- หน้าแรก
- ใช้ระบบปั้นตัวเองเป็นขุนศึก สังหารศัตรูเพื่ออัปเกรดพลัง
- บทที่ 12 - หลี่ฝานสร้างผลงานอีกครั้ง!
บทที่ 12 - หลี่ฝานสร้างผลงานอีกครั้ง!
บทที่ 12 - หลี่ฝานสร้างผลงานอีกครั้ง!
บทที่ 12 - หลี่ฝานสร้างผลงานอีกครั้ง!
เซี่ยวเยว่ขุยเป็นขุนพลแห่งเผ่าเซี่ยวเยว่ เกลียดชังแคว้นเยี่ยนเข้ากระดูกดำ
สิ่งที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ก็คือราชาคนเถื่อนที่ได้รับความคุ้มครองจากสวรรค์ฉางเซิงนั้นยิ่งใหญ่ที่สุด แคว้นเยี่ยนและแคว้นต่างๆ ของประเทศทางใต้ ล้วนต้องหมอบกราบแทบเท้าของราชาคนเถื่อน
คนใต้ ก็แค่พวกแกะสองขา
การจะฆ่าแกะสองขาสักกี่ตัว ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก
ตอนนี้ แมลงคลานจากป้อมเป่ยลู่สองตัวกลับกล้ามาสืบข่าว ในสายตาของเซี่ยวเยว่ขุย นี่คือการหยามเกียรติ และยิ่งสมควรตาย
เมื่อนึกถึงเรื่องที่ป้อมเป่ยลู่เกณฑ์ทหารใหม่เมื่อวาน แล้วกองทหารม้าของเผ่าเซี่ยวเยว่ที่ไปลอบโจมตีกลับถูกฆ่าตายไปสองคน ก็ยิ่งทำให้เซี่ยวเยว่ขุยโกรธจัด
ความแค้นใหม่บวกกับความแค้นเก่า ทำให้เซี่ยวเยว่ขุยสาบานว่าจะต้องจับแมลงคลานสองตัวที่มาสืบข่าวนี้ให้ได้
"ตามไปให้ทัน อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้ ถ้าข้าจับพวกมันได้ จะเอาม้าลากพวกมันให้ตายทั้งเป็น แล้วค่อยถลกหนังพวกมัน ส่งไปทิ้งไว้ที่หน้าประตูหลอมเป่ยลู่"
เซี่ยวเยว่ขุยตะโกนเสียงกร้าว
ระหว่างที่เขากำลังตะโกนอย่างกราดเกรี้ยว จู่ๆ ก็มีเสียงแหวกอากาศดังมาจากบนฟ้า
เซี่ยวเยว่ขุยรู้ดีว่ามีธนูลอบยิงมา แต่ในใจเขากลับนึกดูแคลน ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
ถ้าพูดถึงทักษะการขี่ม้าและยิงธนู ชาวทุ่งหญ้านั้นเป็นที่หนึ่งในแผ่นดิน และตัวเขาเซี่ยวเยว่ขุยก็ยิ่งเชี่ยวชาญ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ตัดสินใจชักดาบออกมาป้องกัน ในขณะเดียวกัน ร่างกายก็ขยับเพื่อจะหลบหลีก
แต่ทว่า เขากลับช้าไปก้าวหนึ่ง
ในเสี้ยววินาทีที่เซี่ยวเยว่ขุยเพิ่งชักดาบออกมา แสงสว่างจ้าก็วาบขึ้น ฉึกเดียวก็ปักเข้าที่หัวใจของเซี่ยวเยว่ขุย
ลูกธนูเสียบทะลุหน้าอก ทะลวงผ่านหัวใจ
เซี่ยวเยว่ขุยฝืนทนต่อความเจ็บปวดอันแสนสาหัสจากบริเวณหัวใจ พยายามเพ่งมองทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมา แต่ความเจ็บปวดอย่างไม่มีที่สิ้นสุดถาโถมเข้ามา ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมม้าศึกได้ ร่างกายสูญเสียความสมดุล ร่วงลงจากหลังม้ากระแทกพื้นดิน
เซี่ยวเยว่ขุยกลิ้งไปหลายตลบจนหยุดนิ่ง แต่เขาก็สิ้นใจไปเสียแล้ว
พอเซี่ยวเยว่ขุยตาย สายตาที่หวงจ้วงมองหลี่ฝานก็ยิ่งตื่นเต้น ดีใจจนเนื้อเต้นร้องว่า "หลี่ฝาน เจ้าเด็กนี่แน่มากจริงๆ ฆ่าเซี่ยวเยว่ขุยได้ สร้างผลงานชิ้นใหญ่แล้วนะ"
หลี่ฝานยิ้มบางๆ อย่างเยือกเย็น หยิบลำศรขึ้นมาพาดสายอีกครั้ง
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!!
ลูกธนูสามดอกถูกยิงออกไปติดต่อกัน ทหารม้าของคนเถื่อนทางเหนืออีกสามคนก็ล้มตึงลงไปกองกับพื้นเพราะถูกยิง
หลี่ฝานสังหารไปทั้งหมดสี่คน ส่วนหวงจ้วงยิงถูกคนหนึ่งแต่ก็ยังไม่ตาย ถึงตอนนี้ ทหารม้าคนเถื่อนสิบกว่าคนที่ไล่กวดมาก็วิ่งผ่านจุดซุ่มโจมตีไปแล้ว
หวงจ้วงมองไปข้างหน้า แล้วสั่งการ "เว่ยเป้ากับสวีหลินวกม้ากลับมาแล้ว เกาเฟิงก็นำคนบุกออกมาตัดกำลังพวกคนเถื่อน ตอนนี้ ถึงตาพวกเราต้องบุกลุยแล้ว"
หลี่ฝานไม่รอช้า กระโดดขึ้นหลังม้า นำคันธนูอ้าป้าหวังไปแขวนไว้ข้างอาน ถือทวนอ้าป้าหวังเตรียมพร้อม แล้วควบม้าพุ่งทะยานออกไปทันที
ม้าศึกควบตะบึง หลี่ฝานมองเห็นเกาเฟิง เว่ยเป้า และสวีหลินกำลังพัวพันต่อสู้อยู่เบื้องหน้า
พวกคนเถื่อนนั้นดุร้ายและป่าเถื่อน การปะทะกันเพียงช่วงสั้นๆ ก็ทำให้ทหารสองนายได้รับบาดเจ็บแล้ว
โชคดีที่เว่ยเป้า เกาเฟิง และสวีหลินล้วนเป็นคนดุดันเด็ดขาด ทั้งสามคนประสานงานกันอย่างรู้ใจ ไม่มีการสู้แบบตัวต่อตัว แต่รวมตัวกันเป็นค่ายกลเพื่อสังหารพวกคนเถื่อน
ขณะที่เว่ยเป้า เกาเฟิง และสวีหลินกำลังรุมสังหาร ในกลุ่มทหารคนเถื่อนก็ยังมีเซี่ยวเยว่เปยผู้โหดเหี้ยม เขาคือน้องชายของเซี่ยวเยว่ขุย
เซี่ยวเยว่เปยอารมณ์ร้อนแรง และไม่สนใจเรื่องการแต่งกาย เขาเห็นร่างไร้วิญญาณของเซี่ยวเยว่ขุย นัยน์ตาก็แดงก่ำด้วยความโกรธ ตะโกนลั่นว่า "พวกแกฆ่าพี่ชายข้า วันนี้พวกแกต้องตายกันหมด พวกแกหนีไม่พ้นหรอก"
ด้วยดาบในมือ เซี่ยวเยว่เปยนำขบวนเข้าชาร์จ สั่งให้ทหารองครักษ์ข้างกายสกัดกั้นการรุมโจมตีของเว่ยเป้า เกาเฟิง และสวีหลิน ส่วนตัวเองก็พุ่งเป้าไปที่เกาเฟิงโดยตรง
เพลงดาบของเซี่ยวเยว่เปยรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่ละดาบดุดันโหดเหี้ยม
เขาใช้รูปแบบการต่อสู้แบบไม่กลัวตาย ทำให้สถานการณ์ของเกาเฟิงยากลำบาก ในชั่วพริบตา เขาก็รู้สึกเหมือนจะรับมือไม่ไหว
"ตายซะ!"
เซี่ยวเยว่เปยฟาดดาบลงบนดาบศึกของเกาเฟิงอย่างแรง
แรงกระแทกมหาศาลทำให้ดาบของเกาเฟิงกระเด็นหลุดจากมือ และช่วงหน้าอกก็เปิดโล่งไร้การป้องกัน เผชิญกับดาบของเซี่ยวเยว่เปยที่ฟาดลงมาอีกครั้ง เกาเฟิงหมดเรี่ยวแรงจะต้านทาน ในใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
จบสิ้นแล้ว!
เกาเฟิงหลับตาลงตามสัญชาตญาณ
วินาทีต่อมา เกาเฟิงกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด กลับได้ยินเสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น
เกาเฟิงลืมตาดู ก็พบว่าหลี่ฝานพุ่งเข้ามาแล้ว ทวนแทงออกไปสกัดดาบของเซี่ยวเยว่เปยที่กำลังฟาดลงมา หลี่ฝานออกแรงผลักดาบออกไป แล้วสั่งว่า "หัวหน้าหมู่เกา ท่านไปช่วยหัวหน้าหมู่เว่ยเถอะ ทางนี้ข้าจะจัดการเอง"
เกาเฟิงรีบถอยฉากออกไป พร้อมร้องเตือน "หลี่ฝาน ระวังตัวด้วยล่ะ"
สายตาของหลี่ฝานจับจ้องไปที่เซี่ยวเยว่เปย นี่ก็เป็นปลาตัวใหญ่อีกตัวหนึ่ง ทวนอ้าป้าหวังหมุนควงกลางอากาศ ก่อนจะแทงตรงไปที่เซี่ยวเยว่เปยทันที
เซี่ยวเยว่เปยมีสายตาดุดัน ตะโกนกร้าว "ไอ้หนู ข้าจะฆ่าแก"
"จะต้องมีคนตายแน่ แต่คนที่ตาย จะต้องเป็นแกแน่นอน"
น้ำเสียงเย็นเยียบของหลี่ฝานดังก้อง ในวินาทีที่ทั้งสองเข้าประชิดกัน ทวนอ้าป้าหวังก็พุ่งออกไปเร็วปานสายฟ้า ต่อให้เซี่ยวเยว่เปยจะฟาดดาบลงบนด้ามทวน ก็ไม่อาจสั่นคลอนได้แม้แต่น้อย
ฉึก!
ปลายทวนอันคมกริบ ทะลวงผ่านหน้าอกของเซี่ยวเยว่เปย
หลี่ฝานสะบัดทวนอย่างแรง ร่างของเซี่ยวเยว่เปยปลิวละลิ่วไป ล้มลงบนพื้นพร้อมกระอักเลือดออกมาคำโต จากนั้นคอก็พับ สิ้นใจในทันที
ภาพที่เกิดขึ้นตกอยู่ในสายตาของเกาเฟิงที่คอยจับตามองอยู่ตลอด เขาอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงพลางอุทานว่า "เว่ยเป้า ไปขุดเอาสัตว์ประหลาดแบบนี้มาจากไหนวะ? ข้าโดนกดจนโงหัวไม่ขึ้น แต่หลี่ฝานแทงแค่ทวนเดียวก็ตายแล้ว"
เว่ยเป้ายิ้มเยาะ "นั่นลูกน้องข้าเองแหละ"
สวีหลินร้องเตือน "เลิกโอ้อวดได้แล้ว รีบๆ ฆ่าพวกมันเข้า ไม่งั้นถ้าพวกคนเถื่อนหนีรอดไปได้ แล้วเรียกพวกมาเพิ่มล่ะก็ คราวนี้พวกเราจะลำบากแน่ ถึงตอนนั้นจะขนของเชลยไปก็คงยาก"
เว่ยเป้าพยักหน้าเห็นด้วย เขาร่วมมือกับสวีหลิน เกาเฟิง และหวงจ้วงที่ตามมาสมทบ กระหน่ำฟาดฟันใส่ทหารม้าของคนเถื่อนทางเหนืออย่างไม่ลดละ
เมื่อมีหลี่ฝานบุกตะลุยเข้าฟาดฟัน และทุกคนร่วมมือกันรุมสังหาร เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ ก็สามารถสังหารทหารม้าของคนเถื่อนได้กว่าสิบคน มีเพียงคนเดียวที่หนีรอดไปได้
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง เว่ยเป้าสั่งการ "เร็วเข้า ตัดหัวพวกคนเถื่อนให้หมด นำม้าศึกที่ยังเหลือรอดอยู่ไปด้วย แล้วรีบกลับไปที่ป้อมเป่ยลู่ให้เร็วที่สุด"
ทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นเต้น รีบตัดหัวของเซี่ยวเยว่ขุยและเซี่ยวเยว่เปย รวมถึงหัวของทหารคนเถื่อนคนอื่นๆ นำม้าศึกที่ยึดมาได้ติดตัวไป แล้วรีบถอยกลับ
...
เผ่าเซี่ยวเยว่ พื้นที่ค่ายใหญ่ชนเผ่าเซี่ยวเยว่
ชนเผ่าบนทุ่งหญ้ามักจะอพยพตามแหล่งน้ำและทุ่งหญ้า ที่ไหนมีน้ำและหญ้าอุดมสมบูรณ์ ชนเผ่าก็จะมุ่งหน้าไปที่นั่น จะมีเพียงราชสำนักที่เป็นที่ประทับของราชาคนเถื่อนเท่านั้นที่มักจะตั้งอยู่กับที่
ส่วนคนอื่นๆ ในเผ่า ส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับการเร่ร่อน
พื้นที่ค่ายใหญ่ของเผ่าเซี่ยวเยว่ มีเต็นท์ตั้งอยู่เรียงราย นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวชาวแคว้นเยี่ยนที่ถูกจับตัวมาคอยทำงานง่วนอยู่ หญิงสาวเหล่านี้สวมเสื้อผ้าบางๆ และเก่าซอมซ่อ บางคนยังมีตรวนสวมที่เท้าและมือ ดูน่าเวทนายิ่งนัก
หญิงสาวเหล่านี้ บ้างก็กำลังซักผ้า บ้างก็ให้อาหารม้า และยังมีบางส่วนที่กำลังถูกพวกคนเถื่อนลวนลาม...
เผ่าเซี่ยวเยว่เป็นเพียงเผ่าเล็กๆ ในกลุ่มคนเถื่อนทางเหนือ มีประชากรเพียงสามพันคน
ปัจจุบัน บริเวณใจกลางค่ายมีผู้คนรวมตัวกันอยู่กว่าหนึ่งพันคน ส่วนคนที่เหลือก็กระจัดกระจายไปตามที่ต่างๆ
หัวหน้าเผ่าเซี่ยวเยว่มีชื่อว่าเซี่ยวเยว่หง อาศัยน้องสาวที่ได้เป็นอนุภรรยาของราชาคนเถื่อนทางเหนือ ประกอบกับการปล้นสะดมทางใต้อย่างต่อเนื่อง จึงสามารถสร้างเผ่าเซี่ยวเยว่ให้เติบโตขึ้นทีละก้าว จนมีขนาดใหญ่โตอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ภายในเต็นท์ของเซี่ยวเยว่หง หญิงสาวชาวแคว้นเยี่ยนกลุ่มหนึ่งกำลังร่ายรำอยู่
หญิงสาวเหล่านี้แต่งกายล่อแหลม พวกเธอถูกเซี่ยวเยว่หงจับตัวมา ชีวิตและความเป็นตายของพวกเธอขึ้นอยู่กับความต้องการของเซี่ยวเยว่หงเพียงผู้เดียว
เซี่ยวเยว่หงกำลังชื่นชมหญิงสาวแต่ละคนที่กำลังร่ายรำ แต่ก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก
เขาเคยเดินทางไปเข้าเฝ้าราชาคนเถื่อนทางเหนือที่ราชสำนัก และได้เห็นนางรำของราชา หญิงสาวเหล่านั้นล้วนมีรูปร่างบอบบาง ท่าทางยั่วยวนชวนให้หลงใหลจนยากจะถอนตัว
น่าเสียดายที่ผู้หญิงที่เขาปล้นมาได้ กลับไม่มีใครเทียบได้เลย
ถ้าวันไหนสามารถตีเมืองของแคว้นเยี่ยนแตกได้ เช่น อำเภอฉางหนิงที่อยู่ติดชายแดนแคว้นเยี่ยน หรือตีเมืองอื่นๆ แตก คงจะได้ของดีกลับมามากกว่านี้แน่
ถึงเวลานั้น คงจะได้ปล้นผู้หญิงรูปร่างเย้ายวน ร้องรำทำเพลงเก่งๆ กลับมาอีกเยอะแยะ
ขณะที่เซี่ยวเยว่หงกำลังเพลิดเพลินกับการชมการร่ายรำ ทหารนายหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานว่า "ท่านหัวหน้าเผ่า เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ วันนี้มีสายสืบจากป้อมเป่ยลู่มาสอดแนม เซี่ยวเยว่ขุยนำกำลังออกไปไล่ล่า แต่ถูกซุ่มโจมตีจนเสียชีวิต มีเพียงคนเดียวที่หนีรอดกลับมาได้ขอรับ"
สีหน้าของเซี่ยวเยว่หงเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
เขาสั่งให้นางรำออกไปทันที และเรียกพบทหารที่หนีรอดกลับมา ถามเสียงเครียด "ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเซี่ยวเยว่ขุยถึงตายได้?"
ทหารรีบเล่าเหตุการณ์ตอนที่ไปไล่ล่าสายสืบของป้อมเป่ยลู่ แต่กลับเจอซุ่มโจมตีกลางทาง เซี่ยวเยว่ขุยถูกธนูยิงตาย ส่วนเซี่ยวเยว่เปยถูกแทงตายด้วยทวน ทำให้กองกำลังเกือบจะถูกกวาดล้างจนหมด
เซี่ยวเยว่หงโกรธจัด "หยางซานแห่งป้อมเป่ยลู่มันบ้าไปแล้วจริงๆ ถึงกล้ามากระตุกหนวดเสือ ถ่ายทอดคำสั่งของข้าไประดมพลทหารฝีมือดีในค่าย แล้วบุกไปถล่มป้อมเป่ยลู่พร้อมกับข้า"
เมื่อคำสั่งถูกถ่ายทอดออกไป เผ่าเซี่ยวเยว่ก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
...
บนถนนหลวง นอกป้อมเป่ยลู่
เว่ยเป้า หลี่ฝาน สวีหลิน และคนอื่นๆ กลับมากันครบแล้ว เนื่องจากพวกเขาหิ้วหัวของพวกคนเถื่อนทางเหนือกลับมาเป็นกอบเป็นกำ แถมยังพาม้าศึกกลับมาด้วยอีกสิบตัว การปรากฏตัวของพวกเขาจึงสร้างความแตกตื่นไปทั่วป้อมเป่ยลู่
เมื่อพวกเขากลับมาถึงค่าย หยางซานที่ได้รับข่าวก็ออกมารับหน้าด้วยตัวเอง
หยางซานมองดูกลุ่มคนที่เพิ่งคว้าชัยชนะกลับมา ถามเสียงเครียดว่า "พวกเจ้าไปดักซุ่มโจมตีพวกคนเถื่อนทางเหนือมาหรือ?"
เว่ยเป้าผู้เป็นน้องเมียของหยางซาน ตอบตรงๆ ว่า "ท่านนายกองร้อย ครั้งนี้พวกเราได้กำไรก้อนโตเลยล่ะ ไม่เพียงแต่ฆ่าเซี่ยวเยว่ขุยกับเซี่ยวเยว่เปยไอ้เดรัจฉานสองตัวนั่นได้ แต่ยังฆ่าทหารคนเถื่อนได้อีกสิบคน แถมยังปล้นม้ามาได้สิบตัวด้วย"
"แน่นอนว่า ความดีความชอบใหญ่สุดไม่ใช่ของข้า แต่เป็นของหลี่ฝานไอ้หนุ่มนี่ต่างหาก"
"เขายิงเซี่ยวเยว่ขุยตายด้วยธนูดอกเดียว แล้วตอนที่สู้กับเซี่ยวเยว่เปย ก็ใช้ทวนแทงเซี่ยวเยว่เปยตายคาทวน แถมยังยิงทหารคนเถื่อนตายอีกสามคน และฆ่าทหารคนเถื่อนทางเหนือไปได้อีกสองคน"
"ส่วนทหารคนเถื่อนที่เหลือ พวกเราก็ช่วยกันรุมฟันจนตายหมด"
น้ำเสียงของเว่ยเป้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ท่าทางเหมือนกำลังรอรับคำชมเชย เพราะเขาเป็นคนค้นพบหลี่ฝาน และกล้าเอาชีวิตเข้าแลก ถึงได้ชัยชนะครั้งใหญ่นี้มา
ครั้งนี้ ป้อมเป่ยลู่ได้เชิดหน้าชูตากับเขาสักที
ครั้งนี้ ฆ่าได้สะใจจริงๆ!
แต่หยางซานกลับไม่มีทีท่าดีใจเลยแม้แต่น้อย พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า "เว่ยเป้า การที่หลี่ฝานมีวรยุทธ์สูงส่งเป็นเรื่องดี การฆ่าคนเถื่อนได้ก็เป็นเรื่องดี แต่พวกเจ้าไปฆ่าเซี่ยวเยว่ขุยกับเซี่ยวเยว่เปย เท่ากับแกว่งเท้าหาเสี้ยนแล้วนะ"
เว่ยเป้ายังไม่ค่อยเข้าใจนัก จึงถามว่า "พี่เขย ท่านหมายความว่ายังไง?"
หยางซานอธิบายว่า "เซี่ยวเยว่ขุยกับเซี่ยวเยว่เปยเป็นยอดฝีมือของเผ่าเซี่ยวเยว่ ได้รับความไว้วางใจจากเซี่ยวเยว่หงมาโดยตลอด ทั้งสองคนตาย แถมยังตายพร้อมกับทหารคนเถื่อนอีกสิบคน เซี่ยวเยว่หงต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และต้องนำกองทัพบุกมาที่นี่แน่นอน"
"การปะทะกันที่ผ่านๆ มา เซี่ยวเยว่หงมักจะส่งสายลับมาสืบข่าวแค่ไม่กี่คน ถ้าเราฆ่าพวกสายลับของมันไปสองสามคน เซี่ยวเยว่หงก็คงไม่ถึงกับโกรธจัดหรอก"
"แต่พวกเจ้าเล่นบุกไปยั่วยุแถมยังฆ่าคนถึงที่ เซี่ยวเยว่หงจะยอมเลิกราง่ายๆ ได้ยังไง?"
"ต่อไป มันจะต้องมาแก้แค้นแน่"
หยางซานพูดเสียงขรึม "ป้อมเป่ยลู่มีทหารอยู่ร้อยกว่านาย ถึงจะมีกำแพงเมืองคอยป้องกัน แต่ถ้าถูกกองทัพของเผ่าเซี่ยวเยว่นับพันคนโจมตี ก็ต้องรับแรงกดดันมหาศาล หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ป้อมเป่ยลู่ทั้งป้อมก็ต้องล่มสลาย"
ฮึบ!
เว่ยเป้าสูดหายใจเฮือกใหญ่ แววตาเริ่มมีความกังวลฉายแวบขึ้นมา
สวีหลิน หวงจ้วง และเกาเฟิง ก็เริ่มตระหนักถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา หากเซี่ยวเยว่หงคลุ้มคลั่งขึ้นมา ป้อมเป่ยลู่จะต้านทานไว้ได้หรือไม่ก็ยังเป็นคำถาม
ชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาก็หมดความดีใจ กลับกลายเป็นความกังวลว่าสถานการณ์จะบานปลายจนคุมไม่อยู่
แต่ทว่าหลี่ฝานกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เขาเสนอขึ้นมาเองว่า "ท่านนายกองร้อย ป้อมเป่ยลู่กำลังเผชิญกับวิกฤตจริงๆ แต่ความเสี่ยงที่สูง ก็หมายถึงผลตอบแทนที่สูงตามไปด้วย ข้าคิดว่านี่คือโอกาสที่จะใช้ทุนน้อยสร้างกำไรก้อนงามนะขอรับ"
หยางซานประหลาดใจที่หลี่ฝานไม่รู้สึกกลัวเลย จึงถามว่า "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
หลี่ฝานตอบ "ถ้าเซี่ยวเยว่หงรวบรวมกองทัพของเผ่าเซี่ยวเยว่บุกมา อาศัยกำแพงเมืองของป้อมเป่ยลู่ตั้งรับ พวกมันคงเจาะเข้ามาไม่ได้ในเวลาอันสั้น"
"ฉวยโอกาสตอนที่แนวหลังของเผ่าเซี่ยวเยว่ว่างเปล่า ถ้าเราส่งกองกำลังเล็กๆ ไปลอบโจมตี หรือแม้กระทั่งจุดไฟเผาครั้งใหญ่ เผ่าเซี่ยวเยว่ก็ต้องพังพินาศแน่"
"ถึงตอนนั้น พวกเราก็ได้กำไรมหาศาลแล้วล่ะ"
"พอเซี่ยวเยว่หงรู้ว่าแนวหลังว่างเปล่า มันก็คงไม่มีใจจะบุกต่อแน่ สุดท้ายก็ต้องถอยทัพกลับไป ป้อมเป่ยลู่ก็จะปลอดภัย"
ในแววตาของหลี่ฝานมีเปลวไฟลุกโชน พูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "ท่านนายกองร้อย นี่ไม่ใช่โอกาสที่ท่านจะได้แสดงฝีมือในการบัญชาการรบ และอาศัยกำลังของท่านเพียงลำพัง เพื่อบดขยี้เผ่าเซี่ยวเยว่หรอกหรือขอรับ?"
หยางซานฟังแล้วตาเป็นประกายทันที
การล่อเสือออกจากถ้ำ แล้วบุกทะลวงใจกลางของเซี่ยวเยว่หง เป็นโอกาสครั้งใหญ่จริงๆ ถ้าเอาชนะศึกนี้ได้ ตำแหน่งนายกองร้อยป้อมเป่ยลู่ของเขาก็คงถึงเวลาขยับขยายแล้ว
โอกาสมาถึงแล้ว
หยางซานหายใจถี่รัว สายตาที่มองหลี่ฝานเต็มไปด้วยความชื่นชม
เจ้าเด็กนี่!
นี่มันตัวนำโชคของเขาชัดๆ!
(จบแล้ว)