เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 - การเจาะแกนฟองน้ำ (ตอนกลาง)

บทที่ 47 - การเจาะแกนฟองน้ำ (ตอนกลาง)

บทที่ 47 - การเจาะแกนฟองน้ำ (ตอนกลาง)


บทที่ 47 - การเจาะแกนฟองน้ำ (ตอนกลาง)

อาจารย์กู้ส่ายหน้า เป็นเชิงบอกว่าตนก็ไม่มีวิธีดีๆ เหมือนกัน

ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ก็จริง แต่คนไข้รายนี้คือผู้ป่วยแผลไฟไหม้ อาจารย์กู้เองก็หมดหนทาง การมาดูอาการให้ถึงที่ก็ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว

"คิดหาวิธีช่วยให้รอดให้ได้ ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหน ต่อให้ยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหนก็ต้องยื้อไว้ให้ได้อย่างน้อย 3 วัน!" ผู้นำจากเทศบาลเมืองทำหน้าตึงและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ผู้อำนวยการเฉินทำหน้าเจื่อน ไม่กล้าพูดอะไร

การแพทย์คือแขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์คือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่สิ่งที่จะสั่งซ้ายหันขวาหันได้ตามใจชอบ

สภาพคนไข้เป็นแบบนั้นแล้ว ยังจะให้ยื้ออีก 3 วันเนี่ยนะ?

ผู้อำนวยการเฉินคิดว่าแค่ 3 ชั่วโมงก็คงไม่รอดแล้วด้วยซ้ำ

พอคนไข้ตายก็เตรียมตัวโดนด่าได้เลย ซวยจริงๆ ผู้อำนวยการเฉินรู้สึกมืดแปดด้านไปหมด

เขามาจากสายแพทย์เฉพาะทาง แค่มองสภาพคนไข้แวบเดียวก็รู้แล้วว่าคนไข้ก้าวเท้าเข้าประตูยมโลกไปแล้ว เผลอๆ จะตายสนิทยิ่งกว่าคนหัวใจหยุดเต้นเสียอีก แม้ว่าตอนนี้คนไข้จะยังมีลมหายใจ มีอัตราการเต้นของหัวใจ มีความดันโลหิต และยังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดได้อยู่ก็ตาม

แผลไฟไหม้เป็นวงกว้างทำให้เกิดการซึมของสารน้ำปริมาณมาก ถ้าน้ำเกลือเข้าไม่ได้ อีกไม่นานคนไข้ก็ต้องตาย

สำหรับคนไข้เคสแบบนี้ ปาฏิหาริย์ไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก

"อาจารย์กู้ครับ"

จี๋เสียงเดินเข้าไปหาอาจารย์กู้ แล้วโค้งคำนับเล็กน้อย

"หมอจี๋น้อย เธอมาช่วยกู้ชีพด้วยเหรอ" อาจารย์กู้ส่ายหน้า "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะของเราหรอก กลับไปเถอะ"

"เมื่อกี้ผมยืนดูคนไข้จากไกลๆ แล้วเกิดไอเดียขึ้นมาน่ะครับ ท่านลองพิจารณาดูหน่อยว่าจะเป็นไปได้ไหม" จี๋เสียงกระซิบ

ไอเดีย?

อาจารย์กู้ขมวดคิ้วเล็กน้อย ผู้อำนวยการเฉินตาเป็นประกาย แต่พอเห็นว่าคนที่พูดเป็นแค่เด็กหนุ่ม ใบหน้าของเขาก็ดำคล้ำลงทันที

ถ้าไม่ได้มีคนจากเทศบาลเมืองยืนอยู่ตรงนี้ เขาคงเตะไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้ให้กระเด็นติดกำแพงไปแล้ว

"นี่มันการกู้ชีพฉุกเฉินครั้งใหญ่ ไม่ใช่..." อาจารย์กู้พูดได้ครึ่งประโยค ก็ขยิบตาให้จี๋เสียง แล้วเดินเลี่ยงออกมา

จี๋เสียงเดินตามไปอยู่ข้างๆ อาจารย์กู้ "อาจารย์กู้ครับ เจาะแกนฟองน้ำครับ น้ำเกลือจะไหลจากแกนฟองน้ำเข้าสู่แอ่งเลือดฝอย แล้วเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตของร่างกายครับ"

อาจารย์กู้ชะงักฝีเท้าไปชั่วขณะ จนถึงกับเซเล็กน้อย

แนวคิดนี้...

อาจารย์กู้เคยได้ยินปรมาจารย์อีกท่านในวงการนำเสนอรายงานทำนองนี้ในการประชุมวิชาการครั้งหนึ่ง แต่เขาเองก็ยังไม่เคยลงมือทำจริงๆ

ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดคล้ายๆ กันนี้หลุดออกมาจากปากของแพทย์ฝึกหัด

"อย่าพูดซี้ซั้วนะ!" ศาสตราจารย์โจวดุ

"หมอจี๋น้อย เธอเล่ามาสิ" อาจารย์กู้หยุดเดิน แล้วยกมือขึ้นห้ามปรามคำพูดของโจวเทียนปัว ก่อนจะจ้องมองจี๋เสียงอย่างตั้งใจ

ศาสตราจารย์โจวอึ้งไป

สิ่งที่จี๋เสียงพูดมันก็เป็นแค่ทฤษฎี ซึ่งมีอยู่แค่ในตำราเท่านั้น ตัวเขาเองก็ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ ยังไม่เคยได้ยินเรื่องอะไรแบบนี้เลย

อาจารย์เป็นอะไรไปเนี่ย! ศาสตราจารย์โจวรู้สึกงุนงง

"ตอนเจาะต้องระวังหน่อยนะครับ โดยเฉพาะ..." จี๋เสียงถ่ายทอดประเด็นสำคัญที่เอ็นพีซีระบบสอนในห้องผ่าตัดระบบออกมาจนหมดเปลือก

"เรื่องนี้..." อาจารย์กู้รู้สึกลังเล

แต่กระบวนการทั้งหมดที่จี๋เสียงอธิบายมา มันสอดคล้องกับรายงานในที่ประชุมวิชาการของปรมาจารย์อีกท่านที่เขาจำได้แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ น่าจะพอลองดูได้

"เธอเคยทำเหรอ" อาจารย์กู้ถาม

พอถามจบ อาจารย์กู้ก็พูดไม่ออก

ตัวเขาเองคลุกคลีอยู่ในวงการศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะมาสี่สิบปียังไม่เคยทำ แล้วแพทย์ฝึกหัดตัวเล็กๆ จะไปเคยทำได้ยังไง!

เขาต้องเลอะเลือนไปแล้วแน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ!!

แต่ถ้าจี๋เสียงทำไม่ได้ ตัวเขาเองก็น่าจะพอลองทำดูได้

ลองดูเหรอ?

อาจารย์กู้เริ่มลังเล ตัวเขาเองก็อายุมากแล้ว แถมยังไม่เคยลงมือเจาะแกนฟองน้ำจริงๆ ซะด้วย ถ้าพลาดขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด ที่น่าเป็นห่วงคือคืนนี้เขาดื่มเหล้ามา อาจารย์กู้กลัวว่าตอนลงมือเจาะมืออาจจะลื่นได้

"อาจารย์กู้ครับ ผมขอลองดูได้ไหมครับ" จี๋เสียงพูดเสียงเบา

"หือ?"

"ผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายได้หน่อยเดียวก็เหลิงจนลืมตัวแล้วเหรอ" ศาสตราจารย์โจวหน้าบึ้งตึง "นายยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพด้วยซ้ำ ไสหัวไปไกลๆ เลยไป"

จี๋เสียงไม่ขยับ เขากรองคำด่าของศาสตราจารย์โจวทิ้งไปโดยอัตโนมัติ แล้วจ้องมองไปที่อาจารย์กู้แทน

อาจารย์กู้สบตากับจี๋เสียง

เป็นหมอต้องกล้าหาญหน่อย!

จู่ๆ คำพูดของหมออาวุโสท่านหนึ่งที่เคยพูดกับเขาตอนที่เขายังหนุ่มและต้องเจอคนไข้ถูกหมากัด ก็ดังก้องขึ้นมาในหัวของอาจารย์กู้

ไม่กี่วินาทีต่อมา อาจารย์กู้ก็พยักหน้า "ใจเย็นๆ แค่ใช้ฝีมือสักครึ่งนึงของตอนผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายก็พอ การเจาะมันง่ายนิดเดียว มีฉันคอยดูอยู่ ไม่เป็นไรหรอก ลองดูสิ!"

ศาสตราจารย์โจวถึงกับตกตะลึง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ

"ผู้อำนวยการเฉิน ผมจะพาเด็กไปลองดูหน่อย เผื่อจะเปิดเส้นเลือดดำได้" อาจารย์กู้หันไปบอกกับผู้อำนวยการเฉินของโรงพยาบาลเครือแห่งที่สอง

"อาจารย์กู้ ท่านจะทำยังไงเหรอครับ" ผู้อำนวยการเฉินที่หมดหวังไปตั้งนานแล้ว และกำลังเริ่มคิดหาทางปัดความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้นำคิดว่าตนพยายามอย่างเต็มที่แล้ว รีบถามกลับ

ส่วนอาจารย์กู้น่ะเหรอ เป็นแค่หมอศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ จะไปทำอะไรได้!

แต่ด้วยความเคารพผู้อาวุโส ผู้อำนวยการเฉินก็ยังเอ่ยปากถามไปตามมารยาท

"เจาะแกนฟองน้ำน่ะ" อาจารย์กู้บอกผู้อำนวยการเฉินสั้นๆ แล้วพาจี๋เสียงเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉิน

สภาพของคนไข้เหมือนกับหุ่นจำลองเปี๊ยบ ต่างกันแค่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ จากเอ็นพีซีระบบเปลี่ยนเป็นอาจารย์กู้

จี๋เสียงรวบรวมสมาธิ แล้วเริ่มเตรียมอุปกรณ์สำหรับการเจาะ

"อาจารย์กู้ อาจารย์กู้ครับ" ผู้อำนวยการเฉินวิ่งตามเข้ามา "ผมฟังไม่ผิดใช่ไหมครับ เจาะแกนฟองน้ำเหรอ? มันมีวิธีผ่าตัดแบบนี้ด้วยเหรอครับ?!"

"ด้านหลังแกนฟองน้ำคือแอ่งเลือดฝอย สามารถให้น้ำเกลือผ่านทางนั้นได้"

"!!!"

ทุกคนในห้องฉุกเฉินถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน

ในการกู้ชีพฉุกเฉิน นอกเหนือจากกรณีไตฉีกขาดหรือท่อไตฉีกขาดแล้ว แทบจะไม่มีใครเห็นเงาของหมอแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะเลย

แล้วการให้น้ำเกลือผ่านแกนฟองน้ำเนี่ยนะ หรือว่าจะเอาสายยางสอดเข้าไปตามท่อปัสสาวะแล้วกรอกน้ำเกลือเข้าไปเลย?!

นี่มันทำเป็นเล่นเกินไปแล้วมั้ง!

"อาจารย์กู้ครับ ท่านจะทำยังไงครับ" หัวหน้าแผนกเสวี๋ยจากแผนกวิสัญญีวิทยาที่หมวกคลุมผมเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ถามด้วยความร้อนรนและวิตกกังวล

"ลองดูน่ะสิ สู้เฮือกสุดท้ายแล้วกัน" อาจารย์กู้ตอบแบบคลุมเครือ

หัวหน้าแผนกเสวี๋ยรู้ตัวดีจึงถอยหลบไปด้านข้าง มองอาจารย์กู้ด้วยความไม่เข้าใจอย่างรุนแรง

ไม่นาน จี๋เสียงก็เตรียมของเสร็จ เขายืนประจำที่ในตำแหน่งศัลยแพทย์ผู้ทำหัตถการ ส่วนอาจารย์กู้ไปยืนในตำแหน่งผู้ช่วย

ศาสตราจารย์โจวเห็นฉากนี้แล้วก็รู้สึกอึดอัดใจ

ไอ้หนุ่มนี่มันกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว ถึงมันจะเป็นแค่หัตถการเล็กๆ ไม่ใช่การผ่าตัด แต่การที่มายืนยืดอกเป็นศัลยแพทย์ผู้ทำหัตถการอยู่ข้างๆ อาจารย์ของเขาแบบนี้มันหยามกันชัดๆ!

สิ่งนี้ทำให้ศาสตราจารย์โจวเกิดความไม่พอใจอย่างแน่นอน

"อาจารย์กู้ครับ" จี๋เสียงเบี่ยงตัวเล็กน้อย แล้วผายมือเชิญอย่างสุภาพ

"กำลังกู้ชีพอยู่นะ" อาจารย์กู้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เธอทำไปเลย ระวังตอนแทงเข็มทะลุเยื่อหุ้มขาวให้ดี พยายามสัมผัสถึงความรู้สึกทะลวงผ่านช่องว่างให้ได้"

จี๋เสียงรำพึงในใจ สมกับเป็นแพทย์อาวุโสและผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจริงๆ

ดูท่าทางก็รู้ว่าอาจารย์กู้ไม่เคยทำหัตถการทำนองนี้มาก่อน แต่พอลองอ้าปากพูด ก็สามารถจับประเด็นสำคัญของการทำหัตถการออกมาได้เป๊ะๆ

"อาจารย์กู้ งั้นผมเริ่มเลยนะครับ"

จี๋เสียงพูดจบ ก็เริ่มเตรียมผิวหนังบริเวณที่ทำการผ่าตัด

คนไข้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นแผลไฟไหม้ระดับสาหัสมาก แผลระดับสาม 35%, แผลระดับสอง 50% และเกิดภาวะช็อกจากการบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้

อาการแบบนี้อาจารย์กู้รู้ดีว่ารอดยาก นอกจากการติดเชื้อแล้ว สาเหตุหลักก็คือไม่สามารถเปิดเส้นเลือดดำได้

การให้น้ำเกลือผ่านแกนฟองน้ำ ในเชิงตรรกะแล้วไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่วิธีการนี้มันเถื่อนเกินไปแล้ว!

ท่านจ้องมองการกระทำของจี๋เสียงอย่างใจจดใจจ่อ หากมีจุดไหนที่ไม่พอใจ ท่านก็พร้อมจะสั่งหยุดทันที

แต่พอมองแค่แวบเดียว คิ้วของอาจารย์กู้ก็ขมวดเข้าหากันแน่น ดวงตาหรี่แคบลง

ผิวหนังอันน้อยนิดที่เหลืออยู่คือความหวังในการมีชีวิตรอดของคนไข้ การปลูกถ่ายผิวหนังในอนาคตก็ต้องพึ่งพาพื้นที่ตรงนี้แหละ

ระหว่างการเตรียมผิวหนัง หากมีความเสียหายเกิดขึ้นแม้เพียงนิดเดียว ก็ถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่

แต่จี๋เสียงกลับเตรียมผิวหนังด้วยท่วงท่าที่นุ่มนวล เขาไม่ได้จู้จี้เรื่องความสะอาดมากเกินไป ซึ่งนี่อาจจะดูเหมือนเป็นข้อเสีย แต่ในสายตาของอาจารย์กู้ จี๋เสียงทำได้พอดีเป๊ะ

หากเด็กคนนี้ลงมือหนักกว่านี้อีกนิด ก็อาจจะทำให้ผิวหนังบาดเจ็บได้ แต่ถ้าเบากว่านี้ การเตรียมผิวหนังก็จะไม่สะอาดพอ ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อตามมา

'พอเหมาะพอเจาะ' สี่คำนี้พูดน่ะมันง่าย แต่ถ้าจะทำให้ได้จริงๆ นั้นยากแสนยาก

อาจารย์กู้คิดว่าสิบปีก่อนตัวเองน่าจะทำได้ แต่ตอนนี้เหรอ หึๆ

จี๋เสียงเล็มเศษขนออกอย่างง่ายๆ ฆ่าเชื้อผิวหนังบริเวณรอบๆ อวัยวะเพศ ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือจับดึงรั้งไว้ เพื่อตรึงแกนฟองน้ำด้านหลัง แล้วเลือกบริเวณด้านขวาของแกนฟองน้ำ ซึ่งเป็นด้านข้างของอวัยวะเพศที่ไม่มีหลอดเลือดดำใต้ผิวหนัง

อาจารย์กู้อยากจะเข้าไปช่วย แต่ท่าทางของจี๋เสียงนั้นลื่นไหลรวดเดียวจบ ราวกับเคยฝึกฝนแบบนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทำเอาอาจารย์กู้ถึงกับหนังตากระตุก

นี่มันจะเทพเกินไปแล้วมั้ง!

ขั้นตอนต่อไปคือไฮไลท์ อาจารย์กู้ไม่มีเวลามานั่งตะลึง รีบรวบรวมสมาธิดูการกระทำของจี๋เสียงต่อ

จี๋เสียงไม่ได้มองด้วยซ้ำ เขาเอื้อมมือไปหยิบเข็มฉีดยาเบอร์ 6 ขึ้นมา

"นั่นใครน่ะ"

"เหมือนจะเป็นอาจารย์กู้จากแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะนะ"

"ไม่ใช่ ฉันหมายถึงเด็กหนุ่มที่กำลังทำหัตถการอยู่นั่นต่างหาก"

ด้านหลังเริ่มมีเสียงซุบซิบดังขึ้น

แม้สถานที่กู้ชีพจะวุ่นวาย แต่คนไข้ที่อาการสาหัสที่สุดรายนี้ก็ยังได้รับความสนใจจากทุกคน

ขนาดหัวหน้าแผนกวิสัญญีวิทยายังยอมแพ้ แล้วใครหน้าไหนจะกล้าเข้าไปทำอีกล่ะ!

แต่พอเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินไปยืนประจำที่หน้าบริเวณผ่าตัดแล้วเริ่มลงมือ สายตาทุกคู่ก็ถูกดึงดูดไปที่เขาทันที

ทุกคนประหลาดใจ จนอดไม่ได้ที่จะกระซิบกระซาบกัน

"เขาจะทำอะไรน่ะ เส้นเลือดดำตรงนั้นมันเล็กนิดเดียว ต้องลองใช้เข็มหนังศีรษะเจาะดู เข็มเบอร์ 6 น่ะเจาะไม่เข้าหรอก"

"ไม่รู้สิ เมื่อกี้ฉันได้ยินหัวหน้าแผนกบอกว่าจะไปตามแผนกรังสีร่วมรักษามาดูว่าพอจะใช้เทคนิครังสีร่วมรักษาได้ไหม"

"แผนกรังสีร่วมรักษาจะไหวเหรอ การใส่พอร์ตแทงเส้นเลือดเขาก็ไม่ได้ทำกันแบบนี้นะ"

"ท่านผู้นำเพิ่งพูดไปไม่ใช่เหรอว่ายังไงก็ต้องรอด"

"ไปฟังพวกนั้นพูด! เหอะ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็ให้ท่านไปยืนหน้าประตูศาลาวัดสิ ทุกคนจะได้ฟื้นคืนชีพกันให้หมดเลย"

"พูดเบาๆ หน่อยสิ ผู้อำนวยการเฉินคงโดนด่าเปิงแน่ๆ เธออย่าไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนเลย"

จี๋เสียงจดจ่ออยู่กับการกระทำของตัวเอง ไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบของคนรอบข้างเลย เขากำเข็มฉีดยาเบอร์ 6 ไว้ในมือ วางเข็มทำมุม 45 องศาที่ด้านข้าง

อาจจะได้ผลจริงๆ ก็ได้ อาจารย์กู้คำนวณในใจ เขาไม่พบข้อบกพร่องใดๆ ในการกระทำของจี๋เสียง จึงยืนนิ่งเงียบต่อไป

ถ้าจะบอกว่ามีตรงไหนที่ดูไม่ชอบมาพากล ก็ตรงที่เด็กหนุ่มคนนี้ลงมือราวกับเคยทำหัตถการแบบนี้มาแล้วนับร้อยๆ เคส ความเชี่ยวชาญของเขามันดูผิดปกติจริงๆ

"เขาทำอะไรน่ะ คงไม่ได้กะจะแทงเข็มเข้าไปทีเดียว แล้วก็น้ำเกลือไหลปรื๊ดเลยหรอกนะ"

"นั่นสิ ไอ้นั่นมันจะได้ผลเหรอ มันไม่ใช่เส้นเลือดซะหน่อย"

"ทำไมไม่มีหัวหน้าแผนกคนไหนพูดอะไรเลยล่ะ"

เมื่อเห็นจี๋เสียงจับเข็มฉีดยาเบอร์ 6 เตรียมจะแทงลงไป ทุกคนถึงกับตะลึงงัน

ระบบการแพทย์ในปัจจุบันมีการแบ่งแยกย่อยอย่างละเอียด เรียกได้ว่าอยู่คนละแผนกก็เหมือนอยู่คนละโลก

ไม่ใช่เส้นเลือดแท้ๆ แค่แทงเข็มเข้าไปทีเดียวก็จะให้น้ำเกลือได้เลยเหรอ?

ไม่มีใครเชื่อ

"ผู้อำนวยการเฉิน ผมไม่ใช่คนสายการแพทย์ แต่ผมก็รู้ว่าการให้น้ำเกลือมันต้องเจาะเข้าเส้นเลือด" ผู้นำจากเทศบาลเมืองทำหน้าขรึม "นี่มันเล่นตลกอะไรกัน! ไอ้นั่นมันเอาไว้ฉี่ เป็นทางออก ไม่ใช่ทางเข้า แกเห็นว่าฉันโง่หรือไง!"

ผู้อำนวยการเฉินเองก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

"ผมขอไปดูหน่อยนะครับ ท่านผู้นำ"

ผู้อำนวยการเฉินแหวกฝูงชนเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังจี๋เสียง ความโกรธเกรี้ยวปะทุขึ้นในใจอย่างรุนแรง

ตอนแรกผู้อำนวยการเฉินคิดว่าอาจารย์กู้กับหมอหนุ่มคนนี้จะพยายามหาเส้นเลือดแดงหรือเส้นเลือดดำเล็กๆ เจาะ

ต่อให้มันจะเล็กแค่ไหน ขอแค่น้ำเกลือเข้าไปได้ ตัวเขาเองก็จะหาข้ออ้างไปอธิบายได้

แต่!

แต่!!

แต่!!!

เข็มเบอร์ 6 ในมือของจี๋เสียงกลับหลบหลีกเส้นเลือดทั้งหมดได้อย่างไร้ที่ติ แล้วแทงลงไปตรงๆ

นี่แม่งเรียกว่ากู้ชีพเหรอ?

หรือว่าเขาคิดจะต่อท่อแล้วฉีดน้ำเกลือสวนเข้าไปจริงๆ?

ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ไม่รู้จักความรู้ทางการแพทย์พื้นฐานเลยสักนิด!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 47 - การเจาะแกนฟองน้ำ (ตอนกลาง)

คัดลอกลิงก์แล้ว