เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 404 - "ตัดหัวมันซะ!"

บทที่ 404 - "ตัดหัวมันซะ!"

บทที่ 404 - "ตัดหัวมันซะ!"


บทที่ 404 - "ตัดหัวมันซะ!"

"เซี่ยวเว่ย ท่านดูนั่นสิขอรับ!"

จูเจี้ยนที่ยืนสังเกตการณ์อยู่หัวเรือเหาะมีสีหน้าเปลี่ยนไป พลางชี้ไปยังทหารรักษาประตูเมืองที่กำลังบินตรงมา

จางหยางเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว มองกลุ่มคนที่มาขวางหน้าเรือเหาะด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน

"เซี่ยวเว่ย ดูจากชุดเกราะของคนพวกนี้แล้วน่าจะเป็นทหารรักษาประตูเมือง เป็นขุนนางใต้สังกัดของค่ายเซี่ยวเว่ยทหารราบเจ้าค่ะ"

เตี๋ยอียื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูจางหยาง

"เซี่ยวเว่ยทหารราบรึ?"

จางหยางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

หากเขาจำไม่ผิด เอ๋าเป้ยที่มีความแค้นเคืองกับเขา ก็เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นเซี่ยวเว่ยทหารราบนี่นา

"คนข้างหน้าจงฟัง พวกเราคือลูกน้องของเซี่ยวเว่ยรักษาประตูเมือง พวกเราสงสัยว่าในเรือเหาะของพวกเจ้ามีของผิดกฎหมายซ่อนอยู่! จงหยุดเรือและยอมให้ตรวจค้นเสียดีๆ!"

ลูกสมุนของเอ๋าหลงก้าวออกตะโกนสั่ง

"ตาบอดหรือไง ถึงไม่แหกตาดูว่าข้างบนนี้แขวนธงของใครอยู่! ธงมังกรขดของไท่จื่อพวกเจ้ายังกล้าขวางอีกรึ?"

จูเจี้ยนตวาดลั่น เสียงคำรามเกือบจะทำให้พวกทหารรักษาประตูเมืองร่วงหล่นลงไป

กลุ่มทหารรักษาประตูเมืองหน้าซีดเผือด สายตาเหลือบมองเอ๋าหลงอย่างควบคุมไม่ได้

เอ๋าหลงหน้าเขียวปัด ฝืนยิ้มที่ดูแข็งทื่อออกมา

ประสานมือคารวะพลางกล่าว "ข้างหน้าคือเซี่ยวเว่ยพยัคฆ์คำรามใช่หรือไม่? พวกเราแค่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎระเบียบ ขอความกรุณาอำนวยความสะดวกด้วยเถอะขอรับ!"

จางหยางแค่นหัวเราะเยาะ แม้แต่เปลือกตาก็ไม่ขยับ

เตี๋ยอีที่อยู่ข้างๆ โบกมือปัดทันที "ธงมังกรขดของไท่จื่ออยู่ตรงหน้า หลีกไปซะ!"

พอเอ๋าหลงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ค่อยๆ มืดครึ้มลง "เซี่ยวเว่ยจาง พวกเราล้วนเป็นขุนนางรับใช้ราชสำนักเหมือนกัน ไม่เห็นหน้าก็เห็นหลัง ท่านอย่าได้..."

ตอนนี้อินลี่ก้าวพรวดออกมาทันที "รับใช้ราชสำนักเหมือนกับเซี่ยวเว่ยของข้าอย่างนั้นรึ? อย่างเจ้าเนี่ยนะคู่ควร? แค่เซี่ยวเว่ยรักษาประตูเมืองกระจอกๆ ทำมาคิดว่าตัวเองเป็นเซี่ยวเว่ยจริงๆ หรือไง? ไสหัวไป!"

คำว่า "ไสหัวไป" ทำเอาเอ๋าหลงสติหลุดลอย เกือบจะทรงตัวไม่อยู่จนร่วงลงไป

โชคดีที่คนข้างๆ ตาไว มือไว รีบคว้าตัวเขาไว้ได้ทัน

ตอนนี้เขาถึงได้ตระหนักว่า คนพวกนี้ล้วนอยู่ระดับควบแน่นโอสถทั้งสิ้น เขาไม่อาจต่อกรด้วยได้ในตอนนี้

แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดยั้งเขาจากการทิ้งคำขู่ส่งท้ายได้

"ดี! ดีมากเซี่ยวเว่ยพยัคฆ์คำราม ที่นี่คือเมืองหลวงปีศาจ เจ้ากล้าโอหังถึงเพียงนี้ คอยดูเถอะ!"

ตอนนั้นเองที่จางหยางเพิ่งจะเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะพ่นคำสองคำออกจากปาก

"ตัดหัวมันซะ!"

เห็นเพียงร่างของอินลี่ขยับวูบ ประกายเย็นเยียบก็ตวัดผ่านลำคอของเอ๋าหลง

"เจ้ากล้า..."

เอ๋าหลงหน้าถอดสี คำพูดยังไม่ทันจบประโยค ศีรษะทั้งใบก็กระเด็นพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นร่างก็อ่อนปวกเปียกร่วงหล่นลงไปทันที

ทหารรักษาประตูเมืองคนอื่นๆ ยังไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ

พอตั้งสติได้ เจ้านายของตนก็ตัวขาดหัวหลุดไปเสียแล้ว

เมื่อเห็นภาพนั้น แต่ละคนก็สั่นเป็นเจ้าเข้า รีบบินถอยหนีไปตามสัญชาตญาณ

ฝั่งกองทัพต้าเฟิงก็ไม่ได้ตามไปไล่ล่า เรือเหาะทั้งสองลำค่อยๆ ลอยเข้าสู่เมืองหลวงปีศาจอย่างช้าๆ

จากนั้นเมื่อจางหยางจัดการให้กองทัพต้าเฟิงเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบมุ่งหน้าไปยังตำหนักไท่จื่อเพื่อเข้าเฝ้าไท่จื่อทันที

......

"น้องจางหยาง ไม่เจอกันปีเดียว เจ้าควบแน่นโอสถได้แล้วหรือนี่!"

ไป๋ปินเดินออกมาจากตำหนัก มองจางหยางด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความยินดี

จางหยางส่งยิ้มบางๆ ให้ไป๋ปิน "พี่ไป๋ ท่านก็ก้าวเข้าสู่ระดับมหาปีศาจแล้วเหมือนกัน อย่ามาล้อข้าเล่นเลย"

ตอนนี้จางหยางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของไป๋ปิน หากอยู่ในระดับควบแน่นโอสถเหมือนกัน เขาคงไม่มีทางมองระดับพลังของไป๋ปินไม่ออกหรอก

"ฮ่าๆ... โชคช่วยน่ะ โชคช่วยเท่านั้นเอง!"

ไป๋ปินหัวเราะร่วน หนวดเคราเฟิ้มบนใบหน้าสั่นกระเพื่อม ดูภูมิใจไม่น้อย

"พอเถอะ พวกเจ้าสองคนเลิกยกยอพะเน้าพะนอกันได้แล้ว ไท่จื่อทรงรออยู่นานแล้วนะ!"

ลวี่ชินมองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม

"พี่ลวี่ ไม่เจอกันเสียนาน!"

จางหยางยิ้มพลางประสานมือคารวะ

ลวี่ชินคว้าแขนเสื้อของจางหยางทันที "รีบไปกันเถอะ อย่าให้ไท่จื่อทรงรอนานเลย!"

จางหยางปล่อยให้เขาดึงไป ทั้งสามคนเดินเคียงบ่าเคียงไหล่เข้าสู่ตำหนักไท่จื่อ

"ถวายบังคมองค์ไท่จื่อ!"

ทันทีที่จางหยางก้าวเข้าสู่โถงใหญ่ เขาก็เห็นไท่จื่อประทับยืนอยู่บนบันได ทอดพระเนตรมาที่เขาด้วยรอยยิ้ม

ไท่จื่อเสด็จลงมาอย่างช้าๆ ทรงประคองจางหยางขึ้นด้วยพระองค์เอง "รีบลุกขึ้นเถอะ!"

ทว่าจางหยางกลับไม่ขยับเขยื้อน เขาค้อมศีรษะลงพลางกล่าวว่า "องค์ไท่จื่อ หม่อมฉันขอพระราชทานอภัยโทษพ่ะย่ะค่ะ เมื่อครู่ เซี่ยวเว่ยรักษาประตูเมืองบังอาจลบหลู่ธงมังกร หม่อมฉันจึงลงดาบประหารไปแล้ว! ขอองค์ไท่จื่อโปรดประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"

ไท่จื่อแย้มพระสรวล สบตากับไป๋ปินและลวี่ชิน "เห็นไหม ข้าทายผิดเสียที่ไหน จางหยางต้องมาขอขมาแน่! เอาล่ะ ลุกขึ้นเถอะ เรื่องนี้ข้ารู้เรื่องตั้งนานแล้ว ยกโทษให้เจ้า ไม่มีควมผิดใดๆ!"

หูตาของไท่จื่อมีอยู่มากมาย เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ย่อมต้องได้รับรายงานทันทีอยู่แล้ว

"องค์ไท่จื่อ..."

ไท่จื่อแย้มสรวลตรัสว่า "ก็แค่เซี่ยวเว่ยรักษาประตูเมืองคนเดียว ฆ่าทิ้งไปก็ช่างมันเถอะ จะเอามาเปรียบเทียบกับคนสนิทของข้าได้อย่างไร!"

ในสายตาของไท่จื่อ ไม่เพียงแต่จะลงโทษจางหยางไม่ได้ แต่ยังต้องปูนบำเหน็จรางวัลให้อย่างงามอีกด้วย

นับตั้งแต่พระองค์ถูกพิษ ขุมกำลังของเหล่าองค์ชายก็เติบโตขึ้นอย่างมาก และแทรกซึมไปทั่วทุกหนแห่ง

การแสดงแสนยานุภาพให้เห็นเสียบ้าง ย่อมทำให้พวกเขารู้สึกยำเกรงขึ้นมาได้ไม่น้อย

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะองค์ไท่จื่อ!"

จางหยางยิ้มแล้วลุกขึ้นยืน

ไท่จื่อทอดพระเนตรสำรวจจางหยางตั้งแต่หัวจรดเท้า "ดีมาก กองทัพต้าเฟิงสร้างผลงานโดดเด่นที่เมืองชายแดนซีอวี้ ไม่ทำให้ข้าต้องขายหน้าเลย"

ภายใต้การนำของจางหยาง กองทัพต้าเฟิงไม่เพียงแต่ไม่ลดจำนวนลง แต่กลับขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าตัว นี่คือสิ่งที่พระองค์คาดไม่ถึง จึงทำให้ทรงพอพระทัยในตัวจางหยางเป็นอย่างมาก

"จริงสิพ่ะย่ะค่ะองค์ไท่จื่อ นี่คือของวิเศษล้ำค่าสำหรับถอนพิษที่หม่อมฉันหามาจากพวกเผ่าพันธุ์อื่นในเมืองชายแดนซีอวี้ ไม่รู้ว่าจะพอมีประโยชน์บ้างหรือไม่..."

จางหยางหยิบแหวนมิติวงหนึ่งออกมา

ประกายความซาบซึ้งใจวาบผ่านดวงตาของไท่จื่อ พระองค์คิดไม่ถึงเลยว่าจางหยางที่อยู่ในสถานที่อันตรายอย่างเมืองชายแดนซีอวี้ จะยังห่วงใยพระองค์อยู่ แม้พระองค์จะทรงทราบดีว่าสมุนไพรถอนพิษเหล่านี้ ส่วนใหญ่มักจะใช้กับพระองค์ไม่ได้ผลก็ตาม

"ดี ดี! ขันทีเว่ย เก็บเอาไว้ให้ดี"

ไท่จื่อไป๋จุนกวักพระหัตถ์ ขันทีเว่ยก็เข้ามารับแหวนไปจากมือจางหยางด้วยความนอบน้อม

"นั่งคุยกันเถอะ!"

ไท่จื่อกวักพระหัตถ์ ทั้งหมดก็พากันนั่งลง

เหล่าขันทีต่างยกน้ำชาและของว่างเข้ามาถวาย

ไท่จื่อไป๋จุนโบกพระหัตถ์ พวกขันทีก็รีบถอยออกไป

ตอนนี้จางหยางมีสีหน้าจริงจังขึ้น เขารู้ว่าไท่จื่อกำลังจะเข้าเรื่องสำคัญแล้ว

"จางหยาง ที่ข้าเรียกเจ้ากลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่ความตั้งใจของข้าหรอกนะ!"

ไท่จื่อไป๋จุนตรัสอย่างตรงไปตรงมา

จางหยางมีสีหน้าชะงักไปเล็กน้อย "เช่นนั้น..."

ไท่จื่อถอนหายใจยาว "เป็นพระประสงค์ของเสด็จพ่อ!"

เมื่อจางหยางได้ยินว่าเป็นจักรพรรดิปีศาจที่เรียกเขากลับมา ร่างกายก็เอนไปด้านหลังด้วยความตกตะลึง

ฐานะและตำแหน่งของเขากับจักรพรรดิปีศาจต่างกันราวฟ้ากับเหว เขาคิดไม่ถึงเลยว่าจักรพรรดิปีศาจจะเป็นคนเรียกเขากลับมาที่เมืองหลวงปีศาจ

"เรื่องนี้... ข้ากับลวี่ชินลองวิเคราะห์กันดูแล้ว จุดประสงค์ที่เสด็จพ่อเรียกเจ้ากลับมาคงหนีไม่พ้นสองสามอย่าง..."

ไท่จื่อไป๋จุนจิบน้ำชา ก่อนจะตรัสอย่างเนิบช้า

จางหยางไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ไท่จื่อตรัสต่อ "หนึ่ง มอบหมายหน้าที่สำคัญให้เจ้า และให้ประจำการที่เขตแดนซีอวี้ต่อไป สอง สั่งย้ายเจ้าไปประจำการที่เมืองอื่น เพื่อตัดขาดการติดต่อระหว่างเจ้ากับข้า สาม เรียกเจ้ากลับมาที่เมืองหลวงปีศาจ เพื่อเด็ดปีกเด็ดหางของข้า!"

ไท่จื่อตรัสอย่างรวบรัด ชี้แจงถึงเหตุผลที่ซ่อนอยู่อย่างตรงไปตรงมา

จางหยางตกตะลึงในใจ รีบคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันที "องค์ไท่จื่อ ไม่ว่าจักรพรรดิปีศาจจะมีพระประสงค์เช่นไร จางหยางผู้นี้ย่อมรู้ซึ้งถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ดี หากจักรพรรดิปีศาจให้หม่อมฉันเลือกเอง หม่อมฉันจะขอเลือกกลับมาอยู่เคียงข้างองค์ไท่จื่อ เพื่อพิทักษ์ตำหนักไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ!"

ไท่จื่อไป๋จุนทรงถอนพระปัสสาสะ เสด็จเข้าไปประคองจางหยางขึ้นมา "ความคิดของเสด็จพ่อ ข้าเดาไม่ออกหรอก แต่เจ้าต้องเข้าใจนะว่า มีเพียงการที่เจ้าอยู่ที่เมืองชายแดนซีอวี้เท่านั้น ถึงจะเป็นประโยชน์ต่อข้ามากที่สุด!"

การที่จางหยางกลับมาอยู่ข้างกายพระองค์ ก็เป็นได้แค่จงหลางเจี้ยง หรือแม่ทัพรองที่ถูกขังอยู่ในเมืองหลวงปีศาจเท่านั้น

แต่ที่เมืองชายแดนซีอวี้นั้นต่างออกไป หากครั้งนี้ได้เลื่อนขั้นเป็นแม่ทัพรองจริงๆ เขาก็สามารถนำทัพบัญชาการเองในเมืองชายแดนซีอวี้ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพระองค์มากกว่า!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 404 - "ตัดหัวมันซะ!"

คัดลอกลิงก์แล้ว