เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 เรียกฉันว่าผู้หมวดเสิ่น!

บทที่ 17 เรียกฉันว่าผู้หมวดเสิ่น!

บทที่ 17 เรียกฉันว่าผู้หมวดเสิ่น!


บทที่ 17 เรียกฉันว่าผู้หมวดเสิ่น!

แต่เขาก็ยังอธิบายอย่างอดทนว่า "เว้นแต่ว่าเขาจะฆ่าคนโดยเจตนา มันถึงจะมีโอกาสถูกตัดสินประหารชีวิต"

"ไม่งั้นถึงแม้ประธานาธิบดีมาเอง เขาก็ไม่มีทางถูกตัดสินประหารชีวิตได้หรอกนะ"

คิ้วของหลินอันหย่าตกลง เสียงเบาลง "ถ้าฉันบอกว่ามันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทางจราจร หรือขับรถขณะมึนเมา แต่เขาฆ่าคนโดยเจตนาล่ะ"

ซูโมขมวดคิ้ว แท้จริงแล้วเธอเป็นคนน่าสงสารที่ถูกความโกรธเข้าครอบงำนี่เอง

ซูโมถอนหายใจ "กฎหมายต้องมีหลักฐาน คุณไม่สามารถกล่าวหาว่าคนอื่นฆ่าคนโดยเจตนาเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบได้หรอกนะครับ"

"คนเราไม่สามารถใช้ค่านิยมของตัวเองไปตัดสินความยุติธรรมของกฎหมายได้"

"แต่ฉันมีหลักฐาน!" หลินอันหย่ายืนยันเสียงหนักแน่น

เมื่อซูโมได้ยินก็ขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม "ถ้างั้นคุณควรยื่นให้พนักงานอัยการ การที่คุณมาบอกผมที่นี่ไม่มีประโยชน์หรอกครับ"

หลินอันหย่าส่ายหน้า "ฉันยื่นไม่ได้ อย่างน้อยก็ตอนนี้ไม่ได้"

ซูโมคิดว่าหลินอันหย่ากลัวว่าจะมีคนไม่ดีในกลุ่มพนักงานอัยการ เขาจึงแนะนำว่า

"งั้นคุณลองเอามันไปให้พี่ชายผมคนเดียวก็ได้ เพียงแค่ตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานเท่านั้น"

"ผมรับประกันกับคุณได้เลยว่า พี่ชายของผมจะสามารถทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน"

"..ไม่ใช่เรื่องนั้น ตอนนี้ฉันยื่นหลักฐานให้ใครไม่ได้" หลินอันหย่าส่ายหน้า

ซูโมสงสัย ถามเสียงหนักแน่นว่า "ทำไมล่ะ"

"ฉันบอกไม่ได้" หลินอันหย่าส่ายหน้าอีกครั้ง

ซูโมพูดไม่ออก เห้อ ถ้าคุณไม่ทำอะไรสักอย่าง ไม่ให้อะไรสักอย่าง แล้วผมจะช่วยอะไรคุณได้เนี่ย

ซูโมยอมแพ้แล้วพูดว่า "ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้ คุณไม่ยื่นหลักฐาน เขาก็ทำได้แค่ตัดสินตามกฎหมายจราจรนั่นแหละครับ"

หลินอันหย่าพูดอย่างโกรธเคือง "แต่เจิ้งจื่อหาวทำเรื่องเลวร้ายมากมาย! ไม่ใช่ว่ากฎหมายควรลงโทษคนเลวปกป้องคนดีหรอกเหรอ"

"ก็ต้องมีหลักฐานสิครับ" ซูโมจนปัญญา "ถ้าแค่ลงโทษอาชญากรรมได้ตามใจนึก มันก็ไม่ต้องมีกฎหมายแล้วล่ะครับ"

หลินอันหย่าเงียบไป จากนั้นก็พยักหน้า "ฉันเข้าใจแล้ว"

ซูโมตะลึง.. คุณเข้าใจอะไรเนี่ย

หลินอันหย่าหันหลังกลับ แล้วหันมาพูดกับซูโมว่า

"เรื่องหลักฐาน ฉันจะยื่นให้ในวันที่ตัดสินคดี ส่งให้ถึงมือนาย แต่ต้องสัญญากับฉันว่า ก่อนถึงเวลาที่เหมาะสม ห้ามส่งให้ใคร"

เมื่อพูดจบ หลินอันหย่าก็เดินจากไป ทิ้งให้ซูโมที่กำลังงุนงงยืนตากลมอยู่คนเดียว

ไม่ เดี๋ยวสิ คุณเข้าใจอะไรก็บอกฉันด้วยสิ ฉันไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเลยเนี่ย!!

...

เช้าตรู่ ในห้องนอน แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสง สาดส่องเส้นใยสีทองอร่าม ฝุ่นละอองในอากาศล่องลอยอย่างอิสระในลำแสง

ซูหมิงกุมศีรษะที่ปวดตุ้บ พลางมองไปรอบๆ

นี่เขาอยู่ที่บ้านเหรอ

"งืมมม~"

เสียงเล็กๆ อันอ่อนหวานทำลายความเงียบ ผ้าห่มบนร่างกายขยับ

ซูหมิงรู้สึกว่ามีอะไรกดทับอยู่บนตัว และเมื่อมองไปข้างๆ อย่างไม่รู้ตัว เขาก็สบตาเข้ากับภาพที่น่าหลงใหล

ทิงเสวี่ย ใบหน้าเนียนละเอียดราวกับเครื่องกระเบื้องซึ่งมีปอยผมปรกลงมา

ซูหมิงถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาใช้นิ้วลูบไล้ใบหน้าของเสิ่นทิงเสวี่ยด้วยความรักใคร่ และดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความเอ็นดู มุมปากเองก็ปรากฎรอยยิ้มออกมา

"อืม~" เสียงครางแผ่วเบาดังขึ้น เสิ่นทิงเสวี่ยค่อยๆ ตื่นขึ้นมา ดวงตาดูเหมือนถูกคลุมด้วยผ้าบางๆ เธอมองซูหมิงอย่างสลัวๆ น้ำเสียงมีความขี้เกียจและงอน

"ตื่นแล้วเหรอ"

พูดไม่ทันขาดคำ เธอก็ค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้ามา ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อมีความร้อนเล็กน้อย แล้วแตะมันลงบนริมฝีปากของซูหมิงเบาๆ

ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้ซูหมิงแข็งทื่อสมองว่างเปล่า

เสิ่นทิงเสวี่ยหลังจากจูบกันในช่วงเวลาสั้นๆ ก็รู้สึกตัวขึ้นบ้าง เมื่อรู้ว่าตัวเองรุกแรงเกินไปก็รีบผละออก พร้อมด้วยแก้มที่แดงระเรื่อ

เมื่อสีหน้าของเธอกลับมาเป็นปกติ เธอก็เผยน้ำเสียงที่มีความกระอักกระอ่วนออกมา "ขอโทษที เผลอหลับไปหน่อย"

"ไม่เป็นไร" ซูหมิงส่ายหน้า แสร้งทำเป็นสงบ

"ซี๊ด—"

อาการปวดหัวอย่างรุนแรงเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ซูหมิงรู้สึกเหมือนศีรษะถูกทุบด้วยค้อนขนาดใหญ่

เมื่อเสิ่นทิงเสวี่ยเห็นดังนั้น เธอรีบลุกขึ้น "ฉันจะไปเอาน้ำให้นะ"

เสิ่นทิงเสวี่ยหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวหนึ่งมาสวมอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ไปที่ห้องครัวเพื่อเอาน้ำ

ในขณะนั้น โทรศัพท์มือถือของซูหมิงก็มีข้อความส่งเข้ามา และเมื่อหยิบขึ้นมาดู เขาก็ขมวดคิ้วลงทันที

มันเป็นวิดีโอที่เขากอดผู้หญิงคนอื่นอย่างอยู่ ภาพนั้นน่าเกลียดมาก

แต่ซูหมิงกลับไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เขายังจำได้ว่าถูกพาไปที่ KTV ฟังเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ร้องเพลง แถมเขายังจำได้ดีว่าตัวเองไม่ได้ดื่มเหล้าเลย เขาดื่มแค่เครื่องดื่มธรรมดาเท่านั้น

จากนั้นก็มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในห้อง.. แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีความทรงจำอีกเลย

ต่อมา โทรศัพท์ก็มีข้อความส่งเข้ามาอีก "ถ้าไม่อยากให้วิดีโอนี้เผยแพร่ออกไปให้ภรรยาของแกรู้ ก็เชื่อฟังฉันดีๆ ซะ"

สีหน้าของซูหมิงเคร่งขรึม เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วลุกขึ้น เตรียมค้นหาเสื้อผ้า แต่ก็บังเอิญเจอเสิ่นทิงเสวี่ยที่เอาน้ำเข้ามา

"พี่หมิง น้ำ..."

เสิ่นทิงเสวี่ยที่กำลังจะพูด น้ำเสียงก็ลดลงโดยไม่รู้ตัว ปลายหูแดงเล็กน้อยเพราะความเขินอาย

เธอแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แล้วเดินเข้าไปใกล้เตียง จากนั้นก็ยื่นน้ำให้ซูหมิง

ซูหมิงก็พยักหน้ารับมา จากนั้นก็ดื่มจนหมด วางแก้วลงที่ข้างๆ เตียง สีหน้าดูสงบลง แต่แก้มกลับมีสีแดงขึ้นมาเล็กน้อย

ซูหมิงสูดหายใจเข้าลึกๆ สีหน้าเคร่งขรึม มองตรงไปที่เสิ่นทิงเสวี่ย

"ทิงเสวี่ย เมื่อคืนฉันเหมือนจะถูกวางยา เลยทำเรื่องที่ไร้สาระบางอย่างไป ขอโทษด้วยนะ"

ซูหมิงพูดพลางยื่นโทรศัพท์มือถือให้เสิ่นทิงเสวี่ย

เสิ่นทิงเสวี่ยมองวิดีโอในโทรศัพท์มือถือของซูหมิงแล้วนิ่งไปทันที

แต่เธอก็ได้นึกถึงคำพูดที่ซูโมพูดกับเธอเมื่อคืน เธอรู้ว่าซูหมิงไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ แต่น้ำเสียงของเธอก็ยังเย็นชาโดยไม่รู้ตัว "แล้วยังไง จะทำยังไงต่อล่ะ"

ไม่มีภรรยาคนไหนรับได้ที่สามีของตัวเองไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่น แม้ว่าจะถูกบังคับก็ตาม

มันเหมือนหนามยอกอกที่แทงเข้าไปในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน

เมื่อได้ยินความเย็นชาในน้ำเสียงของเสิ่นทิงเสวี่ย สีหน้าของซูหมิงก็ซีดเผือด ความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้งถาโถมเข้ามาหาเขา

"ขอโทษ… ฉันจะออกไปเอง"

เสิ่นทิงเสวี่ยก้มหน้าลง รู้สึกเพียงว่าเสียงนั้นแสบแก้วหูมาก ความโกรธในใจของเธอพลุ่งพล่าน เธอเงยหน้าขึ้นมาก็เพื่ออยากจะโกรธใส่ซูหมิง แต่เมื่อได้สบตาซูหมิง เธอก็ชะงักไป

น้ำตาไหลอาบแก้มของซูหมิง สีหน้าที่มักจะสงบและเด็ดเดี่ยวของเขากลับเหมือนแก้วที่แตกสลาย

เสิ่นทิงเสวี่ยใจอ่อน เธอไม่เคยเห็นซูหมิงร้องไห้แบบนี้มาก่อน

"ทำไมคุณถึงร้องไห้..."

"เพราะฉัน...ไม่อยากเสียเธอไป" เสียงของซูหมิงสั่นเครือ

เสิ่นทิงเสวี่ยโอบเอวของซูหมิงอย่างแผ่วเบา แล้วจึงกล่าวน้ำเสียงอันอ่อนโยนว่า "คนโง่ ถ้างั้นก็อย่าปล่อยมือฉันสิ"

"อื้ม"

ซูหมิงกอดร่างที่บอบบางของเสิ่นทิงเสวี่ยแน่นทันทีราวกับพบสมบัติที่สูญเสียไป

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความซาบซึ้งใจในตอนแรกก็จางหายไป เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มที่หน้าอก.. ดูเหมือนว่าฤทธิ์ยาจะยังไม่หมดไป และร่างกายบางส่วนของเขาก็เริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมา

เสิ่นทิงเสวี่ยเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติเล็กน้อย แล้วแก้มของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้น

ซูหมิงไอ แสร้งทำเป็นเคร่งขรึม "ตอนนี้พวกเขาเอาหลักฐานมาให้แล้ว งั้นฉันก็จะตอบแทนพวกเขาด้วยกุญแจมือ"

"ผู้หมวดเสิ่น ฉันอยากแจ้งความ ช่วยรับเรื่องของฉันได้ไหม"

แก้มของเสิ่นทิงเสวี่ยแดงเล็กน้อย เธอพยักหน้า จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย "แต่ก่อนที่จะแจ้งความ คุณผู้พิพากษาซู พอจะมีเวลาให้ฉันมากกว่านี้ได้ไหม"

ซูหมิงมองความคลุมเครือในดวงตาของเสิ่นทิงเสวี่ย ปลายหูแดงขึ้น เขาพูดเสียงเบา "ได้สิ ทิงเสวี่ย"

"ไม่ เรียกฉันว่าผู้หมวดเสิ่นซะ"

ภายใต้สายตาของผู้หมวดสาวที่กำลังข่มผู้พิพากษาหนุ่มอย่างอยู่หมัด มุมกล้องก็ค่อยๆ ดอลลี่ขึ้นไปที่เพดานอีกครั้ง..

ช่างกล้อง: นี่ก็ขยันสั่งดอลลี่จังเลยวะเห้ย!

จบบทที่ บทที่ 17 เรียกฉันว่าผู้หมวดเสิ่น!

คัดลอกลิงก์แล้ว