- หน้าแรก
- อุตส่าห์ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐี แต่ฮูหยินดันเป็นที่หนึ่งในปฐพี แล้วชีวิตปลาเค็มของผมล่ะ
- บทที่ 44 - แผนเปิดเผย
บทที่ 44 - แผนเปิดเผย
บทที่ 44 - แผนเปิดเผย
บทที่ 44 - แผนเปิดเผย
หลิ่วหมิงจื้อผู้กำลังภูมิใจในตัวเองยกจอกเหล้าขึ้นซดอึกใหญ่ น้อมรับคำชมจากสาวงามแซ่ฉีอย่างไม่ขัดเขิน
ข้าน่ะเคยดูทั้งยอดนักสืบตี้เหรินเจี๋ย ทั้งเปาบุ้นจิ้น ขาดแค่โคนันที่ยังดูไม่จบ เจ้ารู้ไหมว่าข้าผ่านอะไรมาบ้าง? หา? หา? หา?
"เรื่องเล็กน้อย เรื่องเล็กน้อย ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึงหรอก แต่แม่นางฉี วันนี้ข้าขอพูดให้ชัดเจนเลยนะ เรื่องในอดีตมันเป็นแค่ความเข้าใจผิดจริงๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย หวังว่าแม่นางฉีจะปล่อยให้มันเป็นเพียงอดีต ให้มันลอยไปกับสายลมเถอะ หากเจ้าลองคบหากับข้าดูดีๆ เจ้าจะรู้ว่าความจริงแล้วหลิ่วหมิงจื้อคนนี้ไม่ใช่... ถุย ความจริงแล้วหลิ่วหมิงจื้อคนนี้เป็นคนดีมากๆ เลยนะ"
ต่อหน้าหลี่อวี้กัง หลิ่วหมิงจื้ออธิบายอย่างคลุมเครือว่าเหตุการณ์ในวันนั้นเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด หลี่อวี้กังกับฉีอวิ้นมีหรือจะเป็นคนธรรมดา คนหนึ่งเติบโตมาในราชวงศ์ ท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดี จนกลายมาเป็นผู้กุมอำนาจระดับสูง เรื่องเล่ห์เหลี่ยมไม่ต้องพูดถึง
ส่วนฉีอวิ้นก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสามสาวยอดกวีแห่งจินหลิง ย่อมต้องมีความเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ แค่พูดเปรยๆ ก็เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่ง
หลี่อวี้กังพยักหน้า เอาแต่ยกจอกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียว ทำตัวราวกับคนหูหนวกตาบอด ข้าไม่รู้อะไรเลย ข้าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
ทำลายความบริสุทธิ์ของลูกสาวชาวบ้านเขา จะให้พูดแค่สองสามประโยคแล้วเลิกรากันไปได้ง่ายๆ งั้นหรือ? ข้ออ้างว่าไม่ได้ตั้งใจจะเอามาลบล้างความผิดได้งั้นหรือ?
ฉีอวิ้นทำปากยื่น ถลึงตาใส่หลิ่วหมิงจื้อ ท่าทางแสนงอนนั้นทำเอาหัวใจของหลิ่วหมิงจื้อเต้นไม่เป็นส่ำ เขาจ้องมองฉีอวิ้นตาเป็นประกาย แววตาไร้ซึ่งความคิดอกุศลใดๆ มีเพียงความชื่นชมในความงามอย่างบริสุทธิ์ใจ
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงความคิดของหลิ่วหมิงจื้อฝ่ายเดียว
หลี่อวี้กังมุมปากกระตุก มองหลิ่วหมิงจื้อที่จ้องจนตาค้าง น้ำลายแทบหก ถุย ข้าจะเชื่อคำพูดลวงโลกของเจ้าได้ยังไง ชื่นชมบ้าบออะไรกัน
แม้ฉีอวิ้นจะไม่พอใจที่หลิ่วหมิงจื้อคิดจะใช้คำพูดแค่ไม่กี่คำ มาลบเลือนเรื่องราวชู้สาวระหว่างคุณหนูตระกูลฉีกับคุณชายตระกูลหลิ่วที่หอพิรุณโปรย แต่นางก็ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างจำยอม "ในเมื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิด พี่ชายอธิบายชัดเจนแล้วก็ดีเจ้าค่ะ ผู้น้องย่อมไม่อยากเอาความให้มากความ"
การจะปล่อยคุณชายหลิ่วไปง่ายๆ เช่นนี้ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ฉีอวิ้นต้องการ แต่หลิ่วหมิงจื้อดันใช้อุบายเปิดเผย นางจึงทำได้เพียงเออออห่อหมกไหลตามน้ำไปเท่านั้น
ชั่วขณะนั้น ฉีอวิ้นก็นึกเสียใจที่ยอมให้หลิ่วหมิงจื้อขึ้นเรือมาล่องแม่น้ำร่วมกับท่านหมิงกง และแอบทึ่งในความเจ้าเล่ห์ของเขา ที่กล้าพูดจาคลุมเครือต่อหน้าท่านหมิงกง ไม่ยอมระบุให้ชัดเจน ไม่ยอมอธิบายให้กระจ่าง อาศัยแค่ประโยคเดียวว่า 'ขอให้เจ้าอภัย'
ต่อหน้าท่านหมิงกง ฉีอวิ้นจะพูดอะไรได้อีก จะให้ประจานตัวเองต่อหน้าคนนอกว่า ไปเที่ยวหอนางโลมแล้วโดนเขาลวนลามอย่างนั้นหรือ?
"ศัตรูควรผูกมิตรไม่ควรสร้างศัตรู บางเรื่องผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป วันนี้ถือว่าเห็นแก่หน้าข้า เรื่องเก่าอย่าได้รื้อฟื้นขึ้นมาอีก วันนี้พวกเราจะดื่มเหล้าชมทิวทัศน์กันเท่านั้น"
ฉีอวิ้นรินเหล้าให้หลี่อวี้กังและหลิ่วหมิงจื้ออย่างว่าง่าย ไม่ปริปากพูดถึงเรื่องอื่นอีกเลย
เรือน้อยค่อยๆ แล่นไปตามกระแสน้ำ จู่ๆ เสียงเอะอะโวยวายก็ดังแว่วมาจากข้างนอก หลี่อวี้กังวางจอกเหล้าลง "คนพายเรือ ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นรึ ทำไมถึงเอะอะโวยวายนัก?"
คนพายเรือวัยกลางคนหยุดพาย "นายท่านทั้งสามคงยังไม่ทราบ วันนี้ที่หอพิรุณโปรยกับหอชีซิ่วมีการจัดงานประชันฮวาขุยระหว่างบัณฑิตกับสาวงาม นี่เป็นภาพที่หาดูได้ยากเลยนะขอรับ ไม่เพียงแต่หญิงคณิกาชื่อดังจากสองหอนางโลมที่ใหญ่ที่สุดในจินหลิงจะมารวมตัวกัน แต่ได้ยินมาว่าพวกนางยังเชิญบัณฑิตผู้มีความสามารถจากสถานศึกษาตังหยางและอี๋ซานมาช่วยสร้างสีสันด้วย นายท่านทั้งสามสนใจจะขึ้นไปชมบนเรือสำราญไหมขอรับ?"
หลิ่วหมิงจื้อชะโงกหน้าออกไปมองเรือสำราญที่ลอยลำอยู่บนแม่น้ำด้วยความอยากรู้อยากเห็น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นฉากแบบในละครโทรทัศน์ ครั้งแรกที่เขาไปเที่ยวหอนางโลมก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเพราะเรื่องบิลค่าเหล้า นี่จึงนับว่าเป็นครั้งแรกที่หลิ่วหมิงจื้อได้เห็นบรรยากาศการประชันฮวาขุยระหว่างหอนางโลมชื่อดัง
ฉีอวิ้นเห็นหลิ่วหมิงจื้อชะเง้อคอมองเรือสำราญด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ มือที่กำเหยือกเหล้าของนางก็เผลอบีบแน่นจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ หลิ่วหมิงจื้ออาจจะคิดว่าตัวเองมองอย่างเปิดเผย ไม่ได้ปิดบัง แต่ในสายตาของฉีอวิ้น ท่าทางแบบนี้มันดูเจ้าเล่ห์และไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย
หลี่อวี้กังถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย "การประชันฮวาขุยของพวกหญิงคณิกา กลับมีบัณฑิตจากสถานศึกษาตังหยางและอี๋ซานเข้าไปผสมโรงด้วยงั้นรึ?"
คนพายเรือยิ้มกริ่ม ตอบหลี่อวี้กังว่า "นายท่าน ท่านคงยังไม่ทราบ การประชันฮวาขุย ถ้าไม่มีบัณฑิตมาคอยประพันธ์บทกวีสนับสนุน จะเรียกว่างานประชันระหว่างบัณฑิตกับสาวงามได้อย่างไรล่ะขอรับ?"
ถ้าคนพายเรือรู้ว่า 'นายท่าน' ที่เขาเรียกขานนั้นคือ หวยหนานอ๋อง หลี่อวี้กัง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งเจียงหนาน เขาคงจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแน่ๆ
หลิ่วหมิงจื้อเห็นว่านอกจากบัณฑิตที่โพกผ้าพันศีรษะเหมือนตัวเอง เดินขวักไขว่อยู่ท่ามกลางเหล่านางรำบนเรือสำราญแล้ว ก็ไม่มีฉากอะไรที่เขาอยากเห็นเกิดขึ้น เขาจึงหดหัวกลับมา เที่ยวผู้หญิงแบบไม่จริงจัง จะมีอะไรน่าดูกัน
ฉีอวิ้นเห็นว่าหลิ่วหมิงจื้อแค่มองเรือสำราญผ่านๆ แล้วก็หันกลับมา มือที่กำเหยือกเหล้าของนางจึงคลายออก นางรินเหล้าเติมให้หลิ่วหมิงจื้อจนเต็มจอกเมื่อเห็นว่าจอกของเขาว่างเปล่า
หลี่อวี้กังวางจอกเหล้าลง "เสียงดนตรีบั่นทอนจิตใจ หมกมุ่นของเล่นจนเสียการใหญ่ แต่พวกบัณฑิตกลับพากันแห่แหนไปชื่นชม ไม่รู้เลยหรือว่าตอนนี้กองทัพแคว้นจินกำลังจ้องคุกคามชายแดนของเรา ทัพม้าชนเผ่าทุ่งหญ้าก็ประดุจฝูงหมาป่าที่จ้องจะขย้ำบ้านเมืองของเรา ภายในก็มีพรรคบัวขาวคอยปลุกปั่นยุยงชาวบ้าน แต่บัณฑิตพวกนี้กลับหลงระเริงอยู่กับเสียงดนตรีอันบั่นทอนจิตใจ ช่างน่าเศร้าใจนัก"
ฉีอวิ้นรินเหล้าให้หลี่อวี้กังที่กำลังทอดถอนใจ "ท่านหมิงกง ท่านอย่าเพิ่งท้อแท้ไปเลย ราชวงศ์ต้าหลงของเรายังมีท่านและขุนนางผู้จงรักภักดีอีกมากมายคอยช่วยเหลือ ต้องสามารถขับไล่หมาป่าพวกนั้นออกไป และฟื้นฟูความรุ่งเรืองของปฐมกษัตริย์ได้แน่เจ้าค่ะ"
"ท่านหมิงกง หากราษฎรมีกินอิ่มหนำ ใครเล่าจะอยากขายลูกสาวไปเป็นหญิงคณิกา เสียงดนตรีที่บั่นทอนจิตใจเหล่านี้ เป็นความผิดของพวกนางงั้นหรือ? หากบ้านเมืองสงบร่มเย็น มีหญิงสาวคนไหนบ้างที่อยากจะมาทำอาชีพชั้นต่ำอย่างการเป็นนางโลม คอยขับร้องเสียงเพลงอันเสนาะหูแต่บั่นทอนจิตใจให้คนอื่นฟัง พวกนางผิดงั้นหรือ?"
คำพูดของหลิ่วหมิงจื้อราวกับโยนหินก้อนใหญ่ลงไปในผิวน้ำที่ราบเรียบ หลี่อวี้กังเบิกตาตากว้างมองหลิ่วหมิงจื้อด้วยความตกตะลึง ไอ้เด็กนี่มันกล้า...
(จบแล้ว)