- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 15 ทำงานรับจ้างงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก!
บทที่ 15 ทำงานรับจ้างงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก!
บทที่ 15 ทำงานรับจ้างงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก!
อาโจวพาหลินลั่วและเจินจื่อคังมาที่ห้องเล็กๆ ตรงมุมลานบ้าน
ในห้องมีข้าวของกองอยู่ไม่น้อย บนพื้นมีแบตเตอรี่วางเกลื่อนกลาดให้เห็นทั่วไป
"เอาล่ะ เอาแบตเตอรี่ออกมาสิ ฉันจะดูว่าเป็นวัสดุอะไร แบตเตอรี่ลิเธียมจะแพงหน่อย แบตเตอรี่ตะกั่วตอนนี้ขายไม่ได้ราคาแล้ว"
อาโจวพูดพลาง สายตามองไปที่กระเป๋านักเรียนในมือของหลินลั่ว
กระเป๋านักเรียนใบนี้ปูดโปนแน่นหนา ดูปราดเดียวก็รู้ว่าน้ำหนักไม่ใช่น้อยๆ ไอ้หนุ่มนี่ก็แรงเยอะเอาเรื่อง หิ้วมาตั้งนานไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ
"หึๆ แบตเตอรี่ก้อนนี้ก็คล้ายๆ กับก้อนที่เพื่อนผมเพิ่งขายไปก่อนหน้านี้แหละครับ" หลินลั่วพูดพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ
อาโจวชี้ไปที่มุมห้อง "ก้อนนั้นไงล่ะ เมื่อกี้เพื่อนของแกเอามาขาย ฉันให้ไปสองร้อยห้าสิบหยวน ถ้าคล้ายๆ ก้อนนั้น ฉันให้แกสองร้อยหกสิบหยวนเลย วันหลังถ้าแกมีแบตเตอรี่อีก ก็เอามาส่งที่ฉันได้เลย"
อาโจวทำท่าทางราวกับว่าเขาเป็นคนจริงใจที่ยอมจ่ายราคาแพงเพื่อแลกกับการผูกมิตร
เจินจื่อคังมองแบตเตอรี่ที่อยู่ตรงมุมห้อง แล้วก็ถึงกับยืนทึ่มทื่อไปเลย
นี่หาเจอแล้วเหรอเนี่ย!
เพื่อนฉันแม่งโคตรเจ๋ง สมองมันทำด้วยอะไรวะเนี่ย?
แต่นี่มันก็เกินเบอร์ไปหน่อยมั้ง ขโมยแบตเตอรี่หน้าร้านอินเทอร์เน็ต ร้านรับซื้อแบตเตอรี่ก็อยู่ข้างๆ ร้านอินเทอร์เน็ต ขายแบตเตอรี่เสร็จก็เอาเงินไปเล่นเน็ต พอเงินหมดก็กลับมาขโมยแบตเตอรี่ที่หน้าร้านใหม่
นี่มันห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบบครบวงจรชัดๆ!
"โอ้โห แบตเตอรี่ที่นี่ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะเนี่ย!" หลินลั่วเอ่ยขึ้นมาราวกับรู้สึกทึ่ง
"แหงอยู่แล้วล่ะ ถ้าไม่มีศักยภาพพอจะทำงานนี้ได้เหรอ เอาเป็นว่าวันหลังไม่ว่าแกจะหาแบตเตอรี่มาได้มากแค่ไหน ก็ส่งมาที่ฉันได้เลย รับซื้อไม่อั้น"
อาโจวตบหน้าอกตัวเองด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม แล้วพูดด้วยรอยยิ้มเบิกบาน
"โอเคครับ ผมจำไว้แล้ว"
หลินลั่วล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง หันเลนส์กล้องไปทางอาโจว จากนั้นก็ถ่ายแบตเตอรี่รอบๆ ไปหนึ่งรอบ ก่อนจะกดปิดการบันทึกวิดีโอ
"เดี๋ยวนะ ไอ้หนุ่ม แกหมายความว่าไงเนี่ย?"
รอยยิ้มบนใบหน้าของอาโจวแข็งค้างไปตั้งแต่วินาทีที่หลินลั่วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้ว
สถานการณ์ดูเหมือนจะชักไม่ค่อยชอบมาพากลเสียแล้ว!
"เถ้าแก่ พี่อย่าเพิ่งลนสิ ผมเห็นว่าที่นี่ของพี่มีศักยภาพดี ก็เลยเตรียมจะแนะนำธุรกิจลอตใหญ่ให้ไง"
ท่าทางจริงจังขึงขังของหลินลั่วทำเอาอาโจวรู้สึกคลางแคลงใจขึ้นมาแวบหนึ่ง
แนะนำธุรกิจลอตใหญ่งั้นเหรอ?
หรือว่าเข้าใจผิดไปเอง?
ไอ้หนุ่มนี่มีแก๊งด้วยงั้นเหรอ?
ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ วัยรุ่นสมัยนี้ใจกล้าบ้าบิ่น ทำอะไรไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง เผลอๆ อาจจะได้รับงานใหญ่มาจริงๆ ก็ได้
"ฮ่าๆ ถ้างั้นก็ยิ่งดีเลย พวกเรามาร่วมมือกัน ทำให้มันใหญ่โตแข็งแกร่งไปเลย!"
อาโจวพูดด้วยรอยยิ้มกริ่ม
หลินลั่วพยักหน้า แล้วกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์เบอร์หนึ่ง
"ฮัลโหล คุณอาครับ ผมหลินลั่วนะ อืม ใช่ครับ อาเอาของมาเลย ที่นี่เขามีศักยภาพดีมาก บอกว่ารับซื้อได้ไม่อั้นเลย!"
หลินลั่วพูดไปได้ไม่กี่ประโยคก็วางสาย จากนั้นก็หันไปมองอาโจวที่กำลังยิ้มจนตาหยี
"เถ้าแก่ เตรียมตัวให้พร้อมนะ ผมให้คนเอาของมาแล้ว"
อาโจวยิ้มอย่างกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น ทั้งยังถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น พลางเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง "ไอ้หนุ่ม ทางฝั่งคุณอาของแกมีของอยู่ประมาณเท่าไหร่วะ?"
แบตเตอรี่พวกนี้ขอแค่เอาไปซ่อมทำสีใหม่นิดหน่อยก็เอาไปขายเป็นของใหม่ได้แล้ว รับซื้อมาสองร้อยห้าสิบ เอาไปขายห้าร้อย นี่มันกำไรบานเบอะชัดๆ
ข้อเสียอย่างเดียวก็คือแหล่งที่มาของสินค้าไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่นัก
ถ้าเกิดว่าทีมของไอ้หนุ่มนี่สามารถส่งของให้ได้อย่างสม่ำเสมอล่ะก็ อิอิ พวกเขาก็คงรวยเละแน่
"หึๆ เถ้าแก่ พลังของพวกเราน่ะ เหนือกว่าที่พี่จะจินตนาการได้อีกนะ!"
หลินลั่วตบไหล่อาโจวเบาๆ พลางยิ้มอย่างไม่ค่อยจะประสงค์ดีนัก
เจินจื่อคังเองก็อดรนทนไม่ไหว หลุดขำพรืดออกมาตาม
ทั้งสองคนหัวเราะจนทำเอาอาโจวรู้สึกงุนงงไปหมด
มันมีอะไรน่าขำงั้นเหรอ?
วัยรุ่นสมัยนี้นี่แปลกประหลาดกันจริงๆ
ทันใดนั้นเอง!
ด้านนอกก็มีเสียงดัง 'ปัง' สนั่นหวั่นไหวลอยมา
ประตูบานเล็กของลานบ้านถูกถีบเปิดออก
คุณลุงวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบสองคนวิ่งนำหน้าพุ่งพรวดเข้ามาในลานบ้าน
ด้านหลังยังมีชายหนุ่มตามมาอีกสองคน
"ห้ามขยับ!"
"หยุดอยู่ตรงนั้น เอามือประสานท้ายทอย แล้วนั่งยองๆ ลงไปซะ!"
ชายหัวโล้นสี่คนที่กำลังกินเนื้อเสียบไม้ปิ้งย่างกันอยู่นั้นสะดุ้งตกใจสุดขีด
พอเห็นคนใส่เครื่องแบบ พวกเขาก็เหมือนหนูเจอแมวทันที กระโดดพรวดขึ้นมาเตรียมจะวิ่งหนี
แต่ทว่าชายหัวโล้นสี่คนนี้ดื่มเบียร์เข้าไปไม่น้อย แถมยังลุกพรวดพราดขึ้นมาอย่างแรง ยืนยังยืนไม่อยู่เลย จะวิ่งหนีไปไหนได้ ดังนั้นจึงถูกกดตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว
อาโจวที่อยู่ในห้องมีสีหน้างุนงงสุดขีด ยังไม่ทันจะตั้งสติได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตัวเขาก็ถูกหลินลั่วกดเอาไว้แล้ว
"อาโจว อย่าขยับ อยู่นิ่งๆ!"
ไม่นานนัก หลินลั่วก็ดันหลังอาโจวที่สมองกำลังขาวโพลนให้ออกมาจากห้องเล็ก
เจินจื่อคังมองสีหน้าเหมือนคนเห็นผีของอาโจว ก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะคิกคักอยู่ด้านหลัง ใครไม่รู้คงนึกว่าเขาโดนผีเข้าซะแล้ว
เถ้าแก่ นึกไม่ถึงล่ะสิ สมองอื้ออึงไปหมดเลยใช่ไหมล่ะ!
อยากมาขโมยแบตเตอรี่ฉันนัก สมน้ำหน้า!
"คุณอาฉู่ ตรงนี้ยังมีอีกคนครับ!"
หลินลั่วตะโกนบอกคุณลุงในชุดเครื่องแบบที่นำทีมมาด้วยรอยยิ้ม
ฉู่เจี้ยนจวินหันหน้ามา พอเห็นว่าหลินลั่วปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ใบหน้าทรงเหลี่ยมที่ดูเคร่งขรึมจริงจังถึงได้ผ่อนคลายลงหลายส่วน
เมื่อกี้ตอนที่พุ่งเข้ามาแล้วไม่เห็นหลินลั่ว ทำเอาเขาตกใจแทบแย่ นึกว่าหลินลั่วจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นซะแล้ว
"ไอ้หนุ่ม แกทำเอาอาตกใจแทบตาย คราวหน้าถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก อาไม่ยอมรับปากแกแน่ๆ"
ฉู่เจี้ยนจวินพูดพลางโบกมือให้ชายหนุ่มสองคน ทันใดนั้นพี่ชายในชุดเครื่องแบบคนหนึ่งก็เดินเข้าไปสวมกุญแจมือให้อาโจว
จนกระทั่งข้อมือของอาโจวถูกสวม 'กำไลเงิน' แล้ว เขาก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อเลย
หลินลั่วกอดแบตเตอรี่ ถือนามบัตรผ่านทางมา ท่าทางหน้าตาก็ดูไม่เหมือนนักเรียนดีๆ สักนิด แล้วกลายเป็นสายสืบไปได้ยังไงวะเนี่ย?
เขายังเป็นฝ่ายเสนอขึ้นราคาให้สายสืบอีกต่างหาก!
"โธ่เอ๊ย นี่ก็ไม่เป็นไรแล้วนี่ครับ"
หลินลั่วพูดกลั้วหัวเราะ พลางชี้ไปที่ห้องมืดเล็กๆ ด้านหลัง
"แบตเตอรี่อยู่ข้างในหมดเลยครับ ผมกะดูคร่าวๆ น่าจะมีสักสามสิบกว่าก้อน อ้อ แบตเตอรี่ของเจินจื่อคังก็อยู่ในนั้นด้วยครับ"
"อ้อ งั้นก็ไปลงบันทึกไว้ แล้วแกก็หิ้วกลับไปได้เลย"
"ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณคุณอาฉู่มากครับ อ้อ แล้วก็ ในมือถือของผมถ่ายวิดีโอเอาไว้ด้วย ไอ้พวกนี้ยอมรับเองว่ารับซื้อแบตเตอรี่ แถมยังบอกอีกว่ามีเท่าไหร่ก็รับซื้อไม่อั้น"
ฉู่เจี้ยนจวินดวงตาเป็นประกาย เอ่ยชมว่า "ไอ้หนุ่ม แกนี่เก่งจริงเว้ย มีวิดีโอนี่ช่วยประหยัดเวลาทำงานของพวกเราไปได้เยอะเลย!"
จะเห็นได้ว่าบนใบหน้าทรงเหลี่ยมที่ปกติมักจะไม่ค่อยยิ้มแย้มของฉู่เจี้ยนจวินนั้น มีรอยยิ้มกว้างขึ้นอีกหลายส่วน สายตาที่มองหลินลั่วก็เพิ่มความชื่นชมเข้าไปอีกไม่น้อย
เด็กคนนี้หัวไวปราดเปรื่องจริงๆ แถมยังใจกล้าแต่รอบคอบ หน่วยก้านก็ดีเยี่ยม อนาคตต้องเป็นเพชรเม็ดงามของวงการตำรวจได้อย่างแน่นอน
ที่แท้หลังจากหลินลั่วและเจินจื่อคังออกจากร้านอินเทอร์เน็ตแล้ว ก็ไม่ได้ลงมือทำอะไรในทันที
เขาจำได้ว่าฉู่เจียวเจียวเคยเล่าให้ฟังว่า คุณอาคนรองของเธอเป็นตำรวจ ประจำการอยู่ในเขตพื้นที่แถวนี้ สมัยหนุ่มๆ จับโจรเก่งกาจมาก ว่ากันว่าเคยได้รับเหรียญกล้าหาญชั้นที่สามด้วย
ดังนั้นหลินลั่วจึงโทรหาฉู่เจียวเจียวโดยตรง เพื่อขอเบอร์ติดต่อของฉู่เจี้ยนจวินมา
วันนี้ฉู่เจี้ยนจวินเข้าเวรพอดี พอได้รับโทรศัพท์จากหลินลั่วและฟังเขาสรุปสถานการณ์ให้ฟังคร่าวๆ ฉู่เจี้ยนจวินก็พาลูกน้องตรงดิ่งมาที่นี่ทันที
"โว้ย ไอ้หนุ่ม แกมันไม่มีน้ำใจนักเลงเลยนะเว้ย! ถึงกับมาหลอกฉันเนี่ยนะ!"
อาโจวมองหลินลั่วด้วยความรู้สึกอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา สติแตกไปเรียบร้อยแล้ว
ฉันอุตส่าห์เชื่อใจแกขนาดนั้น แถมยังกะจะพาแกไปรวยด้วยกัน ที่ไหนได้ แกดันเป็นสายสืบซะนี่!
รู้อย่างนี้เขาไม่น่าไปต่อปากต่อคำกับหลินลั่วเลย นั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าประตู พอตกเย็นปิดร้านก็ยังได้ดื่มเบียร์กินเนื้อย่างอย่างสบายใจ ถึงแม้จะเป็นของเหลือจากคนอื่นก็เถอะ
ตอนนี้เป็นไงล่ะ ได้รับมอบ 'กำไลเงิน' มาคู่หนึ่ง แถมยังต้องเข้าไปเหยียบจักรเย็บผ้าในซังเตอีกต่างหาก
"แกยังจะมาทำเป็นน้อยอกน้อยใจอีกเหรอ? มีมือมีเท้า ทำงานทำการสุจริตไม่ได้หรือไง ถึงต้องมาทำเรื่องผิดกฎหมายแบบนี้น่ะ"
ฉู่เจี้ยนจวินถลึงตาใส่อาโจว แล้วดุด่าด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
ข้อมือของอาโจวสวม 'กำไลเงิน' เอาไว้ แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกละอายใจกับคำพูดของฉู่เจี้ยนจวินแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับเกาปลายคาง แล้วพูดด้วยท่าทางราวกับว่ามันเป็นสัจธรรมเสียเหลือเกิน
"ทำงานรับจ้างงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีทางไปเป็นลูกจ้างใครหรอก ทำธุรกิจก็ทำไม่เป็น ก็ทำได้แค่อาศัยวิธีนี้หากินประทังชีวิตไปวันๆ นี่แหละ"
"เหลวไหล! ฉันว่าแกมันแค่ขี้เกียจสันหลังยาวมากกว่า!"
ฉู่เจี้ยนจวินตวาดลั่น พลางโบกมือใหญ่ "เอาตัวพวกมันกลับไปให้หมด!"
"ครับ อาจารย์!"
"ครับ หัวหน้าฉู่!"
……