เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - หญิงงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง

บทที่ 15 - หญิงงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง

บทที่ 15 - หญิงงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง


บทที่ 15 - หญิงงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง

"เจ้าคนถ่อย บังอาจนัก!" ชุนเถากำด้ามดาบในมือแน่น ตวาดเสียงกร้าว

สตรีในต้าเฉียนแม้ออกนอกบ้านได้ ไม่ได้มีกฎบังคับว่า "ห้ามก้าวเท้าออกจากประตูบ้าน" แต่สำหรับสตรีสูงศักดิ์ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ออกเรือน มักจะถือสาเรื่องพวกนี้เป็นอย่างมาก

การที่ซูเหยียนขอให้เปิดผ้าคลุมหน้าตรงๆ เช่นนี้ ถือเป็นการกระทำที่ไร้มารยาทอย่างรุนแรง

ซูเหยียนตกใจกับเสียงตวาดของนางจนสะดุ้งเฮือก

สมกับที่อาเวยกับไหลฟู่เอ่ยปากชมว่าเป็นยอดฝีมือ พลังเสียงเหลือล้นจริงๆ

"นังสาวใช้ตัวดี วันนี้ข้าไม่สั่งสอนเจ้า คงจะไม่ยอมจบสินะ" แต่ซูเหยียนไม่สนใจเรื่องพวกนี้หรอก สาวใช้คนนี้กล้ากำเริบเสิบสานต่อหน้าเขาหลายครั้งแล้ว เขาจึงลุกขึ้นเดินตรงเข้าไปหานางทันที

"จะ... เจ้าจะทำอะไร!"

เช้ง!

ชุนเถาชักดาบออกจากฝัก

"หากเจ้ากล้าขยับแม้แต่ก้าวเดียว พวกเจ้าก็เตรียมตัวพับโครงการร่วมทุนไปได้เลย" ซูเหยียนแค่นรอยยิ้มเย็นเยียบ

"คุณหนู..." ชุนเถาเริ่มใจคอไม่ดี

ภายใต้ผ้าคลุมหน้า ริมฝีปากบางของหลี่เจาหนิงเม้มเข้าหากันแน่น แต่นางก็มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด

เมื่อเจ้านายไม่สั่ง ชุนเถาย่อมไม่กล้าขยับตัว

ซูเหยียนก้าวเท้าเข้าไปสองก้าว ยื่นมือไปหยิกแก้มชุนเถา "รู้ตัวว่าผิดหรือยัง!"

ชุนเถาทำหน้าตึง แววตาเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้

"ดื้อด้านนักนะ" ซูเหยียนหัวเราะร่วน "ในเมื่อเจ้าด่าข้าว่าเป็นคนถ่อย ข้าก็คงไม่อาจปล่อยให้ตัวเองโดนด่าฟรีๆ หรอกนะ"

ว่าแล้ว มือข้างหนึ่งก็ยังคงหยิกแก้มชุนเถาไว้ ส่วนอีกข้างก็ทำท่าจะเอื้อมไปจับหน้าอกของนาง

ชุนเถาตกใจกับท่าทีของซูเหยียนจนหน้าถอดสี ขอบตาแดงระเรื่อ มองหลี่เจาหนิงด้วยสายตาเว้าวอน

"คุณชาย ปล่อยนางไปเถอะ" ในที่สุด หลี่เจาหนิงก็เอ่ยปาก

ซูเหยียนเบ้ปาก "เมื่อครู่แม่นางคงได้ยินแล้วว่านางด่าข้าว่าคนถ่อย ข้าซูอวี่ยืนหยัดในความถูกต้อง เพียงแค่ต้องการจะรู้ตัวตนของคู่ค้า แต่สาวใช้ตัวดีของเจ้ากลับมาทำให้ข้าเสื่อมเสียชื่อเสียง ข้ายังไม่ได้แต่งงานเลยนะ ถ้านางเที่ยวเอาไปป่าวประกาศว่าข้าเป็นคนถ่อย เกิดข้าหาเมียไม่ได้ขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?"

"ข้ายอมถอดผ้าคลุมหน้าออก" หลี่เจาหนิงเงยหน้ามองซูเหยียน น้ำเสียงเจือไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

ในฐานะองค์หญิงภรรยาเอกแห่งต้าเฉียน นางไม่เคยถูกหยามเกียรติถึงเพียงนี้มาก่อน

และไม่เคยต้องยอมก้มหัวให้ใครแบบนี้เลย

นางไม่ได้โง่ ย่อมดูออกว่าการกระทำของซูเหยียน ไม่ได้ตั้งใจจะลวนลามชุนเถาจริงๆ แต่ตั้งใจจะกดดันนางต่างหาก

เดิมทีมันควรจะเป็นการร่วมมือที่เท่าเทียมกัน แต่พอกลายเป็นว่าชุนเถาไปหาเรื่องซูเหยียนก่อน เขาก็เลยฉวยโอกาสนี้ชิงความได้เปรียบไปเสีย

คนผู้นี้ ร้ายกาจจริงๆ

"หึหึ แบบนี้สิถึงจะถูก ข้าซูอวี่ทำการค้าอย่างตรงไปตรงมา ในเมื่อทุกคนอยากจะร่วมมือกัน ย่อมต้องจริงใจต่อกันสิ" ซูเหยียนถึงยอมปล่อยมือจากแก้มของชุนเถา แล้วกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม

เขายกถ้วยชาขึ้นจิบ พลางจ้องมองหลี่เจาหนิงด้วยรอยยิ้ม

หลี่เจาหนิงเอื้อมมือไปด้านหลังศีรษะ ปลดปมผ้าคลุมหน้าออก

"ที่จริงแล้วการร่วมมือกับข้า พวกเจ้าจะได้กำไรมหาศาลเลยนะ ข้าไม่ได้มีแค่ธุรกิจพัดลมมือหมุนอย่างเดียว ยังมีธุรกิจที่ทำกำไรได้มากกว่านี้รออยู่เบื้องหลังอีกเพียบ แถมข้าก็ไม่ได้สนใจเรื่องผลประโยชน์เท่าไหร่ เน้นความถูกชะตาเป็นหลัก..."

ซูเหยียนพูดไปพลาง แต่แล้วเสียงก็ค่อยๆ ขาดหายไป

ผ้าคลุมหน้าของหลี่เจาหนิงเลื่อนหลุดลง

ดวงตาของนางงดงามนัก สงบนิ่งดั่งสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง นัยน์ตาสีดำขลับดุจหยกนิล ยามกะพริบตาแวววาวราวกับแสงดาวระยิบระยับ

เมื่อผ้าคลุมหน้าหลุดออก ก็เผยให้เห็นสันจมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น บ่งบอกถึงความเขินอายปนขุ่นเคือง

นางหลุบตาลงต่ำ ขนตางอนยาวทอดเงาบางๆ ปกคลุมดวงตา

กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ผสานกับความงามบริสุทธิ์ของหญิงสาววัยแรกรุ่น สร้างความตื่นตะลึงให้ซูเหยียนอย่างรุนแรง

"คุณ... คุณชายคิดว่า ข้าดูถูกชะตาหรือไม่?" หลี่เจาหนิงเอ่ยเสียงแผ่ว

ซูเหยียนจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าตาค้าง แววตาเต็มไปด้วยความหลงใหล จู่ๆ เขาก็นึกถึงบทกวีที่เคยอ่านในชาติก่อน จึงโพล่งออกมาว่า "กิ่งงามอาบน้ำค้างส่งกลิ่นหอม เมฆฝนแห่งอูซานชวนให้ใจสลาย"

ไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางใดๆ ก็งดงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง

แม้เขาพยายามจะเก็บอาการ แต่สตรีตรงหน้างดงามเกินไปจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นตี๋ลี่เร่อปา หรือหลิวอี้เฟย หรือแม้แต่เทพธิดาในฝัน ก็ไม่อาจเทียบเทียมนางได้เลยแม้แต่น้อย

ไม่แปลกใจเลยที่ต้องสวมผ้าคลุมหน้า ใบหน้าแบบนี้หากเดินออกไปข้างนอกล่ะก็ อันตรายสุดๆ

"คุณชายชมเกินไปแล้ว..." ใบหน้าของหลี่เจาหนิงแดงซ่าน แต่ในใจกลับยิ่งประหลาดใจ

คนผู้นี้ไม่เพียงแต่เก่งเรื่องทำธุรกิจ แต่ยังแต่งกวีเป็นด้วย

คำชมสองประโยคที่เขาเอ่ยออกมาลอยๆ เมื่อครู่นี้ สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นยอดกวีเลยทีเดียว

"ไม่ทราบว่าแม่นางอายุเท่าไหร่ บ้านอยู่ที่ไหน ข้าว่าเราสองคนไม่เพียงแต่จะถูกชะตากัน แต่ยังอาจจะมีวาสนาต่อกันด้วยนะ"

ซูเหยียนพูดพลางยกป้านชาขึ้นรินชาให้หลี่เจาหนิง

แม้การกระทำนี้จะทำลายความได้เปรียบที่เขาอุตส่าห์สร้างมาเสียป่นปี้ แต่พอได้เห็นหน้าหลี่เจาหนิง เขาก็รู้ตัวทันทีว่าเขากำลังจะตกหลุมรักเข้าแล้ว

"บังอาจ คุณหนูของข้ามีคู่หมั้นอยู่แล้ว เจ้ากล้าล่วงเกินนางเช่นนี้ได้อย่างไร!" แม้ชุนเถาจะยังหวาดกลัวซูเหยียนอยู่บ้าง แต่พอเห็นเขาล่วงเกินคุณหนูของตน นางก็อดไม่ได้ที่จะตวาดแหวออกมา

คิ้วเรียวของหลี่เจาหนิงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"มีคู่หมั้นแล้วงั้นรึ?" คราวนี้ซูเหยียนไม่ได้โกรธนาง เพราะเขารู้ดีว่าในต้าเฉียน สตรีให้ความสำคัญกับชื่อเสียงยิ่งกว่าชีวิต

คำพูดของซูเหยียนเมื่อครู่ นับเป็นการล่วงเกินหลี่เจาหนิงที่มีคู่หมั้นแล้วจริงๆ

เขาจึงเอ่ยขอโทษหลี่เจาหนิง "ขออภัยด้วย ข้าไม่รู้ว่าแม่นางมีคู่หมั้นแล้ว"

ภายนอกทำเป็นนิ่ง แต่ในใจกลับสบถด่าไม่หยุด

สาวสวยระดับเทพขนาดนี้ โดนหมาคาบไปแดกเสียแล้ว!

ไอ้ชาติหมาตัวไหนมันช่างโชคดีขนาดนี้วะ!

"ไม่เป็นไร" หลี่เจาหนิงไม่ได้ถือสาอะไรซูเหยียน เพราะเขาก็ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน แต่พอนางเห็นสีหน้าผิดหวังของซูเหยียน นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้หลุดปากอธิบายออกไป "อีกอย่าง คู่หมั้นคนนี้ผู้ใหญ่เป็นคนจัดการให้ ข้าไม่ได้เต็มใจหรอก"

การหมั้นหมายครั้งนี้ นางไม่เคยยอมรับมันจากใจจริงเลย เพราะซูเหยียนแห่งจวนซูกั๋วกงผู้นั้น เป็นแค่ลูกคุณหนูไม่เอาถ่าน วันๆ เอาแต่เล่นพนันตีรันฟันแทง

แม้นางจะไม่ได้คาดหวังให้ว่าที่สามีในอนาคตต้องเก่งกาจเลิศเลออะไร แต่นางก็ไม่มีวันยอมแต่งงานกับคนเสเพลแบบนั้นเด็ดขาด

และนางก็เชื่อมั่นว่า ขอเพียงนางสร้างผลงานได้สำเร็จ นางจะต้องทำให้เสด็จพ่อถอนหมั้นได้อย่างแน่นอน!

เมื่อซูเหยียนได้ยินดังนั้น ก็เลิกคิ้วขึ้น

ยังมีโอกาสเว้ย!

ขอแค่ไม่ได้รักกันก็พอแล้ว

"แม่นางช่างเป็นคนตรงไปตรงมา ข้าเองก็คิดว่าการคลุมถุงชนมันเป็นประเพณีที่ล้าหลังสุดๆ คนเฒ่าคนแก่ไม่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยสักหน่อย จะไปรู้ใจคนหนุ่มคนสาวได้ยังไง การแต่งงานมันเป็นเรื่องสำคัญทั้งชีวิตเลยนะ!"

ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดของหลี่เจาหนิงยังแทงใจดำเขาเข้าอย่างจัง ซูเว่ยกั๋วกับตาแก่ฮ่องเต้นั่น บังคับให้เขาแต่งงานกับองค์หญิงบ้าบออะไรนั่น เรื่องนี้กลายเป็นหนามยอกอกเขาอยู่

หากไม่ถอนหมั้น ต่อให้เขาเจอคนที่ชอบ เขาก็ยังต้องไปขออนุญาตจากองค์หญิงนั่นอีก

"หากใครมาได้ยินคำพูดของคุณชายเข้า คงหาว่าคุณชายเป็นกบฏแน่ๆ..." หลี่เจาหนิงยิ้มเจื่อน

ในใจนางเห็นด้วยกับคำพูดของซูเหยียนทุกประการ แต่การอบรมสั่งสอนที่นางได้รับมาตั้งแต่เด็ก ทำให้นางไม่กล้าเอ่ยปากเห็นด้วย

"ชิ ข้าไม่สนคำวิจารณ์ของคนอื่นหรอก" ซูเหยียนโบกมือปัด ก่อนจะหันไปส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้หลี่เจาหนิง "หากแม่นางไม่อยากแต่งงาน ข้าพอจะช่วยได้นะ ข้ามั่นใจว่าด้วยฐานะและความสามารถของข้า ซูอวี่คนนี้ เอาชนะไอ้คู่หมั้นของเจ้าได้อย่างราบคาบแน่นอน!"

ตราบใดที่จอบขุดได้ดี มีกำแพงไหนที่ขุดไม่พังบ้าง?

ขอโทษทีนะสหาย

ในเมื่อฝ่ายหญิงเขาไม่ชอบขี้หน้าเจ้า แล้วเจ้าจะเอาสัญญาหมั้นหมายของพวกผู้ใหญ่มาบังคับฝืนใจเขาทำไมล่ะ

ข้าซูเหยียนขอสาบานเลยว่า จะต้องช่วยแม่หญิงผู้ถูกประเพณีกดขี่คนนี้ให้จงได้!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 15 - หญิงงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว