- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 14 พวกพี่นี่เป็นคนดีจังเลยนะ
บทที่ 14 พวกพี่นี่เป็นคนดีจังเลยนะ
บทที่ 14 พวกพี่นี่เป็นคนดีจังเลยนะ
พนักงานต้อนรับสาวเงยหน้าขึ้น มองหลินลั่วด้วยสายตาเหมือนมองคนบ้า
ที่นี่คือร้านอินเทอร์เน็ต สถานที่สำหรับหาความสุขจากการเล่นเกม แกมาถามฉันว่ารับซื้อแบตเตอรี่ไหมเนี่ยนะ?
"เล่นอินเทอร์เน็ตชั่วโมงละห้าหยวน เหมาจ่ายทั้งคืนยี่สิบหยวน!"
พนักงานต้อนรับสาวเห็นว่าหลินลั่วหน้าตาหล่อเหลาดูสะอาดสะอ้าน น้ำเสียงจึงอ่อนลงหลายส่วน และทวนเกณฑ์การเก็บเงินอีกครั้ง
หลินลั่วกอดกระเป๋านักเรียนไว้ เอียงตัวพิงเคาน์เตอร์ ขยับเข้าไปใกล้พนักงานต้อนรับสาวคนนี้ พลางพูดจาทะเล้นต่อ
"โธ่ พี่สาวคนสวย พวกเราเพิ่งเล่นอินเทอร์เน็ตไปจนเงินหมดเกลี้ยงเลยครับ แต่ยังอยากเล่นต่ออีกหน่อย จะขอใช้แบตเตอรี่ค้ำประกันค่าอินเทอร์เน็ตได้ไหมครับ?"
พูดจบ หลินลั่วก็ตบกระเป๋านักเรียนในอ้อมอกเบาๆ
กระเป๋าปูดโปนแน่นหนา ดูสมจริงสมจังไม่น้อย
พ่อหนุ่มรูปหล่อเรียกฉันว่าพี่สาวคนสวยด้วยล่ะ!
ใบหน้าแต่งแต้มสีฉูดฉาดของพนักงานต้อนรับสาวฉีกยิ้มกว้างจนแทบจะกลืนหัวคนได้ "น้องชาย ถ้าไม่มีเงินก็บอกพี่สาวสิ เดี๋ยวไปร้องเพลงเป็นเพื่อนพี่สาวหน่อย พี่สาวจะจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตให้ เอาไหมล่ะ?"
เชี่ยเอ๊ย!
เขาแค่มาหลอกถามข้อมูล ไม่ได้คิดจะเอาตัวเข้าแลกนะเว้ย!
"พี่สาวครับ ผมขอยืนยันว่าขายศิลปะไม่ขายตัวนะ! พี่แค่บอกมาเถอะว่าเอาแบตเตอรี่ไหม ถ้าไม่เอาผมจะได้ไปดูที่อื่น"
หลินลั่วพูดพลางทำท่าจะหันหลังกลับ
"เอ๊ย! เดี๋ยวก่อน ที่นี่ไม่รับซื้อแบตเตอรี่หรอก แต่ฉันรู้จักที่หนึ่งที่เขารับซื้อ!"
เสร็จโก๋!
ติดเบ็ดแล้ว!
หลินลั่วหยุดชะงักฝีเท้าทันที แล้วหันกลับมาพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางทะเล้นอีกครั้ง
"พี่สาวคนสวย พี่บอกที่อยู่มาเลยครับ เดี๋ยวผมเอาแบตเตอรี่ไปขายเสร็จแล้ว จะกลับมาเลี้ยงหมาล่าทั่งพี่นะ!"
"อุ๊ยตายอุ๊ยตาย จะเลี้ยงหมาล่าทั่งฉันด้วย ใจสปอร์ตไม่เบานะเนี่ย"
พนักงานต้อนรับสาวพึงพอใจในตัวหลินลั่วเป็นอย่างยิ่ง ส่งสายตาหวานเยิ้มให้ทีหนึ่ง ก่อนจะหยิบนามบัตรใบหนึ่งออกมาจากใต้เคาน์เตอร์
"อ่ะ ออกประตูไปแล้วเลี้ยวขวาเดินไปสองร้อยเมตร จะมีร้านรับซื้อของเก่าอยู่ ถือนามบัตรใบนี้ไปให้เขาดู เขาก็จะรับซื้อแบตเตอรี่ของนายเอง"
"พอได้เงินมาแล้วก็กลับมานะ เดี๋ยวพี่สาวเลี้ยงอาหารทะเลเอง"
เชี่ยเอ๊ย มีสายในจริงๆ ด้วย!
"ว้าว! ขอบคุณครับพี่สาวคนสวย รอผมสักครู่นะ แป๊บเดียวเอง!"
หลินลั่วรับนามบัตรมา ส่งจูบลาให้เธอทีหนึ่ง จากนั้นก็กอดกระเป๋านักเรียนรีบก้าวฉับๆ เดินออกไปข้างนอก
เจินจื่อคังยืนทึ่มทื่ออยู่ด้านหลัง มองเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ตาค้าง
เขาหลงคิดว่าหลินลั่วจะเข้ามาเล่นบทโหดกับเจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตเสียอีก ที่ไหนได้ หลินลั่วกลับเปิดบทเรียนราคาแพงให้เขาดูสดๆ ร้อนๆ!
พอเดินพ้นร้านอินเทอร์เน็ตมา เจินจื่อคังยังรู้สึกเหมือนฝันไป
"หลินลั่ว แกฉลาดขนาดยืนงงในดงฉลาดตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?"
"เหอะ แกคิดว่าตำราพิชัยสงครามที่ฉันอ่านนี่อ่านเล่นๆ หรือไง! นี่เขาเรียกว่า ไม่มีแต่ทำให้มี, ลอบข้ามเฉินชาง แถบด้วยกลยุทธ์หนุ่มงาม!"
เจินจื่อคังเกาหัว คิดอยู่นานก็ไม่รู้จะใช้คำไหนมาบรรยาย สุดท้ายจึงได้แต่ชูนิ้วโป้งให้ "โคตรเจ๋ง!"
"แล้วพวกเราจะเอาไงต่อ?"
หลินลั่วโบกนามบัตรในมือ พลางฉีกยิ้มกว้าง
"ขั้นตอนต่อไปก็คือ ปิดประตูตีแมว ยืมดาบฆ่าคน!"
เจินจื่อคังเกาหัวอีกรอบ
เขารู้สึกว่าเวลาฟังคำพูดของหลินลั่วแล้วมันคันหัวยิบๆ ยังไงพิกล
"หมายความว่าไง?"
"ไอ้โง่ อยู่โรงเรียนมีปัญหาให้หาคุณครู อยู่ข้างนอกมีปัญหาให้หาคุณตำรวจ!"
"อ๋อๆ! แต่พวกเราไม่มีหลักฐานนะ!"
"การที่มันรับซื้อแบตเตอรี่นั่นแหละคือหลักฐานมัดตัว จูงรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของแกตามฉันมา"
"อ๋อๆ!"
……
เดินออกจากร้านอินเทอร์เน็ตแล้วเลี้ยวขวาไปสองร้อยเมตร ที่นี่คือร้านรับซื้อของเก่าที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านชุมชนที่อยู่อาศัย
ภายในห้องเล็กๆ ซอมซ่อและมืดสลัวสองห้อง มีชายวัยกลางคนรูปร่างเตี้ยแคระ ไว้หนวดเคราครึ้ม นั่งอยู่บนเก้าอี้พับตัวเล็กหน้าประตู ในมือถือหนังสือเล่มหนาปึกกำลังอ่านอย่างใจจดใจจ่อ
หน้าปกหนังสือเล่มหนานั้นเป็นรูปหญิงสาวรูปร่างเย้ายวนอวบอัด พร้อมตัวอักษรเขียนว่า "อาจารย์หญิงปีศาจของฉัน"
ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นนิยายแนวหวือหวาเร้าอารมณ์
ที่หน้าประตูห้องเล็กมีรถบรรทุกตู้ทึบสภาพเก่าคร่ำคร่าจอดอยู่คันหนึ่ง
ประตูท้ายรถเปิดอ้าไว้ ด้านในมองเห็นเศษซากสิ่งของเก่าๆ วางระเกะระกะ บนพื้นมีเครื่องชั่งน้ำหนักแบบกิโลกรัมวางอยู่
"เถ้าแก่! รับซื้อจักรยานไหมครับ?"
หลินลั่วเอ่ยถามด้วยท่าทางทะเล้นทันทีที่เห็นอีกฝ่าย
เถ้าแก่เงยหน้าขึ้นมองจักรยานเก่าๆ ผุๆ ที่หลินลั่วจูงอยู่
"ยี่สิบหยวน!"
"เชี่ย! ยี่สิบหยวนช่วยขายให้ผมสักคันสิ!"
หลินลั่วร้องอุทานเกินจริง ราวกับว่าราคานี้มันสมเหตุสมผลเสียเหลือเกิน
"จะขายก็ขาย ไม่ขายก็ไป ไสหัวไปเลย~"
เถ้าแก่พึมพำด่าในคอประโยคหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ
"เอ๊ย เถ้าแก่ครับ ผมมีแบตเตอรี่อยู่ตรงนี้ จะเอาไหม?"
หลินลั่วถามขึ้นอีกประโยค พลางตบกระเป๋านักเรียนสีดำที่วางอยู่ในตะกร้าหน้ารถเบาๆ
เจินจื่อคังจูงรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ไร้แบตเตอรี่สะพายกระเป๋าอยู่ด้านหลัง ยืนมองการสนทนาระหว่างหลินลั่วกับเถ้าแก่ร้านของเก่าด้วยความตื่นตระหนก กลัวว่าจะโดนรุมยำเอา
ทว่าท่าทางลนลานทำตัวไม่ถูกราวกับกระต่ายตื่นตูมของเขานั้น กลับดูเหมือนโจรที่กำลังร้อนรนเพราะทำความผิดมาไม่มีผิดเพี้ยน
เถ้าแก่เงยหน้ามองหลินลั่วอย่างรำคาญใจ พอเตรียมจะอ้าปากปฏิเสธ ก็พลันเหลือบไปเห็นนามบัตรในมือของหลินลั่วเข้าเสียก่อน
โอ้โห!
มีบัตรผ่านทางมาด้วย!
"เข้ามาคุยข้างใน!"
พูดจบ เถ้าแก่ก็หยัดยืนขึ้นแล้วเดินนำเข้าไปในห้องด้านหลังทันที
หลินลั่วเลิกคิ้วขึ้น รู้ว่างานนี้สำเร็จไปครึ่งทางแล้ว
"คังจื่อ มัวยืนทึ่มอะไรอยู่ หิ้วกระเป๋าตามมาเร็ว!"
หลินลั่วกวักมือเรียกเจินจื่อคัง แล้วเดินนำเข้าไปก่อน
เจินจื่อคังรีบหิ้วกระเป๋า ตามหลังหลินลั่วต้อยๆ อย่างระมัดระวัง
แสงสว่างภายในห้องค่อนข้างสลัว ข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ วางระเกะระกะสับสนปนเปอยู่เต็มไปหมด
สายตาของหลินลั่วกวาดมองไปรอบๆ
"ทักษะประเมินสมบัติ ทำงาน!"
สิ้นความคิด หลินลั่วก็รู้สึกได้ว่าสิ่งของที่อยู่รายรอบล้วนมีตัวอักษรกึ่งโปร่งใสขนาดเล็กปรากฏขึ้นมาเหนือสิ่งของเหล่านั้น
ทว่าสิ่งของมันมีมากเกินไป ตัวอักษรเล็กๆ จึงขึ้นเบียดเสียดกันหนาแน่น จนทำเอาเขาตาลายไปชั่วขณะ
เอี๊ยด——
เถ้าแก่ร้านของเก่าผลักประตูไม้บานเล็กออก ด้านหลังประตูนั้นกลับเป็นลานบ้านขนาดเล็กแห่งหนึ่ง
ในลานบ้านมีเสียงร้องตะโกนเป่ายิ้งฉุบดื่มเหล้าดังโหวกเหวก
พอเดินเข้าไปดู ก็พบชายฉกรรจ์หัวโล้นสี่คนกำลังนั่งล้อมวงกินเนื้อย่างกลางแจ้งกันอยู่
ข้างๆ มีชายรูปร่างผอมเกร็งคนหนึ่งกำลังทำหน้าที่ปิ้งย่าง มือสะบัดพัดใบตาลเก่าๆ พัดพึ่บพั่บ และเนื่องจากอยู่ใกล้เตาไฟมากเกินไป ความร้อนจึงทำให้เหงื่อไหลไคลย้อยจนเปียกโชกไปทั้งตัว!
บนโต๊ะมีเนื้อแกะเสียบไม้ ย่างไตแกะ และยังมีจานแตงโมที่หั่นเตรียมไว้พร้อมสรรพ
เหล้าเบียร์คนละขวด บนพื้นมีขวดเบียร์เปล่าล้มระเนระนาดอยู่สิบกว่าขวด
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตั้งวงกินกันมาได้สักพักใหญ่แล้ว
แม่งเอ๊ย เสวยสุขกันจริงนะ!
หลินลั่วเอ่ยชื่นชมในใจเงียบๆ จากนั้นสายตาก็เลื่อนไปจับจ้องที่ลำคอของชายหัวโล้นทั้งสี่คน
ชายหัวโล้นทั้งสี่คนนี้ ต่างก็สวมสร้อยคอทองคำเส้นเขื่องห้อยอยู่ที่คอทุกคน
[สร้อยคอทองคำแท้ มูลค่า: 3,920 หยวน]
[สร้อยคอเงินหุ้มทอง มูลค่า: 1,030 หยวน]
[สร้อยคอทองคำแท้ มูลค่า: 4,050 หยวน]
[สร้อยคอทองทราย มูลค่า: 250 หยวน]
โอ้โฮ ทักษะประเมินสมบัตินี้ เจ๋งจริงเว้ย!
หลินลั่วแอบปลาบปลื้มใจอยู่เงียบๆ ส่วนเจินจื่อคังที่ตามหลังมา พอได้เห็นชายฉกรรจ์หัวโล้นร่างใหญ่บึกบึนกลุ่มนี้ ก็ถึงกับขาสั่นพั่บๆ ทันที
การเข้ามาของพวกหลินลั่วทำให้กลุ่มชายหัวโล้นที่กำลังคุยโวโอ้อวดหยุดชะงักลง ต่างเอียงคอจับจ้องประเมินหลินลั่วและเจินจื่อคัง
"อาโจว ไอเด็กเมื่อวานซืนสองคนนี้มาทำอะไรวะ?"
ชายหัวโล้นคนหนึ่งพ่นควันบุหรี่พลางหรี่ตามองพลางเอ่ยถาม
ชายวัยกลางคนร่างเตี้ยแคระที่นำทางหลินลั่วกับเจินจื่อคังเข้ามาเอ่ยตอบ
"พี่หวัง ไอหนูนี่ถือนามบัตรมา จะมาขายแบตเตอรี่ครับ"
"อ้อ!"
พวกชายหัวโล้นพอได้ยินว่าเป็นพวกมาขายแบตเตอรี่ ก็หมดความสนใจทันที หันไปหยิบเนื้อย่างกินดื่มกันต่อ
"เออ งั้นอาโจวแกไปจัดการซะ ตามกฎเดิม!"
ชายหัวโล้นที่ถูกเรียกว่าพี่หวังพูดจบ ก็ไม่ได้สนใจจะหันมามองอีก
ชายที่ชื่ออาโจวหันมามองหลินลั่ว
"น้องชาย ตามฉันมาทางนี้สิ"
หลินลั่วพยักหน้า แล้วจู่ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า "เมื่อกี้เพื่อนผมเพิ่งจะมาขายแบตเตอรี่ไปอันหนึ่ง มันบอกผมว่าที่นี่ให้ราคาสูงมาก จริงหรือเปล่าพี่?"
อาโจวไม่ได้ระแวดระวังตัวแม้แต่น้อย พยักหน้ายิ้มๆ แล้วพูดตอบอย่างสบายอารมณ์ว่า "แหงอยู่แล้ว ที่อื่นให้อย่างมากก็แค่สองร้อย แต่พวกเราให้สองร้อยห้าสิบหยวนเลยนะเว้ย!"
หลินลั่วยิ้มกริ่ม พลางเหลือบมองเจินจื่อคังที่ยืนทึ่มทื่อเป็นท่อนไม้อยู่ด้านหลังแวบหนึ่ง
"ถ้าอย่างนั้น พวกพี่นี่เป็นคนดีจังเลยนะ"
……