- หน้าแรก
- กะทำเกมมาสูบตังค์ แต่เทพทรูดันเปย์จริงจังซะงั้น
- บทที่ 306 - นักแสดงมาครบแล้ว!
บทที่ 306 - นักแสดงมาครบแล้ว!
บทที่ 306 - นักแสดงมาครบแล้ว!
ในขณะเดียวกัน สื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ต่างทำตัวเหมือนฉลามได้กลิ่นคาวเลือด สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่งานทดลองเล่นเกมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้าอย่างไม่กะพริบ
ส่วนสื่อท้องถิ่นของประเทศเซี่ยยิ่งเล่นแรงเข้าไปใหญ่
[ศึกแห่งศตวรรษ! เจ้าพ่อวงการเกม หลินโม่ เตรียมเผชิญหน้าความโกรธเกรี้ยวของพ่อแม่นับหมื่น!]
[ศิลปะแขนงที่เก้า หรือ ฝิ่นทำลายจิตวิญญาณ? ชะตากรรมของเกมซายน์ จะเป็นเช่นไร?]
นักเลงวงการเกม (KOL) ที่เคยโดนทัวร์ลงยับเพราะไปวิจารณ์ 'อาร์เคน: ศึกสองนคร' จนต้องมุดหัวหายไปพักใหญ่ ตอนนี้ทำตัวเหมือนอีแร้งเจอซากสัตว์ โผล่หัวกลับมาอีกครั้ง
เขาโพสต์บทความยาวเหยียด จั่วหัวซะน่ากลัว — [ผมจะบุกงานเลี้ยงหงเหมิน เปิดโปงเบื้องหลังอันโสมมของหลินโม่และ 'จักรวรรดิเทพ' ของเขาด้วยตัวเอง!]
(งานเลี้ยงหงเหมิน หมายถึง งานเลี้ยงที่แฝงเจตนาร้าย/วางแผนฆ่า)
ในบทความ เขาปั้นแต่งตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญที่อุทิศตนเพื่อการศึกษา
แถมยังงัดสารพัดตัวเลขมั่วๆ หรือตัดแปะข่าวโน้นข่าวนี้มาหลอกผู้ปกครอง ทำให้พ่อแม่ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว หลงเชื่อสนิทใจ
เพียงไม่นาน ไอ้คนที่เรียกตัวเองว่า 'นักเลงวงการเกม' ก็กลับมามีสาวกอีกครั้ง
พริบตาเดียว เมฆดำก็ตั้งเค้า พายุใหญ่กำลังจะมา
...
บรรยากาศภายในบริษัทเกมซายน์ ไม่ใช่แค่อึดอัด แต่เข้าขั้นตื่นตระหนก
ทุกคนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากสังคมที่พร้อมจะบดขยี้บริษัทให้แหลกเป็นผุยผง
ทังหยวนที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน ช่วงนี้ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ ขอบตาดำคล้ำเหมือนตัวเอกแอนิเมชันที่เขาดูแลอยู่เลย
ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว ไปดักรอหลินโม่ที่เพิ่งชงกาแฟเสร็จในห้องพักพนักงาน
"บะ...บอสครับ..." เสียงเขาแหบพร่าและสั่นเครือ "บอส... มั่นใจจริงๆ เหรอครับ?"
เขาชี้ออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับมองเห็นคลื่นพายุที่กำลังซัดกระหน่ำเข้ามา
"ข้างนอก... มันเละเทะไปหมดแล้ว บอสยังจะ... ดันทุรังจัดงานต่อจริงๆ เหรอครับ?"
หลินโม่เป่าลมเบาๆ ไล่ความร้อนจากปากแก้ว แล้วจิบกาแฟไปอึกหนึ่ง
เขามองหน้าทังหยวนที่ซีดเผือดด้วยความกลัว จู่ๆ ก็ยิ้มออกมา
"ทังหยวน นายรู้ไหมว่าชาวประมงชอบอากาศแบบไหนที่สุด?"
ทังหยวนชะงัก "ก็ต้อง... คลื่นลมสงบสิครับ"
"ผิดแล้ว" หลินโม่ส่ายหน้า แววตาคมกริบวาบขึ้น "คลื่นลมแรงต่างหาก"
"ก็เพราะยิ่งคลื่นลมแรง... ปลาถึงยิ่งราคาแพงไงล่ะ"
เขาตบไหล่ทังหยวนเบาๆ น้ำเสียงฟังสบายๆ แต่กลับแฝงพลังที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"วางใจเถอะ"
"ฉันไม่ใช่แค่จะชนะ"
"แต่ฉันจะทำให้พวกมันพ่ายแพ้อย่างราบคาบ จนต้องยอมศิโรราบเลยล่ะ"
พูดจบ เขาก็ถือแก้วกาแฟ หันหลังเดินกลับห้องทำงาน ทิ้งให้ทังหยวนมองแผ่นหลังที่สงบนิ่งและมั่นคงนั้น
ความมั่นใจที่เกินร้อยของหลินโม่ เปรียบเสมือนยาชูกำลังชั้นดี ปลอบประโลมหัวใจที่กำลังหวาดผวาของทังหยวนและพนักงานคนอื่นๆ ที่ได้ยินบทสนทนานี้ให้สงบลงอย่างประหลาด
พวกเขามองแผ่นหลังของบอส มองออกไปนอกหน้าต่างที่พายุกำลังโหมกระหน่ำ แล้วก็เกิดความคิดเดียวกันขึ้นมา
ช่วงเวลาที่ผ่านมา บอสสร้างปาฏิหาริย์มานับครั้งไม่ถ้วน
บางที...
บอสอาจจะ... สร้างปาฏิหาริย์ได้อีกครั้งจริงๆ ก็ได้?
...
แผนกพัฒนาเกมคอนโซล บริษัทเกมซายน์
บนหน้าจอแอลซีดีขนาดยักษ์ ปรากฏภาพลิงขนปุยเงางามแวววาว นัยน์ตาดุดันไม่เกรงกลัวใคร กำลังแบกกระบองเหล็กเรืองแสงสีทอง หันหลังยืนตระหง่านอยู่บนภูเขาฮัวกั่วซาน
รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนแทบทะลุจอ
ทั้งแผนกเงียบกริบ โปรแกรมเมอร์และทีมอาร์ตทุกคนต่างมีแววตาลุกวาวราวกับมีเปลวเพลิงที่บ้าคลั่งลุกโชนอยู่ข้างใน
"บอสครับ"
เฝิงจี้ หัวหน้าแผนกกำโทรศัพท์แน่น น้ำเสียงหนักแน่น แต่ซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ไม่มิด
" 'ลิง' ของพวกเรา พร้อมจะบุกอาละวาดบนสวรรค์แล้วครับ!"
ปลายสาย มีเพียงคำตอบสั้นๆ เรียบง่ายจากหลินโม่
"ดีมาก"
เฝิงจี้วางสาย สูดหายใจลึก หันกลับมาเผชิญหน้ากับทีมงาน ชูหมัดขึ้นฟ้า
"พี่น้อง! ปรับแต่งขั้นตอนสุดท้าย! อีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า ให้โลกได้เห็นว่า 'ตำนานเทพเจ้าแห่งประเทศเซี่ย' ของจริงมันเป็นยังไง!"
"โอ้วววว!"
เสียงคำรามต่ำที่อัดอั้นมานาน ระเบิดดังก้องไปทั่วออฟฟิศ
......
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ศูนย์นิทรรศการใจกลางเมือง ท้องฟ้ามืดครึ้ม
แต่ลานกว้างหน้าศูนย์นิทรรศการกลับ "คึกคัก" กว่าทุกครั้ง
กลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็น "ผู้ปกครอง" นับร้อยคนมาชุมนุมกัน พวกเขาชูป้ายผ้าสีขาวตัวหนังสือสีดำ ข้อความแต่ละป้ายชวนให้ขนลุก
[แบนฝิ่นทำลายจิตวิญญาณ คืนอนาคตให้ลูกเรา!]
[เกมซายน์ = โรงงานผลิตฝิ่น! หลินโม่ไสหัวออกจากประเทศเซี่ย!]
[โค่นล้มหลินโม่! ปกป้องเยาวชน!]
ด้านหน้าสุดของฝูงชน มีชายหญิงวัยกลางคนหลายคนที่ดูใส่อารมณ์สุดขีด กำลังบีบน้ำตาร้องห่มร้องไห้ประจานอยู่หน้ากล้องและไมโครโฟนของนักข่าวหลายสิบสำนัก
"ลูกชายฉัน! แต่ก่อนเป็นเด็กดีเชื่อฟังพ่อแม่มาก! พอไปเล่นไอ้เกม 'ลีกออฟเลเจนด์' อะไรนั่น ตอนนี้เอาแต่เถียงคำไม่ตกฟาก การเรียนก็ตกฮวบ!"
"ไอ้หลินโม่ มันคือปีศาจ! เพื่อเงิน มันทำลายครอบครัวพวกเราไปตั้งเท่าไหร่! วันนี้เราต้องให้มันออกมารับผิดชอบ!"
แสงแฟลชสว่างวาบเหมือนพายุฝนที่สาดกระหน่ำ บันทึกทุกใบหน้าที่โกรธแค้น วิตกกังวล หรือแม้กระทั่งบิดเบี้ยวเอาไว้อย่างชัดเจน
นักข่าววิ่งวุ่นไปมาในฝูงชนอย่างตื่นเต้น ยื่นไมค์จ่อปากคนที่ดูใส่อารมณ์ที่สุด กลัวว่าโลกจะไม่วุ่นวายพอ
และด้านนอกกลุ่มคนที่กำลังโวยวายและโกรธเกรี้ยว คือผนังกระจกบานยักษ์ของศูนย์นิทรรศการ
หลังกำแพงกระจกนั้น คืออีกโลกหนึ่งโดยสิ้นเชิง
แสงไฟโทนเย็น การตกแต่งแนวล้ำยุคสุดไฮเทค ภาพโฮโลแกรมสามมิติขนาดยักษ์หมุนวนอยู่กลางอากาศ โชว์โลโก้ "เกมซายน์"
นักข่าวจากสื่อชั้นนำทั่วโลกกว่าร้อยสำนัก นักวิจารณ์เกมชื่อดัง และเกมเมอร์ผู้โชคดีบางส่วน กำลังนั่งประจำที่อย่างสงบ
ทุกคนมีสีหน้าจดจ่อ แววตาเป็นประกายด้วยความคาดหวัง
ในฮอลล์เงียบสงบและเป็นมืออาชีพ ส่วนข้างนอกวุ่นวายและบ้าคลั่ง
กำแพงกระจกเพียงบานเดียว แบ่งกั้นโลกแห่งน้ำแข็งและไฟออกจากกัน
......
บริษัทเคเค, ห้องทำงานประธาน
ประธานหม่านั่งไขว่ห้าง สูบซิการ์คิวบาอย่างสบายอารมณ์ บนหน้าจอยักษ์ตรงหน้ากำลังถ่ายทอดสดความวุ่นวายหน้าศูนย์นิทรรศการ
"ฮ่าๆ... ฮ่าๆๆๆ!"
พอเห็นภาพฝูงชนเดือดพล่าน เขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจสุดขีด
ผู้ช่วยยืนอยู่ข้างๆ รีบยื่นซิการ์มวนใหม่ที่เพิ่งตัดปลายให้พร้อมประจบประแจง
"ท่านประธานวางแผนได้ลึกล้ำจริงๆ ครับ! เห็นไหมครับ? นี่แหละมติมหาชน นี่แหละกระแสหลัก! ไอ้หลินโม่วันนี้ต่อให้มีสามเศียรหกกร ก็หนีไม่รอดแน่!"
ประธานหม่าพ่นควันซิการ์หนาทึบ ท่ามกลางม่านควัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอำมหิตและย่ามใจ
"กระแสหลักงั้นเหรอ? เปล่าเลย นี่มันแค่ออเดิร์ฟ"
เขาเอาซิการ์ชี้ไปที่ "ตัวแทนผู้ปกครอง" คนหนึ่งบนจอที่กำลังแหกปากประจานจนคอหอยแทบแตก
"บอกคนของเราให้เตรียมตัว พอหลินโม่โผล่หัวมาเมื่อไหร่ ให้นำทีมตะโกนสโลแกนทันที ดันอารมณ์คนให้ถึงขีดสุด!"
"ฉันจะให้มันถูกน้ำลายแหกปากด่าจนตายคาหน้ากล้องทั่วโลกไปเลย!"
ผู้ช่วยพยักหน้ารัว "รับทราบครับ! ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้! รับรองว่ามันจะไม่ได้อ้าปากพูดสักแอะแน่!"
ประธานหม่าเอนหลังพิงเก้าอี้หนังแท้ รอยยิ้มผู้ชนะประดับอยู่บนใบหน้า
หลินโม่ แกชอบเล่นกลยุทธ์นักไม่ใช่เหรอ?
แกชอบสร้างปาฏิหาริย์นักไม่ใช่เหรอ?
ต่อหน้าความโกรธเกรี้ยวของพ่อแม่ทั้งแผ่นดิน ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าแกจะเล่นอะไรได้อีก!
......
ในเวลาเดียวกัน
ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร ที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ณ ห้องประชุมอันเก่าแก่และเคร่งขรึม ภายในสำนักงานใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล
รอบโต๊ะประชุมรูปไข่ตัวยาว มีตัวแทนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั่งอยู่
บรรยากาศตึงเครียด
ประธานเฮิร์สต์เพิ่งกล่าวสุนทรพจน์คัดค้านอย่างเผ็ดร้อนจบลง เขาประณามว่าอีสปอร์ตเป็น "การดูหมิ่นสปิริตโอลิมปิก" และเป็น "เกมเสื่อมทรามของวัยรุ่น"
ส่วนโทมัส เกรย์ ก็เพิ่งกล่าวสรุปจบเช่นกัน
เขาไม่ได้โชว์ตัวเลขแห้งๆ อีกต่อไป แต่กลับฉายภาพผู้ชมชาวเซี่ยนับหมื่นคนร้องเพลง 'กูหย่งเจ่อ' ทั้งน้ำตา หลังจากทีม YDG คว้าแชมป์ ขึ้นบนจอใหญ่
"ทุกท่านครับ ผมขอถามแค่คำถามเดียว"
"ความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อเกียรติยศของชาติ ความพยายามสู้ยิบตาแบบไม่ยอมแพ้ สปิริตการรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวแบบนี้... มันไม่ใช่สปิริตโอลิมปิกหรอกหรือ?"
ภาพค้างนิ่ง ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันยาวนาน
สุดท้าย ประธานเฮิร์สต์ก็เคาะโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"เริ่มโหวตได้"
"ญัตติเรื่อง 'การเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อตั้งโครงการอีสปอร์ตโอลิมปิก' ขอให้ทุกท่านลงคะแนนแบบลับผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์"
หน้าจอบนเครื่องโหวตตรงหน้าคณะกรรมการทุกคนสว่างขึ้น
[เห็นด้วย]
[คัดค้าน]
[งดออกเสียง]
หัวใจของโทมัสเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากคอ
เขารู้ดีว่าตัวเองดึงเสียงสนับสนุนจากฝ่ายเป็นกลางมาได้ส่วนใหญ่แล้ว แต่อิทธิพลของเฮิร์สต์ก็ทรงพลังไม่แพ้กัน
คะแนนเสียงเพียงเสียงเดียว จะเป็นตัวชี้ชะตาว่ายุคสมัยใหม่จะได้เปิดฉากขึ้น หรือถูกพับเก็บเข้ากรุไปตลอดกาล
เขารู้สึกได้ว่าเหงื่อซึมออกมาเต็มฝ่ามือ
ภายในห้องประชุม เหลือเพียงเสียงเข็มวินาทีเดินติ๊กต็อก แต่ละวินาทีราวกับกำลังทุบลงบนหัวใจของทุกคน
กรรมการเริ่มกดปุ่มโหวตทีละคน
เวลานับถอยหลังบนจอยักษ์เริ่มขยับ
10
9
8
......
"บอสคะ พวกเขามาแล้วค่ะ"
หลังเวทีศูนย์นิทรรศการ ห้องพักรับรอง
ซูเสี่ยวอวี่ยืนอยู่หน้าจอภาพจากกล้องวงจรปิด มองออกไปเห็นคลื่นมหาชนมืดฟ้ามัวดิน และแสงแฟลชที่สาดส่องอยู่ตรงลานกว้างด้านนอก น้ำเสียงของเธอเจือความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
เธอสัมผัสได้ถึงรังสีความมุ่งร้ายมหาศาลที่แทบจะพุ่งทะลุกระจกเข้ามา
จางเหว่ยและทังหยวนยืนอยู่ข้างหลังเธอ สองหนุ่มใหญ่มือชุ่มเหงื่อ สีหน้าเคร่งเครียด
"บอสครับ งานนี้... เล่นใหญ่กว่าที่เราคิดไว้ซะอีก" จางเหว่ยพูดเสียงเครียด "พวกนี้เห็นชัดเลยว่ามีการจัดตั้งกันมา ตั้งใจจะขยี้พวกเราให้จมดินเลย"
ทังหยวนยิ่งวิตกกังวลหนักกว่าเดิม "เรา... จะออกไปเผชิญหน้ากับพวกเขาสดๆ แบบนี้จริงๆ เหรอครับ? หรือเราจะ... เลื่อนงานออกไปก่อนดีไหมครับ?"
ในห้องพักนี้ มีเพียงคนเดียวที่นิ่งสงบจนน่าเหลือเชื่อ
หลินโม่
เขายืนอยู่หน้ากระจก ค่อยๆ จัดปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น ราวกับว่างานที่กำลังจะไปร่วมไม่ใช่งานเลี้ยงหงเหมิน แต่เป็นงานประกาศรางวัลสุดหรู
เขามองผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ เห็น "นักแสดง" ที่หน้าตาบิดเบี้ยวเพราะถูกปั่นหัว และบรรดานักข่าวที่หิวกระหายข่าวฉาวราวกับฝูงหมาป่ารอขย้ำเหยื่ออยู่ข้างนอก
เขาไม่ได้ตอบคำถามของทังหยวน
เพียงแค่ลูบรอยยับสุดท้ายบนเสื้อให้เรียบกริบ
จากนั้น เขาก็หันกลับมามองซูเสี่ยวอวี่ที่หน้าตาตื่นตระหนก มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ
"ดีมาก"
น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยพลังที่ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ได้
"นักแสดง... มาครบแล้ว"
...