เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ต้าฉินล่มสลายในรัชศกที่สอง

บทที่ 11 ต้าฉินล่มสลายในรัชศกที่สอง

บทที่ 11 ต้าฉินล่มสลายในรัชศกที่สอง


ทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถเอสยูวีคันสีดำ หนิงหยวนก็เอื้อมมือไปกดหน้าจอขนาดใหญ่บนคอนโซลกลางลวกๆ

สิ้นเสียง 'ติง' ดังกังวานใส ภาพกราฟิกที่มีแสงสีฟ้าเรืองรองและเส้นสายโยงใยสลับซับซ้อนก็ปรากฏขึ้นตรงกึ่งกลางหน้าจอ

"กำลังเริ่มต้นการนำทาง จุดหมาย: ร้านฉินอวี้โร่วเจียหมัว ระยะทางรวมประมาณสามกิโลเมตร คาดการณ์เวลาเดินทางแปดนาที"

เสียงหญิงสาวที่ดังกังวานทว่าไร้อารมณ์ความรู้สึกดังออกมาจากลำโพงภายในรถ

อิ๋งอินม่านสะดุ้งสุดตัวจนหดคอหนีเสียงที่ดังขึ้นกะทันหัน ตุ๊กตาจิ๋นซีฮ่องเต้หัวโยกในอ้อมกอดเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น

หญิงสาวเบิกตากลมโตสุกใส จ้องเขม็งไปยังหน้าจอที่กำลังเปล่งแสงพลางชี้ไปยังลูกศรเล็กๆ ที่กะพริบวิบวับอยู่บนนั้นแล้วร้องอุทาน "ท่านพี่! ในกล่องเหล็กใบนี้มีคนซ่อนอยู่หรือ!"

"มันรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราจะไปที่ใด แล้วก็ภาพวาดนี้... เส้นทางคดเคี้ยวบนนั้น ช่างเหมือนกับถนนใต้เท้าของพวกเราไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว!"

นอกจอฟ้า เหล่าคนโบราณที่ตอนแรกยังรู้สึกว่าตุ๊กตาจิ๋นซีฮ่องเต้หัวโยกเป็นเรื่องชวนขันสิ้นดี บัดนี้กลับถูกภาพตรงหน้าทำให้ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

รัชสมัยเป่ยเว่ย ลี่เต้าหยวนที่กำลังตรากตรำสำรวจพื้นที่ริมแม่น้ำเพื่อปรับปรุงตำรา 'สุ่ยจิงจู้' พู่กันขนหมาป่าในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังแปะ

เขาไม่สนใจจะก้มลงไปเก็บพู่กันด้วยซ้ำ ทั้งร่างแทบจะถลันเข้าไปแนบชิดกับม่านแสงกลางอากาศ

"แผนที่! นี่คือแผนที่ที่มีชีวิต!"

เสียงของลี่เต้าหยวนแหลมปรี๊ดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นถึงขีดสุด

"ลูกศรนั่นเคลื่อนที่ไปตามกล่องเหล็ก ไม่คลาดเคลื่อนเลยแม้แต่น้อย! หากชายชราอย่างข้ามีของวิเศษชิ้นนี้ ไยต้องทนลำบากข้ามเขาลงห้วยแรมปีเล่า แม่น้ำทุกสายในใต้หล้า ล้วนตกอยู่ในกำมือข้าแล้ว!"

มิติราชวงศ์หมิง

สวีเสียเค่อซึ่งกำลังสวมรองเท้าฟางแบกสัมภาระเดินทางบุกป่าฝ่าดงอยู่ท่ามกลางเทือกเขาสูงชัน บัดนี้ก็ชะงักฝีเท้าลงเช่นกัน

เขามองดูเส้นทางที่เปลี่ยนแปลงตามเวลาจริงบนหน้าจอ รวมถึงสิ่งของมหัศจรรย์ที่ถูกเรียกว่าระบบนำทางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้

"ของวิเศษจากสวรรค์ นี่มันของวิเศษจากสวรรค์ชัดๆ!"

สวีเสียเค่อพึมพำกับตัวเอง แววตาเผยให้เห็นความโหยหาที่ยากจะบรรยาย

"ชนรุ่นหลัง... หรือว่าทุกคนล้วนสามารถออกท่องทั่วหล้าได้ภายใต้การนำทางของแผนที่เซียนผืนนี้งั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นในโลกหล้า ยังมีสถานที่ใดที่ไปไม่ได้อีกเล่า"

ขณะเดียวกัน อิ๋งอินม่านในจอฟ้าก็เอ่ยถามในสิ่งที่เหล่าคนโบราณอยากรู้มากที่สุดออกมาพอดี

เธอยื่นมือออกไปลูบหน้าจอที่เย็นเฉียบอย่างระมัดระวัง แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความยำเกรง "ท่านพี่ ของวิเศษที่เรียกว่าระบบนำทางนี้ สวรรค์เป็นผู้ประทานมาให้หรือ"

"มันบันทึกผืนดินทุกตารางนิ้วในใต้หล้าเอาไว้ได้อย่างไรกัน"

หนิงหยวนหมุนพวงมาลัยรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลักอย่างชำนาญ พลางตอบกลับไปสบายๆ ว่า "สวรรค์ประทานมาที่ไหนกัน มนุษย์สร้างขึ้นมาต่างหากเล่า"

"ถนนทุกสาย ทางแยกทุกแห่งในแผนที่นี้ หรือกระทั่งชื่อร้านค้าทุกร้าน ล้วนเกิดจากการที่คนรุ่นก่อนจำนวนนับไม่ถ้วนลงพื้นที่ไปสำรวจและบันทึกข้อมูลทีละเล็กทีละน้อย จากนั้นก็รวบรวมเข้ามาไว้ในระบบนี้"

"ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่รังวัดทำแผนที่เหล่านั้นคอยเก็บข้อมูลแบบหามรุ่งหามค่ำ ระบบนำทางนี้ก็เป็นแค่ก้อนเศษเหล็กไร้ค่าเท่านั้นแหละ"

พอได้ยินคำตอบนี้ เหล่าคนโบราณนอกจอฟ้าก็ราวกับถูกสาดน้ำเย็นจัดรดศีรษะ

"ที่แท้ก็ไม่ใช่วิชาเซียนหรอกหรือ..."

เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางชนชั้นสูงบางส่วนเผยสีหน้าผิดหวัง

เดิมทีพวกเขานึกว่านี่จะเป็นของวิเศษที่ทำให้ล่วงรู้สภาพภูมิประเทศทั่วทั้งอาณาเขตได้ในพริบตา คาดไม่ถึงว่าสุดท้ายก็ยังต้องพึ่งพากำลังคนมหาศาลไปรวบรวมมาอยู่ดี

"ยังต้องพึ่งพากำลังคนไปจดบันทึกอีกหรือ นั่นต้องใช้คนมากเท่าใดกัน แล้วต้องใช้เวลาบันทึกนานแค่ไหนเชียว"

ทว่าสวีเสียเค่อกลับฟังจนเลือดลมสูบฉีดด้วยความฮึกเหิม เขากระชับไม้เท้าไผ่ในมือแน่น แหงนหน้าหัวเราะก้องฟ้า "ดี! ช่างยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร คนรุ่นก่อนบันทึกไว้ คนรุ่นหลังได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์!"

"แม้ชายชราอย่างข้าจะไม่มีของวิเศษชิ้นนี้ แต่ถนนทุกสายที่ข้าก้าวเดิน ภูเขาทุกตระหง่านเงื้อมที่ข้าได้จารึกไว้ในยามนี้ มิใช่รากฐานเพื่อสร้าง 'ระบบนำทาง' ให้แก่ชนรุ่นหลังหรอกหรือ"

หนิงหยวนขับรถไปตามท้องถนนในเมืองซีอาน

จอฟ้าจงใจฉายภาพโคลสอัปหน้าจอระบบนำทางให้เห็นชัดๆ

ภาพลูกศรบนหน้าจอเคลื่อนผ่านถนนไปหลายสาย โมเดลจำลองอาคารบ้านเรือนริมทางปรากฏให้เห็นเด่นชัด

กระทั่งจุดไหนที่รถติด หรือจุดไหนมีสัญญาณไฟจราจร ก็ยังมีสัญลักษณ์ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนกระจ่างแจ้ง

"ท่านพี่ เช่นนั้นเส้นทางที่พวกเราเพิ่งผ่านมาเมื่อครู่ ก็ถูกระบบนำทางนี้บันทึกเอาไว้ด้วยใช่หรือไม่" อิ๋งอินม่านเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"แน่นอน ขอแค่เคยสัญจรผ่าน ย่อมต้องทิ้งร่องรอยเอาไว้" หนิงหยวนยิ้มตอบ

ความรู้สึกราวกับสามารถควบคุมทุกสรรพสิ่งไว้ในกำมือเช่นนี้ ทำให้เหล่าคนโบราณทั้งนึกอิจฉาและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน

บรรดาจักรพรรดิต่างพากันคิดว่า หากสามารถครอบครองเทคโนโลยีระดับนี้ได้ พวกกบฏที่คิดการใหญ่ก็คงไม่มีที่ให้หลบซ่อนตัวอีกต่อไปใช่หรือไม่

ส่วนเหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิตต่างก็ทอดถอนใจว่า การสั่งสมอารยธรรมของชนรุ่นหลัง พัฒนามาถึงขั้นที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ

ไม่นานนัก รถยนต์ก็แล่นมาจอดที่บริเวณหน้าร้านโร่วเจียหมัวเก่าแก่แห่งหนึ่ง ซึ่งดูไม่ได้หรูหราโอ่อ่าอะไรนัก ทว่ากลับมีผู้คนยืนต่อคิวรอกันยาวเหยียด

"ถึงแล้ว ลงรถเถอะ"

หนิงหยวนพาอิ๋งอินม่านแทรกตัวเข้าไปในร้าน

เนื่องจากไม่ใช่ช่วงเวลาพักรับประทานอาหารหลัก ทั้งสองจึงได้โต๊ะว่างอย่างรวดเร็ว

หนิงหยวนสแกนคิวอาร์โค้ดสั่งอาหารอย่างชำนาญ เขาสั่งก่านเมี่ยนผีหนึ่งขวด" โร่วเจียหมัวไส้เนื้อตุ๋นที่แป้งด้านนอกกรอบร่วนและเนื้อด้านในชุ่มฉ่ำจนน้ำมันเยิ้มสองชิ้น และเครื่องดื่มยอดฮิตของซีอานแบบแช่เย็นเจี๊ยบอย่าง 'ปิงเฟิง' อีกสองขวด

อิ๋งอินม่านมองดูหนิงหยวนใช้กล่องสีดำเรืองแสงนั่นปัดกวาดไปบนลวดลายสี่เหลี่ยมจัตุรัสตรงมุมโต๊ะ จู่ๆ อาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟเสียอย่างนั้น ความเลื่อมใสศรัทธาต่ออารยธรรมยุคปัจจุบันในดวงตาของเธอพุ่งทะยานจนถึงขีดสุดเสียแล้ว

"ลองชิมดูสิ นี่คือฝีมือของชาวฉินเมื่อสองพันปีก่อนที่สืบทอดกันมาเชียวนะ"

หนิงหยวนส่งโร่วเจียหมัวร้อนกรุ่นให้อิ๋งอินม่านชิ้นหนึ่ง

อิ๋งอินม่านรับแผ่นแป้งยัดไส้นั้นมา เธอไม่สนใจจะรักษาภาพลักษณ์ใดๆ อีกต่อไป กัดกร้วมลงไปคำโต

แป้งด้านนอกกรอบร่วนจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ รสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมหวนของเนื้อพลันระเบิดซ่านอยู่ภายในโพรงปากทันที

"อร่อยเหลือเกิน..."

ขอบตาของอิ๋งอินม่านเริ่มแดงเรื่อ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรสชาติแสนอร่อยของเนื้อที่ไปสัมผัสต่อมรับรส หรือเป็นเพราะคำว่า 'ชาวฉินโบราณ' ไปสะกิดความรู้สึกคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนของเธอกันแน่

หญิงสาวเคี้ยวตุ้ยๆ พลางเงยหน้าขึ้น แววตาแฝงความโหยหาและความหวาดกลัวที่ถูกกดทับเอาไว้อย่างรุนแรง

"ท่านพี่... บนรถเมื่อครู่นี้ท่านบอกว่า ข้าเดินทางข้ามเวลามาจากยุคเมื่อสองพันปีก่อน"

น้ำเสียงของอิ๋งอินม่านสั่นเครือเล็กน้อย เธอวางโร่วเจียหมัวในมือลง จ้องมองหนิงหยวนเขม็ง

"ท่านยังไม่เคยบอกข้าเลย ก่อนหน้านี้ท่านก็หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมาตลอดว่า ต้าฉินของข้า... ล่มสลายไปได้อย่างไรกันแน่"

เปรี้ยง!

ภายในตำหนักเสียนหยาง ร่างของอิ๋งเจิ้งพลันแข็งทื่อไปในฉับพลัน จอกหยกในมือถูกบีบเค้นด้วยแรงมหาศาลจนเกิดรอยร้าวปริแตก

พระองค์จ้องมองจอฟ้าเขม็ง ลมหายใจหอบหนักหน่วงราวกระทิงดุ

วินาทีนี้ พระองค์ทรงเฝ้ารอคอยมาเนิ่นนานเหลือเกิน

พระองค์ทรงทราบดีว่าต้าฉินต้องล่มสลาย แต่กลับไม่ทราบว่ามันล่มสลายลงด้วยเหตุใด ล่มสลายเพราะศัตรูรุกราน? ล่มสลายเพราะกบฏชิงบัลลังก์?

หรือล่มสลายเพราะภัยพิบัติจากสวรรค์?

ในฐานะปฐมจักรพรรดิผู้ทรงสร้างจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรนี้ขึ้นมาด้วยสองพระหัตถ์ ต่อให้ต้องสิ้นชีพพระองค์ก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่า จักรวรรดิที่ทรงฝากความหวังให้สืบทอดไปหมื่นๆ รุ่น กลับต้องมาพังทลายลง

"บอกเจิ้นมา บอกเจิ้นสิ!"

อิ๋งเจิ้งกู่ร้องคำรามอย่างบ้าคลั่งในพระทัย สายตาคมกริบดุจกระบี่แทบจะทิ่มแทงทะลุทะลวงจอฟ้า

ภายในจอฟ้า หนิงหยวนมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าระทมทุกข์ของอิ๋งอินม่าน ในใจก็พลันอ่อนยวบลงเล็กน้อย

เดิมทีเขาตั้งใจจะรอให้อิ๋งอินม่านปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์เสียก่อน แล้วค่อยๆ ตะล่อมเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์อันแสนโหดร้ายเหล่านี้ให้ฟัง แต่ในเมื่อเธอถามจี้มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป

หนิงหยวนวางขวดน้ำปิงเฟิงในมือลง ทอดสายตามองทิวทัศน์อันเจริญรุ่งเรืองของเมืองซีอานนอกหน้าต่าง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและเคร่งขรึม

"ม่านเอ๋อร์ ประวัติศาสตร์น่ะ... เป็นสิ่งที่โหดร้ายมากนะ"

หนิงหยวนเอ่ยเสียงแผ่ว

"เดิมทีฉันไม่อยากพูดแทงใจดำเธอในเวลานี้ แต่ในเมื่อเธออยากรู้ความจริง..."

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาฉายแววลึกล้ำ

"พูดให้ถูกก็คือ ต้าฉินของพวกเธอ ล่มสลายลงในรุ่นที่สอง"

ล่มสลายลงในรุ่นที่สอง

ตัวอักษรสั้นๆ เรียบง่ายเพียงไม่กี่คำ ทว่ากลับเปรียบเสมือนค้อนเหล็กหนักนับหมื่นชั่ง ฟาดกระหน่ำลงกลางใจของทุกคนในทุกซอกทุกมุมของมิติราชวงศ์ฉินอย่างรุนแรง

"อะไรนะ!"

อิ๋งอินม่านผุดลุกขึ้นยืนพรวดพราดจนเก้าอี้ล้มตึง

บนใบหน้างดงามหยดย้อยของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อและตื่นตระหนกตกใจอย่างรุนแรง "รุ่นที่สอง? ท่านกำลังจะบอกว่าต้าฉินของข้าสืบทอดอำนาจได้เพียงแค่สองรุ่นงั้นหรือ ไม่มีทางเป็นไปได้!"

"อาต้ากวาดล้างหกแคว้น กองทัพตระกูลเหมิงสามแสนนายประจำการรักษาชายแดนทิศอุดร กองทัพใหญ่ห้าแสนนายปราบปรามป่ายเยว่ทางทิศทักษิณ ต้าฉินจะสืบทอดได้เพียงสองรุ่นแล้วล่มสลายไปได้อย่างไรกัน!"

จบบทที่ บทที่ 11 ต้าฉินล่มสลายในรัชศกที่สอง

คัดลอกลิงก์แล้ว