- หน้าแรก
- อัปเวลทะลุพิกัดด้วยสุดยอดระบบกลืนกิน
- บทที่ 9 - อับอายขายหน้า
บทที่ 9 - อับอายขายหน้า
บทที่ 9 - อับอายขายหน้า
บทที่ 9 - อับอายขายหน้า
"สาวใช้ของแกคิดจะจับหลิ่วเอ๋อร์แก้ผ้า วันนี้ ข้าก็จะจับแกแก้ผ้า แล้วโยนทิ้งกลางถนน!"
สิ้นเสียงเย่เซวียน เขาก็คว้าขาของเฉินซง ลากเฉินซงไปที่หน้าต่างต่อหน้าต่อตาเย่ข่าย
"เย่เซวียน เจ้าอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ เจ้าอยากให้ตระกูลเย่กับตระกูลเฉินเปิดศึกกันหรือไง?" เย่ข่ายร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
หากเย่เซวียนโยนเฉินซงที่เปลือยเปล่าลงไปกลางถนน ตระกูลเย่กับตระกูลเฉินคงเกิดเรื่องบาดหมางกันแน่ ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้มันส่งผลต่อชื่อเสียงของตระกูล
หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ ต่อไปเฉินซงจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในเมืองเหลียนอวิ๋น?
เย่เซวียนหิ้วคอเฉินซงที่อ่อนระทวยลุกไม่ขึ้นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อครู่เฉินซงเพิ่งถูกเย่เซวียนซ้อมจนสะบักสะบอม สติสัมปชัญญะเลือนราง ไม่มีแรงแม้แต่จะขัดขืน ตอนนี้เขาทำได้เพียงข่มขู่ด้วยลมปาก "แกอย่าทำอะไรโง่ๆ นะ ถ้าแกกล้าโยนข้าลงไป พ่อข้าต้องฆ่าแกแน่ ต้องฆ่าแกแน่!"
เฉินซงมีฐานะในตระกูลเฉินไม่ธรรมดา พ่อของเขาเป็นน้องชายแท้ๆ ของผู้นำตระกูลเฉิน มีระดับพลังวิถีการต่อสู้ขั้นที่หก ถือว่าเป็นยอดฝีมือผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในเมืองเหลียนอวิ๋น
ทว่า เย่เซวียนก็ยังไม่กลัว!
ตอนนี้ เขาจับท่อนบนของเฉินซงยื่นออกไปนอกหน้าต่างแล้ว เพียงแค่ปล่อยมือ เฉินซงก็จะร่วงลงไป ร่างของเฉินซงสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่สนใจที่จะปิดบังความอับอายอีกต่อไป ใช้มือข้างเดียวเกาะแขนเย่เซวียนไว้แน่น
บนถนน ผู้คนพลุกพล่าน มีคนสังเกตเห็นความวุ่นวายที่ชั้นสองของหอจุ้ยเซียน จึงเริ่มจับกลุ่มมุงดู
"ดูสิๆ มีคนถูกห้อยต่องแต่งเปลือยเปล่าอยู่ตรงนั้น"
"ชายหนุ่มสองคน หืม ทำไมข้าคุ้นหน้าชายหนุ่มเปลือยเปล่าคนนั้นจังเลย?"
"นั่นเฉินซงแห่งตระกูลเฉินไม่ใช่รึ เขามากินข้าวที่หอจุ้ยเซียนบ่อยๆ"
"อะไรนะ เฉินซง? ใครกันช่างกล้าหาญชาญชัย จับเขาแก้ผ้าแล้วห้อยไว้หน้าต่างแบบนั้น?"
บนถนนเริ่มมีเสียงจอแจ ผู้คนที่หยุดมุงดูมีไม่ต่ำกว่าร้อยคน ตอนนี้ ไม่ว่าเฉินซงจะตกลงมาหรือไม่ เขาก็ดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองแล้ว
"แกอย่าปล่อยมือนะ อย่าปล่อยมือนะ ตอนนี้ดึงข้ากลับไปก็ยังทัน" เฉินซงเหลือบมองลงไปข้างล่างแวบหนึ่ง เขาไม่กลัวตกลงไปหรอก ยังไงเสียเขาก็เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์วิถีการต่อสู้ขั้นที่สี่ ตกลงมาจากความสูงสี่ห้าเมตรอย่างมากก็แค่บาดเจ็บเล็กน้อย
สิ่งที่เขากลัว คือความอับอายขายหน้า
"หึๆ ไม่ทันแล้ว!" จู่ๆ เย่เซวียนก็เผยรอยยิ้ม แล้วดึงแขนซ้ายกลับ รั้งตัวเฉินซงเข้ามา
เฉินซงดีใจสุดขีด ทว่าวินาทีต่อมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง เพราะเท้าอันใหญ่โตของเย่เซวียนได้ประทับลงบนยอดอกของเขาอย่างพอดิบพอดี
อะไรนะ?
เฉินซงอ้าปากค้าง เดิมทีเขาคิดว่าเย่เซวียนจะดึงเขากลับมา แต่ที่ไหนได้ กลับถีบเขาส่งลงไปซะงั้น
"เย่เซวียน แกตายแน่!" เฉินซงถูกถีบกระเด็นออกไป ระหว่างที่ลอยอยู่กลางอากาศยังไม่ลืมที่จะตะโกนอาฆาตแค้น
"ตุ้บ!"
เวลาที่ร่วงหล่นไม่นานนัก ร่างเปลือยเปล่าของเฉินซงกระแทกพื้นอย่างแรง แรงกระแทกมหาศาลทำให้เขาถึงกับกระอักเลือดออกมา
ทว่า บาดแผลทางร่างกาย จะนำไปเทียบอะไรได้กับบาดแผลทางจิตใจ?
ตอนนี้เฉินซงหล่นลงมาตรงหน้าฝูงชนพอดิบพอดี
หลังจากตกลงมา เขาก็สติเลือนราง ประกอบกับร่างกายที่บอบช้ำ จึงไม่มีเรี่ยวแรงจะปกปิดจุดซ่อนเร้นของตนเอง ถูกผู้คนรอบข้างมองเห็นจนหมดเปลือก
"กรี๊ด..."
มีหญิงสาวอยู่ในกลุ่มไทยมุงด้วย เมื่อพวกเธอเห็นเรือนร่างขาวผ่องราวกับสตรีของเฉินซง ก็กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
คราวนี้ ชื่อของเฉินซงคงดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองเหลียนอวิ๋นเป็นแน่ แต่น่าจะยังดังสู้เย่เซวียนไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้ว ตอนที่เขาร่วงลงมา เขาได้ตะโกนเรียกชื่อเย่เซวียนออกมาด้วย
"ซวยแล้ว ซวยแล้ว ตระกูลเย่กับตระกูลเฉินต้องเปิดศึกกันแน่ เย่เซวียนจับเฉินซงแก้ผ้าโยนลงมาแบบนี้ สองตระกูลต้องฟาดฟันกันอย่างดุเดือดแน่นอน"
"นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ไม่ใช่ว่าเย่เซวียนไปทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าอะไรมา จนทำให้จุดตันเถียนแตกสลาย กลายเป็นคนไร้ค่าหรอกรึ?"
"นั่นมันข่าวลือชัดๆ คนไร้ค่าที่ไหนจะจับเฉินซงโยนลงมาจากชั้นบนได้?"
"ก็ไม่ถูกนะ ข้าได้ยินมาว่าเฉินซงอยู่ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่สี่ตอนกลาง ส่วนเย่เซวียนตอนท็อปฟอร์มก็แค่วิถีการต่อสู้ขั้นที่สี่ตอนต้น หรือว่าเฉินซงจะเป็นแค่เสือกระดาษที่กินยาเสริมพลังเข้าไป?"
"เป็นไปไม่ได้มั้ง เฉินซงก็เป็นถึงหนึ่งในสี่ยอดฝีมือตระกูลเฉินเชียวนะ จะเป็นเสือกระดาษที่กินยาเสริมพลังไปได้อย่างไร?"
ผู้คนรอบข้างต่างซุบซิบนินทากัน ทว่าขณะนั้นเอง บนอากาศก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอีกครั้ง ตามด้วยร่างของใครอีกคนร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
ทว่า คราวนี้เป็นคนเสื้อผ้าครบชุด
"ตุ้บ!"
คนผู้นี้หล่นลงมาข้างๆ เฉินซงที่สติเลือนราง
"เอ๊ะ นี่มันเย่ข่ายตระกูลเย่ไม่ใช่รึ?"
"โอ้โห เย่เซวียนนี่มันยังไงกัน ไม่เพียงแต่ซ้อมเฉินซงตระกูลเฉิน แต่ยังซ้อมเย่ข่ายคนตระกูลเดียวกันอีก"
"แปลกจัง ตระกูลเย่กับตระกูลเฉินไม่เคยยุ่งเกี่ยวกันไม่ใช่รึ ทำไมเย่ข่ายถึงมาอยู่กับเฉินซงได้?"
ผู้คนรอบข้างเริ่มงุนงง ทำได้เพียงยืนมุงดูพวกเขา
ทว่า เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ หลังจากที่เฉินซงและเย่ข่ายร่วงลงมาแล้ว ก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานลงมาจากชั้นสองของหอจุ้ยเซียน ทว่าคนผู้นี้ไม่ได้ร่วงลงมากระแทกพื้น แต่กลับลงพื้นด้วยสองเท้าอย่างมั่นคง
คนผู้นี้ ก็คือเย่เซวียนที่โยนเฉินซงและเย่ข่ายลงมาจากชั้นบนนั่นเอง
"หึ ทำกรรมใดไว้ ย่อมได้รับผลกรรมนั้น!" เย่เซวียนแค่นเสียงเย็นชา จากนั้นก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง
มีคนจำเขาได้ จึงอุทานออกมา "เย่เซวียนจริงๆ ด้วย!"
...
หลังจากออกจากหอจุ้ยเซียน เย่เซวียนก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที เขารู้ว่าครั้งนี้เรื่องราวคงลุกลามบานปลายใหญ่โต เขารู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร แต่เขาไม่เคยนึกเสียใจ
หลิ่วเอ๋อร์ไม่ใช่แค่สาวใช้ แต่เป็นน้องสาวของเขา น้องสาวตัวเองถูกรังแก เขาจะยอมกลืนเลือดทนได้อย่างไร?
ทว่า การมาเยือนครั้งนี้เขาก็ได้ของติดไม้ติดมือกลับมาไม่น้อย เฉินซงเป็นบุคคลที่ตระกูลเฉินให้ความสำคัญในการปลูกฝัง บนตัวย่อมมีของดีมากมาย เมื่อครู่หลังจากที่เฉินซงและเย่ข่ายถูกเตะกระเด็นตกลงไป เย่เซวียนก็ฉวยโอกาสรูดทรัพย์สินของพวกเขามาได้ กระบี่ชั้นดีสองเล่ม ยาอีกสามขวด
ขณะนั้น เย่เซวียนจึงเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆ สายหนึ่ง หยิบกระบี่ชั้นดีทั้งสองเล่มขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด
"ไม่เลวๆ กระบี่สองเล่มนี้น่าจะเป็นอาวุธระดับธรรมดาขั้นต่ำ ไม่รู้ว่าถ้ากลืนเข้าไปแล้วจะเพิ่มพลังปราณให้ข้าได้มากแค่ไหน"
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่เซวียนก็จัดการกลืนกระบี่ของเย่ข่ายพร้อมฝักเข้าไปก่อน
กระบี่เล่มนี้ถือว่าเป็นของดี อย่างน้อยๆ ก็มีมูลค่าถึงแสนตำลึงเงิน ช่วยเพิ่มพลังปราณให้เย่เซวียนได้ไม่น้อย
"นึกไม่ถึงเลยว่าเกิดมาในชีวิตนี้ จะได้ลิ้มลองรสชาติของการกลืนกระบี่ ถ้าไม่ไปเล่นปาหี่ก็เสียของแย่เลย"
เย่เซวียนส่ายหน้าอย่างจนปัญญา จู่ๆ เขาก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า วันข้างหน้า หากเขาต่อสู้กับคนอื่น เขาสามารถกลืนกินอาวุธของคู่ต่อสู้ได้เลย
"อย่ามาแหยมกับข้า ไม่งั้นข้าจะกลืนอาวุธวิเศษของเจ้าซะ!"
นี่คือประโยคสุดเท่ที่เย่เซวียนคิดเอาไว้ใช้เอง!
หลังจากกลืนกระบี่เข้าไปแล้ว เย่เซวียนก็เบนความสนใจไปที่ยาอีกสามขวด ยาสามขวดนี้ก็มีมูลค่าไม่น้อย กะคร่าวๆ ก็น่าจะสักสองแสนตำลึงเงินกระมัง
(จบแล้ว)