- หน้าแรก
- เซียนซุนหน้ามึน ป่วนสำนักฝึกตน
- บทที่ 21 - ทะลวงวงแหวนจุดเชื่อมต่อ
บทที่ 21 - ทะลวงวงแหวนจุดเชื่อมต่อ
บทที่ 21 - ทะลวงวงแหวนจุดเชื่อมต่อ
"นี่ ... ไม่น่าเป็นไปได้" ฉู่จิ้งคงมองดูอาล่างที่กระโดดโลดเต้นไปมาอยู่ไม่ไกลแล้วพึมพำกับตัวเอง ชายที่ชื่ออี้เจี้ยนข้างกายหลังจากตกตะลึงไปพักหนึ่งก็กลับมาเยือกเย็นตามปกติ แต่ถึงกระนั้นคนสุขุมอย่างเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสั่นสะเทือนใจ ตั้งแต่เริ่มแรกที่ได้สัมผัสกับอาล่างและเสวี่ยเอ๋อร์จนมาถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าในสวนแรกวิญญาณ ไม่มีสิ่งใดเลยที่ไม่ทำให้เขารู้สึกตื่นตะลึง มันถึงขั้นสั่นคลอนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการฝึกตนที่เขามีมาตลอดชีวิต
"เจ้าเด็กนี่ตกลงแล้วมีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่!" ชายที่ชื่ออี้เจี้ยนมองดูอาล่างที่กำลังกระโดดไปมา ภายในใจเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม "หรือว่าจะเป็นผู้อาวุโสยอดฝีมือที่ใช้วิชาคืนสู่เยาว์วัย? หรือว่าเป็นศิษย์จากตระกูลโบราณที่จงใจมาหาเรื่องสนุกกับพวกเรา?"
ในขณะที่ฉู่จิ้งคงและอี้เจี้ยนกำลังจมอยู่กับความคิดอันไร้จุดสิ้นสุด อาล่างกลับยังคงกระโดดไปมาอยู่ที่หน้าทางเข้าสวนแรกวิญญาณ หลังจากแน่ใจแล้วว่าสวนแห่งนี้ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อร่างกาย อาล่างก็วางใจและเดินเข้าไปข้างใน เขาเลิกกระโดดโลดเต้นและปรายตามองฉู่จิ้งคงกับพวก ก่อนจะถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วเลิกสนใจคนทั้งสองอีก
เมื่อฉู่จิ้งคงเห็นอาล่างถ่มน้ำลายใส่ เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังสวนแรกวิญญาณ ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเดิน ชายที่ชื่ออี้เจี้ยนก็ขวางเอาไว้ "ใจเย็นไว้คุณชายรอง เด็กคนนี้ประหลาดนัก หากไม่จำเป็นอย่าเพิ่งไปตอแยเขาเลย"
"อ๊ะ จริงด้วยท่านอาอี้เจี้ยน ข้าวู่วามไปเอง ข้าถึงกับถูกเจ้าเด็กอันธพาลนี่ก่อกวนจนเสียสมาธิ ไม่ควรเลยจริงๆ"
"คุณชายรอง ท่านเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่นี่สักพัก ข้าจะกลับไปที่จวนตระกูลเพื่อนำตัวเด็กใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาเมื่อหลายวันก่อนมาที่นี่ และจะถือโอกาสเชิญท่านปู่รองมาด้วย"
"ท่านปู่รอง? ไม่จำเป็นกระมัง" เมื่อได้ยินคำว่าท่านปู่รอง ฉู่จิ้งคงก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไป "ท่านอาอี้เจี้ยน ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปหรือเปล่า"
"ไม่หรอก ระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า ข้ารู้สึกว่าเจ้าเด็กนี่มันแปลกประหลาดเกินไป เอาล่ะ ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็มา" ฉู่จิ้งคงยังไม่ทันได้ตอบกลับ ชายที่ชื่ออี้เจี้ยนก็หันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ฉู่จิ้งคงหันกลับไปมองอาล่างด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยมากยิ่งขึ้น
หลังจากถ่มน้ำลายใส่ฉู่จิ้งคงแล้ว อาล่างก็เดินตรงเข้าไปในสวนแรกวิญญาณโดยไม่สนใจเรื่องราวภายนอกอีก เดิมทีเขาตั้งใจจะศึกษาค้นคว้าสวนแห่งนี้ร่วมกับฉู่เนี่ยนหลาง แต่ไม่นึกเลยว่าทันทีที่ฉู่เนี่ยนหลางก้าวเท้าเข้ามาในสวน เขาก็เข้าสู่สภาวะรู้แจ้งไปในทันที
เมื่อเห็นฉู่เนี่ยนหลางนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อและมีไอพรายพลังวิญญาณสีเขียวอ่อนแผ่ซ่านออกมารอบกาย อาล่างก็ตระหนักได้ว่าสิบทั้งสิบฉู่เนี่ยนหลางคงจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับเบิกวิญญาณได้ในสวนแห่งนี้เป็นแน่ เมื่อคิดได้ดังนั้นอาล่างจึงใช้ความสามารถในการมองเห็นภายในเพื่อตรวจสอบทะเลสาบวิญญาณของตนเองอีกครั้ง นิ่ง ... คำเดียวเลย โคตรจะนิ่ง ทะเลสาบวิญญาณที่เป็นเพียงร่องน้ำเล็กๆ อันน่าสงสารของเขาไม่มีความผันผวนใดๆ แม้แต่น้อย สายน้ำเส้นเล็กๆ หากไม่สังเกตให้ดีก็แทบจะมองไม่เห็น เมื่อยุติการมองเห็นภายใน อาล่างก็ลุกขึ้นยืนด้วยความเบื่อหน่ายและเดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ สวนแรกวิญญาณ
ในตอนนี้นี่เองที่อาล่างเพิ่งจะได้พิจารณาสวนแรกวิญญาณอย่างจริงจัง ไม่พิจารณาก็แล้วไปเถอะ แต่พอได้พิจารณาอาล่างก็อดไม่ได้ที่จะร้องเอ๊ะออกมา สวนแรกวิญญาณที่อยู่ตรงหน้ากลับดูใหญ่โตกว่าตอนที่มองจากข้างนอกมาก เมื่อทอดสายตาออกไป รั้วที่เป็นขอบเขตของสวนกลับอยู่ห่างไกลออกไปลิบตา อาล่างอดไม่ได้ที่จะเดินลึกเข้าไปในทุ่งหญ้า
ระหว่างที่เดินอาล่างก็สำรวจรอบด้าน นอกจากทางเดินที่เป็นคันดินใต้ฝ่าเท้าแล้ว ทุ่งหญ้ายังถูกแบ่งออกเป็นช่องสี่เหลี่ยมอย่างเป็นระเบียบ ภายในแต่ละช่องมีหุ่นฟางสวมหมวกฟางตั้งอยู่หนึ่งตัว และที่ปลายเท้าของหุ่นฟางก็มีไก่พเนจรสองสามตัวกำลังเดินเตาะแตะ ราวกับว่าพวกมันได้รับผลกระทบจากพลังที่มองไม่เห็นบางอย่าง ไก่พเนจรเหล่านี้ถึงไม่ยอมวิ่งข้ามไปหากินในช่องสี่เหลี่ยมอื่น ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนถูกจัดวางเอาไว้หมดแล้ว
เมื่อเห็นช่องสี่เหลี่ยมในทุ่งหญ้าที่เรียงรายซ้ำไปซ้ำมาไม่สิ้นสุด หุ่นฟางนับไม่ถ้วน และไก่พเนจรที่ไม่กล้าล้ำเส้น อาล่างก็เดินลึกเข้าไปในทุ่งหญ้าด้วยความเบื่อหน่าย
เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป พวงแก้มที่แดงระเรื่อของฉู่เนี่ยนหลางก็ค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ เมื่อเขาลืมตาขึ้น ฉู่เนี่ยนหลางก็ลุกขึ้นจากพื้น "ในที่สุดก็สัมผัสได้แล้วว่าจะดูดซับพลังฟ้าดินอย่างไร รู้สึกสบายจังเลย แต่ไม่รู้ว่าจะปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาภายนอกได้อย่างไร ศิษย์พี่ใหญ่น่าจะรู้ เอ๊ะ ศิษย์พี่ใหญ่ล่ะ" ฉู่เนี่ยนหลางมองไปรอบๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่เห็นเงาของอาล่างอยู่บริเวณนั้น เขาก็เริ่มออกเดินตามหาลึกเข้าไปในทุ่งหญ้า
และในตอนนี้อาล่างที่อยู่ลึกเข้าไปในทุ่งหญ้าก็ได้หยุดฝีเท้าลง มือขวาลูบท้อง มือซ้ายเกาหัว เขามองดูไก่พเนจรในช่องสี่เหลี่ยมของทุ่งหญ้าแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ ในที่สุดอาล่างก็ทนไม่ไหวและพุ่งตัวเข้าใส่ไก่พเนจรหลายตัวที่หันหลังให้เขา ...
จบแล้ว