความทรงจำของโดโรธี ขบวนรถของพวกเธอถูกไล่ล่าโดยโจร จนต้องเร่งความเร็วจนรถเสียหลักพลิกคว่ำไถลลงมา

ดูจากสภาพโดยรอบแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีใครรอดเลยแม้แต่คนเดียว

ก่อนจะหมดสติ โดโรธีจำได้ว่าได้ยินเสียงตะโกนของโจร และเสียงคำรามของสัตว์บางอย่าง ท่ามกลางเสียงม้าร้องอย่างหวาดผวา โลกทั้งใบก็พลิกกลับ และสิ่งสุดท้ายที่เธอรู้สึกได้คือความเจ็บแปลบที่หน้าผาก ก่อนทุกอย่างจะดับวูบลง

“น่าสงสารจัง…” โดโรธีถอนหายใจเบา ๆ ความรู้สึกเวทนาเอ่อล้นในใจ “กำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แท้ ๆ แต่กลับต้องมาเจอแบบนี้…”

ระหว่างที่กำลังสงสารคนในความทรงจำ สีหน้าของเธอก็แข็งค้างทันที

“เดี๋ยวสิ… เด็กสาว?!”

เธอเบิกตาโพลง พอคิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่างก็รีบยื่นมือมาจับตามลำตัว เพ่งความรู้สึกและคลำสำรวจอย่างร้อนรน จนเมื่อแน่ใจแล้ว เธอก็อ้าปากค้าง

“หายไปแล้ว…เจ้าน้องชายของฉันหายไปจริง ๆ… ฉันคือโดโรธี… โดโรธีเป็นเด็กผู้หญิง… ฉันกลายเป็นผู้หญิงไปแล้ว?!”

เธอนั่งนิ่งเป็นหิน หน้าไร้อารมณ์ ปล่อยให้สายฝนพร่างพรมใส่ร่างในความเงียบงัน

แล้วเสียงหนึ่งก็ดึงสติเธอกลับคืนมา

“เฮ้! เจอแล้ว! รถม้ามันไถลลงมาทางนี้!”

“หัวหน้า! เราเจอพวกมันแล้ว!”

เสียงตะโกนจากที่ไกล ๆ ดังขึ้น ภาษาแปลกประหลาดที่เธอกลับเข้าใจได้ชัดเจน ดวงใจของโดโรธีแทบหลุดจากอก เธอหันไปตามเสียง เห็นแสงไฟริบหรี่กำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาตามแนวฝั่งแม่น้ำ

พวกโจร พวกมันตามลงมาไล่เช็กศพ และกำลังมาทางนี้ตรง ๆ

โดโรธีขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณเตือนถึงอันตราย เธอรีบหมอบตัวหลบอยู่หลังรถม้าคันหนึ่ง ใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ

‘แย่แล้ว… พวกมันคงกลับมาเพื่อเก็บของ พวกนี้มันโหดเหี้ยมชัด ๆ… ต้องหนีให้ได้…’

เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ หาทางหลบหนี แต่น้ำในแม่น้ำที่สูงขึ้นเพราะฝนตกทำให้ทางริมตลิ่งถูกน้ำท่วม ส่วนเนินฝั่งตรงข้ามก็ชันและลื่นเกินกว่าจะปีน

เส้นทางเดียวที่พอจะไปได้กลับเป็นทิศทางเดียวกับที่แสงไฟกำลังใกล้เข้ามา หนีไปก็เท่ากับวิ่งใส่พวกโจรเต็ม ๆ

‘บ้าเอ๊ย… ไม่มีทางอื่นเลยเหรอ…?’

เธอกัดฟันแน่น รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังกดทับ แทบอยากจะล้มตัวลงแกล้งตายเสียตอนนี้เพื่อหลอกพวกโจร

...ทว่าในขณะที่กำลังตัดสินใจ เสียงประหลาดก็พลันดังก้องขึ้นในหัว

เสียงนั้นไร้อารมณ์ ฟังไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย เหมือนมีหลายคนพูดซ้อนกันอยู่ในโทนต่ำดั่งบทสวด

“กระบวนการผสานวิญญาณเสร็จสมบูรณ์... เชื่อมต่อแล้ว...”

“สละความรู้... มอบความรู้...”

“หา?”

โดโรธีเบิกตากว้าง เธอส่ายหัวรัว ๆ เหมือนจะปัดเสียงนั้นทิ้งไป

‘เสียงบ้าอะไรเนี่ย? มาจากในหัว? อย่าบอกนะว่า... ระบบ!? แบบที่พวกตัวเอกในนิยายต่างโลกเจอกันบ่อย ๆ นั่นน่ะเหรอ?!’

แม้จะยังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอก็ไม่มีเวลาจะตื่นตกใจ เธอกัดฟันข่มความกลัว ตั้งสติ แล้วเร่งคิดหาทางใช้สิ่งนี้ให้เป็นประโยชน์ให้เร็วที่สุดก่อนที่พวกโจรจะมาถึงตัว

จบบทที่ ตอนที่ 01 - ความรู้

คัดลอกลิงก์แล้ว