- หน้าแรก
- คู่นัดบอดของผมเป็นลูกสาวมาเฟีย
- บทที่ 19 ไปเยี่ยมบ้านตระกูลหลัว
บทที่ 19 ไปเยี่ยมบ้านตระกูลหลัว
บทที่ 19 ไปเยี่ยมบ้านตระกูลหลัว
บทที่ 19 ไปเยี่ยมบ้านตระกูลหลัว
รถคาเยนสีดำค่อยๆ จอดลงที่ริมถนนหน้าสถานีตำรวจ
หลังจากซูโมลงจากรถแล้วเขาก็พูดกับหลัวจิ่งเหิงที่อยู่ในรถว่า:
"ขอบคุณครับอาสอง แต่การให้ปากคำอาจจะต้องใช้เวลานาน ผมอาจจะไม่ได้ทานอาหารกลางวันกับคุณนะครับ"
"ไม่เป็นไร ฉันจะรอคุณอยู่ที่นี่แหละ ได้กินอาหารเย็นด้วยกันก็ยังดี" หลัวจิ่งเหิงยิ้ม
ซูโมชะงักไปเล็กน้อย คุณอาคนนี้ชอบกินอาหารกับคนอื่นขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย
ท้ายที่สุด ซูโมก็พยักหน้าตอบรับ เขาพูดมาขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ตอบรับก็จะดูใจร้ายเกินไป
หลังจากที่หลัวจิ่งเหิงเห็นซูโมเดินจากไป เขาก็โทรศัพท์ทันที "เทียนเฉิน จำไว้ว่าให้ไป๋ซวงกลับบ้านมาทานอาหารเย็นด้วยนะ ฉันจะให้ที่บ้านเตรียมตัวให้พร้อม"
ด้านซูโมที่เข้าไปในสถานีตำรวจ หลังจากให้ปากคำเสร็จ เขาก็อธิบายรายละเอียดทุกอย่างที่เห็นเมื่อคืนอย่างละเอียด
หลังจากเซ็นชื่อออกมาแล้ว ซูโมก็เห็นพี่ชายและพี่สะใภ้ของเขารออยู่ โดยที่ทั้งสองจับมือกันแน่น ท่าทางดูสนิทสนมกันกว่าเมื่อก่อนมาก
ดูเหมือนว่าประสบการณ์เมื่อคืนจะไม่เลวเลยสินะ ซูโมกระตุกมุมปากเล็กน้อยและยิ้มอย่างมีเลศนัย
และเป็นซูหมิงที่พูดขึ้นก่อน "ขอบคุณเมื่อคืนนะเสี่ยวโม่ แต่พี่สงสัย พี่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ไคเซอร์พาเลซให้มา"
"ทำไมแกถึงอยู่ที่ไคเซอร์พาเลซเมื่อคืนล่ะ แถมยังใส่เครื่องแบบพนักงานเสิร์ฟอีก แกไม่ได้ทำงานที่สำนักงานกฎหมายเหรอ"
ซูโมกระตุกมุมปาก พี่ชายสมกับเป็นพี่ชาย มีความสามารถในการสังเกตการณ์ที่เฉียบคมขนาดนี้
ซูโมกระแอมแล้วพูดว่า "พี่ชาย เมื่อเดือนที่แล้วผมขอยืมเงินพี่ไปไม่ใช่เหรอ ผมอยากจะรีบใช้คืน ก็เลยหางานพาร์ทไทม์ทำไงครับ"
"งั้นเหรอ" ซูหมิงไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วก็แนะนำว่า
"งานที่สำนักงานกฎหมายมันยุ่งเหยิงก็จริง แต่ควรวางใจไว้ที่งานประจำดีกว่า เงินไม่ต้องรีบคืนก็ได้ ลาออกจากงานพาร์ทไทม์เถอะ"
"เอ่อ...อืม ตอนนี้ต้องห่วงเรื่องพี่ไม่ใช่หรอไง" ซูโมรีบเปลี่ยนเรื่อง "แล้วพี่เป็นยังไงบ้างครับเนี่ย สบายดีไหม มีอะไรที่ไม่สบายหรือเปล่า"
ซูหมิงรู้สึกเหมือนมีคนเกาฝ่ามือ แต่ก็แสร้งทำเป็นสงบ "เอ่อ ก็ดีขึ้นแล้วแหละ พักผ่อนสักหน่อยก็คงปกติดี.. นี่ คืนนี้เรากลับไปกินข้าวที่บ้านพ่อแม่กันเถอะ"
ซูโมส่ายหน้า "ขอโทษครับพี่ คืนนี้ผมมีนัดแล้ว ยกเลิกไม่ได้ด้วย"
"งั้นเหรอ" เมื่อซูหมิงเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากบังคับ
จากนั้นซูหมิงและภรรยาก็มาส่งซูโมที่หน้าสถานีตำรวจ
เมื่อพวกเขาเห็นซูโมขึ้นรถคาเยนสีดำที่จอดอยู่ริมถนน ซูหมิงก็ขมวดคิ้ว นั่นเพื่อนของเสี่ยวโม่เหรอ
ด้านหลัวจิ่งเหิงที่มองเห็นสองคนที่อยู่นอกรถก็ยิ้มขึ้นมาแล้วถามทันที "แล้วสองคนนั้นคือ.."
"พี่ชายกับพี่สะใภ้ของผมครับ" ซูโมตอบกลับ
หลัวจิ่งเหิงยิ้มเล็กน้อย เขาเปิดประตูรถด้านข้างแล้วพูดว่า "งั้นฉันขอไปทักทายพวกเขาหน่อย จะได้อธิบายสถานการณ์ให้ฟัง"
ซูโมลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า จากนั้นก็ได้แต่มองลอดผ่านหน้าต่างรถตามหลัวจิ่งเหิงไป
เขาเห็นเพียงหลัวจิ่งเหิงเดินไปหาทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าพูดอะไรกัน จากนั้นทั้งสองคนก็มีรอยยิ้ม แถมยังจับมือกันด้วยความตื่นเต้นอีกด้วย
หลังจากที่หลัวจิ่งเหิงกลับมาแล้ว ซูโมก็สงสัย "อาสองครับ คุณพูดอะไรกับพี่ชายของผมหรอ ทำไมพวกเขาถึงได้มีความสุขขนาดนั้น"
หลัวจิ่งเหิงยิ้มอย่างลึกลับ "ความลับน่ะ ความลับ"
หลังจากที่รถคาเยนสีดำจากไป รอยยิ้มบนใบหน้าของซูหมิงก็ยิ่งกว้างมากขึ้นไปอีก:
"ไอ้น้องคนนี้จริงๆ เล้ย ไปกินข้าวที่บ้านแฟนงั้นหรอ มีอะไรที่ยังไม่บอกพวกเราอีกมั้ยเนี่ย"
...
เมื่อตะวันลับฟ้า ขณะที่ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง รถคาเยนสีดำก็ค่อยๆ ขับเข้าไปในคฤหาสน์
ซูโมที่นั่งอยู่ในรถก็ได้แต่มองสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างอยากรู้อยากเห็นผ่านหน้าต่างรถ
พื้นปูด้วยหินกรวด สวนสวยงาม ประดับประดาด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจคล้ายสวนสาธารณะ
มีสนามเทนนิสกลางแจ้ง และยังมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ทรงกลมขนาดใหญ่ และในตอนนี้ก็มีเฮลิคอปเตอร์จอดอยู่ลำหนึ่ง
ซูโมถอนหายใจในใจ ชาติที่แล้วเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เท่าไหร่ อย่างน้อยก็ในมุมมองแบบเขาในตอนนี้น่ะนะ
เมื่อรถจอดลงที่หน้าวิลล่าสไตล์ยุโรป ซูโมก็เดินตามหลัวจิ่งเหิงลงจากรถและเข้าไปในห้องโถง
ในห้องโถงมีชายชราและชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ชายชราสวมชุดถังสีแดงไว้หนวดแพะ ดวงตาเป็นประกาย
และชายหนุ่มก็นั่งอยู่บนรถเข็น มีสีหน้าซีดเซียวเล็กน้อย แต่ก็กำลังยิ้มแล้วมองมาที่ซูโม
เมื่อซูโมเห็นชายหนุ่มคนนั้นเป็นครั้งแรก เขาก็นึงถึงชายสวมหน้ากากเมื่อคืนทันที พวกเขาคล้ายกันมากทีเดียว
"คุณพ่อครับ ผมพาเขามาแล้วครับ" หลัวจิ่งเหิงพูดกับหลัวเฟิงเยว่ผู้เป็นบิดา
เมื่อหลัวเฟิงเยว่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าแล้วยิ้ม "เอ้าๆ เจ้าหนุ่มรีบนั่งสิ อาหารกำลังจะพร้อมแล้ว"
ซูโมไม่คิดว่านี่จะเป็นการทานอาหารร่วมกันกับทั้งครอบครัวใหญ่แบบนี้ แต่ตอนนี้เขาก็มาถึงที่นี่แล้วจึงเลือกที่จะตามน้ำไปก่อน
ขณะที่ซูโมกำลังเลือกที่นั่งที่อยู่ห่างๆ เพื่อจะนั่ง หลัวเฟิงเยว่ก็ชี้ไปที่ที่นั่งข้างๆ เขาแล้วพูดว่า "เจ้าหนุ่ม นั่งตรงนี้สิ มาคุยกันหน่อย"
เมื่อซูโมได้ยินดังนั้น เขาจึงจำใจต้องนั่งลง จากนั้นก็ทักทายอย่างสุภาพ "สวัสดีครับ คุณปู่หลัว"
หลัวเฟิงเยว่พยักหน้ายิ้ม "ฮ่าๆ เจ้าหนุ่ม ไม่ต้องเกรงใจ ทำเหมือนอยู่ที่บ้านตัวเองเถอะ มีอะไรที่อยากกินก็บอกฉันได้เลย บอกให้คนทำเดี๋ยวนี้ก็ได้"
ซูโมตอบกลับอย่างสุภาพ "ขอบคุณครับคุณปู่หลัว ผมไม่เรื่องมาก ยังไงก็แล้วแต่ท่านเลย ผมเชื่อว่ากินตามท่านต้องอร่อยแน่นอน"
หลัวเฟิงเยว่ได้ยินก็หัวเราะเสียงดัง โบกมือเรียกแม่บ้านมา "ทำปลาตะเพียนทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน ปลิงทะเลผัดต้นหอม แล้วซุปนกนางแอ่นด้วย"
และในระหว่างรอ หลัวเฟิงเยว่ก็ถามอีกครั้ง "เจ้าหนุ่ม หน้าตาดีแบบนี้มีสาวๆ มาตามจีบเยอะไหม แล้วเคยคบกับใครมาแล้วกี่ครั้งล่ะ"
ซูโมรู้สึกปวดฟันเล็กน้อย ทำไมผู้ใหญ่ถึงชอบถามเรื่องแบบนี้กันนะ
เขารีบส่ายหน้า "โสดมาตลอดครับ แล้วก็ยังไม่มีแผนที่จะคบกับใครครับ"
จริงๆ แล้วซูโมโสดมาตลอด ประการแรก ชาติที่แล้วตอนที่เขาตาย เขาก็อายุแค่ 30 ปีเท่านั้น
ส่วนในชาตินี้ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย เรียกได้ว่าไม่เคยผ่านเลยสักคน
ส่วนทำไมถึงไม่คบตอนเรียนมหาวิทยาลัย อาจเป็นเพราะนักเรียนหญิงที่เรียนด้วยกันเรียนแต่กฎหมายครอบครัว
และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะรุ่นพี่ที่วิเศษคนหนึ่งของโรงเรียนพวกเขา หลิวหรูเยียน เรียนกฎหมายครอบครัว
เธอคบหากับแฟนหนุ่ม จี้ป๋อต๋า มาสี่ปี แต่งงานเข้าตระกูลร่ำรวยได้ตามที่หวัง
จากนั้นหนุ่มหล่อในฝันเธอก็กลับมาจากต่างประเทศ หลิวหรูเยียนยื่นข้อตกลงหย่าร้าง บังคับให้จี้ป๋อต๋าเซ็นชื่อ
จากนั้นก็กวาดทรัพย์สินส่วนใหญ่ของตระกูลจี้ ทำให้ตระกูลจี้ล้มละลาย และหลิวหรูเยียนก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างหน้าไม่อายกับหนุ่มในฝันของเธอ
ตั้งแต่นั้นมา นักเรียนหญิงในโรงเรียนของพวกเขาก็เรียนกฎหมายครอบครัวมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง..
กลับมาที่ตระกูลหลัว หลัวเฟิงเยว่ถามซูโมต่ออีกว่า "แล้วเจ้าหนุ่มไม่เคยคิดที่จะคบกับใครเลยเหรอ"
ซึ่งด้านซูโมก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า "เคยคิดครับ แต่ถ้าคบกันเพียงเพื่อจะคบกันเท่านั้น หลังจากสูญเสียความกระตือรือร้นไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ระหว่างสองคนก็มีแต่ความยุ่งเหยิง"
"สองคนเลิกรากัน ผลสุดท้ายก็เจ็บทั้งสองฝ่าย สู้ไม่คบกันดีกว่า"
หลัวเฟิงเยว่ส่ายหน้าแล้วยิ้ม "ไม่ใช่ทุกความสัมพันธ์ที่จะมีตอนจบที่ดี แต่ถ้ากลัวจนไม่กล้าก้าวออกไป แม้แต่โอกาสที่จะได้รับความรักก็จะไม่มี หลานสาวของฉันตอนนี้เองก็..."
"กลับมาแล้วค่ะคุณปู่ เอ๊ะ วันนี้มีแขกมาเหรอคะ"
เมื่อหลัวไป๋ซวงเข้ามาในห้องโถงและเห็นแผ่นหลังที่ไม่คุ้นเคยที่อยู่ข้างๆ ปู่ของเธอ เธอก็ถามออกมาอย่างสงสัย
ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ซูโมก็หันหลังกลับไปอย่างแข็งทื่อ
สีหน้าของหลัวไป๋ซวงเองแข็งทื่อไปในทันที
ทั้งสองพูดพร้อมกันว่า "นาย/เธอนี่เอง!!?"