เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 เงื่อนไขของเจ้าพ่อไคเซอร์

บทที่ 16 เงื่อนไขของเจ้าพ่อไคเซอร์

บทที่ 16 เงื่อนไขของเจ้าพ่อไคเซอร์


บทที่ 16 เงื่อนไขของเจ้าพ่อไคเซอร์

"ขึ้นรถมาสิ ฉันจะบอกทุกอย่างให้นายฟังเอง"

ซูโมขึ้นรถแล้วถามอย่างตรงไปตรงมาทันที "คุณเป็นคนของไคเซอร์พาเลซหรอ คุณต้องการให้ผมเป็นหมากหรืออะไรแบบนั้นใช่มั้ย"

หลัวเทียนเฉินชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงคิดเช่นนั้น

ขับรถหรู รู้จักตัวตนของซูโม แถมยังรู้เรื่องพี่ชายของเขาเร็วขนาดนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการคาดเดาว่าเขาเป็นคนของไคเซอร์พาเลซ

ซูโมเดาไม่ผิด หลัวเทียนเฉินเป็นคนของไคเซอร์พาเลซจริงๆ เพียงแต่หลัวไป๋ซวงเป็นคนดูแลมาตลอด

"ก็ถือว่าเป็นครึ่งหนึ่งละมั้ง ปกติฉันไม่ค่อยยุ่งเรื่องอะไร แต่นายเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้ต้องการให้นายเป็นหมาก"

"เพียงแต่เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็นก็เท่านั้น"

"คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายให้พนักงานอย่างผมฟังหรอก" ซูโมพูดอย่างเฉยเมย

มุมปากของหลัวเทียนเฉินขยับเล็กน้อย แล้วยิ้ม "วันนี้เป็นพนักงาน ไม่แน่พรุ่งนี้อาจเป็นพี่น้องกันก็ได้"

คิ้วของซูโมขมวดเล็กน้อย เจ้าของไคเซอร์พาเลซใจกว้างขนาดนี้เลยเหรอ จับคนข้างถนนมาเป็นพี่น้องได้ง่ายๆ งั้นหรอ

"เอาล่ะๆ ฉันไม่คุยเล่นแล้ว คุณยังจำคดีที่ทำให้คุณถูกไล่ออกจากสำนักงานกฎหมายได้ไหม" หลัวเทียนเฉินเข้าเรื่องทันที

ซูโมตกตะลึง เขาไม่คิดว่าหลัวเทียนเฉินจะรู้เรื่องนี้ด้วย

ซูโมหวนนึกถึงรายละเอียดของคดี ตอนนั้นพี่ชายของเขาเป็นคนรับผิดชอบการพิจารณาคดีอุบัติเหตุทางจราจร

ลูกชายของลูกค้ารายใหญ่ขับรถชนคนตาย ในขั้นตอนการสอบสวน อัยการอ้างประวัติการเป็นโรคเบาหวานของผู้กระทำผิด โดยอ้างว่าเกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะจนเกิดอุบัติเหตุ โดยหวังว่าจะมีการพิจารณายกฟ้อง

แต่ครอบครัวของผู้เสียหายไม่เห็นด้วย คดีดังกล่าวกลายเป็นข้อโต้แย้ง ในขณะเดียวกัน ตัวตนที่ร่ำรวยของผู้กระทำผิดก็ถูกเปิดเผย ทำให้เกิดความฮือฮาในสังคมไม่น้อย

อัยการต้องการทราบความคิดเห็นของศาล จึงเชิญซูหมิงเข้าร่วม

แม้ในตอนนั้นแทบจะระบุได้ว่าเป็นอุบัติเหตุทางจราจร แต่ซูหมิงหลังจากที่ได้ตรวจสอบสำนวนแล้ว จู่ๆ ก็เสนอให้ทำการตรวจเลือดเฉพาะทางกับตัวอย่างเลือดที่ตำรวจจราจรเก็บมาในขณะนั้น

และแล้ว การตรวจสอบนี้ก็พบปัญหา ในเลือดของลูกชายลูกค้ารายใหญ่ตรวจพบสาร DP และสารเมตาบอไลต์อื่นๆ

ต่อมาลูกค้ารายใหญ่ก็มาหาซูโม โดยต้องการให้เขาไปขอร้องซูหมิง แต่ซูโมไม่เห็นด้วย เขาจึงถูกกลั่นแกล้งและโดนไล่ออก

และลูกค้ารายใหญ่รายนั้นชื่อว่าเทียนเซิ่งกรุ๊ป ประธานคือเจิ้งเฟยหลง ผู้ก่อเหตุคือเจิ้งจื่อหาวลูกชายของเขา

"งั้น.. คุณกำลังบอกว่าคนที่ใส่ร้ายพี่ชายผมคือพวกเขาหรอ" ซูโมขมวดคิ้วถาม

หลัวเทียนเฉินพยักหน้า "ใช่ แต่ในมือของฉันก็ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน นายสามารถขุดคุ้ยหาความจริงต่อไปก็ได้นะ"

"แต่ฉันก็ต้องขอเตือนนายว่า เบื้องหลังของเทียนเซิ่งกรุ๊ปมีแก๊งมาเฟียชื่อหลงซิงฮุ่ย ประธานคือเจิ้งเฟยหลง"

"คนของฉันพบว่ารูปถ่ายของพี่ชายนายใน KTV ถูกส่งไปให้เจิ้งเฟยหลงแล้ว ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะใช้รูปถ่ายขู่เข็ญพี่ชายนายก็ได้"

แววตาของซูโมหม่นลงในทันที พร้อมๆ กับร่างกายที่แผ่รังสีฆ่าฟันที่เย็นยะเยือกราวกับภูเขาน้ำแข็ง

มุมปากของหลัวเทียนเฉินยกขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดต่อว่า "เจิ้งเฟยหลงเป็นคนโหดเหี้ยม"

"ถ้าพี่ชายของนายยังคงยืนหยัดในความยุติธรรม มันยากที่จะรับประกันได้ว่าครั้งต่อไปใครจะเป็นคนเจ็บตัว"

คำพูดของหลัวเทียนเฉินกระตุ้นความตั้งใจฆ่าในใจของซูโมมากยิ่งขึ้น

ตอนแรกคือตัวเขา ต่อมาคือพี่ชาย คนต่อไปจะเป็นใคร น้องสาวของเขาหรอ หรือเป็นพ่อแม่ของเขากัน

ซูโมมองไปที่หลัวเทียนเฉิน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "แล้วจุดประสงค์ที่คุณบอกเรื่องทั้งหมดนี้กับผมคืออะไร ต้องการให้ผมฆ่าเจิ้งเฟยหลงเหรอ"

"โห ดูเหมือนว่านายจะไม่มีความคิดที่จะประนีประนอมเลยนะ" หลัวเทียนเฉินยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบคำถามของซูโมโดยตรง

ซูโมเงียบไป เพราะถ้าเป็นแค่ตัวเขาเอง เขายินดีที่จะยอมรับ แต่พี่ชายของเขาเป็นคนหัวรั้น

เขารับประกันได้ว่าถ้าพี่ชายรู้ว่าตัวเองถูกวางยาขู่เข็ญ สิ่งแรกที่เขาจะทำคือไปแจ้งความ และไม่มีทางเจรจาแน่นอน

ดังนั้นซูโมจึงทำได้เพียงเช็ดก้นให้พี่ชายของเขาเท่านั้น

หลัวเทียนเฉินพูดต่อ "ฉันบอกไปแล้วไงว่าฉันไม่ได้ต้องการให้นายเป็นหมาก แถมฉันยังสามารถจัดการเรื่องนี้ให้นายได้ด้วย"

"แล้วพี่ชายของนายก็จะสามารถพิจารณาคดีอย่างยุติธรรมต่อไปได้ โดยที่ไม่ต้องถูกแก้แค้นใดๆ"

"..บอกเงื่อนไขมาเลยดีกว่าครับ" ซูโมขมวดคิ้ว

"เงื่อนไขก็คือ..." มุมปากของหลัวเทียนเฉินมีรอยยิ้ม จากนั้นน้ำเสียงที่แฝงด้วยความลึกลับก็ถูกเอ่ยขึ้นมา "ไปเล่นกับคนๆ หนึ่ง"

...

ซูโมลงจากรถอย่างหมดคำพูด เรื่องเครียดๆ ของครอบครัวตัวเอง กลับกลายเป็นเงื่อนไขให้คนรวยมาจ้างเขาไปเล่นด้วยเสียอย่างนั้น

ถึงแม้ว่ามันจะไร้สาระ แต่ซูโมก็ยังตกลง

ถ้าซูโมยังเป็นนักฆ่าในชาติก่อน การที่เจิ้งเฟยหลงขู่เข็ญเขาแบบนี้ เขาคงเลือกที่จะฆ่าเจิ้งเฟยหลงอย่างไม่ลังเล

แต่นี่ไม่ใช่ เขามีครอบครัว แล้วอีกฝ่ายก็เป็นแก๊งมาเฟียขนาดใหญ่

เว้นแต่ซูโมจะฆ่าพวกเขาทั้งหมด ไม่งั้นถ้าถูกจับได้ว่าเขาเป็นคนฆ่าเจิ้งเฟยหลง ครอบครัวของเขาจะต้องถูกแก้แค้นอย่างแน่นอน

หลัวเทียนเฉินบอกว่าจะให้คนอื่นพาเขาไปเจรจากับเจิ้งเฟยหลงในวันพรุ่งนี้

ถ้าสามารถใช้กำลังของไคเซอร์พาเลซจัดการทุกอย่างได้ก็คงจะดี

ถ้ายังไม่ได้ผล ก็คงต้องใช้แผนสุดท้าย ทำตัวเป็นนักฆ่าเหมือนในชาติก่อน แล้วฆ่าล้างตระกูลเจิ้งเฟยหลงซะ

การที่ต้องเผชิญหน้ากับแก๊งมาเฟีย แล้วใช้อาวุธทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเองน่ะหรอ ซูโมแทบอยากจะหัวเราะ

ซูโมเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน ใบหน้าแสดงออกถึงความจนปัญญา "เห้อ– การเป็นคนดีมันยากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"

แต่จู่ๆ ซูโมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาเอื้อมมือไปหยิบนามบัตรที่หลินอันหย่าให้ไว้ในกระเป๋าเสื้อ

แล้วโทรศัพท์ไปตามเบอร์ที่อยู่บนนามบัตร

"ฉันซูโม คุยกันหน่อยไหม"

"สะพานข้ามแม่น้ำซินตู ฉันรอนายหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น"

…..

ณ สะพานข้ามแม่น้ำซินตู สะพานเชื่อมต่อแสงไฟทั้งสองฝั่ง สายตาของซูโมถูกดึงดูดด้วยชุดสีแดงสด

หลินอันหย่ายืนพิงราวสะพานริมฝั่งแม่น้ำอย่างเงียบๆ ชุดกระโปรงสีแดงพลิ้วไหวไปตามสายลม

แสงนีออนบนฝั่งตรงข้ามส่องประกายระยิบระยับราวกับสายน้ำไหลมาราดรดบนใบหน้าของหลินอันหย่า

เงียบเหงา เศร้าสร้อย แถมยังมีความเย้ายวนที่ยากจะบรรยาย

เมื่อซูโมเดินเข้าไปกลับเห็นว่าหลินอันหย่าคีบบุหรี่ไว้ในมือขวา เธอสูบไปแล้วครึ่งมวน แถมบนพื้นยังมีก้นบุหรี่ตกอยู่สองสามอัน

"สูบบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพนะ สูบน้อยๆ หน่อยสิ"

หลินอันหย่าที่ได้ยินก็หัวเราะเบาๆ จากนั้นก็ใช้นิ้วดับบุหรี่ "นายก็เหมือนกัน ยุ่งเรื่องชาวบ้านน้อยๆ หน่อยสิ"

ซูโมขมวดคิ้วแน่น อยากรู้ว่า "ชาวบ้าน" ที่หลินอันหย่าพูดถึงคือใคร "ใคร"

"ซูโม นายเรียนกฎหมายมาใช่มั้ย งั้นฉันถามนายหน่อยสิ ว่าคดีอุบัติเหตุทางจราจรโดยทั่วไปจะถูกตัดสินจำคุกกี่ปี" หลินอันหย่าไม่ได้บอกตัวตนของ "ชาวบ้าน" และเปลี่ยนไปถามคำถามอื่นแทน

ซูโมนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ แล้วดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เธอหมายถึงเหยื่อที่ถูกทายาทคนรวยชนตายใช่ไหมนะ

ซูโมตอบกลับว่า "ถ้าอุบัติเหตุทางจราจรทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และต้องรับผิดชอบทั้งหมดหรือบางส่วน จะถูกจำคุกไม่เกิน 3 ปี"

"ถ้าหลังจากเกิดอุบัติเหตุทางจราจรแล้วหลบหนี หรือมีสถานการณ์เลวร้ายอื่นๆ จะถูกจำคุก 3-7 ปี"

"ถ้าหลบหนีจนทำให้มีคนตาย จะถูกจำคุกตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป"

จากนั้นเขาก็เสริมว่า "ถึงแม้จะขับรถขณะมึนเมา ก็เป็นเช่นกัน แต่โทษจะหนักกว่าเล็กน้อย ตราบใดที่ครอบครัวของผู้เสียหายไม่ให้อภัย ส่วนใหญ่ก็จะถูกตัดสินจำคุกที่ 3 ปี"

"3 ปี… มันสามารถแลกกับชีวิตคนได้เหรอ" หลินอันหย่ามองแสงไฟบนฝั่งตรงข้ามอย่างเหม่อลอยแล้วพึมพำ

ซูโมถามหลินอันหย่าถึงความสงสัยในใจ "ดังนั้นการที่คุณไปดูตัว ก็เพื่อจะรู้ความคืบหน้าในการพิจารณาคดีผ่านทางผมหรอ หรือมีจุดประสงค์อื่นอีก"

"ฉันแค่อยากจะลองดูว่าสามารถตัดสินให้ไอ้สารเลวนั่นถูกประหารชีวิตได้ไหม"

ดวงตาของหลินอันหย่าหม่นลง จากนั้นก็มองมาที่ซูโม มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย แล้วหัวเราะเบาๆ

"ซูโม ถ้าฉันแต่งงานกับนาย หรือไม่แต่งงานแล้วเป็นเมียน้อยของนาย นายจะให้พี่ชายนายตัดสินประหารชีวิตมันได้ไหม"

มุมปากของซูโมกระตุก เขาพูดไม่ออก เธอคิดว่าศาลเป็นบ้านฉันเหรอไง ที่อยากตัดสินยังไงก็ได้น่ะ

แต่เขาก็ยังอธิบายอย่างอดทนว่า "เว้นแต่ว่าเขาจะฆ่าคนโดยเจตนา มันถึงจะมีโอกาสถูกตัดสินประหารชีวิต"

"ไม่งั้นถึงแม้ประธานาธิบดีมาเอง เขาก็ไม่มีทางถูกตัดสินประหารชีวิตได้หรอกนะ"

คิ้วของหลินอันหย่าตกลง เสียงเบาลง "ถ้าฉันบอกว่ามันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทางจราจร หรือขับรถขณะมึนเมา แต่เขาฆ่าคนโดยเจตนาล่ะ"

จบบทที่ บทที่ 16 เงื่อนไขของเจ้าพ่อไคเซอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว