เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - ลืมตัว

บทที่ 19 - ลืมตัว

บทที่ 19 - ลืมตัว


บทที่ 19 - ลืมตัว

"เสด็จแม่ เจาเจามาเยี่ยมเพคะ"

หลี่เจาหนิงเดินเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นหลี่เสวียนประทับอยู่ด้วย นางก็รีบย่อกายทำความเคารพ "ถวายบังคมเสด็จพ่อเพคะ"

"นึกว่าเจ้าจะไม่เห็นหัวพ่อคนนี้แล้วเสียอีก" หลี่เสวียนแค่นเสียงฮึ่มฮั่ม

เมื่อหลี่เจาหนิงได้ยินดังนั้น นางก็รีบก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ควงแขนหลี่เสวียนแล้วออดอ้อน "เสด็จพ่อตรัสอะไรเช่นนั้นเพคะ เจาเจาเคยไม่เห็นหัวเสด็จพ่อเมื่อไหร่กัน?"

พูดจบ นางก็หันไปพูดกับซ่างกวนฮองเฮาว่า "เสด็จแม่ ดูเสด็จพ่อสิเพคะ เอาแต่ปรักปรำเจาเจา"

"แล้วลองบอกมาสิ ว่าไม่ได้มาหาเสด็จพ่อตั้งนานเท่าไหร่แล้ว!" หลี่เสวียนถลึงตาใส่นาง

แต่การออดอ้อนของหลี่เจาหนิงนั้นใช้ได้ผลชะงัดนัก

พอได้ยินนางเรียกเสด็จพ่อ ความขุ่นข้องหมองใจในอกก็พลันมลายหายไปจนสิ้น

ถึงอย่างไร นางก็คือพระธิดาภรรยาเอก และเป็นพระธิดาที่พระองค์ทรงโปรดปรานมากที่สุด

"ก็ลูกยุ่งอยู่นี่เพคะ" หลี่เจาหนิงยิ้มแฉ่ง

"เจ้าเป็นถึงองค์หญิง แต่กลับลดตัวไปเป็นแม่ค้า หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ราชวงศ์คงได้เสื่อมเสียพระเกียรติแย่" หลี่เสวียนโบกพระหัตถ์

เมื่อหลี่เจาหนิงเห็นว่าพระองค์ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีก นางก็พองแก้มป่องอย่างงอนๆ ปล่อยแขนพระองค์ แล้ววิ่งไปหาซ่างกวนฮองเฮา ทำหน้าตาน่าสงสาร "เสด็จแม่ ดูเสด็จพ่อสิเพคะ พอเจอหน้าก็ดุลูกเลย!"

"เอาล่ะๆ สองพ่อลูกคู่นี้ เลิกเถียงกันสักทีเถอะ"

ซ่างกวนฮองเฮาออกโรงไกล่เกลี่ย พระนางกุมมือหลี่เจาหนิงไว้ เอ่ยด้วยความห่วงใยว่า "ดูสิ ช่วงนี้ลูกผอมลงไปตั้งเยอะ หากทำธุรกิจไม่รอดจริงๆ ก็เลิกเถอะนะ"

แม้หลี่เจาหนิงจะออกไปทำธุรกิจเพราะเรื่องสัญญาหมั้นหมาย แต่รายได้จากการทำธุรกิจก็นำมาช่วยเหลือคลังส่วนพระองค์

คนเป็นแม่ เมื่อเห็นลูกสาวที่เคยใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ต้องมาเหน็ดเหนื่อยกับการดูแลร้านค้า ในใจย่อมรู้สึกสงสารเป็นธรรมดา

"ไม่เพคะ ลูกจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้!" หลี่เจาหนิงส่ายหน้าดิก

"ทุนรอนก็ร่อยหรอไปตั้งเยอะแล้ว เลิกดันทุรังได้แล้ว" หลี่เสวียนพูดตัดรอนอยู่ข้างๆ

เมื่อหลี่เจาหนิงได้ยินดังนั้น นางก็เชิดหน้าขึ้น เอ่ยอย่างภาคภูมิใจว่า "เสด็จพ่อ ไปฟังใครมาหรือเพคะ ว่าทุนของลูกร่อยหรอไปหมดแล้ว?"

"ไม่ใช่หรอกรึ?" หลี่เสวียนเลิกคิ้ว

"แน่นอนว่าไม่ใช่เพคะ" หลี่เจาหนิงยิ้มร่า ปล่อยมือจากซ่างกวนฮองเฮา แล้วไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ "วันนี้ลูกได้พบกับอัจฉริยะนักธุรกิจคนหนึ่ง เชื่อว่าอีกไม่นาน เขาก็จะสามารถแก้ปัญหาความขัดสนของคลังส่วนพระองค์ได้เพคะ"

"เจ้าจะไปหาอัจฉริยะนักธุรกิจที่ไหนมาได้" หลี่เสวียนแค่นเสียงหัวเราะ

หลี่เจาหนิงไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วย นางปรบมือแปะๆ

ไม่นานนัก ขันทีน้อยหลายคนก็หามพัดลมมือหมุนเดินเข้ามา

เมื่อหลี่เสวียนและซ่างกวนฮองเฮาเห็นพัดลมมือหมุน ก็พากันชะงักไป

"เจ้าก็มีของสิ่งนี้ด้วยรึ?" หลี่เสวียนถามด้วยความประหลาดใจ

"เสด็จพ่อก็เคยได้ยินของสิ่งนี้หรือเพคะ?" หลี่เจาหนิงถามกลับ

"แม่เองก็มีอยู่เครื่องหนึ่ง จื้อเอ๋อร์เอามาให้น่ะ เป็นของเล่นที่ใช้ได้ทีเดียว" ซ่างกวนฮองเฮายิ้ม

พูดจบ พระนางก็สั่งให้นางกำนัลไปหยิบพัดลมมือหมุนออกมา

"เจ้านั่นยังพอมีความกตัญญูอยู่บ้างนะเนี่ย" หลี่เจาหนิงแค่นเสียงขึ้นจมูก

พอพูดถึงหลี่จื้อ นางก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา นางอุตส่าห์ดีกับเขาแท้ๆ แต่เขากลับไปคลุกคลีอยู่กับซูเหยียน ถึงขั้นเรียกไอ้หมอนั่นว่าพี่เขยเสียด้วยซ้ำ

ยิ่งได้ยินชื่อหลี่จื้อ นางก็ยิ่งโมโห

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาพูดเรื่องนี้ นางชี้ไปที่พัดลมมือหมุนทั้งสองเครื่อง "เสด็จแม่ นี่ไม่ใช่ของเล่นนะเพคะ แต่มันคือของที่จะทำกำไรมหาศาลเลยล่ะ"

"เจ้าอย่าบอกนะ ว่าเจ้าเป็นคนทำพัดลมมือหมุนนี่ขึ้นมาน่ะ?" เมื่อเห็นท่าทางภาคภูมิใจของนาง หลี่เสวียนก็อดหัวเราะไม่ได้

"แน่นอนว่าไม่ใช่เพคะ" หลี่เจาหนิงส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยต่อ "แม้จะไม่ใช่ฝีมือลูก แต่เจ้าของพัดลมมือหมุนนี่แหละ คืออัจฉริยะนักธุรกิจที่ลูกพูดถึง"

"ก็แค่ของเล่นชิ้นเล็กๆ จะทำกำไรได้สักเท่าไหร่กันเชียว" หลี่เสวียนแค่นเสียง

ก็แค่เศษไม้ไม่กี่ชิ้นประกอบกัน อย่างมากก็ขายได้ไม่กี่สิบอีแปะเท่านั้นแหละ

"เสด็จพ่อประเมินพัดลมมือหมุนต่ำเกินไปแล้วนะเพคะ" หลี่เจาหนิงรีบแย้ง

"งั้นเจ้าลองว่ามาสิ"

หลี่เสวียนจูงมือซ่างกวนฮองเฮาไปนั่งลงบนเก้าอี้ รับน้ำชาจากนางกำนัลมาจิบ พลางถามด้วยความสนใจ

หลี่เจาหนิงก็นั่งลงข้างๆ ซ่างกวนฮองเฮา นางเลียนแบบท่าทางของหลี่เสวียน กวักมือเรียกนางกำนัลที่อยู่ข้างๆ

นางกำนัลรีบยกน้ำชามาถวาย

เมื่อซ่างกวนฮองเฮาเห็นท่าทางแก่แดดของนาง ก็อดอมยิ้มไม่ได้

"จะมาเล่นลิ้นกับพ่อรึไง?" หลี่เสวียนเองก็พลอยขำไปด้วย

"พัดลมมือหมุนเครื่องนี้ ราคาเครื่องละสิบตำลึงเงิน แต่ต้นทุนแค่สามสิบอีแปะเท่านั้นเพคะ" หลี่เจาหนิงจิบน้ำชา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

หลี่เสวียนและซ่างกวนฮองเฮาได้ยินดังนั้น ก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป

"ราคาแบบนี้ จะขายออกรึ?" หลี่เสวียนหัวเราะ

"ทำไมจะขายไม่ออกล่ะเพคะ เสด็จพ่อลองไปสืบดูสิเพคะ ว่าตอนนี้พัดลมมือหมุนขายดีจนขาดตลาดขนาดไหน ของสิ่งนี้ใช้ดีกว่าพัดตั้งเยอะ เสด็จพ่อคิดว่าพวกขุนนางและผู้มีอันจะกิน จะเสียดายเงินแค่สิบตำลึงเงินหรือเพคะ?" หลี่เจาหนิงรีบอธิบายเป็นฉากๆ

เงินสิบตำลึงอาจจะเป็นราคาที่สูงลิบลิ่วสำหรับชาวบ้านทั่วไป

แต่สำหรับพวกตระกูลผู้ดีมีเงินแล้ว มันยังไม่พอจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มในมื้อเดียวเสียด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นหลี่เสวียนนิ่งเงียบไป

หลี่เจาหนิงก็พูดต่อ "ตอนนี้มีแค่เถาเป่าซางหางของเราเท่านั้นที่มีขาย แม้แต่พ่อค้าชาวต่างชาติยังต้องมาขอซื้อจากเราเลย วันนี้ลูกเพิ่งไปเจรจากับพ่อค้าชาวต่างชาติมา วันเดียวขายได้ตั้งหนึ่งหมื่นเครื่องแน่ะ! และที่ขายได้แค่นี้ ก็เพราะว่าผลิตไม่ทันหรอกนะ ไม่อย่างนั้นขายได้สองสามหมื่นเครื่องสบายๆ เลยล่ะ!"

พูดจบ นางก็เชิดหน้าขึ้น มองหลี่เสวียนด้วยท่าทางภาคภูมิใจสุดๆ

สรรพนามที่ใช้ก็เปลี่ยนมาเป็น "เถาเป่าซางหางของเรา" เสียด้วย

หลี่เสวียนฟังแล้วถึงกับเบิกตากว้าง แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอยู่ต่อหน้าลูกสาว จะแสดงท่าทีตกตะลึงเกินไปก็คงไม่ดี จึงรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะแสร้งถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "แล้วขายให้พวกพ่อค้าชาวต่างชาติในราคาเท่าไหร่ล่ะ?"

ราคาขายส่งกับราคาขายปลีกย่อมต่างกันอยู่แล้ว

ขายทีเดียวหมื่นเครื่อง ต่อให้ขายเครื่องละตำลึง ก็ได้เงินตั้งหมื่นตำลึงเลยนะ

"แปดตำลึงเพคะ" หลี่เจาหนิงชูนิ้วขึ้นมาทำสัญลักษณ์เลข 'แปด'

"อะไรนะ?" หลี่เสวียนเก็บอาการไม่อยู่อีกต่อไป ตบพนักเก้าอี้ดังปัง "เจ้าเห็นพ่อเป็นคนโง่หรือไง พ่อค้าชาวต่างชาติพวกนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์ จะยอมซื้อของต้นทุนไม่กี่สิบอีแปะ ในราคาแปดตำลึงได้ยังไง?"

แม้แต่ซ่างกวนฮองเฮาเองก็ไม่อยากจะเชื่อ "เจาเจา ลูกอย่าโกหกเสด็จพ่อกับเสด็จแม่สิ..."

"ลูกกะไว้แล้วเชียว ว่าเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ต้องมีปฏิกิริยาแบบนี้ และต้องคิดว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อแน่ๆ ลองฟังลูกอธิบายดูก่อนสิเพคะ แล้วจะเข้าใจเอง" หลี่เจาหนิงจิบน้ำชาอย่างใจเย็น เพื่อดับกระหาย ก่อนจะเลียนแบบท่านั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ของซูเหยียน

"นั่งให้มันดีๆ หน่อยสิ!" หลี่เสวียนเห็นท่านั่งของนางแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที

เมื่อก่อนก็ดูเป็นกุลสตรีเรียบร้อยดีอยู่หรอก แต่ทำไมพอไม่เจอกันไม่กี่วัน ถึงได้ดูทำตัวเหลวไหลแบบนี้ไปได้

หลี่เจาหนิงโดนดุ ก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองลืมตัวไปหน่อย

นางยิ้มเจื่อนๆ รีบนั่งตัวตรง กระแอมไอเบาๆ แล้วเริ่มอธิบาย "จริงๆ แล้วเหตุผลที่ขายได้ราคาแพงขนาดนี้ ก็เป็นเพราะเรื่องของเวลาและการแข่งขันน่ะเพคะ แม้เสด็จพ่อจะรู้ว่าต้นทุนของพัดลมมือหมุนมันต่ำมาก และทำง่ายมากก็เถอะ..."

หลี่เจาหนิงถือถ้วยชาไว้ในมือ พลางเล่าเรื่องที่ซูเหยียนเคยพูดให้ฟัง ด้วยภาษาของนางเองอย่างออกรสออกชาติ

ยิ่งได้ฟังคำอธิบายของนาง สีหน้าของหลี่เสวียนและซ่างกวนฮองเฮาก็เปลี่ยนจากความสงสัย เป็นความเคร่งเครียด และจบลงด้วยความตกตะลึงอย่างสุดขีด!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 19 - ลืมตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว