- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 1106 - แสงสว่างแห่งเหล่าอัจฉริยะต้าเซี่ย
บทที่ 1106 - แสงสว่างแห่งเหล่าอัจฉริยะต้าเซี่ย
บทที่ 1106 - แสงสว่างแห่งเหล่าอัจฉริยะต้าเซี่ย
บทที่ 1106 - แสงสว่างแห่งเหล่าอัจฉริยะต้าเซี่ย
"แต่เซิ่งอินมีว่านฮว่าของฉันอยู่กับตัว จัดการพวกฉงอู่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร..."
เฉินซีอินสังเกตสถานการณ์สนามรบของพวกเขาผ่านมุมมองของเฉินเซิ่งอิน จากนั้นก็เปลี่ยนความคิด แล้วเอ่ยกำชับว่า
"เซิ่งอิน ร่างกายนี้คืนให้เธอจัดการอย่างอิสระเลยนะ อ้อ ระวังความเคลื่อนไหวของเทพแมลงชั้นยอดสองตนนั้นด้วย ฉันสงสัยว่าพวกมันยังมีผลึกระดับเหนือเทพอยู่ พยายามล่อให้พวกมันใช้กับเธอ ให้บรรพชนผิงอันกับคนอื่นๆ หลบไปก่อน..."
"ได้ เข้าใจแล้ว"
หลังจากกำชับเซิ่งอินไปสองสามประโยค เฉินซีอินก็คืนสิทธิ์การควบคุมร่างกายให้เขา แล้วไม่ได้สนใจอีก
เฉินเซิ่งอินแตกต่างจากพวกเฉินชูอินที่ใกล้จะกลายเป็นระดับเหนือเทพแล้ว
ระหว่างที่เขากำลังดูดซับทรัพยากรพลังวิญญาณ ก็ถูกตัวเองส่งตัวออกมาก่อน ดังนั้นตอนนี้จึงยังมีพลังแค่ระดับเทพชั้นยอดเท่านั้น
นอกจากนี้ วิดีโอตอนที่เผ่าต่างดาวทำลายเกราะป้องกันของ 【ฐานทัพแนวหน้าต้าโต่ว】 ก่อนหน้านี้ ก็ถูกส่งกลับมาผ่านอุปกรณ์สังเกตการณ์ก่อนที่จะถูกทำลาย และปรากฏสู่สายตาของเหล่าผู้นำเผ่ามนุษย์
ในมุมมองของเขา 【ผลึกระดับเหนือเทพ】 ที่พวกฉงอู่ใช้ ก็มีพลังแค่ระดับเหนือเทพทั่วไป ต่อให้โจมตีใส่เฉินเซิ่งอิน ก็ยังถูก 【ว่านฮว่า】 ป้องกันไว้ได้ ไม่ได้เป็นภัยคุกคามอะไรมากนัก
แต่สำหรับคนอื่นแล้วไม่ใช่แบบนั้น
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เข้าร่วมสนามรบทันที แต่เลือกที่จะคอยสนับสนุนทุกคนอยู่ด้านหลัง เฝ้าระวังความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อเตรียมพร้อมรับการโจมตี
และในตอนนี้ ภายใต้การสนับสนุนจากบทเพลงของเฉินเซิ่งอิน สภาพของทุกคนก็ฟื้นฟูเแล้ว เพียงชั่วพริบตาก็สังหารเทพแมลงไปได้กว่าสิบตน
ผู้ใช้พลังเผ่าต้าโต่วระดับพิทักษ์เผ่าพันธุ์เจ็ดคนถูกยกระดับพลังจนเข้าใกล้ระดับชั้นยอด บวกกับเฉินผิงอัน บรรพชนเสวียน และเซียวเหยียนอีกสามคน
เทียบเท่ากับระดับเทพชั้นยอดสิบเอ็ดคน รุมอัดเทพแมลงชั้นยอดสองตนกับพวกเทพแมลงปลายแถว
"จุ๊ๆๆ พลังเพิ่มขึ้นแล้ว ตอนนี้ระดับเทพทั่วไปในสายตาฉันก็เป็นแค่พวกปลายแถวเท่านั้นแหละ..."
เฉินซีอินอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้ม ไม่ได้มองการต่อสู้ในโลกต้าโต่วอีก
จากนั้นเขาก็ส่งข้อความเกี่ยวกับ 【ผลึกระดับเหนือเทพ】 ไปเตือนพวกหลินตงในโลกต้าหลัวให้ระวังความปลอดภัย พร้อมกับสั่งให้วิญญาณรับใช้ที่เดินทางไปโลกต้าหลัวคอยปกป้องทุกคน
วินาทีต่อมา
เฉินซีอินก็ลงมือทำลายโลกไท่หลุนต่อไป กลายร่างเป็นไทยมุง คอยดูสถานการณ์ในสนามรบอื่นๆ ผ่าน 【ป้อมปราการมิติ】 ในร่างกาย
เห็นเพียงสนามรบอันวุ่นวายอีกแห่งหนึ่งในโลกต้าโต่ว
หลินจื่อหลงควงทวนพู่เพลิงอันส่องประกาย สองเท้าเหยียบมังกรไฟบริสุทธิ์ทักษิณที่แผดเผาไปด้วยเปลวเพลิง กำลังไล่ตามสัตว์อสูรระดับเทพที่มีรูปร่างคล้ายมังกรดำ ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทำให้บาดแผลบนตัวของมันสาหัสขึ้นเรื่อยๆ สาดกระเซ็นเลือดไปทั่วท้องฟ้า
ตอนนั้นเอง มังกรดำก็ส่งเสียงคำรามลั่น สะบัดหางก่อให้เกิดพายุสีดำ หวังจะซัดหลินจื่อหลงให้ปลิวกระเด็น แต่กลับถูกมังกรไฟบริสุทธิ์ทักษิณใต้เท้าของเขากัดเข้าที่คออย่างจัง เปลวเพลิงแผดเผาเนื้อหนังเสียงดังฉ่า ทะลวงเข้าไปในร่างกาย ทำเอาอีกฝ่ายเจ็บปวดจนดิ้นพล่าน
ตามด้วยหลินจื่อหลงที่กระโดดลอยตัวขึ้น ทวนในมือแทงออกไปอย่างแรง เสียบเข้าที่คอของมังกรดำ ลำแสงสีแดงทะลวงออกไปอีกฝั่ง ทิ้งรูเลือดขนาดใหญ่เอาไว้ ก่อนจะตกลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง ระเบิดเป็นหลุมเพลิงขนาดยักษ์กว้างนับพันลี้
ในขณะเดียวกัน ทวนในมือของหลินจื่อหลงก็ตวัดหมุน มือขวางัดขึ้น พาหัวมังกรอันน่าเกลียดน่ากลัวที่ถูกตัดขาดให้ลอยละลิ่วขึ้นไปบนฟ้า ชั่วพริบตา เลือดมังกรก็พุ่งกระฉูด อาบไปทั่วร่างของเขา
จากนั้นเขาก็ไม่สนซากมังกรที่ร่วงหล่นลงมา หันขวับไปพุ่งเป้าสังหารสัตว์อสูรระดับเทพอีกตนทันที
ฉากนี้ทำให้เฉินซีอินอดไม่ได้ที่จะนึกถึงบทเพลงที่จื่ออินเคยบรรเลงเสริมพลังให้เขาโดยเฉพาะ
ทวนยาวทะลวงเมฆา~ ปล่อยวางความห่วงหาทั้งชีวิต~
เหม่อมองจันทร์เสี้ยวเหน็บหนาว~ ควบม้าโดดเดี่ยว~ เป็นตายไร้วาจา~
ความคิดแล่นผ่าน เฉินซีอินก็หันไปมองอีเชียนเสวี่ยที่อยู่ในสนามรบอีกแห่ง
ในอนาคตของจื่ออินนั้น
เขาจำได้ว่าอีเชียนเสวี่ยที่เป็นสายรักษา ได้ไปที่ด่านจูเชวี่ยพร้อมกับหลินจื่อหลงเพื่อป้องกันการรุกรานของเผ่าสัตว์อสูร สุดท้ายทีมแพทย์ของต้าเซี่ยที่ด่านจูเชวี่ยก็ถูกลำแสงพลังวิญญาณที่ร่วงหล่นลงมาเต็มท้องฟ้ากลืนกินไปจนหมดสิ้น
และภายใต้กลุ่มแสงอันเจิดจ้าที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ การระเบิดอย่างรุนแรงก็ทำลายด่านจูเชวี่ย เธอก็ตายตกไปในค่ำคืนที่ด่านแตกพร้อมกับฝูงสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนที่บุกเข้ามา
เมื่อตั้งสติได้ เฉินซีอินก็สังเกตเห็นว่าอีเชียนเสวี่ยกำลังพุ่งไปมาในสนามรบอย่างต่อเนื่อง รอบกายของเธอมีเส้นใยพลังวิญญาณสีดำและขาวบินว่อนไปมาอย่างหนาแน่น
เมื่อเธอสะบัดมือขวา เส้นใยสีขาวสองเส้นบนนิ้วก็พุ่งทะยานออกไป ตกลงบนร่างของผู้ใช้พลังเผ่าต้าโต่วระดับเทพคนหนึ่งที่ถูกกัดแขนขาด และแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมา แขนที่ขาดของผู้ใช้พลังเผ่าต้าโต่วระดับเทพคนนี้ก็ปรากฏแสงสีขาวสว่างวาบ แขนงอกใหม่ในพริบตา ฟื้นฟูพลังรบกลับมาได้
ตอนนั้นเอง ผู้ใช้พลังเผ่าต้าโต่วระดับเทพคนนี้ก็มีสีหน้าดีใจ หันไปมองแวบหนึ่ง แต่กลับพบว่ากำแพงมิติที่อยู่ด้านหลังอีเชียนเสวี่ยเกิดคลื่นกระเพื่อมขึ้นมากะทันหัน จึงรีบตะโกนเตือนเสียงหลง
เห็นเพียงสัตว์อสูรรูปร่างแมงป่องปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เปิดฉากลอบโจมตีอย่างดุเดือด ปลายหางแหลมคมส่องประกายแสงสีม่วงเย็นเยียบ พุ่งแทงเข้าที่แผ่นหลังของอีเชียนเสวี่ยอย่างรวดเร็ว
เมื่อเฉินซีอินเห็นดังนั้น ก็ยกมุมปากขึ้น ส่ายหน้าเบาๆ
"อย่าคิดว่าสายรักษาชั้นยอดจะฆ่าได้ง่ายๆ ยอดฝีมือระดับนี้ ใครบ้างจะไม่มีของดีติดตัว?!"
สิ้นคำพูด
เห็นเพียงอีเชียนเสวี่ยยิ้มเยาะ เส้นใยสีดำที่บินว่อนอยู่รอบตัวตึงขึ้นมาในพริบตา เปลี่ยนทิศทาง พุ่งเข้าไปรัดหางแหลมคมที่โจมตีเข้ามาเอาไว้แน่น ต่อให้อีกฝ่ายจะดิ้นรนแค่ไหนก็สลัดไม่หลุด
ในขณะเดียวกัน อีเชียนเสวี่ยที่หันขวับกลับมาก็มีประกายแสงเย็นเยียบพาดผ่านดวงตา มือซ้ายกระตุกดึง เส้นใยสีดำที่พันธนาการอยู่รัดแน่นขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับงูดำ ในเวลาเดียวกัน ภายในร่างกายก็มีเส้นใยสีดำอีกหลายเส้นพุ่งทะยานออกไป ทะลวงเปลือกแข็งของอีกฝ่ายดังฉึก
วินาทีต่อมา ฉากอันน่าตกตะลึงก็ปรากฏขึ้น!
เส้นใยสีดำขยับไปมาราวกับหลอดดูดน้ำ สัตว์อสูรระดับเทพรูปร่างแมงป่องส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่ง สีหน้าของอีเชียนเสวี่ยกลับยิ่งดูมีน้ำมีนวล เปล่งปลั่งงดงาม ถึงขั้นแบ่งเส้นใยสีขาวหลายเส้นไปพันรอบระดับเทพคนอื่นๆ ที่บาดเจ็บอยู่ไม่ไกล เพื่อรักษาพวกเขาก็ยังได้
"ดูดเข้าคายออก อึดทนทาน ไม่รู้เลยว่าวันข้างหน้าจื่อหลงจะมีชีวิตที่ราบรื่นไหม..."
เฉินซีอินราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ หัวเราะหึๆ ก่อนจะหันไปมองสนามรบอีกแห่ง
ท่ามกลางฝูงสัตว์อสูรระดับเทพที่กำลังแตกพ่าย
เฉินมู่ชูถือทวนกรีดฟ้า ต่อสู้อย่างดุเดือด ฟาดทวนอย่างแรงจนฟันสัตว์อสูรระดับเทพเกราะเต่าขาดครึ่งท่อน เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วทิศ
อีกด้านหนึ่ง เฉินซีซิงคอยควบคุมกระดานหมากรุกขาวดำขนาดยักษ์บนท้องฟ้าอยู่ด้านข้าง วางหมากรุกลงมาอย่างต่อเนื่องเพื่อจำกัดการหลบหนีของระดับเทพเผ่าต่างดาว
ส่วนเฉินมู่เชาก็โบกมือทั้งสองข้าง ทุ่มสุดแรงขว้างเงาทวนสีดำออกไปเป็นสาย ปักเข้าที่ร่างของเผ่าต่างดาวทีละคนจนทะลุร่าง
จางซานซิงที่อยู่ไม่ไกลก็ราวกับลำแสงจันทร์เสี้ยวสีทอง พุ่งทะยานไปมาในสนามรบ ส่องประกายวูบวาบ สาดกระเซ็นไปด้วยหยดเลือด
จางฮั่วอวี๋ที่อยู่แนวหลังมือซ้ายรวบรวมลม มือขวารวบรวมไฟ ปล่อยลำแสงเกลียวสีแดงอมเขียวออกไป กลืนกินร่างของระดับเทพรูปร่างหมาป่า...
ชั่วพริบตา ความทรงจำในอนาคตก็ผุดขึ้นมาในหัวของเฉินซีอิน
ในไทม์ไลน์นั้น ตอนที่เฉินมู่ชู จางซานซิง จางฮั่วอวี๋ และสมาชิกกองกำลังตระกูลเฉินจำนวนไม่น้อยตายไปในโลกเผ่าวิญญาณระดับหก เมื่อข่าวส่งกลับมา ทุกคนต่างก็ไม่อยากจะเชื่อ
นี่นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับตระกูลเฉินและตระกูลจาง
ส่วนเฉินซีซิงที่ถูกเฉินมู่ชูใช้ยันต์เทเลพอร์ตส่งกลับมาอย่างฝืนทน ก็กลายเป็นคนหมดอาลัยตายอยากตั้งแต่นั้นมา ในใจเกิดเป็นมารจิต จนกระทั่งตายก็ยังไม่สามารถทะลวงผ่านระดับเก้าได้
อีกด้านหนึ่ง เฉินมู่เชากับอวิ๋นหงอิงก็ขึ้นไปบนกำแพงด่านชิงหลงในวันรุ่งขึ้นหลังแต่งงาน เพื่อต่อต้านการรุกรานของเผ่ามาร ท้ายที่สุดก็สละชีพนอกด่านชิงหลงพร้อมกับเฉินเหวินชิงและเหล่าผู้อาวุโสตระกูลเฉิน
และเจียเสวี่ยก็ตายในวันนั้นเพื่อช่วยเขา
ถงจิงเฉิง อิ๋งอู๋เหิน ซูยวน เตียวจี่ฉาน... สายตาของเฉินซีอินกวาดผ่านสนามรบที่มีเงาร่างของคนต้าเซี่ยทีละคนๆ มองดูแสงสว่างอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาที่เบ่งบานออกมา ในใจก็รู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก
และในตอนนั้นเอง ระหว่างที่ภาพความทรงจำนับไม่ถ้วนกำลังซ้อนทับกัน เฉินซีอินก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แสงแดดสาดส่องลงมา ทาบทับบนใบหน้าอันหล่อเหลาและมือขวาที่ค่อยๆ ยกขึ้นของเขา ท่วงทำนองเพลงค่อยๆ บรรเลงขึ้นในหัว
แสง~ บางเบาดุจกระดาษ~
แสง~ โปรยปรายลงมา~
แสง~ ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ค่อยๆ เลือนหาย~ มันช่างลนลาน~
(จบแล้ว)