- หน้าแรก
- ท่านอ๋อง ลิโป้ และโฮมสเตย์สุดป่วนของผม
- บทที่ 8 นี่คือน้องสะใภ้หรือ?
บทที่ 8 นี่คือน้องสะใภ้หรือ?
บทที่ 8 นี่คือน้องสะใภ้หรือ?
ชีวิตของเฉินอี้เป็นระเบียบเรียบร้อยมาก
เหมือนกับที่ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่ทำคือหยิบมือถือส่องสาวโยคะขายาว พอเขาตื่นนอนก็ออกไปซื้อผักสด
เมื่อพิจารณาว่าลิโป้อาจจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ เขาจึงซื้อมาเยอะหน่อย
จากนั้นก็กินหุ่ยเมี่ยนไปหนึ่งชาม ถึงได้รีบกลับมา
ยุ่งอยู่จนถึงเที่ยง ในที่สุดก็มีคนมาจริงๆ
แต่คนที่มาไม่ใช่ลิโป้
"เถ้าแก่!"
ครั้งนี้หลี่ชิงเจ้ามาที่นี่อย่างมีสติ จึงมีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป
นี่คือโลกในอีกเกือบหนึ่งพันปีให้หลังงั้นหรือ?
ดูราวกับเปลี่ยนฟ้าเปลี่ยนดินเลยทีเดียว
โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมเหล่านี้ ยิ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ของแปลกใหม่มากมายที่อยู่ข้างใน หลี่ชิงเจ้าแทบจะอยากทำความเข้าใจให้หมด
แล้วไพ่ป๊อกนั่นตกลงเล่นอย่างไรกันแน่?
ต้องถามเถ้าแก่ให้รู้เรื่อง!
เมื่อได้ยินเสียงของหลี่ชิงเจ้า เฉินอี้ก็รีบเดินออกมา "แม่นางหลี่ วันนี้สร่างเมาแล้วหรือครับ?"
คำพูดนี้ทำให้หลี่ชิงเจ้ารู้สึกเขินอายเล็กน้อย พอนึกถึงสภาพตอนเมามายเมื่อวาน ใบหน้าก็แดงซ่านขึ้นมา
"แม่นาง?"
แต่ในตอนนี้นางเพิ่งสังเกตเห็นความแตกต่างของสรรพนามที่ใช้เรียก
"หมายถึงหญิงสาวน่ะครับ" เฉินอี้อธิบาย
หลี่ชิงเจ้าพยักหน้าตอบรับ "อ้อ ในสมัยซ่งจะเรียกว่าแม่นางน้อยเจ้าค่ะ"
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง" เฉินอี้กระจ่างแจ้ง ความรู้ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นแม่นางน้อยหลี่ เชิญด้านในครับ"
เขารีบเชิญหลี่ชิงเจ้าเข้าไป
ฤดูร้อนอันอบอ้าว เช้าตรู่ก็อุณหภูมิปาเข้าไปสามสิบกว่าองศาแล้ว อยู่ข้างนอกทรมานจะตาย
โดยเฉพาะหลี่ชิงเจ้าที่ยังสวมชุดคลุมยาว แม้จะเป็นผ้าชั้นเดียวที่บางเบา แต่เมื่อเทียบกับเสื้อแขนสั้นของเฉินอี้แล้ว แค่ดูก็รู้สึกร้อนแทน...
"รับชาหน่อยไหมครับ?"
พอเข้ามาด้านใน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้หลี่ชิงเจ้าเอ่ยปากขอเหล้า เฉินอี้จึงชิงถามขึ้นมาก่อน
หลี่ชิงเจ้าอ้าปากค้างเล็กน้อย พยักหน้าตอบ "เช่นนั้นก็รับชาเจ้าค่ะ"
จากนั้น นางก็เห็นเฉินอี้หยิบใบชาแล้วใส่ลงไปในถ้วยชาแบบมีฝาปิด
"เอ๊ะ? ไม่ใช่การต้มชาหรือเจ้าคะ?" นางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
การดื่มชาในสมัยราชวงศ์ซ่งได้กลายเป็นการตีชา แม้จะไม่ได้เป็นอาหารพิสดารเหมือนสมัยราชวงศ์ถัง แต่ก็ยังคงต้องผสมให้เป็นเนื้อครีม จากนั้นใช้แปรงชงชาคนอย่างรวดเร็ว รินน้ำเจ็ดครั้งจนเกิดฟองสีขาวขุ่น
ถือว่าฟองสีขาวราวหิมะและคงทนเป็นของชั้นเลิศ
แต่สิ่งที่เถ้าแก่รินออกมานั้นแตกต่างออกไป ดูแล้วให้ความรู้สึกจืดชืดใสแจ๋วอยู่บ้าง
"นี่คือชากงฟูครับ" เฉินอี้ยิ้ม หลังจากลวกทิ้งไปหนึ่งน้ำ น้ำที่สองก็รินให้หลี่ชิงเจ้าหนึ่งจอก
"เชิญครับ"
หลี่ชิงเจ้าครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย ยกขึ้นจิบไปหนึ่งคำ
สัมผัสแรกมีความขมเล็กน้อย แต่ไม่นานก็มีความหวานชุ่มคอตามมา แถมยังทำให้ชุ่มน้ำลาย
สิ่งสำคัญคือรสชาติไม่ได้เข้มข้นขนาดนั้น แต่กลับทำให้รู้สึกสดชื่น วิธีการดื่มชาแบบนี้ช่างสดชื่นกว่านัก!
เฉินอี้ก็ยกขึ้นดื่มจอกหนึ่งเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เขาเคยไปเที่ยวที่ผูเอ่อร์ ได้ไปดื่มชาผูเอ่อร์ที่ไร่ชาที่นั่นแล้วก็ตกหลุมรัก ดังนั้นในร้านจึงมีชาผูเอ่อร์ดิบอยู่ไม่น้อย
น่าเสียดายที่พวกชาปิงเต่า หรือชาเหลาปานจางอะไรเทือกนั้น เฉินอี้ไม่มีปัญญาซื้อหรอก!
ทั้งสองคนดื่มชา ต่างฝ่ายต่างก็เตรียมจะถามเรื่องบางอย่าง
"เถ้าแก่ ที่นี่คือหนึ่งพันปีให้หลังของต้าซ่งจริงๆ หรือเจ้าคะ?" หลี่ชิงเจ้าอดไม่ได้ที่จะชิงถามขึ้นก่อน
นางจงใจแต่งหน้ามาเป็นพิเศษ ดูงดงามกว่าเมื่อวานเสียอีก
แถมก่อนมา หลี่ชิงเจ้าดูเหมือนจะอาบน้ำมาด้วย บนร่างยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้โชยมา
ท่าทางดูเป็นกุลสตรี เรียบร้อยอ่อนหวานเช่นนี้แหละ ถึงจะเรียกว่าสไตล์ 'อ่อนช้อยนุ่มนวล' อย่างแท้จริง
เฉินอี้มองเข้าไปในดวงตาของเธอแล้วเอ่ยว่า "เรียกชื่อผมก็พอแล้วครับ ส่วนเรื่องที่คุณถามมานั้น เป็นความจริงแท้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ"
เมื่อได้ยินเฉินอี้พูดเช่นนี้ หลี่ชิงเจ้าก็พยักหน้า นางตระหนักถึงข้อดีที่ซ่อนอยู่ในเรื่องนี้
สิ่งที่มนุษย์เก่งกาจที่สุดก็คือการค้นหาประสบการณ์จากประวัติศาสตร์
แต่บ่อยครั้งที่มนุษย์ก็ไม่สามารถเรียนรู้บทเรียนใดๆ จากประวัติศาสตร์ได้เลย...
"คุณชาย... เฉิน เมื่อวานนี้ไพ่ป๊อกสำรับนั้น ตกลงว่าเล่นอย่างไรหรือเจ้าคะ?"
เมื่อได้ยินคำถามของหลี่ชิงเจ้า เฉินอี้ก็แทบจะเป็นลม
เขารอให้หลี่ชิงเจ้าถามเรื่องของราชวงศ์ซ่งแท้ๆ
เรื่องความอัปยศแห่งจิ้งคังมาจ่ออยู่ที่ริมฝีปากแล้ว...
แต่ผลสุดท้ายเธอกลับถามเรื่องนี้เนี่ยนะ?
"มีวิธีเล่นตั้งเยอะแยะครับ" เฉินอี้หมดหนทาง ได้แต่กล่าวว่า "มีโต้วตี้จู่ ผ่าวเต๋อไคว่ แค่มีสามคนก็เล่นได้แล้ว แถมยังมีจ้าจินฮวา โป๊กเกอร์เท็กซัส สิบคนก็ยังเล่นได้..."
ตามคำอธิบายของเฉินอี้ ดวงตาของหลี่ชิงเจ้าก็ทอประกายสว่างวาบขึ้นเรื่อยๆ
ไพ่ป๊อกสำรับเล็กๆ กลับมีวิธีเล่นมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
สมกับเป็นคนยุคหลังจริงๆ!
"เหตุใดจึงต้องปราบเจ้าที่ดิน (โต้วตี้จู่) เล่าเจ้าคะ?"
"เต๋อโจว (เท็กซัส) คือที่ใดอีก?"
หลี่ชิงเจ้าเอ่ยถามทันที
จะให้ตอบอย่างไรดีล่ะ?
เฉินอี้ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ขณะที่เขากำลังเงียบอยู่นั้น เสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นที่ด้านนอก
"น้องรัก ข้ามาแล้ว!"
เห็นเพียงลิโป้ในชุดลำลอง เดินเข้ามาอย่างคุ้นเคยราวกับถือว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง
พอเข้ามา เขาก็เห็นเฉินอี้กับแม่นางน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งหันหน้าเข้าหากันอยู่ เรียกได้ว่า 'เทิดทูนดั่งสามีภรรยาที่ให้เกียรติกันและกัน'
ลิโป้เลิกคิ้วขึ้น หลิ่วตาทำหน้าทะเล้นพลางเอ่ย "น้องรัก นี่คือน้องสะใภ้หรือ?"
"แค่กๆ !"
ทั้งเฉินอี้และหลี่ชิงเจ้าสำลักกันทั้งคู่
เฉินอี้รีบกล่าวทันที "พี่เฟิ่งเซียน แม่นางน้อยท่านนี้คือหลี่ชิงเจ้า เป็นคนของราชวงศ์ซ่งครับ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลิโป้ก็หักนิ้วมือนับดู
ราชวงศ์ซ่ง ห่างจากต้าฮั่นกี่ราชวงศ์กันล่ะเนี่ย
ก่อนหน้านี้เขาเคยฟังเฉินอี้พูดถึง 'เว่ยจิ้นหนานเป่ยเฉา ถังซ่งหยวนหมิงชิง' พวกนี้ ล้วนเป็นราชวงศ์ที่อยู่หลังจากต้าฮั่นทั้งสิ้น
"แม่นางน้อยหลี่ ท่านนี้คือลิโป้ ลิเฟิ่งเซียน ที่โด่งดังมีชื่อเสียงครับ"
จากนั้น เฉินอี้ก็แนะนำต่อหลี่ชิงเจ้า
"หา?"
สีหน้าของหลี่ชิงเจ้าดูพิลึกพิลั่นขึ้นมาทันที
ชื่อเสียงของลิโป้ไม่ค่อยจะดีนัก
แต่หลี่ชิงเจ้าก็ถือว่าเป็นปัญญาชน จึงลุกขึ้นยืนด้วยความเคารพนบนอบทันที "ที่แท้ก็เวินโหว ไม่คิดเลยว่าข้าจะได้พบเวินโหวตัวเป็นๆ !"
ดูเหมือนว่านางจะตื่นเต้นอยู่บ้าง สำหรับนางแล้ว นี่ก็คือบุคคลในประวัติศาสตร์เช่นกัน
อีกอย่างไม่ว่าจะว่าอย่างไร ลิโป้ก็เป็นหนึ่งในเจ้าแคว้นช่วงปลายราชวงศ์ฮั่น เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังกระฉ่อนในหน้าประวัติศาสตร์
ยอดคนต้องลิโป้ ยอดม้าต้องเซ็กเธาว์!
"แหะๆ ข้ายังไม่ใช่เวินโหวหรอก ตั๋งโต๊ะเฒ่าโจรนั่นเพิ่งจะแต่งตั้งให้ข้าเป็นจงหลางเจี้ยง เป็นแค่ตูถิงโหวเท่านั้นแหละ"
ลิโป้โบกไม้โบกมือ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความโอ้อวด ทำท่าทีราวกับไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรนัก
หากไม่ได้รู้จุดจบอันน่าเวทนาของตนในวันข้างหน้า ลิโป้ในตอนนี้ซึ่งก้าวขึ้นสู่ 'จุดสูงสุดของชีวิต' แล้ว จะต้องหลงระเริงจนลืมตัวอย่างแน่นอน
แต่เขารู้แล้วว่าหลังจากนี้ตนเองจะเป็นอย่างไร ผ่านไปไม่ถึงสิบปีก็ต้องหัวขาดกระเด็น ร่วงหล่นจากจุดสูงสุดลงสู่จุดต่ำสุด ดังนั้นจึงสามารถข่มใจตนเองไว้ได้
แต่เรื่องที่ควรจะดีใจก็ยังต้องดีใจอยู่ดี
จงหลางเจี้ยงเชียวนะ มีเบี้ยหวัดศักดินาสองพันสือ เทียบเท่ากับไท่โส่วหนึ่งจวิ้น หากสูงขึ้นไปกว่านี้ ก็คือแม่ทัพที่แท้จริงแล้ว
เมื่อเห็นลิโป้ หลี่ชิงเจ้าก็ยิ่งมั่นใจว่านี่คือวาสนาปาฏิหาริย์จริงๆ
"พี่เฟิ่งเซียน เชิญนั่งครับ"
เฉินอี้รีบรินชาให้เขาด้วยเช่นกัน
ลิโป้ดื่มไปหนึ่งจอก พลันถอนหายใจด้วยความชื่นชม "ชาดี"
จากนั้น เขาก็ถูกตาต้องใจถ้วยชาแบบมีฝาปิดของเฉินอี้เข้า
"ถ้วยชาลวดลายประณีตงดงามถึงเพียงนี้ เกรงว่าคงจะราคาไม่ถูกกระมัง?"
ถ้วยชาสมัยใหม่เรื่องอื่นไม่กล้าพูด แต่ความสวยงามนี่ยืนยันได้เลย
ต่อให้เป็นของที่ซื้อจากอินเทอร์เน็ตในราคาร้อยกว่าหยวน ลวดลายก็ยังดูดีมากพอ
"ไม่แพงครับ ชุดน้ำชาหนึ่งชุดก็แค่ร้อยกว่าๆ " เฉินอี้เอ่ยปาก เขาซื้อป้านชามาด้วย แพงกว่าถ้วยชา แค่ชิ้นเดียวก็สองร้อยกว่าหยวนแล้ว
"อะแฮ่ม จัดมาให้ข้าสักชุดสิ" ลิโป้เอ่ย "ข้าจะเอาไปมอบให้พวกขุนนางในราชสำนัก เจ้าก็เข้าใจใช่ไหม"
จากนั้น เขาก็ล้วงเอาก้อนทองออกมาจากอกเสื้อโดยตรง แล้ววางลงบนโต๊ะ
"นี่คือสิ่งที่รับปากน้องรักไว้เมื่อคราวก่อน"
ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ก้อนทองถือเป็น 'เงินตราขั้นสูง' ส่วนเหรียญทองแดงเป็น 'เงินตราขั้นต่ำ'
ลิโป้ยอมทุ่มสุดตัวจริงๆ
ทองคำก้อนใหญ่ถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าเฉินอี้ย่อมตอบตกลง "ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมจัดชุดสวยๆ ให้พี่สักสองสามชุด"
ส่วนหลี่ชิงเจ้าที่เห็นฉากนี้ จู่ๆ ก็นึกรู้สึกว่าก้อนเงินของนางช่างไม่กล้าเอาออกมาโชว์เอาเสียเลย...