- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 13 แกมันดวงซวยนิดหน่อยนะ
บทที่ 13 แกมันดวงซวยนิดหน่อยนะ
บทที่ 13 แกมันดวงซวยนิดหน่อยนะ
"ชนะแล้ว!"
เจินจื่อคังชูกำปั้นขึ้นด้วยความตื่นเต้น ร่างกายบิดไปมาบนโซฟาอย่างสะเปะสะปะ เขามองไปทางหลินลั่วด้วยความปีติยินดี อยากจะอวดสักหน่อย
"หลินลั่ว เห็นไหม ดาบใหญ่ของฉันโคตรเจ๋งเลย!"
หลินลั่วกำลังดูความรู้เกี่ยวกับมารยาทในยุคโบราณ
เนื่องจากดาวเฉียนกับดาวบลูสตาร์ไม่ได้เป็นโลกเดียวกัน ต้าเฉียนเองก็เป็นยุคโบราณที่ไม่รู้จัก ดังนั้นหลินลั่วจึงทำได้เพียงกวาดตามองมารยาททั้งหมดของยุคโบราณบนดาวบลูสตาร์ไปหนึ่งรอบ ถึงเวลาค่อยสุ่มจับคู่เอา
ถือโอกาสดูประวัติศาสตร์โบราณของดาวบลูสตาร์ไปด้วยเลย ไม่ว่าจะเป็นลำดับชนชั้นของแต่ละราชวงศ์ ระบบยศขุนนางในราชสำนัก และอื่นๆ
ขืนไปถึงต้าเฉียนแล้วแม้แต่ระดับขั้นของขุนนางยังไม่เข้าใจ นั่นไม่กลายเป็นเรื่องตลกหรอกหรือ
"อืมๆ เจ๋งดี"
หลินลั่วพยักหน้าส่งๆ ไปอย่างนั้น พลางเหลือบมองหน้าจอกล่าวสรุปผลของเจินจื่อคังแวบหนึ่ง
เวรเอ๊ย เล่นกับบอทระดับเริ่มต้น ยังตายไปตั้งสามครั้ง
แกยังมีหน้ามาบอกว่าตัวเองโคตรเจ๋งอีก!
"หลินลั่ว แกดูอะไรอยู่น่ะ?"
"สารคดี!"
เจินจื่อคังรู้สึกว่าตัวเองชักจะไม่เข้าใจหลินลั่วเข้าจริงๆ แล้ว ปกติเวลาหลินลั่วอยู่ร้านอินเทอร์เน็ตก็เอาแต่หาหนังผู้ใหญ่ดู เคยดูสารคดีที่ไหนกันล่ะ
"ปีศาจมารร้ายจงถอยไป ปีศาจมารร้ายจงถอยไป!"
เจินจื่อคังท่องคาถาใส่หลินลั่ว มือก็วาดไม้กางเขนตรงหน้าอกตัวเองไปด้วย
การกระทำอันพิลึกพิลั่นของเจินจื่อคังทำเอาหลินลั่วมุมปากกระตุก
"แกป่วยหรือไง!"
"เวรเอ๊ย ฉันนึกว่าแกโดนผีสิงไปแล้วซะอีก จู่ๆ ก็เก่งกาจขึ้นมาซะอย่างนั้น มาร้านอินเทอร์เน็ตแต่กลับมาดูข้อสอบสายวิทย์กับสารคดียุคโบราณ แกยังเป็นหลินลั่วอยู่หรือเปล่าเนี่ย?"
"ไร้สาระ ถ้าฉันไม่ใช่หลินลั่ว แกก็ไม่มีพ่อแล้วสิ"
"ไสหัวไปเลย ไม่คุยกับแกแล้ว"
ปากหมาขนาดนี้ ไม่ใช่หลินลั่วแล้วจะเป็นใครได้
เจินจื่อคังหันกลับไป แล้วกดเริ่มเกมตาต่อไป
"ทำไมแกเอาแต่เล่นกับบอทล่ะ ไปเล่นจับคู่สิ!"
"แกจะไปรู้อะไร นี่ฉันกำลังเพิ่มความชำนาญ ไล่ฆ่ากระจายในห้องบอท พอไปถึงห้องคนเล่นจริงก็จะได้..."
"อืม มีเหตุผล กากก็ต้องฝึกให้เยอะ!"
เจินจื่อคังกลืนคำพูด 'ฆ่าฝ่ายตรงข้ามซะราบคาบ' ที่ยังพูดไม่จบลงคอไป เลิกสนใจหลินลั่วอย่างสิ้นเชิง
หลินลั่วเลิกคิ้วยิ้มๆ แล้วเปิดวิดีโอถัดไป
การสอนพื้นฐานเรื่องเครื่องดนตรี กู่ฉิน ขลุ่ยยาวขลุ่ยสั้น ผีผา เอ้อหู หม่าโถวฉิน และอื่นๆ
เนื่องจากล้วนเป็นการสอนพื้นฐาน จึงไม่ได้พูดลึกซึ้งอะไร แค่บอกที่มาของเครื่องดนตรีและวิธีใช้เท่านั้น
นี่ก็คือสิ่งที่หลินลั่วต้องการ เขาไม่ได้ต้องการให้เชี่ยวชาญ แค่รู้ว่าเป็นยังไงก็พอแล้ว
ดูเครื่องดนตรีเสร็จก็ดูอาวุธต่อ
พวกกระบี่ ทวน ดาบ ง้าวอะไรทำนองนี้ ก็ดูแค่คำแนะนำและวิธีใช้แบบง่ายๆ เช่นเดียวกัน
ด้วยอานิสงส์ของการพัฒนาอินเทอร์เน็ต บนโลกออนไลน์จึงสามารถหาสิ่งดีๆ ได้ไม่น้อย อย่างเช่นการสอนวิชาหมัดมวย การสอนใช้อาวุธ และอื่นๆ
แม้จะเป็นเวอร์ชันย่อส่วน แต่ก็ยังได้เรียนรู้ของจริงอยู่บ้าง แค่มันค่อนข้างน้อยเท่านั้นเอง
ตอนนี้หลินลั่วมีความจำแบบมองผ่านตาก็จำได้ไม่ลืม ดังนั้นจึงจำพวกนี้เอาไว้ก่อน เอาไว้มีเวลาค่อยทำความเข้าใจอย่างละเอียดอีกที
จริงสิ ภารกิจ!
หลินลั่วดูวิดีโอจบไปอีกหนึ่งคลิป ก็ทำให้นึกถึงภารกิจขูดรีดเอาผลประโยชน์ของตัวเองขึ้นมาได้ จึงหันไปมองกรอบแชตของระบบ
[ภารกิจ: ใช้งานคอมพิวเตอร์ของดาวบลูสตาร์อย่างเชี่ยวชาญ, รางวัล: หลังจากกลับสู่ดาวเฉียน องครักษ์เกราะดำ*10 คน (สำเร็จแล้ว)]
(^o^)/
แม้จะเป็นการวาดวิมานในอากาศของระบบหมาโง่ แต่ก็ประสบความสำเร็จในการขูดรีดผลประโยชน์จากระบบ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว!
"คังจื่อ ใกล้จะได้เวลาแล้ว กลับกันเถอะ!"
หลินลั่วเห็นเครื่องของตัวเองเด้งการแจ้งเตือนว่าใกล้หมดเวลาขึ้นมา
ถ้าไม่เติมเงิน สักพักก็จะปิดเครื่องอัตโนมัติ
เจินจื่อคังเพิ่งจะเล่นตานี้จบพอดี เขาก็เห็นข้อความแจ้งเตือนเช่นกัน จึงอดไม่ได้ที่จะเกาหัว
เขารู้สึกว่าวันนี้ฟอร์มดีไม่เบา เป็นตัวแบกทุกตา กำลังอยากจะเล่นโหมดจับคู่เพื่อโชว์ฝีมือที่แท้จริงของตัวเองสักหน่อย
ทว่าเงินค่าขนมของเขาถูกตัดขาด ค่าเล่นอินเทอร์เน็ตก็เป็นหลินลั่วที่ออกให้ ชั่วโมงละห้าหยวนแม้จะไม่แพง แต่ทำไงได้ ในกระเป๋าเขาว่างเปล่ายิ่งกว่าใบหน้าของเขาเสียอีก
"ก็ได้ ฉันก็จะกลับแล้ว พรุ่งนี้แกจะออกมาไหม?"
เจินจื่อคังมองไปทางหลินลั่วพลางพูดอย่างอารมณ์ค้าง
"อืม ฉันกะว่าพรุ่งนี้จะไปเดินเล่นที่ถนนสายเก่าสักหน่อย"
เจินจื่อคังได้ยินหลินลั่วตอบอืม นัยน์ตาก็เปล่งประกาย คิดเอาไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะไปรวมตัวกันที่ร้านอินเทอร์เน็ตร้านไหนเพื่อจับคู่กันตีป้อม
แต่พอได้ยินคำพูดประโยคหลังของหลินลั่ว แสงสว่างในดวงตาก็ดับวูบลงในพริบตา
ถนนสายเก่า? นั่นมันที่ขายของเก่าของโบราณไม่ใช่หรือไง?
ข้างๆ ก็คือตลาดนกปลาแมลงต้นไม้กับตลาดเฟอร์นิเจอร์เก่า
ปู่ของเขาชอบไปที่นั่นเป็นพิเศษ
"แกไปถนนสายเก่าทำไม?"
เมื่อก่อนแกจับคู่เล่นเกมอย่างมีความสุขกับฉันทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ไม่ใช่เหรอ
ก็ไปหาเงินน่ะสิ!
ได้ทักษะประเมินสมบัติมาแล้ว ยังไม่ไปหาของดีราคาถูกเพื่อรวยทางลัดอีก จะรออะไรล่ะ?
หลินลั่วอ่านนิยายแนวประเมินสมบัติมาก็ไม่น้อย พวกตาทองคำ ตาเนตรทิพย์อะไรพวกนั้น ตอนนี้ถึงตาตัวเองแล้ว แน่นอนว่าต้องรีบคว้าโอกาสไว้!
ทว่าเรื่องนี้พูดไม่ได้
"ใกล้จะถึงวันเกิดพ่อฉันแล้ว เลยจะไปเดินถนนสายเก่าดูสักหน่อยว่ามีของขวัญอะไรเหมาะๆ จะให้บ้าง"
สมกับที่อ่านนิยายมาเป็นพันเล่ม คำโกหกหลุดออกจากปากได้ทันที
เหตุผลนี้เป็นยังไง สมเหตุสมผลดีใช่ไหมล่ะ
แต่ใครบ้างที่ไม่เคยอ่านนิยายเป็นพันเล่ม!
"ไปเลือกของขวัญที่ถนนสายเก่า?"
จู่ๆ เจินจื่อคังก็ทำหน้าสงสัยพลางมองประเมินหลินลั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเต็มไปด้วยการจับผิดเป็นพิเศษ
"หลินลั่ว แกคงไม่ได้อ่านนิยายแนวเนตรทิพย์เมืองกรุงมากไปจนอยากไปหาของดีราคาถูกแถมได้เจอสาวสวยหรอกนะ ตอนนี้แกมีเนตรทิพย์ไหม? ระบบชื่ออะไร?"
เวรเอ๊ย ถูกจับได้ง่ายดายขนาดนี้เลยเหรอ!
"แกน่ะสิอ่านนิยายมากไป เรื่องเหลือเชื่อขนาดนี้ยังคิดออกมาได้!"
พอดีกับที่คอมพิวเตอร์หน้าจอดับ หลินลั่วทำท่าทางหมดคำจะพูด ลุกขึ้นเดินออกไปทันที
"ฮี่ๆ แกก็รอฉันด้วยสิ กระเป๋านักเรียนมันหนักนะเว้ย!"
"แกไหวเปล่าเนี่ย ไอ้แห้ง!"
"ถุย พี่ชายแข็งแกร่งจะตาย 凸(艹皿艹)"
……
พอออกจากร้านอินเทอร์เน็ต ก็รู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งขึ้นมาทันที
ในร้านอินเทอร์เน็ตมีแต่ควันโขมงแถมอากาศก็ไม่ถ่ายเท กลิ่นบุหรี่ กลิ่นเท้าเหม็นๆ ปะปนไปกับกลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในโรงงานผักกาดดองไหเก่า
อยู่ข้างในนานๆ เข้า หัวสมองก็ตื้อไปหมด
ด้านนอกร้านอินเทอร์เน็ตมีรถจอดเรียงรายอยู่เป็นแถว เบียดเสียดกันแน่นขนัด
หลินลั่วลากจักรยานผุๆ ของตัวเองออกมาจากมุมร้าน ปลดล็อกจักรยาน เพิ่งจะเตรียมขึ้นขี่กลับ
จู่ๆ ก็ได้ยินเจินจื่อคังสบถ "เชี่ย" ออกมาเสียงดังลั่น ร้องซะราวกับหัวใจจะแหลกสลาย
"เป็นอะไรไป?"
หลินลั่วมองไปอย่างงุนงง
เจินจื่อคังแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว เขาชี้ไปที่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของตัวเองด้วยใบหน้าเศร้าสลด "แม่มเอ๊ย มีไอ้โง่ที่ไหนไม่รู้ขโมยแบตเตอรี่รถฉันไป"
"หา!?"
หลินลั่วพลิกตัวลงจากรถ เดินไปดูข้างๆ เจินจื่อคัง ก็จริงด้วยสิ ตรงที่วางแบตเตอรี่ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
ออกมาเล่นอินเทอร์เน็ตห้าหยวน แบตเตอรี่ห้าร้อยหยวนหายไปซะงั้น
ดวงแบบนี้ไม่มีใครเทียบได้แล้วจริงๆ
"แกนี่มันดวงซวยนิดหน่อยนะ"
"ตอนนี้จะทำยังไงดีเนี่ย?"
เจินจื่อคังมองรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของตัวเอง ร้องไห้ไม่ออก
ยังคิดอยู่เลยว่าพรุ่งนี้จะออกมาเล่นอินเทอร์เน็ต ตอนนี้แบตเตอรี่โดนขโมยไปแล้ว แค่จะกลับบ้านยังลำบากเลย
ยิ่งไปกว่านั้น พอกลับถึงบ้านยังต้องเผชิญกับคอมโบตีคู่จากพ่อกับแม่อีก แค่คิด เจินจื่อคังก็หนังหัวชาแล้ว
หลินลั่วลูบคางตัวเอง เงยหน้าขึ้นมองประตูกล้องวงจรปิดหน้าร้านอินเทอร์เน็ต ตามหลักแล้วควรจะเห็นว่าใครเป็นคนขโมยแบตเตอรี่อยู่หน้าร้าน
ทว่าการทำรถหายหรือแบตเตอรี่หายหน้าร้านอินเทอร์เน็ต โดยปกติแล้วร้านจะไม่รับผิดชอบ
ก็แหม หน้าร้านยังแปะป้ายไว้เลยว่า ของหายรับผิดชอบตัวเอง
ตอนนั้นเอง หลินลั่วก็มองเห็นกระเป๋านักเรียนของเจินจื่อคังที่ตุงแน่น นัยน์ตาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที
"คิดออกแล้ว เอากระเป๋านักเรียนมาให้ฉัน พวกเราไปหาเจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตกัน"
"หา! แบบนี้จะได้เหรอ?"
เจินจื่อคังรู้สึกลึกๆ ในใจว่าทำแบบนี้ไม่ได้หรอก
เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตเถื่อนร้านนี้รูปร่างใหญ่โตบึกบึน บนตัวสักลายมังกรลายเสือ ดูน่ากลัวจะตายไป
"ไม่ได้ก็ต้องได้!"
หลินลั่วหิ้วกระเป๋านักเรียนของเจินจื่อคัง แล้วก้าวฉับๆ เดินเข้าไปข้างใน
แม้เจินจื่อคังจะกลัว แต่ก็ยังกัดฟันเดินตามหลินลั่วไป
พี่น้องที่ดีออกหน้าแทนตัวเอง เขาจะหดหัวอยู่ข้างหลังเป็นเต่าได้ยังไง
หลินลั่วผลักประตูร้านอินเทอร์เน็ตเข้าไป ในพริบตานั้น ควันโขมงและกลิ่นอับสารพัดก็พัดโชยมาปะทะหน้าอีกครั้ง
ด้านหลังเคาน์เตอร์ร้านอินเทอร์เน็ตมีผู้หญิงผมม้าตัดตรงย้อมสีฉูดฉาดนั่งอยู่ ถ้าถ่ายรูปออกมาก็คงเป็นกำลังหลักของพวกเด็กแนวแหวกขนบ
พนักงานต้อนรับสาวกำลังถือกระจกบานเล็กศึกษาวิธีแต่งหน้าอยู่ ไม่รู้ว่าศึกษาอีท่าไหน ถึงแต่งออกมาได้ดูไม่จืดเลย
อาจจะเป็นเพราะแต่งหน้าไม่สวย อารมณ์เลยไม่ค่อยดี ตอนที่หลินลั่วมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ เธอถึงกับไม่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ
"ชั่วโมงละห้าหยวน เหมาจ่ายทั้งคืนยี่สิบ!"
หลินลั่วยิ้มกริ่ม กอดกระเป๋านักเรียนไว้ พลางกดเสียงต่ำ พูดด้วยน้ำเสียงมีลับลมคมนัย
"พี่สาว ที่นี่รับซื้อแบตเตอรี่ไหมครับ?"