- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 307 - ให้ทั้งโลกได้ยินเสียงของฉัน
บทที่ 307 - ให้ทั้งโลกได้ยินเสียงของฉัน
บทที่ 307 - ให้ทั้งโลกได้ยินเสียงของฉัน
หลิงเทียนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะมาหยุดที่เซี่ยมู่ น้ำเสียงของเขาหนักแน่น
"หลงซาน ใจเย็นๆ ก่อน ในเมื่อจะท้าทาย..."
มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น "งั้นก็ต้องใช้ให้มันคุ้มค่าที่สุด"
โอวหยางชางจวี๋ลูบเคราตัวเอง ประกายตาคมปลาบ "ถูกต้อง พวกเราไม่ได้แค่จะชนะ แต่จะทำให้ไอ้พวกที่ชอบเสี่ยงดวงทั้งหลาย ต้องนอนสะดุ้งผวาไปตลอดกาล"
เซี่ยมู่ไม่ได้ร่วมวงสนทนาต่อ เขาเดินกลับไปที่หน้าต่าง ทอดสายตามองวิวเมืองหลวงด้านนอก แสงแดดสาดส่องอาบไล้ร่างเขาจนเป็นสีทองอร่าม
ณ วินาทีนี้ สายตาที่ทุกคนมองเซี่ยมู่ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่ใช่แค่มองอัจฉริยะที่หาตัวจับยากอีกต่อไป แต่เหมือนกำลังมอง... ตัวตนที่พวกเขาไม่อาจทำความเข้าใจได้
หลังจากนั้น บนช่องประกาศระดับโลก ก็มีเสียงจากหลากหลายประเทศดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประเทศมังกรยังคงปิดปากเงียบ ไม่โต้ตอบ ไม่ข่มขู่ใดๆ ทั้งสิ้น
ความเงียบนี้ ทำให้ประเทศที่จำใจต้องออกมาส่งเสียงเพราะถูกประเทศอีเกิลบีบบังคับ แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ณ ประเทศจิงโจ้ ห้องปฏิบัติการความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์
แจ็กสันจ้องมองหน้าจอ นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ อย่างลืมตัว
รองผู้บัญชาการกระซิบ "ท่านรัฐมนตรีคะ ปฏิกิริยาของประเทศมังกรมันแปลกๆ นะคะ ถ้าเป็นสไตล์พวกเขาก่อนหน้านี้ อย่างน้อยก็น่าจะออกแถลงการณ์อะไรบ้าง"
"เธอคิดผิดแล้วล่ะ" แจ็กสันส่ายหน้า มุมปากยกยิ้ม "นี่แหละคือความเหนือชั้นของประเทศมังกร การที่พวกเขางัดตั๋วท้าทายออกมา เป้าหมายจริงๆ คือขู่ให้ประเทศที่อาจจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องที่ราบสีเลือดถอยไป อย่างพวกประเทศอีเกิลหรือประเทศโค่ว ส่วนคำวิจารณ์ง้องแง้งของพวกเรา ประเทศมังกรคงแค่เมินๆ ไป"
เขาลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่าง ทอดสายตามองความมืดมิดยามค่ำคืน "พวกเขาก็คงไม่อยากสร้างศัตรูเยอะเกินไปหรอก แต่ทั้งหมดนี้มีเงื่อนไขเดียวคือ เราต้องไม่ไปยุ่งเรื่องที่ราบสีเลือดจริงๆ"
รองผู้บัญชาการพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ความคิดคล้ายๆ กันนี้ ผุดขึ้นในหัวของลอร์ดหลายๆ ประเทศ
ณ ประเทศบัง วิหารพรหมมา
ใบหน้าอ้วนกลมของราจีโมฮันเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่ง
เขานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองไปที่หน้าจอโฮโลแกรมของช่องประกาศระดับโลก มุมปากเหยียดยิ้มเยาะอย่างไม่ปิดบัง
"เห็นหรือยังล่ะ" ราจีโมฮันหันไปพูดกับชายชราข้างกาย "ฉันบอกแล้วว่าประเทศมังกรมันก็แค่เสือกระดาษ เก่งแต่ปากแต่ไม่กล้าทำจริง ตั๋วท้าทายระดับโลกอะไรนั่น มันก็แค่เอามาขู่ให้กลัว พวกมันไม่กล้าใช้จริงๆ หรอก"
ชายชราขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเครียด "ท่านครับ อย่าเพิ่งประมาทไปเลยครับ การที่ประเทศมังกรเงียบ ไม่ได้แปลว่าพวกเขากลัว เราแสดงจุดยืนไปแล้วในประกาศก่อนหน้านี้ ก็ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องไปยั่วโมโหพวกเขาอีกเลยนี่ครับ"
"ยั่วโมโหเหรอ?" ราจีโมฮันแค่นหัวเราะ ขยับตัวอ้วนๆ บนเก้าอี้เพื่อเปลี่ยนท่านั่งให้สบายขึ้น "จีฟ นายมันระแวงเกินไปแล้ว ถ้าประเทศมังกรแน่จริง ทำไมไม่ตอบโต้เราล่ะ? พวกมันไม่กล้าไง เพราะรู้ว่าจักรวรรดิบังของเราไม่ใช่หมูให้เคี้ยวง่ายๆ"
จีฟถอนหายใจเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนใจ "ท่านครับ อย่าประมาทประเทศมังกรเลยครับ ช่วงนี้พวกเขาสร้างสถิติที่แทบเป็นไปไม่ได้ไว้ตั้งหลายอย่าง พวกเขา..."
"พอเลย!" ราจีโมฮันยกมือขัดจังหวะจีฟ พูดด้วยน้ำเสียงดูถูก "นี่มันโอกาสทองพันปีชัดๆ ในขณะที่ประเทศอื่นกลัวคำขู่ของประเทศมังกรจนหัวหด ได้แต่พ่นน้ำลายไร้สาระ นี่แหละคือช่วงเวลาที่เราจะได้แสดงความเป็นผู้นำให้โลกเห็น!"
พอพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาเอง "เราต้องให้ทั้งโลกเห็น ว่าใครกันแน่ที่เป็นประเทศมหาอำนาจที่กล้ายืนหยัดเพื่อความยุติธรรมอย่างแท้จริง"
คิ้วของจีฟขมวดแน่นขึ้นไปอีก เขารีบพูด "ท่านครับ การที่ประเทศมังกรไม่ตอบโต้คำพูดของเรา อาจจะแค่รอจังหวะอยู่ก็ได้ ถ้าเรายังขืนยั่วพวกเขาต่อไป ถ้าเกิด..."
"ถ้าเกิดอะไรล่ะ?" ราจีโมฮันมองจีฟด้วยสายตาเหยียดหยาม "จีฟ แกแก่แล้ว ความกล้าก็เลยหดหายไปด้วยสินะ ประเทศบังของเรา เป็นประเทศมหาอำนาจระดับท็อปของโลก ผู้ตื่นรู้เก่งๆ ก็มีตั้งเยอะ ไม่ใช่ประเทศกระจอกๆ ที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ นะ ประเทศมังกรมันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถ้ากล้ามาแตะพวกเรา"
เขาลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองลงไปยังแม่น้ำขุ่นคลั่กเบื้องล่าง ความรู้สึกยิ่งใหญ่ทะลักล้นอยู่ในอก
"สั่งการลงไป! ร่างประกาศระดับโลกฉบับใหม่ในนามของประเทศบัง ใช้ถ้อยคำให้เด็ดขาด ชัดเจน ให้ทั้งโลกได้ยินเสียงแห่งความยุติธรรมของประเทศบังของเรา!"
"ท่านครับ..." น้ำเสียงของจีฟแทบจะกลายเป็นการอ้อนวอน "สิ่งที่เราพูดไปก่อนหน้านี้ก็เหมือนเดินไต่เส้นลวดอยู่แล้ว ถ้าขืนส่งประกาศนี้ออกไปอีก มันก็เท่ากับเราเอาตัวไปจ่อหน้าปากกระบอกปืนของประเทศมังกรชัดๆ..."
สีหน้าของราจีโมฮันมืดครึ้มลงทันที เขาจ้องจีฟ แววตาฉายแววโกรธเคือง "พอได้แล้ว! จีฟ แกกำลังสงสัยในการตัดสินใจของฉัน หรือว่าแกคิดจะขัดคำสั่งฉันกันแน่?"
คำพูดนี้หนักอึ้ง หนักจนจีฟไม่อาจแบกรับไหว
เขามองแววตาที่บ้าคลั่งของราจีโมฮัน รู้ดีว่าพูดไปก็ป่วยการ ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่
สุดท้ายเขาก็ได้แต่ถอนหายใจลึกๆ โค้งตัวลงอย่างหมดแรง "...รับทราบครับ ท่านลอร์ด"
ราจีโมฮันพยักหน้าอย่างพอใจ เดินกลับไปนั่งที่เดิม ในหัวเริ่มจินตนาการถึงคำสรรเสริญเยินยอที่ตัวเองจะได้รับบนเวทีโลกหลังจากประกาศฉบับนี้ถูกส่งออกไป
ไม่นานนัก ประกาศระดับโลกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายดินปืน ก็ดังกึกก้องขึ้นมา ทำลายบรรยากาศอันระมัดระวังในช่องสื่อสารลงอย่างราบคาบ
[ประกาศระดับโลก (ประเทศบัง): การกระทำของหอวิญญาณนักรบแห่งประเทศมังกร และลอร์ดหลิงเทียน คือการรุกรานอย่างหน้าด้านๆ!
สิทธิ์การครอบครองที่ราบสีเลือด เป็นของประเทศโค่ว การประกาศยึดครองเพียงฝ่ายเดียวของประเทศมังกร ถือเป็นโมฆะ!
เราขอเรียกร้องให้ประเทศมังกร ยุติการกระทำที่ผิดพลาดและเป็นอันตรายนี้โดยทันที มิฉะนั้น พวกแกจะต้องกลายเป็นคนบาปที่ทำลายความมั่นคงของโลก!
ประเทศบังและทุกประเทศที่รักสันติภาพ จะไม่มีวันนั่งดูดายอย่างแน่นอน!]
ประกาศฉบับนี้ ใช้ถ้อยคำรุนแรง จุดยืนชัดเจน แตกต่างจากคำพูดสวยหรูที่ผ่านๆ มาอย่างสิ้นเชิง!
นี่มันแทบจะชี้หน้าด่าประเทศมังกรกลางตลาด แถมยังประทับตราว่าประเทศมังกรเป็นผู้รุกรานอย่างชัดเจน
ทันทีที่ประกาศนี้ออกไป ช่องประกาศระดับโลกที่พอจะมีเสียงคุยกันประปรายอยู่บ้าง ก็กลับเข้าสู่ความเงียบกริบราวกับป่าช้าอีกครั้ง
ผู้นำประเทศจิงโจ้ จอห์นบูล ประเทศโกล และประเทศอื่นๆ เห็นประกาศฉบับนี้แล้วถึงกับตาเหลือก
ทุกคนเริ่มสงสัยว่าราจีโมฮันมันกินยาลืมเขย่าขวดหรือเปล่า
"ไอ้โง่เอ๊ย! มันคิดจะทำบ้าอะไรของมัน?!"
"มันบ้าไปแล้วเหรอ? ท้าทายกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้เนี่ยนะ?!"
"ฉิบหายแล้ว! มันทำแบบนี้ พวกเราจะซวยไปด้วยนะเว้ย!"
ทุกประเทศที่เคยเดินตามหลังประเทศอีเกิลออกมาประสานเสียงก่อนหน้านี้ ตอนนี้พากันลนลานไปหมด
พวกเขาพากันหยุดส่งข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เฝ้าดูทิศทางลมอย่างใจจดใจจ่อ
ใครๆ ก็รู้ว่าคำพูดของประเทศบังครั้งนี้ มันล้ำเส้นไปไกลมาก เป็นการบีบให้ประเทศมังกรต้องออกมาโต้ตอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ถ้าขืนไปผสมโรงด้วยตอนนี้ มีหวังโดนประเทศมังกรเหมารวมว่าเป็นพวกเดียวกัน แล้วเช็คบิลรวบยอดแน่ๆ
ถึงแม้ประเทศมังกรจะมีตั๋วท้าทายระดับโลกแค่ใบเดียว แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับประกันว่า ตั๋วใบนั้นจะตกลงมาที่หัวตัวเองหรือเปล่า