- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 28 อวิ๋นเกอ: ไอ้เด็กนี่ไม่ปกติ
บทที่ 28 อวิ๋นเกอ: ไอ้เด็กนี่ไม่ปกติ
บทที่ 28 อวิ๋นเกอ: ไอ้เด็กนี่ไม่ปกติ
ไอ้เด็กนี่มันยังไงกันแน่?
แค่แปะมือกับฉันไม่กี่ครั้ง ทำไมถึงได้ทำหน้าตาระริกระรี้ขนาดนั้น?
จะ...พอใจง่ายไปหน่อยไหม?
อวิ๋นเกอกำลังสับสนอย่างหนัก
ไม่ใช่ว่าเธอคิดมากไปเองหรอกนะ แต่ท่าทางของหลินลั่วดูไม่ปกติเอาเสียเลย!
"เอ่อ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"
"ไม่เป็นไรครับ! ผมจะเป็นอะไรไปได้ล่ะ อ้อ จริงสิ ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"
"อ้าว...ไปอีกแล้วเหรอ?"
คุณเพิ่งจะออกมาจากห้องน้ำชั้นบนไม่ใช่หรือไง?
อวิ๋นเกอยิ่งงุนงงหนักเข้าไปอีก
เธอกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง มองหลินลั่วที่รีบผุดลุกขึ้น เอามือกุมกระเป๋ากางเกง แล้ววิ่งจู๊ดไปที่ห้องน้ำ
ท่าทางแบบนั้น ตำแหน่งที่วางมือ แล้วก็อาการเร่งรีบขนาดนั้น
ความคิดบ้าๆ อย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธออย่างห้ามไม่อยู่
ไปสงบสติอารมณ์!
ซี๊ด! หมอนี่คงไม่ได้ไปให้รางวัลตัวเองหรอกนะ?
อวิ๋นเกอก้มมองมือขาวเรียวยาวของตัวเอง พอคิดถึงตอนที่หลินลั่วบังคับให้เธอแปะมือด้วย พวงแก้มก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมา
ไม่น่าจะถึงขั้นนั้นมั้ง ก็แค่แปะมือกันเองนะ
เด็กสมัยนี้ ความต้องการสูงกันขนาดนี้เชียวเหรอ?
...
ยิมเพิ่งเปิดใหม่ ห้องน้ำก็ยังไม่ค่อยมีคนใช้ พอเดินเข้ามาเลยไม่ได้กลิ่นแปลกๆ อะไร
หลินลั่วล้วงเอายาเม็ดสีดำทะมึนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
ขนาดของมันพอๆ กับโอสถผสานเนื้อปั้นกระดูก ดูคล้ายกับขนมมอลตีเซอร์
หลินลั่วไม่ได้คิดอะไรมาก โยนยาเข้าปากไปทันที
ง่ำ!
หลินลั่วเคี้ยวอยู่สองสามที รู้สึกว่ามันแห้งๆ ชอบกล!
แต่สรรพคุณกลับเห็นผลชะงัด เพียงชั่วพริบตา หลินลั่วก็สัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นที่เริ่มหลั่งไหลออกมาจากจุดตันเถียนอย่างไม่ขาดสาย แล้วมันก็ไม่ใช่การขยับไหลช้าๆ อีกต่อไป แต่เป็นการพุ่งทะลักออกมาเป็นระลอกๆ!
พลังปราณแท้พุ่งทะลักออกจากจุดตันเถียน ไหลทะลวงเข้าสู่เส้นลมปราณและจุดชีพจร ก่อนจะเริ่มพุ่งทะยานราวกับวิ่งแข่งร้อยเมตร!
พลังปราณแท้จากการบำเพ็ญเพียรอย่างหนักมาสามสิบปีนั้น แข็งแกร่งกว่าพลังปราณแท้ที่เหมือนหนอนชาเขียวตัวน้อยของหลินลั่วก่อนหน้านี้มากนัก
ซี๊ด!
หลินลั่วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลมหายใจยืดยาวต่อเนื่อง เมื่อมองผ่านกระจกก็เห็นว่าดวงตาของตัวเองทอประกายเจิดจ้า ดูเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ราวกับมีแสงสว่างเปล่งประกายออกมา
ขมับทั้งสองข้างก็นูนขึ้นมาเล็กน้อย ดูลึกลับและไม่ธรรมดา ทั้งร่างยังแผ่กลิ่นอายของความเป็นยอดมนุษย์ออกมาด้วย!
"สบายชะมัด!"
หลินลั่วขยับตัวไปมา รู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
จากนั้น หลินลั่วก็โคจรพลังปราณแท้ตามเคล็ดวิชาฝ่ามือมหาวัชระ แล้วก็เห็นว่ามือทั้งสองข้างมีแสงสีขาวเรืองรองขึ้นมาเล็กน้อย
เขารู้สึกได้เลยว่า ถ้าฟาดฝ่ามือนี้ลงไป จะต้องเท่มากแน่ๆ!
แต่อ่างล้างหน้าคงได้พังยับเยินชัวร์
ฟู่!
หลินลั่วพ่นลมหายใจยาว พร้อมกับสลายพลังปราณแท้ที่มือทิ้งไป
ตอนนี้เขาก็นับว่าได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งยอดมนุษย์แล้วสินะ
คิดดูแล้วก็เหมือนฝันไปเลย
แค่ไปยืนกินแตงมุงดูชาวบ้าน ก็ดันเก็บระบบของผู้ข้ามมิติมาได้ซะงั้น แถมเจ้าระบบนี่ก็ดันเป็นหมาโง่ที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าผูกมัดผิดคน เอาแต่ขยันแจกภารกิจง่ายๆ ให้เขาไม่หยุด
เปลี่ยนเขาจากคนธรรมดา ให้กลายเป็นยอดฝีมือระดับหนึ่งได้ภายในสามวันหน้าตาเฉย!
ฮี่ๆ!
การได้ปอกลอกระบบแบบนี้ มันช่างสบายใจจริงๆ
"ตาเฒ่า ออกมาแจกภารกิจได้แล้ว!"
หลินลั่วเรียกเจ้าระบบตาเฒ่าหมาโง่ในใจอีกครั้ง
[ในวัยสามสิบแปดปี คุณได้เผชิญกับการบ้านแตกสาแหรกขาด, สอบได้เป็นจอหงวน, เข้าหอในคืนวันแต่งงาน, ภรรยาสวมเขา, ภัยถึงชีวิต, ข้ามมิติในวาระสุดท้าย ภายใต้ความเศร้าโศกและยินดีอย่างสุดซึ้ง สภาพจิตใจของคุณจึงแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมากนัก]
[หลังจากข้ามมิติมา ร่างกายของคุณพิการ วรยุทธ์สูญสิ้น แต่กลับยังคงไม่ยอมแพ้ ฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ ในที่สุดก็บรรลุวิทยายุทธ์ถึงขั้นยอดฝีมือระดับหนึ่ง]
[ในตอนนี้ หากคุณกลับไปที่ดาวเฉียนก็ถือว่ามีพลังพอที่จะปกป้องตัวเองได้แล้ว ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการเรียนรู้วัฒนธรรมและวิทยาการอันก้าวหน้าของดาวบลูสตาร์ เพื่อกลับไปพลิกชะตาฟ้าลิขิตที่ต้าเฉียน!]
[ภารกิจ: เรียนรู้วิทยาการก้าวหน้าที่ดาวเฉียนไม่มีจำนวนหนึ่งอย่าง, รางวัล: ยาเจี้ยนถี่]
อืม!
หลินลั่วเลิกคิ้ว มองข้อความในหน้าต่างแชตของระบบพลางตกอยู่ในภวังค์ความคิด
ดูจากความหมายของระบบ แสดงว่าตอนนี้เขาเป็นยอดฝีมือระดับหนึ่งแล้วสินะ!
พลังปราณแท้สามสิบปี บวกกับฝ่ามือมหาวัชระ ก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือระดับหนึ่งแล้ว!
ยอดฝีมือระดับหนึ่งของดาวเฉียนนี่มันไร้ราคาขนาดนี้เชียวเหรอ?
แต่ภารกิจก็ถือว่าสำเร็จได้ง่ายมาก กลับไปพลิกๆ หนังสือดูหน่อย วิทยาการที่ดาวเฉียนไม่มีก็หาอ่านเอาสักอย่างก็เสร็จแล้ว
อย่างเช่น การกรองเกลือสินเธาว์ การสกัดน้ำตาลทรายขาว การทำดินปืน เป็นต้น
ประเด็นคือไอ้ของรางวัลนี่สิ
ยาเจี้ยนถี่มันคืออะไรกัน?
"ระบบ ยาเจี้ยนถี่มีไว้ทำอะไร? ดูไม่ค่อยเหมือนยาวิเศษเลยนะ!"
ไม่นาน ในหน้าต่างแชตของระบบก็ปรากฏข้อมูลของยาเจี้ยนถี่ขึ้นมา
ยาเจี้ยนถี่ เป็นยาสามัญประจำยุทธภพแห่งต้าเฉียน เมื่อกินเข้าไปจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เพิ่มพละกำลัง และลดโอกาสในการเจ็บป่วย
เวรเอ๊ย!
"สรุปมันก็คืออาหารเสริมของดาวเฉียนนี่เอง"
หลินลั่วพูดแทงใจดำ
เพียงแต่อาหารเสริมของที่นั่นมันเห็นผลจริงๆ ส่วนอาหารเสริมของดาวบลูสตาร์น่ะ มีแต่ของหลอกลวงทั้งนั้น!
...
"เธอก็แค่เป็นน้องสาวของฉัน น้องสาวบอกว่าสีม่วงมีเสน่ห์เหลือเกิน~"
หลินลั่วฮัมเพลงเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความสดชื่นแจ่มใส พลางเดินสะบัดมือไปมา
เข้าห้องน้ำแล้วจะไม่ล้างมือได้ยังไง จะเล่นละครก็ต้องเล่นให้เนียนสิ!
นี่แหละที่เรียกว่าเป็นคนรอบคอบ ทำงานละเอียดอ่อน!
ส่วนอวิ๋นเกอที่นั่งรอหลินลั่วอยู่ที่โซนพักผ่อน พอเห็นภาพนี้ ใบหน้าที่เคยเย็นชาดุจภูเขาน้ำแข็งก็มีสีหน้าพิลึกพิลั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ในหัวของเธอคล้ายกับมีเสียงหนึ่งคอยดังวนเวียนซ้ำๆ อยู่ตลอดเวลา
ไอ้เด็กนี่ไม่ได้ไปทำเรื่องดีๆ มาแน่ๆ~
"เอ๊ะ! ครูอวิ๋น ทำไมหน้าคุณถึงแดงขนาดนี้ล่ะ?"
หลินลั่วนั่งลง เห็นอวิ๋นเกอแก้มแดงระเรื่อ สายตาล่อกแล่ก ทั้งที่เป็นสาวสวยหน้าตายแท้ๆ แต่กลับให้ความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างประหลาด
"อ๊ะ ไม่เป็นไร! คุณ คุณเช็ดมือเถอะ!"
อวิ๋นเกอดึงกระดาษทิชชูบนโต๊ะกระจกมาโยนให้หลินลั่วตามสัญชาตญาณ
หลินลั่วรับกระดาษทิชชูมาโดยไม่ได้ใส่ใจอะไร เช็ดมือพลางหัวเราะร่า ก่อนจะโยนก้อนกระดาษทิชชูลงในถังขยะใต้เท้าอย่างคล่องแคล่ว
ในขณะเดียวกัน หลินลั่วก็สังเกตเห็นของที่วางอยู่ข้างๆ อวิ๋นเกอด้วย
มีชุดกีฬาสำหรับออกกำลังกาย แล้วก็กระเป๋าเป้ใบเล็กๆ อีกใบ
นี่คือของสมนาคุณที่อวิ๋นเกอเพิ่งไปเอามาให้หลินลั่วนั่นเอง
"ครูอวิ๋นครับ คลาสของเราพยายามจัดให้เป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ดีกว่านะครับ วันจันทร์ถึงศุกร์ พอผมเลิกเรียนเวลาก็เย็นมากแล้ว"
"ได้ค่ะ งั้นคลาสของเราก็ตกลงเป็นวันเสาร์กับวันอาทิตย์นะคะ!"
อวิ๋นเกอพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ
ในที่สุดหลินลั่วก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ
ไม่ใช่สิ อยู่ดีๆ คุณจะมาหน้าแดงเป็นกาน้ำชาเดือดปุดๆ ทำไมเนี่ย?
แต่จะว่าไป มันก็น่ารักดีเหมือนกันนะ
"ครูอวิ๋นครับ งั้นไว้เจอกันวันเสาร์หน้านะครับ! ถ้าบังเอิญมีธุระด่วนอะไร ก็โทรมาบอกผมได้เลย"
หลินลั่วในตอนนี้ไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจหรอกว่าอวิ๋นเกอจะหน้าแดงเรื่องอะไร เขาอยากจะรีบไปทำภารกิจใจจะขาดแล้ว!
"อ้อ ได้ค่ะ!"
อวิ๋นเกอลุกขึ้นยืน กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับเห็นว่าหลินลั่วหิ้วของเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองแล้ว
แปลกจัง!
ทำไมเขาถึงเดินเร็วนักนะ?
อวิ๋นเกอมองแผ่นหลังอันเด็ดเดี่ยวของหลินลั่วด้วยความรู้สึกงุนงงอีกครั้ง
ทันใดนั้น อวิ๋นเกอที่นึกขึ้นได้ก็ตะโกนเรียก
"นี่ อย่าเพิ่งไปสิ คุณยังไม่ได้จ่ายตังค์เลยนะ!"
หลินลั่วที่เดินเกือบจะถึงประตูชะงักกึก ก่อนจะยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองดังฉาด
ว่าแล้วเชียวทำไมมันถึงรู้สึกแปลกๆ เหมือนขาดอะไรไป ที่แท้ก็ยังไม่ได้จ่ายตังค์นี่เอง!
เอาของแล้วก็จะเผ่นเลย เกือบจะได้เรียนฟรีซะแล้ว
หลินลั่วหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ ล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมา แล้วถามยิ้มๆ
"จ่ายเงินที่ไหนครับ?"
อวิ๋นเกอใช้นิ้วเรียวยาวชี้ไปทางห้องการเงิน แล้วพาหลินลั่วเดินไปที่นั่น
สิบนาทีต่อมา หลินลั่วก็หิ้วกระเป๋าเดินออกมาจากยิม
ในกระเป๋าสตางค์ของเขามีบัตรสมาชิกยิมเพิ่มขึ้นมาหนึ่งใบ
ต่อไปนี้ นอกจากจะสามารถมาออกกำลังกายได้ตลอดเวลาแล้ว เขายังมีคลาสเรียนศิลปะการต่อสู้กับอวิ๋นเกออีกสิบครั้งด้วย
...
"แม่! ผมกลับมาแล้ว!"
หลินลั่วผลักประตูเข้ามา ประโยคแรกก็เรียกหาแม่เลย
จางเสวี่ยหัวนั่งอยู่บนโซฟา กำลังเอาหัวสุมกับหลินเจี้ยนเซ่อเพื่อปรึกษาหารืออะไรบางอย่างอยู่
เมื่อได้ยินเสียงของหลินลั่ว สองสามีภรรยาก็หันไปมอง
"ลูก มาดูนี่หน่อยสิ ลูกคิดว่าบ้านในหมู่บ้านนี้แปลนห้องเป็นยังไงบ้าง?"
หลินลั่วเปลี่ยนรองเท้าแตะ แล้วเดินไปด้านหลังโซฟา วางมือลงบนไหล่ของพ่อกับแม่คนละข้าง แล้วยื่นหน้าเข้าไปแทรกตรงกลางระหว่างทั้งสองคน
"ให้ผมดูหน่อยสิ โอ้โห ไม่เลวเลยนะเนี่ย บ้านสามห้องนอนในย่านการค้า ลมโกรกโปร่งสบาย รอบๆ มีทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียน สวนสาธารณะ โรงพยาบาล ออกจากบ้านก็เจอรถไฟใต้ดินกับรถเมล์เลย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ราคาตารางเมตรละ 7,055 หยวน"
"ผมว่าก็โอเคอยู่นะ"
หลินลั่วตบไหล่พ่อกับแม่เบาๆ "ถ้าพ่อกับแม่คิดว่าโอเคก็ตกลงเอาที่นี่แหละ ผมกลับไปอ่านหนังสือแล้วนะ"
หลินลั่วพูดจบก็หันหลังเตรียมจะเดินไป แต่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยิบบัตรสมาชิกยิมในกระเป๋าสตางค์ออกมา
"แม่ ยิมที่เพิ่งเปิดใหม่หน้าหมู่บ้านน่ะ คลาสเรียนโยคะแบบเปิดของที่นั่นเรียนฟรีนะ แม่มีเวลาลองแวะไปดูสิ"
"โธ่เอ๊ย จะไปสมัครทำไมเนี่ย เปลืองเงินเปล่าๆ"
ถึงจางเสวี่ยหัวจะพูดแบบนั้น แต่ใบหน้ากลับยิ้มแฉ่งจนตาหยี ถือบัตรสมาชิกยิมไว้ในมือด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจสุดๆ
เวลาว่างเธอก็มักจะชอบเต้นโยคะตามโทรทัศน์อยู่แล้ว แต่ไม่เคยกล้าตัดใจเสียเงินไปสมัครสมาชิกยิมเลย
นึกไม่ถึงเลยว่าลูกชายของเธอจะไม่เพียงแต่ตั้งใจเรียนขึ้นเท่านั้น แต่ยังซื้อสร้อยคอทองคำให้ แถมยังสมัครสมาชิกยิมให้อีกด้วย
ช่างเป็นลูกชายที่ประเสริฐของแม่จริงๆ
"อืม รีบไปอ่านหนังสือเถอะ พรุ่งนี้แม่จะซื้อปูขนมาทำของอร่อยๆ เป็นรางวัลให้ลูกนะ!"
...