- หน้าแรก
- เซียนซุนหน้ามึน ป่วนสำนักฝึกตน
- บทที่ 4 - หมู่บ้านพิทักษ์วิญญาณ
บทที่ 4 - หมู่บ้านพิทักษ์วิญญาณ
บทที่ 4 - หมู่บ้านพิทักษ์วิญญาณ
ฟ้าสางแล้ว แสงแดดสาดส่องลงบนทุ่งหญ้าสีเขียวขจีอันเงียบสงบ สายลมพัดโชยมา เกลียวคลื่นหญ้าพริ้วไหวไปตามสายลมจนสุดสายตา เด็กชายจ้องมองภาพเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอยราวกับกำลังฝันไป
"ล่างเอ๋อร์" เสียงเรียกเบาๆ ปลุกเด็กชายให้ตื่นจากภวังค์ "ที่นี่คือโลกภายนอกป่า เป็นโลกของมนุษย์ และเป็นโลกที่โหดร้ายที่สุด เจ้าอย่าได้ถามสิ่งใดเลย และจงอย่าพูดเรื่องราวใดๆ เกี่ยวกับป่าแห่งนั้นเด็ดขาด ไปฝึกฝนบำเพ็ญเพียรด้วยตัวเองเถอะ สิบปีมานี้ปู่ไม่ได้สอนเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรใดๆ แก่เจ้าเลย แต่ปู่ได้สอนสิ่งที่สำคัญที่สุดให้แก่เจ้านั่นคือการเอาชีวิตรอด วิชาเงาพรายเร้นลับคือยอดวิชาเอาชีวิตรอดเฉพาะตัวของปู่นะ จำไว้ว่าไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการมีชีวิตรอด ไปเถอะ ของล้ำค่าในถุงมิตินั้นห้ามให้คนนอกล่วงรู้เด็ดขาด มิฉะนั้นเจ้าจะมีอันตรายถึงชีวิต จำไว้นะ การมีชีวิตรอดนั้นสำคัญที่สุด ..." สิ้นเสียงร่างของชายชราก็เลือนหายไปในความว่างเปล่า
"ท่านปู่ ข้า ... เฮ้อ ข้ายังไม่ได้ถามอะไรเลย หายไปอีกแล้ว น่ารำคาญจริงๆ" เด็กชายถอนหายใจ เขามองเด็กหญิงที่นอนอยู่บนทุ่งหญ้าแล้วส่ายหัว ก่อนจะแบกเด็กหญิงขึ้นบ่าอย่างช่วยไม่ได้แล้วเดินมุ่งหน้าสู่ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลเบื้องหน้า
สองวันต่อมา เด็กชายใช้วิชาเงาพรายเร้นลับพุ่งทะยานไปนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดเขาก็มองเห็นควันไฟลอยขึ้นมาจากที่ไกลๆ "เอ๊ะ? ตรงนั้นมีคนอยู่หรือเปล่านะ? ไม่ได้การ ข้าต้องปลุกนางให้ตื่นก่อน เผื่อว่าข้างหน้าจะมีอันตราย" พูดจบเด็กชายก็หยิบยาลูกกลอนสีฟ้าเม็ดหนึ่งใส่เข้าไปในปากของเด็กหญิง เพียงชั่วครู่เด็กหญิงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
เมื่อเห็นเด็กหญิงลืมตา อาล่างก็หรี่ตาลงแล้วถามว่า "ข้าคือใคร?" แทบจะพร้อมกันนั้น เด็กหญิงก็ถามด้วยความหวาดกลัวว่า "ท่านคือใคร? ที่นี่ที่ไหน โอ๊ย ปวดหัวจัง ปวดเหลือเกิน ท่านพ่อล่ะ? ข้าไม่อยากหาบัวเก้าสีแล้ว ข้าจะหาท่านพ่อ" พูดยังไม่ทันขาดคำเด็กหญิงก็ร้องไห้ออกมา
เสียงร้องไห้ของเด็กหญิงทำเอาเด็กชายตกใจ "นี่ๆ เจ้าอย่าร้องไห้สิ เจ้าจะหาดอกบัวอะไรนะ ใช่ดอกนี้หรือเปล่า?" เด็กชายพูดพลางหยิบดอกบัวที่มีแสงวูบวาบส่องประกายไปทั้งดอกออกมาจากอกเสื้อ
"อ๊ะ บัวเก้าสี ของจริงด้วย ข้าหาบัวเก้าสีเจอแล้วหรือนี่" เด็กหญิงร้องไห้ปนหัวเราะขณะมองเด็กชาย "พี่ชาย ท่านให้ดอกบัวนี่กับข้าได้ไหม? วันหน้าข้าสามารถเอาสิ่งของใดๆ มาแลกกับท่านก็ได้ ถ้าหาบัวนี้เจอท่านพ่อจะต้องดีใจมากแน่ๆ"
"อ้อ ของเล่นนี่น่ะหรือ ไม่อร่อยหรอก เอ้านี่ ข้าให้เจ้า"
"ขอบคุณพี่ชายมากเจ้าค่ะ ไม่อร่อยหรือ ท่านเคยทานด้วยหรือเจ้าคะ?"
"แน่ล่ะสิ ..." ทว่าจู่ๆ เขาก็นึกถึงคำเตือนของท่านปู่ขึ้นมา เด็กชายจึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที "เปล่าหรอก ข้ายังไม่เคยทาน ไม่พูดเรื่องนี้แล้วดีกว่า เจ้าดูสิว่าที่นั่นคือที่ไหน?" เด็กชายพูดพลางชี้มือไปยังควันไฟที่ลอยอยู่ไกลๆ
"ที่นั่นเหมือนจะเป็นหมู่บ้านพิทักษ์วิญญาณของพวกเราเลย อ๊ะ ข้าจะกลับไปเอาบัวเก้าสีให้ท่านพ่อดู ท่านพ่อต้องดีใจมากแน่ๆ" เด็กหญิงพูดพลางพยุงตัวลุกขึ้นยืนอย่างโอนเอน แต่นางยังยืนไม่ทันมั่นคง เด็กชายก็โค้งตัวลงและแบกเด็กหญิงขึ้นหลัง "ว้าย ..." เด็กหญิงร้องอุทานด้วยความตกใจ
"เป็นอะไรไป? ข้าแบกเจ้าไปดีกว่า จะได้ถึงเร็วๆ" เด็กชายกล่าว
"อ้อ เจ้าค่ะ ..." ใบหน้าของเด็กหญิงแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เด็กชายโค้งตัวลงอีกครั้งเตรียมจะใช้วิชาเงาพรายเร้นลับ แต่จู่ๆ เขาก็นึกถึงคำเตือนของท่านปู่ขึ้นมาได้อีก จึงรีบรั้งพลังที่กำลังสะสมไว้อย่างกะทันหันจนเสียหลักเกือบหกล้ม "ว้าย ... พี่ชาย ข้าขอโทษเจ้าค่ะ ข้าลงไปเดินเองดีกว่า"
"อ้อ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร" เด็กชายตอบอย่างเขินอายพลางแบกเด็กหญิงเดินไปอย่างช้าๆ "พี่ชาย ท่านชื่ออะไรหรือเจ้าคะ ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ท่านเป็นคนที่ไหนหรือเจ้าคะ? แล้วเมื่อกี้ข้าหลับไปได้อย่างไร?"
"ข้าชื่ออะไรน่ะหรือ ข้าชื่ออาล่าง ท่านปู่มักจะเรียกข้าว่าล่างเอ๋อร์ ข้าเป็นคนที่ไหนน่ะหรือ? ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เจ้านับเป็นคนที่สองที่ได้พูดคุยกับข้านอกจากท่านปู่ ข้าถูกท่านปู่ทิ้งไว้ที่นี่ แล้วก็ ... บังเอิญมาพบเจ้าเข้านี่แหละ" เด็กชายที่ชื่ออาล่างพยายามอธิบายให้เด็กหญิงฟังอย่างสุดความสามารถ
"อาล่างหรือ? งั้นข้าจะเรียกท่านว่าพี่ล่างก็แล้วกัน ท่านถูกท่านปู่ทิ้งไว้ที่นี่หรือ? น่าสงสารจัง เสวี่ยเอ๋อร์เองก็มีแค่ท่านพ่อ ไม่มีท่านแม่ แต่ว่าในหมู่บ้านก็มีท่านลุงกับพี่ชายหลายคนที่รักและเอ็นดูเสวี่ยเอ๋อร์มาก ท่านน่าสงสารกว่าเสวี่ยเอ๋อร์อีก วันหน้าพี่ล่างก็เรียกข้าว่าน้องเสวี่ยเอ๋อร์ก็แล้วกันนะเจ้าคะ" ขณะที่พูดคุยกัน ทั้งสองก็เดินเข้าไปใกล้ควันไฟมากขึ้นเรื่อยๆ
"พี่ล่าง ถึงหน้าหมู่บ้านแล้ว ท่านวางข้าลงเถอะ ข้าจะเอาบัวเก้าสีไปให้ท่านพ่อดู"
"อ้อ ได้สิ งั้นเจ้าไปเถอะ" สิ้นเสียง เด็กชายที่เรียกตัวเองว่าอาล่างก็วางเด็กหญิงลง ทันทีที่วางลง อาล่างก็รู้สึกว่ามือขวาของเขาถูกมือน้อยๆ ที่อ่อนนุ่มจับเอาไว้
"พี่ล่าง ท่านเข้าไปกับข้านะเจ้าคะ ท่านเป็นผู้มีพระคุณของหมู่บ้านพิทักษ์วิญญาณของเรา ท่านพ่อกับท่านลุงเห็นท่านแล้วจะต้องดีใจมากแน่ๆ" เด็กหญิงไม่รอให้เขาปฏิเสธ นางจูงมืออาล่างเดินเข้าไปในหมู่บ้านราวกับกำลังจูงวัวที่ไม่เต็มใจเดิน
"เฮ้อ ช่างเถอะ ลองเข้าไปดูหน่อยก็แล้วกัน ถ้ามีอันตรายก็แค่วิ่งหนี" อาล่างสะบัดมือขวาเบาๆ เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงจับไว้แน่นเขาก็ไม่ขัดขืนอีก ดูเหมือนว่าความรู้สึกที่ถูกมือน้อยๆ อ่อนนุ่มจับไว้นั้นก็ไม่เลวเหมือนกัน ...