เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - สืบทอดสายเลือด, แยกสายตระกูล, เปลี่ยนชะตา!

บทที่ 33 - สืบทอดสายเลือด, แยกสายตระกูล, เปลี่ยนชะตา!

บทที่ 33 - สืบทอดสายเลือด, แยกสายตระกูล, เปลี่ยนชะตา!


บทที่ 33 - สืบทอดสายเลือด, แยกสายตระกูล, เปลี่ยนชะตา!

สามเดือนสิบห้า ฤกษ์งามยามดี เหมาะแก่การเซ่นไหว้ บอกกล่าวบรรพชน

ศาลบรรพชนตระกูลเว่ยหันหน้าไปทางทิศใต้ ประตูทั้งสี่บานเปิดกว้าง

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา ตกกระทบพื้นอิฐสีน้ำเงิน เกิดเป็นเส้นแสงสว่างไสว

บนโต๊ะบูชา ป้ายวิญญาณบรรพชนตระกูลเว่ยเรียงรายอย่างสง่างาม

เชิงเทียนทั้งสองข้างจุดไฟสว่างไสว เปลวเทียนสีแดงแกว่งไกวเบาๆ ตามสายลม สะท้อนชื่อที่เรียงรายให้เห็นชัดเจน

ควันธูปลอยอวล พวยพุ่งขึ้นจากกระถางธูป หมุนวนอยู่ในลำแสงอย่างช้าๆ ก่อนจะสลายไปบนเพดานศาลบรรพชนอันสูงตระหง่าน

บรรยากาศเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์

เว่ยเหอ ผู้นำตระกูล นั่งอยู่ข้างตำแหน่งประธาน หนวดเคราและเส้นผมขาวโพลน สีหน้าเคร่งขรึม

ผู้อาวุโสในตระกูลคนอื่นๆ นั่งแยกสองข้าง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่กลางศาลบรรพชน

นี่คืองานใหญ่ที่มีบรรพชนเป็นพยาน จะทำเล่นๆ ไม่ได้

เว่ยหมิงเต๋อยืนอยู่ทางขวา สีหน้าเรียบเฉย

เว่ยโส่วเจิ้งยืนอยู่ข้างๆ เขา สายตาเหลือบมองคนกลางศาลบรรพชนเป็นระยะ แววตาซ่อนความซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย

ชุยซื่อยื่นอยู่ครึ่งก้าวหลังสามี มือจูงเว่ยโส่วเฉิงวัยสองขวบครึ่ง ใบหน้าประดับรอยยิ้มสง่างามอย่างพอเหมาะพอดี

ส่วนกลางศาลบรรพชนนั้น

เว่ยนี่เซิงยืนอยู่เพียงลำพัง

วันนี้เขาสวมชุดคลุมใหม่สีเขียวอ่อน ซึ่งเว่ยอันสั่งตัดพิเศษจากร้านตัดเสื้อเมื่อสองสามวันก่อน

เนื้อผ้าไม่ใช่ของดีเลิศ แต่ตัดเย็บได้สัดส่วน ขับให้คิ้วและดวงตาของเขาดูคมคายยิ่งขึ้น

เขายืนอยู่ตรงนั้น หลังตรง หันหน้าเข้าหาป้ายวิญญาณ

ไม่ถ่อมตัว ไม่ยโส

ดั่งต้นไผ่เขียวที่ยืนหยัดต้านลม

ที่ประตูหน้าสุดของศาลบรรพชน นายเว่ยอันยืนอยู่หลังธรณีประตู ชะเง้อมองเข้าไปข้างในอย่างใจจดใจจ่อ

เขาเข้าไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ยอมไปไหน ไกล ยืนเกาะขอบประตู จ้องมองแผ่นหลังสีเขียวอ่อนนั้นตาไม่กะพริบ

เว่ยนี่เซิงไม่ได้หันกลับไปมอง

ศาลบรรพชนแห่งนี้ เขาเคยเข้ามาแล้ว

เข้ามาหลายครั้งแล้ว

เว่ยนี่เซิงเงยหน้าขึ้น มองดูป้ายวิญญาณเหล่านั้นเป็นครั้งสุดท้าย

วันนี้ เขาต้องคุกเข่าอีกครั้ง

แต่การคุกเข่าในครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะยืนหยัดขึ้นมา

.......

"ถึงเวลาฤกษ์งามยามดีแล้ว!!"

เว่ยเหอ ผู้นำตระกูลเว่ย กระแอมเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้น

"วันนี้เปิดศาลบรรพชน เพื่อเลือกทายาทสืบทอดสายเลือดให้แก่เว่ยหมิงหย่วน สายหลัก"

ภายในศาลบรรพชน เงียบกริบ

"ตามธรรมเนียม การเลือกทายาท ต้องเสนอโดยคนในครอบครัว"

"เว่ยหมิงเต๋อ เจ้าว่ามา"

เว่ยหมิงเต๋อก้าวออกมาข้างหน้า สีหน้าเศร้าสร้อย โค้งคำนับป้ายวิญญาณอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันไปทางผู้อาวุโสในตระกูล น้ำเสียงทุ้มต่ำ ปนสะอื้นเล็กน้อย

"เรียนท่านผู้อาวุโส ผู้น้อยเว่ยหมิงเต๋อ วันนี้ขอทำตามเจตนารมณ์ของท่านพ่อ เลือกทายาทให้พี่ใหญ่ที่ล่วงลับไปแล้ว"

พูดพลางชะงักไปครู่หนึ่ง เหลือบมองเว่ยโส่วเจิ้ง แล้วถอนหายใจ

เสียงถอนหายใจนั้นลากยาว ราวกับมีความอาลัยอาวรณ์อยู่เต็มอก

"ท่านพ่อเอ๋ย! อันที่จริง โส่วเจิ้งฉลาดเฉลียวมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ยังได้ฝากตัวเป็นศิษย์ฉินกง อนาคตก้าวไกลไร้ขีดจำกัด

หากให้เขาสืบทอดสายหลัก ท่านพ่อและพี่ใหญ่คงจะดีใจ แต่เขาเป็นลูกชายคนโต ไม่สามารถเป็นลูกบุญธรรมได้!"

พูดจบ เว่ยหมิงเต๋อก็เปลี่ยนเรื่อง จูงมือเว่ยโส่วเฉิง ลูกชายคนเล็กขึ้นมา

"โส่วเฉิงยังเด็ก สติปัญญาเฉียบแหลม เดิมทีน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด... แต่เขายังเด็กเกินไป ยังไม่ได้เริ่มเรียนหนังสือ

หากให้เขาสืบทอดสายหลัก ก็ต้องเปลี่ยนครอบครัว เขาคงแบกรับภาระที่หนักอึ้งนี้ไม่ไหว"

"ดังนั้น... ดังนั้น..." เว่ยหมิงเต๋อมองไปที่เว่ยนี่เซิง สายตาเต็มไปด้วย "ความอาลัย" และ "ความผูกพัน" "จึงเหลือเพียงนี่เซิง ลูกชายคนรองเท่านั้น!"

"ท่านพ่อ พี่ใหญ่!! นี่เซิงเด็กคนนี้... แม้จะดื้อรั้นไปบ้าง แต่ก็เป็นสายเลือดแท้ๆ ของตระกูลเว่ย

ลูกคิดไปคิดมา มีเพียงให้เขาสืบทอดสายหลัก จึงจะถือเป็นการทำตามเจตนารมณ์ของท่านพ่อ และไม่ทำให้สายเลือดของพี่ใหญ่ต้องสูญสิ้น"

เว่ยหมิงเต๋อพูดไป ขอบตาก็เริ่มแดง น้ำเสียงสั่นเครือ "นี่เซิงเอ๋ย... พ่อรู้ว่าในใจเจ้ามีความแค้น

แต่เรื่องในวันนี้ พ่อก็หมดหนทางจริงๆ

เจ้าไปอยู่สายหลัก อย่าทำให้ชื่อเสียงตระกูลเว่ยต้องด่างพร้อยนะ..."

เวลานั้น ชุยซื่อก็ก้าวออกมาข้างหน้าเช่นกัน "นี่เซิง แม่แม้จะไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเจ้า แต่หลายปีมานี้ ก็ดูแลเจ้าเหมือนลูกแท้ๆ มาตลอด

วันนี้เจ้าต้องไปแล้ว ในใจแม่... ช่าง..." นางพูดไป น้ำตาก็ไหลพราก อาบแก้ม ทักษะการแสดงของนางดูจะชำนาญกว่าเว่ยหมิงเต๋อเสียอีก

เว่ยโส่วเฉิงมองแม่ร้องไห้อย่างงุนงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ปากเล็กๆ เบะออก ทำท่าจะร้องไห้ตาม

ชุยซื่อรีบลูบหลังเขา ดึงเข้ามากอดแน่นขึ้น

เว่ยโส่วเจิ้งยืนอยู่ข้างๆ ดูละครฉากนี้ของพ่อแม่ ในใจอยากจะหัวเราะ แต่ก็ไม่กล้า

แต่เพื่อรักษาชื่อเสียงของตัวเอง เขาจึงต้องเอามือปิดปาก ก้มหน้ามองปลายเท้า ไหล่สั่นระริก

กลางศาลบรรพชน

เว่ยนี่เซิงยืนอยู่ตรงนั้น ดูเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

ดู "เสียงสะอื้น" ของพ่อ ดู "น้ำตา" ของแม่เลี้ยง ดูการแสดงความรักฉันท์สายเลือดของครอบครัวนั้น

ไม่โต้แย้ง

ไม่เปิดโปง

แม้แต่ชำเลืองมองพวกเขายังไม่ทำ

เขารู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไร

วันนี้ เขาต้องอดทน

ทนจนกว่าพิธีจะจบ

ทนจนกว่าจะแก้ผังตระกูลเสร็จ

ทนจนกว่าจะได้เดินออกจากศาลบรรพชนแห่งนี้

.......

"เอาล่ะ เอาล่ะ! อย่าให้เสียฤกษ์เลย"

เว่ยเหอพูดแทรกขึ้นมาทันเวลา ขัดจังหวะการแสดงของครอบครัวเว่ยหมิงเต๋อที่ชักจะเล่นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

"ในเมื่อเป็นความตั้งใจของครอบครัว ก็จงทำตามประเพณีเถิด"

เขายันไม้เท้า เดินช้าๆ ไปยังโต๊ะบูชา สีหน้าเคร่งขรึม

"เปิดศาลบรรพชน บอกกล่าวบรรพชน ทำพิธีรับบุตรบุญธรรม!"

"ขั้นที่หนึ่ง บอกกล่าวศาลบรรพชนตระกูลเว่ย!!" ผู้อาวุโสประกาศก้อง

เว่ยเหอจุดธูปสามดอก ประคองด้วยสองมือ ค้อมตัวกราบสามครั้ง

ควันธูปลอยอวล หมุนวนขึ้นไปจนถึงขื่อหลังคา

จากนั้น เขาหยิบใบประกาศออกมาจากแขนเสื้อ คลี่ออก แล้วอ่านเสียงดัง

"ศักราชต้าโจว ปีจิ่งเหอที่แปด เดือนสาม วันที่สิบห้า เว่ยเหอ ผู้อาวุโสตระกูลเว่ย ขอใช้สุราอาหารเซ่นไหว้ บอกกล่าวต่อหน้าดวงวิญญาณบรรพชน..."

คำประกาศเขียนด้วยบทประพันธ์แบบร้อยแก้วคู่ ถ้อยคำสละสลวย

ใจความว่า: เว่ยหมิงหย่วน สายหลัก ไร้ทายาท วันนี้จึงเลือกเว่ยนี่เซิง บุตรชายคนรองของเว่ยหมิงเต๋อ สายรอง มาเป็นทายาทสืบสกุล ขอแจ้งให้บรรพชนทราบ และโปรดคุ้มครอง

เมื่ออ่านจบ เว่ยเหอก็นำใบประกาศไปเผาไฟที่เทียน

เปลวไฟเลียกระดาษ กระดาษหงิกงอ เหลืองไหม้ ดำคล้ำ และกลายเป็นเถ้าถ่านร่วงลงสู่กระถางธูป

ควันสีฟ้าม้วนตัว สลายไปบนเพดานสูงของศาลบรรพชน

"ขั้นที่สอง กราบไหว้บรรพชนตระกูลเว่ย!!" ผู้อาวุโสประกาศอีกครั้ง

เว่ยเหอหันกลับมา มองไปที่เว่ยนี่เซิง "ทายาทเว่ยนี่เซิง ก้าวออกมากราบไหว้บรรพชน"

เว่ยนี่เซิงเดินไปที่หน้าโต๊ะบูชา คุกเข่าลงบนเบาะรอง

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้คุกเข่าบนเบาะรอง ช่างแตกต่างจากพื้นอิฐที่เย็นเฉียบและแข็งกระด้างอย่างสิ้นเชิง

จากนั้นเขาก้มตัวลง โขกศีรษะสามครั้ง

ทุกครั้งที่โขกศีรษะ หน้าผากแตะพื้น อย่างนอบน้อม

กราบครั้งแรก ไหว้ปฐมบรรพบุรุษ หน้าผากแตะพื้น หยุดนิ่งสามลมหายใจ ลุกขึ้น

กราบครั้งที่สอง ไหว้บรรพชนรุ่นก่อนๆ หน้าผากแตะพื้น หยุดนิ่งสามลมหายใจ ลุกขึ้น

กราบครั้งที่สาม ไหว้ท่านปู่เว่ยเจิง

เมื่อเขาก้มตัวลง หน้าผากแตะเบาะรอง สายตาก็ประสานเข้ากับป้ายวิญญาณของท่านปู่พอดี

ตัวอักษรสีทองเปล่งประกายใต้แสงเทียน ราวกับท่านปู่เว่ยเจิงกำลังมองเขาอยู่

"ท่านปู่ หลานสืบทอดสายหลักแล้ว จากนี้ไป หลานคือลูกของท่านลุงใหญ่"

"หลานจะไม่ทำให้ชื่อเสียงของท่านต้องเสื่อมเสีย และจะไม่ปล่อยให้เส้นทางที่ท่านปูไว้ต้องสูญเปล่า"

กราบเสร็จ ลุกขึ้น นั่งคุกเข่าตัวตรง

"ขั้นที่สาม กราบไหว้บิดาบุญธรรม!!!"

เว่ยเหอพูดต่อ "ทายาท กราบบิดาบุญธรรม"

เว่ยนี่เซิงหันไปทางป้ายวิญญาณของเว่ยหมิงหย่วน ลุงใหญ่ที่อยู่ทางซ้ายมือ

อายุสิบสี่สอบผ่านระดับภูมิภาค อายุสิบเจ็ดสอบได้ที่หนึ่งระดับมณฑล ได้รับฉายาว่าจิงขุย

"บุตรชายตระกูลเว่ย สมควรเข้าสู่สำนักราชบัณฑิต อนาคตก้าวไกลไร้ขีดจำกัด"

เขามองไปที่ป้ายวิญญาณนั้น แล้วโขกศีรษะอีกครั้ง

หลังจากกราบสามครั้ง เขาก้มหน้าลงกับพื้น นานจนไม่ได้ลุกขึ้น

"ขั้นที่สี่ แก้ไขผังตระกูล!!!"

ผู้อาวุโสคนหนึ่งถือผังตระกูลเว่ยปกผ้าฝ้ายสีน้ำเงินหนาเตอะ ขอบมุมหลุดลุ่ยเดินเข้ามา

ชายชราเปิดผังตระกูล หาสายของเว่ยเจิง หน้าของสายรอง

บนนั้นเขียนว่า: "เว่ยหมิงเต๋อ ภรรยาเอกหลูซื่อ ภรรยารองชุยซื่อ บุตรชายสามคน: โส่วเจิ้ง, นี่เซิง, โส่วเฉิง"

ชายชราจับพู่กัน จุ่มหมึก

จากนั้นก็ขีดเส้นบางๆ ขีดฆ่าคำว่า "นี่เซิง"

รอยหมึกบางๆ หนึ่งเส้น ตัดขาดความเป็นพ่อลูกตลอดสิบปี

ชายชราเปิดหน้าต่อไป หาหน้าของสายหลัก

บนนั้นเขียนว่า: "เว่ยหมิงหย่วน ภรรยาเอกหลี่ซื่อ ไร้ทายาท"

ชายชราจับพู่กัน เขียนตัวอักษรเล็กๆ ข้างคำว่า "ไร้ทายาท": "รับนี่เซิง บุตรชายคนรองของน้องชายหมิงเต๋อเป็นทายาท"

จากนั้น ในรายชื่อทายาท ก็เขียนอย่างบรรจง

"นี่เซิง บุตรชายคนรองของหมิงเต๋อ บัดนี้สืบทอดสายหลัก"

เว่ยเหอมองดูเหตุการณ์นี้ แล้วพยักหน้าช้าๆ "พิธีเสร็จสิ้น"

ภายในศาลบรรพชน เงียบกริบ

เว่ยนี่เซิงลุกขึ้น โค้งคำนับป้ายวิญญาณอย่างนอบน้อมอีกครั้ง

จากนั้น หันกลับมา เผชิญหน้ากับทุกคนในที่นั้น

สายตา สงบนิ่งดั่งผิวน้ำ

แต่ในใจ กลับมีคลื่นลูกใหญ่ซัดสาด

"จากนี้ไป ข้าก็คือตัวข้าเอง!"

ในขณะที่เว่ยนี่เซิงคิดว่าพิธีจบลงแล้ว ไม่คาดคิด เว่ยเหอกลับพูดขึ้นอีกครั้ง "ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง"

"เว่ยหมิงเต๋อ สายรอง เสนอว่า หลังจากทายาทรับช่วงต่อแล้ว ให้แยกสายตระกูลออกจากสายรอง ตั้งเป็นสายตระกูลใหม่"

"แยกสายตระกูล? ทำไมข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย?" สีหน้าของเว่ยนี่เซิงเปลี่ยนไป ไม่คิดว่าจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์

ในเวลานี้ เว่ยเหอก็มองไปที่เว่ยหมิงเต๋อ ถามตามประเพณี "หมิงเต๋อ เจ้าคิดดีแล้วหรือ? หลังแยกสายตระกูลแล้ว เขาจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสายรองของเจ้าอีก"

"ท่านผู้นำ ข้าคิดดีแล้ว" เว่ยหมิงเต๋อพยักหน้า สีหน้าเรียบเฉย "ในเมื่อนี่เซิงสืบทอดสายหลักแล้ว ก็ควรแยกเป็นสายใหม่ การแยกสายจากสายรอง เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว"

เมื่อเห็นเช่นนี้ เว่ยเหอก็มองไปที่เว่ยนี่เซิง แล้วถามอีกครั้ง "ลูกเอ๋ย เจ้าคิดดีแล้วหรือ? หลังจากแยกสายตระกูลแล้ว เจ้าก็จะเป็นสายตระกูลเดี่ยว ไม่เกี่ยวข้องกับสายรองอีก

ในอนาคต หากมีเรื่องอะไร สายรองก็จะไม่สนใจเจ้าอีก คนในตระกูลก็จะทำตามกฎระเบียบเท่านั้น"

เว่ยนี่เซิงยืนอยู่ตรงนั้น ฟังคำพูดเหล่านั้น

แยกสายตระกูล

สายตระกูลเดี่ยว

ไม่เกี่ยวข้องกับสายรองอีก

เขาหลุบตาลง ราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

จากนั้น เงยหน้าขึ้น พยักหน้าเบาๆ

การพยักหน้านั้น ช้าและเบา แฝงไปด้วยความ "ไม่ประสีประสา" เล็กน้อย

เพียงเสี้ยววินาทีก่อนพยักหน้า มุมปากของเขากลับกระตุกยิ้มขึ้นมานิดหนึ่ง

.......

กลางศาลบรรพชน เว่ยเหอเห็นเว่ยนี่เซิงพยักหน้า จึงส่งสัญญาณให้ผู้อาวุโสดำเนินการต่อ

ดังนั้น ผู้อาวุโสจึงขึ้นบรรทัดใหม่ ใต้หน้าผังตระกูลของสายหลัก เขียนรายชื่อสายตระกูลใหม่

"นี่เซิง ทายาทสายหลักหมิงหย่วน ตั้งสายใหม่ แยกเป็นสายย่อย"

จากนั้น ในบันทึกของสายเว่ยหมิงเต๋อ ก็เขียนเพิ่มอีกหนึ่งประโยค

"แยกสายกับนี่เซิง ทายาทสายหลัก ไม่เกี่ยวข้องกันอีก"

"นับจากนี้ไป เว่ยนี่เซิงคือสายหลัก แยกตัวเป็นสายเอกเทศ"

จนถึงตอนนี้ พู่กันวางลง หมึกแห้ง จะไม่มีการแก้ไขอีกต่อไป!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 33 - สืบทอดสายเลือด, แยกสายตระกูล, เปลี่ยนชะตา!

คัดลอกลิงก์แล้ว