- หน้าแรก
- อัปเวลทะลุพิกัดด้วยสุดยอดระบบกลืนกิน
- บทที่ 36 - เปิดฉากสังหาร!
บทที่ 36 - เปิดฉากสังหาร!
บทที่ 36 - เปิดฉากสังหาร!
บทที่ 36 - เปิดฉากสังหาร!
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไปทีละหยด ทว่ากลับไร้วี่แววของทหารหน่วยรักษาเมืองที่ควรจะมาถึง ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆ ก็ยังคงเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา
"แปลกจริง ตอนนี้ยอดฝีมือของทั้งสองตระกูลก็เหลือแค่พวกที่ยังไม่บรรลุถึงวิถีการต่อสู้ขั้นที่ห้าด้วยซ้ำ แล้วทำไมกองทหารของข้าถึงยังไม่มาสักที?" อู๋เทียน เจ้าเมืองเหลียนอวิ๋นเริ่มรู้สึกงุนงง
เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ สีหน้าของอู๋เทียนก็เริ่มย่ำแย่ลง ดูเหมือนว่ากองทหารที่เขาส่งไปจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเสียแล้ว
"หรือว่าตระกูลหลินกับตระกูลเย่จะยังมียอดฝีมือซ่อนอยู่อีก? ตาเฒ่าหลินกำลังเก็บตัวทะลวงระดับอยู่นี่นา หรือว่าจะเป็นเขากัน?" อู๋เทียนพึมพำกับตัวเองในใจ
"ฮ่าๆๆ ท่านเจ้าเมืองอู๋ ท่านนี่ตีบทแตกกระจุยเลยนะ"
กลุ่มคนเริ่มหัวเราะเยาะขึ้นมา ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เส้นประสาทของพวกเขาตึงเครียดถึงขีดสุด เพราะกลัวว่าจะเห็นทหารหน่วยรักษาเมืองจับตัวครอบครัวของพวกเขามาข่มขู่จริงๆ
ทว่าเมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว เรื่องราวกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
แต่แล้วในตอนนั้นเอง ก็มีคนฉุกคิดขึ้นมาได้และตะโกนลั่น "แย่แล้ว อู๋เทียนมันกำลังถ่วงเวลา!"
ทุกคนชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
หากสิ่งที่อู๋เทียนพูดเมื่อครู่เป็นความจริง แต่กองทหารของเขาไม่ได้ไปที่ตระกูลทั้งสองล่ะ? หากทั้งหมดนี้เป็นเพียงกลลวงเพื่อถ่วงเวลา และในช่วงเวลาที่ผ่านมา กองทหารของเขาได้บุกไปถึงตระกูลทั้งสองแล้วจริงๆ ล่ะ?
"ฆ่ามัน ฆ่าอู๋เทียนซะ!"
"บัดซบเอ๊ย ดันหลงกลให้มันถ่วงเวลาจนได้ เร็วเข้า ฆ่ามัน!"
"ลุยเลย!"
ชั่วพริบตาเดียว เพลิงโทสะของตระกูลเย่และตระกูลหลินก็ลุกโชน พวกเขาต้องการกำจัดคนของตระกูลอู๋ให้สิ้นซากก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้
เย่จางและหลินหมิงสบตากัน ก่อนจะแผดเสียงคำรามลั่น
ทันใดนั้น กองกำลังทั้งหมดก็พุ่งพรวดออกจากบริเวณตระกูลเฉิน ทะยานเข้าหงเขี้ยวใส่ฝ่ายตระกูลอู๋ทันที
"อู๋เลี่ยง เอาชีวิตมาทิ้งซะ!"
ยอดฝีมือระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนกลางอีกคนหนึ่งของตระกูลหลินคำรามลั่น นำผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนต้นอีกสองคน พุ่งตรงเข้าไปหาอู๋เลี่ยง
"ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตายนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ส่งพวกเจ้าไปลงนรกให้หมด!" อู๋เลี่ยงพุ่งทะยานเข้าปะทะทันที เขาคือผู้ฝึกยุทธ์วิถีการต่อสู้ขั้นที่แปด ต่อให้ต้องรับมือกับยอดฝีมือระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนปลายก็ยังชนะได้อย่างง่ายดาย นับประสาอะไรกับเศษสวะพวกนี้?
การปะทะกันของคนกว่าสองร้อยชีวิตทำให้สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายสุดขีด ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันวิ่งหนีตายจ้าละหวั่น กลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย
ศึกครั้งนี้ ถือเป็นการปะทะกันครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมืองเหลียนอวิ๋นเลยก็ว่าได้
หลังจากที่เย่จางออกคำสั่ง เย่เซวียนก็ชักธนูเหล็กนิลออกมา ง้างสายยิงทันที ทว่าเขาไม่ได้ยิงสะเปะสะปะ ใครก็ตามที่กล้าลงมือกับตัวประกันทั้งสิบห้าคน เขาจะสอยมันให้ร่วง
เพียงไม่กี่วินาที เขาก็สังหารศัตรูไปได้ถึงเจ็ดคน
"เร็วเข้า ฆ่าตัวประกันซะ อย่าให้พวกมันช่วยไปได้!"
คนในฝ่ายตระกูลอู๋ตะโกนสั่งการ
"ใครกล้าขยับตัว มันต้องตาย!"
เย่เซวียนที่อยู่ห่างออกไป แววตาทอประกายเย็นเยียบ เขาปล่อยศรทะลวงอากาศ สังหารยอดฝีมือระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่หกที่ตะโกนสั่งการเมื่อครู่จนสิ้นใจในพริบตา
ก่อนหน้านี้ หลังจากที่เย่เซวียนกลืนกินสมบัติล้ำค่าไปมากมาย เขาก็ทะลวงเข้าสู่วิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ด และยังมีแต้มกลืนกินเหลืออยู่อีกยี่สิบกว่าแต้ม
เขาใช้ 10 แต้มเพื่ออัปเกรดวิชาศรดาราคลั่งระดับหกให้ก้าวเข้าสู่ขั้นที่สอง บัดนี้เขาสามารถยิงลูกศรพลังปราณออกไปได้ถึงหกดอกพร้อมกัน ศรดาราคลั่งเป็นวิชายุทธ์ที่ค่อนข้างแปลกประหลาด ขั้นแรกของมันคือวิชายุทธ์ระดับหก ทว่าเมื่อบรรลุถึงขั้นที่สอง มันจะกลายเป็นวิชายุทธ์ระดับเจ็ด
"ฟิ้ว!"
สายธนูเหล็กนิลสั่นสะเทือน ลูกศรพลังปราณหนึ่งดอกแตกตัวออกเป็นห้าดอกกลางอากาศ พุ่งทะลวงสังหารผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลอู๋ไปอีกหลายคน
ความเร็วในการสังหารศัตรูของเย่เซวียนนั้นเป็นอันดับหนึ่งในที่แห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ไม่มีใครสามารถหลบเลี่ยงลูกศรปลิดชีพของเขาได้เลย
"แย่แล้ว ฝ่ายมันมีนักธนูฝีมือดีอยู่ด้วย รีบไปจัดการมันซะ!"
ฝ่ายตระกูลอู๋ตะโกนสั่งการอีกครั้ง
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนก็พุ่งตรงเข้าไปหาเย่เซวียน ทว่ายังไม่ทันได้เข้าใกล้ พวกเขาก็ถูกเย่เซวียนยิงร่วงไปเสียก่อน
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งนาที เย่เซวียนก็ปลิดชีพผู้ฝึกยุทธ์ไปแล้วนับสิบคน
กองกำลังของตระกูลอู๋นั้นยิ่งใหญ่มาก นอกจากยอดฝีมือของตระกูลนับร้อยคนแล้ว ยังมีทหารหน่วยรักษาเมืองอีกกว่าสองร้อยนาย ทว่าทหารเหล่านี้ส่วนใหญ่มีระดับพลังต่ำกว่าวิถีการต่อสู้ขั้นที่ห้า นับเป็นเพียงเบี้ยรับบาป ต่อให้ตายเรียบ อู๋เทียนก็คงไม่รู้สึกรู้สาอะไร
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป จำนวนคนที่มากกว่าของฝ่ายตระกูลอู๋ก็เริ่มไม่เป็นผล
"เย่เซวียน ทำได้ดีมาก ช่วยคุ้มกันพวกเราไปช่วยตัวประกันที!" จู่ๆ ผู้อาวุโสสามก็ตะโกนขึ้นมา ก่อนจะนำยอดฝีมือหลายคนพุ่งทะยานเข้าไป
แม้วิชายิงธนูของเย่เซวียนจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่การที่ยอดฝีมือตระกูลอู๋จะลงมือสังหารตัวประกันที่ถูกมัดอยู่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก บัดนี้ นอกจากผู้อาวุโสใหญ่ ผู้อาวุโสสอง และคนอื่นๆ แล้ว ก็มีตัวประกันอีกเจ็ดคนที่ถูกปราณกระบี่สังหารไปแล้ว
"คิดจะช่วยพวกมันเรอะ ข้ามศพข้าไปก่อนเถอะ!" อู๋เทียน เจ้าเมืองเหลียนอวิ๋น แผดเสียงคำราม กระโดดเข้ามาขวางหน้าพวกเขาไว้ ก่อนจะตวัดกระบี่ในมือ ฟันทำลายศรดาราคลั่งของเย่เซวียนจนแตกกระจาย
"มีฝีมือดีนี่ แต่ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะรับมือข้าได้สักแค่ไหน!" ดวงตาของเย่เซวียนหรี่แคบลง เขาล้วงยาออกมากลืนลงคอทันที ชั่วพริบตา พลังปราณในร่างก็พุ่งพรวดขึ้นไปอีกระดับ
โอสถระเบิดปราณ!
เดิมทีเย่เซวียนมีพลังระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนต้น จึงถูกอู๋เทียนกดข่มไว้ แต่ตอนนี้เขามีระดับพลังเท่าเทียมกับอู๋เทียนแล้ว อู๋เทียนย่อมไม่มีทางทำลายลูกศรพลังปราณของเขาได้ง่ายๆ อีกต่อไป
ศรดาราคลั่ง!
เย่เซวียนง้างธนูยิงออกไปอีกครั้ง ลูกศรพลังปราณหนึ่งดอกแตกตัวออกเป็นหกดอก พุ่งทะยานเข้าใส่กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลังอู๋เทียน
"เป็นไปได้ยังไง?"
อู๋เทียนตกตะลึง เขายื่นมือออกไปปัดป้องลูกศรได้เพียงสามดอก ปล่อยให้อีกสามดอกหลุดรอดไปได้ เขาสัมผัสได้ว่าลูกศรเหล่านี้มีความเร็วและอานุภาพที่รุนแรงกว่าเมื่อครู่มากนัก
ในจังหวะนั้นเอง ผู้อาวุโสสามและคนอื่นๆ ก็พุ่งเข้ามาถึงตัวอู๋เทียน และเปิดฉากโจมตีทันที
"ให้มันเป็นหน้าที่ของข้า พวกท่านไปช่วยคนเถอะ!"
เสียงคำรามอย่างโอหังดังมาจากเบื้องหลัง ซึ่งก็คือเสียงของเย่เซวียนนั่นเอง
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสสามและคนอื่นๆ ก็เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง แล้วพุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมของทหารหน่วยรักษาเมืองราวกับมีดอันแหลมคม
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน บังอาจฆ่าคนของตระกูลอู๋ไปมากมายขนาดนี้ เอาชีวิตมาทิ้งซะ!" อู๋เทียนเดือดดาลจนถึงขีดสุด ไม่สนใจใครหน้าไหนอีก พุ่งตรงดิ่งเข้าหาเย่เซวียนทันที
บัดนี้ เย่เซวียนบรรลุถึงวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนกลางแล้ว ทั้งยังมีวิชายุทธ์ระดับหกติดตัวอยู่หลายกระบวนท่า เขาจึงไม่หวั่นเกรงอู๋เทียนแม้แต่น้อย และพร้อมที่จะพุ่งเข้าปะทะเช่นกัน
"ฝ่ามือเบิกภูผา!"
"กระบี่อสนีบาตสะท้าน!"
ตูม!
พลังสองสายปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายออกไป ครอบคลุมพื้นที่บริเวณนั้นจนมิด
ทว่าสิ่งที่อู๋เทียนคาดไม่ถึงก็คือ เย่เซวียนกลับใช้ความเร็วอันเหนือชั้น พุ่งเข้ามาประชิดตัวเขา แล้วตวัดกระบี่ฟาดฟันอีกครั้ง!
กระบี่อสนีบาตสะท้าน!
"เปรี้ยง!"
ร่างของอู๋เทียนกระเด็นลอยละลิ่ว เขาเพิ่งรู้ตัวว่าความเร็วของเขานั้นด้อยกว่าเย่เซวียนมาก โชคดีที่วิชายุทธ์ที่เขาใช้ก็มีอานุภาพรุนแรงไม่แพ้กัน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงแค่กระเด็นถอยหลังไปเท่านั้น
"เป็นไปได้ยังไง ท่านเจ้าเมืองถูกไอ้เด็กนั่นซัดกระเด็นเนี่ยนะ?"
"ไอ้เด็กนั่นมันเป็นใครกัน?"
"นี่เจ้าไม่รู้หรือไง นั่นคือเย่เซวียน คนที่จับเฉินซงแก้ผ้าประจานกลางถนนไงล่ะ"
"น่ากลัวเกินไปแล้ว แม้แต่ท่านเจ้าเมืองก็ยังไม่ใช่คู่ต่อกรของมันงั้นหรือ?"
"เป็นไปไม่ได้ ท่านเจ้าเมืองคงจะประมาทไปหน่อยเท่านั้นแหละ"
สีหน้าของอู๋เทียนเคร่งเครียดลง ขณะที่เขากำลังจะตั้งหลักยืนให้มั่น จู่ๆ ก็มีเงาร่างสายหนึ่งพุ่งออกมาจากฝูงชน ซัดฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างจัง ก่อนจะรวบตัวเขาเอาไว้ในพริบตา
"ถ้าไม่อยากให้อู๋เทียนตาย ก็หยุดมือซะ!"
(จบแล้ว)