เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 แนะนำให้ไปนอนในคุกสักสองสามปี

บทที่ 18 แนะนำให้ไปนอนในคุกสักสองสามปี

บทที่ 18 แนะนำให้ไปนอนในคุกสักสองสามปี


บทที่ 18 แนะนำให้ไปนอนในคุกสักสองสามปี

ซูโมมาที่จัตุรัสน้ำพุใจกลางเมืองตามเวลาที่ได้นัดหมายไว้กับหลัวเทียนเฉินก่อนหน้านี้

ไม่นานหลังจากนั้น รถคาเยนสีดำก็จอดลงตรงหน้าซูโม เมื่อหน้าต่างรถเลื่อนลง ชายคนหนึ่งก็มองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ชายคนนั้นอายุประมาณสามสิบกว่า สวมชุดสูทสั่งตัดสีดำทั้งตัว รูปร่างสูงสง่า ท่าทางโดดเด่น

"ขึ้นรถสิ ซูโม"

หลังจากที่ซูโมขึ้นรถแล้ว เขาก็ทักทายด้วยความสุภาพ "สวัสดีครับ"

"สวัสดี ฉันชื่อหลัวจิ่งเหิง หรือคุณจะเรียกว่าอาสองก็ได้" หลัวจิ่งเหิงยิ้ม

สีหน้าของซูโมดูแปลกไปเล็กน้อย แม้ว่าอายุของชายตรงหน้าจะสามารถเป็นอาของเขาได้จริงๆ แต่จู่ๆ การเรียกเขาว่าอาสองมันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอ

และนามสกุลหลัวนี้.. มันก็ทำให้ซูโมนึกถึงผู้หญิงที่น่ารำคาญคนหนึ่ง

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ จนถึงตอนนี้ซูโมก็ยังไม่รู้ชื่อเต็มของเธอเลย

แล้วจะนึกถึงผู้หญิงคนนั้นทำไมกัน เป็นไปไม่ได้หรอกที่ทั้งสองคนจะมาจากตระกูลเดียวกัน แต่ก็อาจจะเป็นไปได้...แต่คงไม่ใช่หรอก...

"กินข้าวเที่ยงหรือยังล่ะ" จู่ๆ หลัวจิ่งเหิงก็ถามขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

ซูโมดูเวลาที่แสดงบนโทรศัพท์มือถือ มันยังไม่ถึงสิบโมงครึ่ง เขาจึงทำได้เพียงตอบอย่างพูดไม่ออกว่า "ยังเลยครับ"

"งั้นหลังจากคุยธุระเสร็จแล้ว จะให้เกียรติไปทานอาหารด้วยกันกับฉันหน่อยได้ไหม" หลัวจิ่งเหิงถามด้วยรอยยิ้ม

ซูโมลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า ขอให้คนอื่นช่วยเหลือ จะไม่ไว้หน้าพวกเขาได้อย่างไร "ได้ครับ ขอบคุณครับ"

หลัวจิ่งเหิงพยักหน้า มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยรอยยิ้มมั่นใจ!

เมื่อมาถึงอาคารสำนักงานของเทียนเซิ่งกรุ๊ป อาคารสูงตระหง่าน ผนังกระจกสะท้อนแสงเย็นยะเยือก

เมื่อซูโมตามหลัวจิ่งเหิงลงจากรถ เขาก็เหลือบไปเห็นพรมแดงที่ปูไว้ที่หน้าประตูอาคาร และจอแสดงผลแบบหมุนด้านบนอาคารแสดงข้อความว่า:

ยินดีต้อนรับคุณหลัวจิ่งเหิงที่ให้เกียรติมาเยี่ยมชมและให้คำแนะนำแก่บริษัทของเรา

และที่หน้าประตูอาคาร กลุ่มคนกำลังห้อมล้อมชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงกลาง ชายคนนั้นยิ้มแย้ม ยืนตัวตรง

ซูโมหันไปมองชายที่อยู่ข้างๆ ด้วยความประหลาดใจ คนคนนี้ต้องมีพิธีต้อนรับใหญ่โตขนาดนี้เลยหรอ

ดูเหมือนว่าอำนาจเบื้องหลังหลัวจิ่งเหิงจะน่ากลัวยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้ซะแล้ว ไม่รู้ว่าวันนี้หลังจากยืมอำนาจของชายคนนี้แล้ว แล้วต่อไปจะสามารถตัดขาดจากพวกเขาได้หรือเปล่า

หลัวจิ่งเหิงที่คุ้นเคยกับฉากนี้ดีอยู่แล้ว เขาก็เดินไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มที่เป็นมาตรฐาน "ท่านประธานเจิ้ง"

เจิ้งเฟยหลงรูปร่างกำยำ จมูกใหญ่โต แต่ในขณะนี้กลับโค้งตัวเล็กน้อย และยื่นมือไปหาหลัวจิ่งเหิง "สวัสดีครับท่านประธานหลัว"

หลัวจิ่งเหิงยื่นมือไปจับเบาๆ สองสามครั้ง จากนั้นก็แนะนำซูโมให้เจิ้งเฟยหลงรู้จัก "คนนี้คือซูโม ผมคิดว่าพวกคุณน่าจะเคยเจอกันแล้ว"

เคยเจอแน่นอน ซูโมยังจำรูจมูกที่โอหังของเจิ้งเฟยหลงตอนที่เขามาที่สำนักงานกฎหมายได้อย่างแม่นยำ

และหลังจากที่เขาปฏิเสธคำขอของเจิ้งเฟยหลง เขาก็ได้ด่าทอซูโมว่าไม่รู้จักบุญคุณ เป็นชาวนาที่ทำได้เพียงกลิ้งโคลนอยู่ในดินไปตลอดชีวิต

แต่ในขณะนี้ เจิ้งเฟยหลงกลับเปลี่ยนท่าที และชมเชยซูโมด้วยเสียงดังว่า

"เคยเจอ เคยเจอ ตอนที่เจอครั้งแรกก็รู้สึกแล้วว่าคุณซูเป็นมังกรซ่อนกาย อนาคตจะต้องเป็นมังกรในหมู่คนได้อย่างแน่นอน"

มุมปากของซูโมกระตุก "ท่านประธานเจิ้งพูดเกินไปแล้วครับ"

หลัวจิ่งเหิงยิ้ม จากนั้นก็พูดว่า "งั้นเราไปหาที่คุยกันหน่อยดีกว่า"

"ดีครับ งั้นพวกเราไปคุยกันที่ห้องน้ำชากัน"

เจิ้งเฟยหลงนำทั้งสองคนไปยังห้องน้ำชา ภายในห้องน้ำชาตกแต่งอย่างหรูหรา โต๊ะน้ำชาเป็นหินภูเขาขนาดใหญ่ รอบๆ ประดับประดาด้วยต้นไม้สีเขียว มีกลิ่นอายของนักปราชญ์อยู่หลายส่วน

ซูโมแอบถอนหายใจ พวกอันธพาลพวกนี้ยังรู้จักการเสพสุขเป็นอย่างดีเลยสินะ

เจิ้งเฟยหลงชงชา จากนั้นก็นั่งลงบนที่นั่งพลางถอนหายใจยาว "ท่านประธานหลัว คุณซู ผมรู้ว่าพวกคุณมาด้วยจุดประสงค์อะไร"

"ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ผมไม่คิดว่าคนของผมจะทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ ทำให้ครอบครัวของคุณซูต้องเดือดร้อน เป็นเพราะผมดูแลลูกน้องไม่ดีเอง ต้องขอโทษด้วยจริงๆ"

ซูโมที่ได้ยินก็ยังคงนิ่งและไม่ได้พูดอะไร

แต่ด้านหลัวจิ่งเหิงนั้นยิ้มและกล่าวว่า "ในเมื่อเป็นความเข้าใจผิด งั้นทุกคนก็จบเรื่องกันแค่นี้เถอะ"

"ท่านประธานเจิ้ง ผมพูดตรงๆ นะครับ ช่วงหลายปีมานี้ ลูกชายคนโตของคุณ เจิ้งจื่อหาว ทำตัวเหลวแหลกเกินไป ให้ไปอยู่ในคุกสักสองสามปีก็น่าจะดีไม่ใช่หรอครับ"

สีหน้าของเจิ้งเฟยหลงแข็งทื่อ ซูโมเองก็แทบกลั้นมุมปากไว้ไม่อยู่

เจิ้งเฟยหลงกัดฟัน พยักหน้า "ท่านประธานหลัวพูดถูก ลูกชายผมสมควรที่จะไปสำนึกผิดจริงๆ"

ห้ะ!? ซูโมตกตะลึงเล็กน้อย นี่มันลูกชายคุณนะ ยอมง่ายๆ อย่างนี้เลยเหรอ

"คุณซู ช่วยรับฝากคำขอโทษไปให้พี่ชายคุณด้วยนะ ด้วยชาถ้วยนี้ถือว่าผมขอโทษทุกคน ขอให้ทุกคนลืมความบาดหมางกันไป"

เจิ้งเฟยหลงพูดจบก็ยกถ้วยชาขึ้นส่งสัญญาณให้ซูโมชนถ้วยเพื่อรับคำขอโทษ

ด้านซูโมก็พยักหน้าและกำลังจะยกถ้วยขึ้น

แต่จู่ๆ หญิงวัยกลางคนที่แต่งหน้าจัดคนหนึ่งก็วิ่งถือเอกสารข้ามาในห้องน้ำชาอย่างเร่งรีบ และพูดอย่างร้อนรนว่า

"แย่แล้ว ท่านประธานเฟย ลูกชายคนที่สองของท่านประทานถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไปแล้ว!"

ร่างของเจิ้งเฟยหลงแข็งทื่อ จากนั้นเธอก็รีบส่งเอกสารในมือให้เจิ้งเฟยหลงดู

เจิ้งเฟยหลงคว้ามาดู ปรากฎว่าเป็นหนังสือแจ้งการควบคุมตัว และพึมพำเนื้อหาข้างบน "ต้องสงสัยว่าหลอกลวงคนอื่น..."

พอซูโมได้ยิน เขาก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น พี่ชายของเขาแจ้งความเร็วจริงๆ

สีหน้าของเจิ้งเฟยหลงดูไม่ดีเลย เขามองไปที่ซูโม เม้มริมฝีปากไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร

ในขณะนั้น โทรศัพท์มือถือของซูโมก็ดังขึ้น มันเป็นสายจากสถานีตำรวจ บอกว่าให้ซูโมไปยังสถานีตำรวจเพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับการพบเห็นเหตุการณ์เมื่อคืน

หลังจากที่ซูโมวางสาย เขาก็มองไปที่เจิ้งเฟยหลงด้วยสีหน้าที่อึดอัดใจ

พี่ชายของเขาไม่เพียงแต่จะส่งลูกชายคนโตของท่านประทานตรงหน้าเขาเข้าคุก แต่ยังต้องการส่งลูกชายคนที่สองของเขาเข้าไปด้วย

หวังว่าพวกเขาจะยังมีลูกชายคนที่สามอยู่นะ..

เมื่อเห็นบรรยากาศในที่แห่งนี้เงียบลง หลัวจิ่งเหิงก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า

"จริงๆ แล้วผมคิดว่า ให้ลูกชายคนที่สองของคุณไปสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำกับพี่ชายด้วยกันก็ดีนะ ซูโมการหลอกลวงคนอื่นโดยทั่วไปจะถูกตัดสินจำคุกกี่ปีกันล่ะ"

หนังศีรษะของซูโมชา แต่ก็ไม่ดีที่จะไม่ตอบคำถามของหลัวจิ่งเหิง ดังนั้นเขาจึงตอบออกมาเบาๆ "ไม่เกินสามปี..."

หลัวจิ่งเหิงยิ้ม พยักหน้า "งั้นก็ดีเลย ระยะเวลาก็พอๆ กันนี่ สองพี่น้องอยู่ด้วยกันก็คงไม่เหงา"

ซูโมสูดหายใจเย็นยะเยือก มองไปที่กรามที่ขบกันแน่นของเจิ้งเฟยหลง และหญิงวัยกลางคนที่ดวงตาเต็มไปด้วยเปลวไฟแต่หลบไปอยู่ข้างหลังหลัวจิ่งเหิงอย่างระมัดระวัง

นี่มันเรียกว่าการเจรจาหรือยั่วยุกันแน่

ตระกูลหลัวทรงอิทธิพลขนาดนั้นเลยเหรอ กล้าโอหังต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ แม้แต่คนอย่างเจิ้งเฟยหลงก็ยังทำได้กัดฟันและพยักหน้า

"ท่านประธานหลัวพูดถูก ให้พวกเขาสำนึกผิดก็ดี"

เมื่อได้ยินดังนั้น หลัวจิ่งเหิงก็ยกถ้วยชาในมือขึ้น ยิ้มให้เจิ้งเฟยหลง "งั้นก็ขอให้ทุกคนลืมความบาดหมางกันนะ"

เจิ้งเฟยหลงสูดหายใจเข้า จากนั้นก็ค่อยๆ ปล่อยออกมา พยักหน้า ยกถ้วยชาขึ้นดื่มจนหมด "ลืมความบาดหมางกัน!"

หลัวจิ่งเหิงจิบเบาๆ จากนั้นก็วางลงอย่างสบายๆ "ซูโม ในเมื่อบ้านของท่านประธานเจิ้งยังมีธุระอยู่ เราก็จะไม่รบกวนไปมากว่านี้ เราไปกันเถอะ ฉันจะไปส่งคุณไปให้ปากคำเอง"

ซูโมพยักหน้าแล้วรีบตามหลัวจิ่งเหิงออกไปติดๆ โดยกลัวว่าถ้าช้าไปอีกก้าวเขาจะออกจากประตูนี้ไม่ได้..

ในห้องน้ำชา หญิงวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น "ท่านประธานเฟย เราต้องยอมประนีประนอมจริงๆ เหรอคะ นั่นลูกๆ ของเรานะ!"

"แล้วจะให้ฉันทำยังไงได้ล่ะ นั่นมันตระกูลหลัวนะ!" เจิ้งเฟยหลงเส้นเลือดปูดโปน ขณะคำราม

"แต่...แต่..."

เจิ้งเฟยหลงโบกมือขัดคำพูดของเธอและขมวดคิ้ว

"ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจับตัวผู้หญิงคนนั้น ยัยหลินอันหย่า"

"ก่อนที่จื่อหาวจะเข้าไป เขาเคยบอกว่าไม่พบสิ่งของใดๆ บนตัวสายลับ มันจะต้องอยู่ที่ผู้หญิงที่สนิทสนมกับเขาแน่ๆ"

"ที่เธอยังไม่เปิดเผยหลักฐานออกมา ก็แสดงว่าหลักฐานในมือของเธอยังไม่เพียงพอที่จะโค่นฉัน"

"ฉันจะฝากคนรู้จักให้ช่วยวิ่งเต้นข้างบน สร้างแรงกดดัน ยกเลิกการกระทำที่พุ่งเป้ามาที่เรา พยายามรักษาสมาชิกในครอบครัวของเราไว้"

หญิงคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น "แต่ลูกๆ ของเราจะต้องติดคุกจริงๆ เหรอ พวกเขาทำไปก็เพื่อครอบครัวของเรานะ!"

"ให้เขาติดคุกคนเดียวยังดีกว่าคนในครอบครัวทั้งหมดต้องตาย!" สีหน้าของเจิ้งเฟยหลงเหี้ยมเกรียม จากนั้นก็พูดด้วยเสียงเย็นชาว่า "ให้คนไปจับตัวหลินอันหย่า ทำลายหลักฐานในมือของเธอซะ!"

จบบทที่ บทที่ 18 แนะนำให้ไปนอนในคุกสักสองสามปี

คัดลอกลิงก์แล้ว