- หน้าแรก
- อัปเวลทะลุพิกัดด้วยสุดยอดระบบกลืนกิน
- บทที่ 8 - เย่เซวียนคนไร้ค่า?
บทที่ 8 - เย่เซวียนคนไร้ค่า?
บทที่ 8 - เย่เซวียนคนไร้ค่า?
บทที่ 8 - เย่เซวียนคนไร้ค่า?
สำหรับเย่เซวียนแล้ว การรังแกหลิ่วเอ๋อร์ก็เหมือนการรังแกเขา เขาสาบานว่าจะต้องแก้แค้นให้ได้ และต้องเอาคืนเป็นสองเท่าด้วย
ขณะนั้น เขาจึงเดินออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังหอจุ้ยเซียนทันที
เขาเคยได้ยินมาว่าเฉินซงชอบไปกินข้าวที่หอจุ้ยเซียน หากไม่มีอะไรผิดพลาด ก็น่าจะหาตัวเจอได้ที่นั่น
ไม่นาน เย่เซวียนก็มาถึงโรงเตี๊ยมที่ชื่อหอจุ้ยเซียน ยังไม่ทันก้าวเข้าไป ก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนดังมาจากชั้นสอง
เย่เซวียนเคยพบเฉินซงมาก่อน จึงจำเสียงของเขาได้ เสียงหัวเราะดังกังวานนี้ เป็นของเฉินซงไม่ผิดแน่
ทว่า เสียงของคนที่กำลังสนทนาอยู่กับเฉินซง เย่เซวียนกลับรู้สึกคุ้นหูเป็นอย่างมาก คนผู้นี้กลับกลายเป็นเย่ข่าย ลูกชายของเย่จาง และเป็นลูกพี่ลูกน้องของเย่เซวียน!
เย่ข่ายผู้นี้อายุเท่ากับเฉินซง แต่มีระดับพลังเพียงวิถีการต่อสู้ขั้นที่สี่ตอนต้นเท่านั้น
"เย่ข่ายไปสนิทสนมกับเฉินซงตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?" เย่เซวียนแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นบน
ชั้นสองของหอจุ้ยเซียนเป็นห้องส่วนตัวทั้งหมด เขาเดินตามเสียงนั้นไป แต่ยังไม่ทันจะเข้าประตู ก็ได้ยินเสียงของเฉินซงดังออกมาจากข้างใน
"ฮ่าๆๆ นึกไม่ถึงเลยจริงๆ นึกไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่จุดตันเถียนของไอ้ขยะเย่เซวียนถูกทำลาย ตระกูลหลินจะรีบถอนหมั้นทันที ไอ้แก่หลินหมิงนั่น วันก่อนที่พ่อข้าไปสู่ขอ มันกลับเมินเฉยไม่ไยดี"
"ข้าเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน ใครใช้ให้ไอ้ซวยเย่เซวียนสูญเสียพลังยุทธ์เล่า แต่หลินเสวี่ยเอ๋อร์ผู้นั้นลึกลับนัก ได้ยินว่างดงามมาก หากได้แต่งงานกับนาง คงจะสุขสันต์ไม่น้อย"
"นี่ พี่เย่ ระวังปากหน่อยนะ นางถูกยอดฝีมือจากสำนักลึกลับและแข็งแกร่งรับเป็นศิษย์ไปแล้ว อนาคตเจริญรุ่งเรืองอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เชียวนะ"
"จะกลัวอะไร ข้าได้ยินมาว่าหลินเสวี่ยเอ๋อร์ออกจากเมืองเหลียนอวิ๋นไปแล้ว จะกลัวว่าคำพูดนี้จะไปเข้าหูนางอีกหรือไง?"
"ระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า พวกเรามาคุยเรื่องไอ้ขยะเย่เซวียนกันต่อดีกว่า พี่เย่คงยังไม่รู้ เมื่อกี้ก่อนที่ท่านจะมา สาวใช้ของข้าบังเอิญไปเจอสาวใช้ของมันเข้า ก็เลยสั่งสอนไปยกใหญ่ หากไม่ใช่เพราะหน่วยลาดตระเวนเมืองมาขัดจังหวะ นังเด็กนั่นคงถูกจับแก้ผ้าไปแล้ว พูดก็พูดเถอะ ไอ้ขยะเย่เซวียนนั่นโชคดีจริงๆ ที่มีสาวใช้หน้าตาสะสวยปานนั้น แถมยังไม่รู้จักถนอมอีก ถ้าเป็นข้านะ คงเจาะไข่แดงไปนานแล้ว..."
คำพูดของเฉินซงในห้องยังไม่ทันจบ เย่เซวียนที่อยู่หน้าประตูก็ทนฟังไม่ได้อีกต่อไป ยกเท้าถีบประตูห้องเต็มแรง
"โครม!"
ประตูห้องบอบบางไม่อาจทนรับแรงถีบจากผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่ห้าอย่างเขาได้ พังครืนลงมาล้มทับโต๊ะอาหารทันที
"บังอาจ เป็นใครกัน?"
เฉินซงในห้องกระโดดลุกจากเก้าอี้ แต่ยังไม่ทันตั้งตัว ก็เห็นใครคนหนึ่งพุ่งเข้ามา บีบคอเขาด้วยมือข้างเดียว แล้วยกตัวเขาลอยขึ้นจากพื้น
ใครกันที่กล้าดีถึงขนาดมาบีบคอนายน้อยตระกูลเฉิน?
เย่ข่ายตกตะลึง เมื่อเขาเดินเลี่ยงไปด้านข้าง แล้วเห็นเสี้ยวหน้าของผู้มาเยือน ปากก็อ้าค้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งฟอง
คนที่พุ่งเข้ามาในห้อง จะเป็นใครไปได้อีกนอกจากไอ้ขยะเย่เซวียนที่พวกเขากำลังนินทากันเมื่อครู่?
"แก สมควรตาย!"
ดวงตาของเย่เซวียนลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ ตบหน้าอีกฝ่ายฉาดใหญ่
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังกังวาน เฉินซงกุมแก้มด้วยความตกตะลึง เขายังไม่ทันตั้งสติเลยว่าคนที่บีบคอเขาอยู่คือใคร
"เย่เซวียน เจ้าทำอะไร ปล่อยพี่เฉินเดี๋ยวนี้" เย่ข่ายรีบร้องห้าม
อะไรนะ?
เมื่อเฉินซงได้ยินประโยคนี้ ก็ถึงกับสมองตื้อไปทันที
คนที่บีบคอแล้วยกเขาจนลอยขึ้นมา กลับกลายเป็นเย่เซวียน คนที่เขาเพิ่งจะด่าว่าเป็นขยะ คนที่ทนรับความกระทบกระเทือนใจไม่ได้จนต้องฆ่าตัวตายนั่นน่ะรึ
นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?
"อั้ก... เย่... เย่เซวียน... เจ้า..." เฉินซงถูกบีบคอจนต้องเค้นเสียงพูดอย่างยากลำบาก
"แกอยากตายไหม?" เย่เซวียนบีบคอแน่นขึ้น เอ่ยถาม
ชั่วพริบตา เขาก็แผ่รังสีอำมหิตเย็นเยียบออกมา ใบหน้าปราศจากสีเลือดและอารมณ์ใดๆ ราวกับก้อนน้ำแข็ง
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ๆ เฉินซงก็เผลอส่ายหน้าออกมาโดยไม่รู้ตัว
ทั้งๆ ที่ระดับพลังของเขาสูงกว่าเย่เซวียนถึงหนึ่งขั้น ทว่าพอได้เผชิญหน้ากับเย่เซวียนตัวเป็นๆ เขากลับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ
"ไม่อยากตาย ก็ได้ แต่แกต้องชดใช้" เย่เซวียนกล่าวเสียงเย็น
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เย่ข่ายก็ตวาดลั่น "เย่เซวียน หยุดนะ!"
เขาตะโกนพลางก้าวเข้ามา หวังจะจับตัวเย่เซวียนไว้
"ไสหัวไป!"
เย่เซวียนเหลือบมองแวบหนึ่ง แล้วเตะสวนกลับไป ส่งให้เย่ข่ายผู้มีระดับพลังวิถีการต่อสู้ขั้นที่สี่ตอนต้นปลิวไปกระแทกมุมห้องอย่างแรง
เย่ข่ายงงงวยไปหมด ระดับพลังของเขาเท่ากับเย่เซวียนแท้ๆ แล้วทำไมถึงถูกอีกฝ่ายเตะปลิวได้ล่ะ?
ตอนนั้นเอง เฉินซงก็ตั้งสติได้ ระดับพลังของเขาสูงกว่าเย่เซวียนตั้งหนึ่งขั้น จะไปกลัวมันทำไม
เขาจึงใช้มือข้างที่ว่างชกเข้าที่หน้าอกของเย่เซวียน ทว่ามือที่บีบคอเขาอยู่กลับออกแรงบีบแน่นขึ้น บดขยี้เรี่ยวแรงของเขาจนหมดสิ้น
"อึก..."
เฉินซงรู้สึกหายใจไม่ออก แรงหมัดที่กระแทกหน้าอกเย่เซวียนจึงเบาลงไปถนัดตา
"เจ้าต้องการอะไรกันแน่? เจ้าคิดจะฆ่าคนในเมืองหรือไง?" เย่ข่ายฝืนทนความเจ็บปวดร้องถาม
เฉินซงเป็นถึงหลานชายของผู้นำตระกูลเฉิน หากเขาเป็นอะไรไป ตระกูลเย่กับตระกูลเฉินคงได้เปิดศึกนองเลือดกันแน่
"มันยังไม่คู่ควร!" เย่เซวียนกล่าว จู่ๆ มือซ้ายที่เพิ่งหายดีก็ล้วงกริชออกมาจากอกเสื้อ แล้วแทงลงไป
"แควก!"
เสียงผ้าขาดดังชัดเจน เสื้อผ้าของเฉินซงถูกกรีดขาดวิ่น ตามด้วยลูกเตะของเย่เซวียนที่ส่งให้เฉินซงปลิวไปกระแทกมุมห้องอีกฝั่ง
จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าไป ตวัดกริชไม่กี่ครั้ง ก็กรีดเสื้อผ้าของเฉินซงจนขาดวิ่น เผยให้เห็นร่างกายท่อนบน
ตอนนี้ เฉินซงเข้าใจแล้วว่าเย่เซวียนคิดจะทำอะไร
เมื่อกี้ สาวใช้ของเขาเกือบจะจับหลิ่วเอ๋อร์แก้ผ้า และตอนนี้ เย่เซวียนก็จะจับเขาแก้ผ้าเหมือนกัน
"แกหาที่ตาย!"
เฉินซงสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ รีบลุกขึ้นจากพื้น ตวาดลั่น พร้อมกับชกหมัดใส่เย่เซวียน
"หมัดทะลวงหลัง กระทิงคลั่งพุ่งชน!"
เมื่อเผชิญหน้ากับหมัดนี้ เย่เซวียนไม่หลบไม่เลี่ยง ใช้มือซ้ายที่ว่างรับหมัดนั้นไว้โดยตรง ตอนนี้เขาฟื้นฟูพลังกลับมาแล้ว แถมยังไปถึงระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่ห้า สามารถรวบรวมพลังปราณจำนวนมากได้ในพริบตา ต่อให้วิชาหมัดทะลวงหลังนี้จะเป็นเพียงวิชายุทธ์ระดับสอง ก็เกินพอแล้ว
"กร๊อบ!"
เสียงกระดูกหักดังลั่น แขนของเฉินซงถูกหักจนผิดรูป
"อ๊าก..." เฉินซงถอยหลังไปกระแทกกำแพง ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
"แควก!"
เย่เซวียนตวัดกริช กรีดกางเกงของเฉินซงจนขาด แล้วกระชากอย่างแรง กางเกงทั้งตัวก็ขาดวิ่น ตอนนี้ เฉินซงเหลือเพียงผ้าเตี่ยวผืนเดียวเท่านั้น
"กะ... แกอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ แกอยากเป็นศัตรูกับตระกูลเฉินงั้นรึ?" ตอนนี้เฉินซงไม่มีเวลามาคิดแล้วว่าทำไมเย่เซวียนถึงเก่งกาจขนาดนี้ ได้แต่ข่มขู่กลับไป
"เป็นศัตรูงั้นรึ แล้วไงล่ะ?" เย่เซวียนหรี่ตาลง เตะเข้าที่หน้าอกของเฉินซงอย่างแรง แรงเตะมหาศาลทำเอาอีกฝ่ายแทบขาดใจ
จากนั้น เย่เซวียนก็ตวัดกริชอีกครั้ง ตัดผ้าเตี่ยวผืนสุดท้ายของเฉินซงทิ้งไป
(จบแล้ว)