เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1106 - แสงสว่างแห่งเหล่าอัจฉริยะต้าเซี่ย

บทที่ 1106 - แสงสว่างแห่งเหล่าอัจฉริยะต้าเซี่ย

บทที่ 1106 - แสงสว่างแห่งเหล่าอัจฉริยะต้าเซี่ย


บทที่ 1106 - แสงสว่างแห่งเหล่าอัจฉริยะต้าเซี่ย

"แต่เซิ่งอินมีว่านฮว่าของฉันอยู่กับตัว จัดการพวกฉงอู่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร..."

เฉินซีอินสังเกตสถานการณ์สนามรบของพวกเขาผ่านมุมมองของเฉินเซิ่งอิน จากนั้นก็เปลี่ยนความคิด แล้วเอ่ยกำชับว่า

"เซิ่งอิน ร่างกายนี้คืนให้เธอจัดการอย่างอิสระเลยนะ อ้อ ระวังความเคลื่อนไหวของเทพแมลงชั้นยอดสองตนนั้นด้วย ฉันสงสัยว่าพวกมันยังมีผลึกระดับเหนือเทพอยู่ พยายามล่อให้พวกมันใช้กับเธอ ให้บรรพชนผิงอันกับคนอื่นๆ หลบไปก่อน..."

"ได้ เข้าใจแล้ว"

หลังจากกำชับเซิ่งอินไปสองสามประโยค เฉินซีอินก็คืนสิทธิ์การควบคุมร่างกายให้เขา แล้วไม่ได้สนใจอีก

เฉินเซิ่งอินแตกต่างจากพวกเฉินชูอินที่ใกล้จะกลายเป็นระดับเหนือเทพแล้ว

ระหว่างที่เขากำลังดูดซับทรัพยากรพลังวิญญาณ ก็ถูกตัวเองส่งตัวออกมาก่อน ดังนั้นตอนนี้จึงยังมีพลังแค่ระดับเทพชั้นยอดเท่านั้น

นอกจากนี้ วิดีโอตอนที่เผ่าต่างดาวทำลายเกราะป้องกันของ 【ฐานทัพแนวหน้าต้าโต่ว】 ก่อนหน้านี้ ก็ถูกส่งกลับมาผ่านอุปกรณ์สังเกตการณ์ก่อนที่จะถูกทำลาย และปรากฏสู่สายตาของเหล่าผู้นำเผ่ามนุษย์

ในมุมมองของเขา 【ผลึกระดับเหนือเทพ】 ที่พวกฉงอู่ใช้ ก็มีพลังแค่ระดับเหนือเทพทั่วไป ต่อให้โจมตีใส่เฉินเซิ่งอิน ก็ยังถูก 【ว่านฮว่า】 ป้องกันไว้ได้ ไม่ได้เป็นภัยคุกคามอะไรมากนัก

แต่สำหรับคนอื่นแล้วไม่ใช่แบบนั้น

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เข้าร่วมสนามรบทันที แต่เลือกที่จะคอยสนับสนุนทุกคนอยู่ด้านหลัง เฝ้าระวังความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อเตรียมพร้อมรับการโจมตี

และในตอนนี้ ภายใต้การสนับสนุนจากบทเพลงของเฉินเซิ่งอิน สภาพของทุกคนก็ฟื้นฟูเแล้ว เพียงชั่วพริบตาก็สังหารเทพแมลงไปได้กว่าสิบตน

ผู้ใช้พลังเผ่าต้าโต่วระดับพิทักษ์เผ่าพันธุ์เจ็ดคนถูกยกระดับพลังจนเข้าใกล้ระดับชั้นยอด บวกกับเฉินผิงอัน บรรพชนเสวียน และเซียวเหยียนอีกสามคน

เทียบเท่ากับระดับเทพชั้นยอดสิบเอ็ดคน รุมอัดเทพแมลงชั้นยอดสองตนกับพวกเทพแมลงปลายแถว

"จุ๊ๆๆ พลังเพิ่มขึ้นแล้ว ตอนนี้ระดับเทพทั่วไปในสายตาฉันก็เป็นแค่พวกปลายแถวเท่านั้นแหละ..."

เฉินซีอินอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้ม ไม่ได้มองการต่อสู้ในโลกต้าโต่วอีก

จากนั้นเขาก็ส่งข้อความเกี่ยวกับ 【ผลึกระดับเหนือเทพ】 ไปเตือนพวกหลินตงในโลกต้าหลัวให้ระวังความปลอดภัย พร้อมกับสั่งให้วิญญาณรับใช้ที่เดินทางไปโลกต้าหลัวคอยปกป้องทุกคน

วินาทีต่อมา

เฉินซีอินก็ลงมือทำลายโลกไท่หลุนต่อไป กลายร่างเป็นไทยมุง คอยดูสถานการณ์ในสนามรบอื่นๆ ผ่าน 【ป้อมปราการมิติ】 ในร่างกาย

เห็นเพียงสนามรบอันวุ่นวายอีกแห่งหนึ่งในโลกต้าโต่ว

หลินจื่อหลงควงทวนพู่เพลิงอันส่องประกาย สองเท้าเหยียบมังกรไฟบริสุทธิ์ทักษิณที่แผดเผาไปด้วยเปลวเพลิง กำลังไล่ตามสัตว์อสูรระดับเทพที่มีรูปร่างคล้ายมังกรดำ ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทำให้บาดแผลบนตัวของมันสาหัสขึ้นเรื่อยๆ สาดกระเซ็นเลือดไปทั่วท้องฟ้า

ตอนนั้นเอง มังกรดำก็ส่งเสียงคำรามลั่น สะบัดหางก่อให้เกิดพายุสีดำ หวังจะซัดหลินจื่อหลงให้ปลิวกระเด็น แต่กลับถูกมังกรไฟบริสุทธิ์ทักษิณใต้เท้าของเขากัดเข้าที่คออย่างจัง เปลวเพลิงแผดเผาเนื้อหนังเสียงดังฉ่า ทะลวงเข้าไปในร่างกาย ทำเอาอีกฝ่ายเจ็บปวดจนดิ้นพล่าน

ตามด้วยหลินจื่อหลงที่กระโดดลอยตัวขึ้น ทวนในมือแทงออกไปอย่างแรง เสียบเข้าที่คอของมังกรดำ ลำแสงสีแดงทะลวงออกไปอีกฝั่ง ทิ้งรูเลือดขนาดใหญ่เอาไว้ ก่อนจะตกลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง ระเบิดเป็นหลุมเพลิงขนาดยักษ์กว้างนับพันลี้

ในขณะเดียวกัน ทวนในมือของหลินจื่อหลงก็ตวัดหมุน มือขวางัดขึ้น พาหัวมังกรอันน่าเกลียดน่ากลัวที่ถูกตัดขาดให้ลอยละลิ่วขึ้นไปบนฟ้า ชั่วพริบตา เลือดมังกรก็พุ่งกระฉูด อาบไปทั่วร่างของเขา

จากนั้นเขาก็ไม่สนซากมังกรที่ร่วงหล่นลงมา หันขวับไปพุ่งเป้าสังหารสัตว์อสูรระดับเทพอีกตนทันที

ฉากนี้ทำให้เฉินซีอินอดไม่ได้ที่จะนึกถึงบทเพลงที่จื่ออินเคยบรรเลงเสริมพลังให้เขาโดยเฉพาะ

ทวนยาวทะลวงเมฆา~ ปล่อยวางความห่วงหาทั้งชีวิต~

เหม่อมองจันทร์เสี้ยวเหน็บหนาว~ ควบม้าโดดเดี่ยว~ เป็นตายไร้วาจา~

ความคิดแล่นผ่าน เฉินซีอินก็หันไปมองอีเชียนเสวี่ยที่อยู่ในสนามรบอีกแห่ง

ในอนาคตของจื่ออินนั้น

เขาจำได้ว่าอีเชียนเสวี่ยที่เป็นสายรักษา ได้ไปที่ด่านจูเชวี่ยพร้อมกับหลินจื่อหลงเพื่อป้องกันการรุกรานของเผ่าสัตว์อสูร สุดท้ายทีมแพทย์ของต้าเซี่ยที่ด่านจูเชวี่ยก็ถูกลำแสงพลังวิญญาณที่ร่วงหล่นลงมาเต็มท้องฟ้ากลืนกินไปจนหมดสิ้น

และภายใต้กลุ่มแสงอันเจิดจ้าที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ การระเบิดอย่างรุนแรงก็ทำลายด่านจูเชวี่ย เธอก็ตายตกไปในค่ำคืนที่ด่านแตกพร้อมกับฝูงสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนที่บุกเข้ามา

เมื่อตั้งสติได้ เฉินซีอินก็สังเกตเห็นว่าอีเชียนเสวี่ยกำลังพุ่งไปมาในสนามรบอย่างต่อเนื่อง รอบกายของเธอมีเส้นใยพลังวิญญาณสีดำและขาวบินว่อนไปมาอย่างหนาแน่น

เมื่อเธอสะบัดมือขวา เส้นใยสีขาวสองเส้นบนนิ้วก็พุ่งทะยานออกไป ตกลงบนร่างของผู้ใช้พลังเผ่าต้าโต่วระดับเทพคนหนึ่งที่ถูกกัดแขนขาด และแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว

วินาทีต่อมา แขนที่ขาดของผู้ใช้พลังเผ่าต้าโต่วระดับเทพคนนี้ก็ปรากฏแสงสีขาวสว่างวาบ แขนงอกใหม่ในพริบตา ฟื้นฟูพลังรบกลับมาได้

ตอนนั้นเอง ผู้ใช้พลังเผ่าต้าโต่วระดับเทพคนนี้ก็มีสีหน้าดีใจ หันไปมองแวบหนึ่ง แต่กลับพบว่ากำแพงมิติที่อยู่ด้านหลังอีเชียนเสวี่ยเกิดคลื่นกระเพื่อมขึ้นมากะทันหัน จึงรีบตะโกนเตือนเสียงหลง

เห็นเพียงสัตว์อสูรรูปร่างแมงป่องปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เปิดฉากลอบโจมตีอย่างดุเดือด ปลายหางแหลมคมส่องประกายแสงสีม่วงเย็นเยียบ พุ่งแทงเข้าที่แผ่นหลังของอีเชียนเสวี่ยอย่างรวดเร็ว

เมื่อเฉินซีอินเห็นดังนั้น ก็ยกมุมปากขึ้น ส่ายหน้าเบาๆ

"อย่าคิดว่าสายรักษาชั้นยอดจะฆ่าได้ง่ายๆ ยอดฝีมือระดับนี้ ใครบ้างจะไม่มีของดีติดตัว?!"

สิ้นคำพูด

เห็นเพียงอีเชียนเสวี่ยยิ้มเยาะ เส้นใยสีดำที่บินว่อนอยู่รอบตัวตึงขึ้นมาในพริบตา เปลี่ยนทิศทาง พุ่งเข้าไปรัดหางแหลมคมที่โจมตีเข้ามาเอาไว้แน่น ต่อให้อีกฝ่ายจะดิ้นรนแค่ไหนก็สลัดไม่หลุด

ในขณะเดียวกัน อีเชียนเสวี่ยที่หันขวับกลับมาก็มีประกายแสงเย็นเยียบพาดผ่านดวงตา มือซ้ายกระตุกดึง เส้นใยสีดำที่พันธนาการอยู่รัดแน่นขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับงูดำ ในเวลาเดียวกัน ภายในร่างกายก็มีเส้นใยสีดำอีกหลายเส้นพุ่งทะยานออกไป ทะลวงเปลือกแข็งของอีกฝ่ายดังฉึก

วินาทีต่อมา ฉากอันน่าตกตะลึงก็ปรากฏขึ้น!

เส้นใยสีดำขยับไปมาราวกับหลอดดูดน้ำ สัตว์อสูรระดับเทพรูปร่างแมงป่องส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็ว

อีกด้านหนึ่ง สีหน้าของอีเชียนเสวี่ยกลับยิ่งดูมีน้ำมีนวล เปล่งปลั่งงดงาม ถึงขั้นแบ่งเส้นใยสีขาวหลายเส้นไปพันรอบระดับเทพคนอื่นๆ ที่บาดเจ็บอยู่ไม่ไกล เพื่อรักษาพวกเขาก็ยังได้

"ดูดเข้าคายออก อึดทนทาน ไม่รู้เลยว่าวันข้างหน้าจื่อหลงจะมีชีวิตที่ราบรื่นไหม..."

เฉินซีอินราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ หัวเราะหึๆ ก่อนจะหันไปมองสนามรบอีกแห่ง

ท่ามกลางฝูงสัตว์อสูรระดับเทพที่กำลังแตกพ่าย

เฉินมู่ชูถือทวนกรีดฟ้า ต่อสู้อย่างดุเดือด ฟาดทวนอย่างแรงจนฟันสัตว์อสูรระดับเทพเกราะเต่าขาดครึ่งท่อน เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วทิศ

อีกด้านหนึ่ง เฉินซีซิงคอยควบคุมกระดานหมากรุกขาวดำขนาดยักษ์บนท้องฟ้าอยู่ด้านข้าง วางหมากรุกลงมาอย่างต่อเนื่องเพื่อจำกัดการหลบหนีของระดับเทพเผ่าต่างดาว

ส่วนเฉินมู่เชาก็โบกมือทั้งสองข้าง ทุ่มสุดแรงขว้างเงาทวนสีดำออกไปเป็นสาย ปักเข้าที่ร่างของเผ่าต่างดาวทีละคนจนทะลุร่าง

จางซานซิงที่อยู่ไม่ไกลก็ราวกับลำแสงจันทร์เสี้ยวสีทอง พุ่งทะยานไปมาในสนามรบ ส่องประกายวูบวาบ สาดกระเซ็นไปด้วยหยดเลือด

จางฮั่วอวี๋ที่อยู่แนวหลังมือซ้ายรวบรวมลม มือขวารวบรวมไฟ ปล่อยลำแสงเกลียวสีแดงอมเขียวออกไป กลืนกินร่างของระดับเทพรูปร่างหมาป่า...

ชั่วพริบตา ความทรงจำในอนาคตก็ผุดขึ้นมาในหัวของเฉินซีอิน

ในไทม์ไลน์นั้น ตอนที่เฉินมู่ชู จางซานซิง จางฮั่วอวี๋ และสมาชิกกองกำลังตระกูลเฉินจำนวนไม่น้อยตายไปในโลกเผ่าวิญญาณระดับหก เมื่อข่าวส่งกลับมา ทุกคนต่างก็ไม่อยากจะเชื่อ

นี่นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับตระกูลเฉินและตระกูลจาง

ส่วนเฉินซีซิงที่ถูกเฉินมู่ชูใช้ยันต์เทเลพอร์ตส่งกลับมาอย่างฝืนทน ก็กลายเป็นคนหมดอาลัยตายอยากตั้งแต่นั้นมา ในใจเกิดเป็นมารจิต จนกระทั่งตายก็ยังไม่สามารถทะลวงผ่านระดับเก้าได้

อีกด้านหนึ่ง เฉินมู่เชากับอวิ๋นหงอิงก็ขึ้นไปบนกำแพงด่านชิงหลงในวันรุ่งขึ้นหลังแต่งงาน เพื่อต่อต้านการรุกรานของเผ่ามาร ท้ายที่สุดก็สละชีพนอกด่านชิงหลงพร้อมกับเฉินเหวินชิงและเหล่าผู้อาวุโสตระกูลเฉิน

และเจียเสวี่ยก็ตายในวันนั้นเพื่อช่วยเขา

ถงจิงเฉิง อิ๋งอู๋เหิน ซูยวน เตียวจี่ฉาน... สายตาของเฉินซีอินกวาดผ่านสนามรบที่มีเงาร่างของคนต้าเซี่ยทีละคนๆ มองดูแสงสว่างอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาที่เบ่งบานออกมา ในใจก็รู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก

และในตอนนั้นเอง ระหว่างที่ภาพความทรงจำนับไม่ถ้วนกำลังซ้อนทับกัน เฉินซีอินก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แสงแดดสาดส่องลงมา ทาบทับบนใบหน้าอันหล่อเหลาและมือขวาที่ค่อยๆ ยกขึ้นของเขา ท่วงทำนองเพลงค่อยๆ บรรเลงขึ้นในหัว

แสง~ บางเบาดุจกระดาษ~

แสง~ โปรยปรายลงมา~

แสง~ ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ค่อยๆ เลือนหาย~ มันช่างลนลาน~

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 1106 - แสงสว่างแห่งเหล่าอัจฉริยะต้าเซี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว