- หน้าแรก
- พาลูกสาวสุดรักของจิ๋นซีไปชมสุสาน พระองค์ถึงกับเดือดจัด
- บทที่ 7 อิ๋งเจิ้งโกรธจนแทบคลั่ง
บทที่ 7 อิ๋งเจิ้งโกรธจนแทบคลั่ง
บทที่ 7 อิ๋งเจิ้งโกรธจนแทบคลั่ง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของอินม่านและผู้ชมในหมื่นมิติเวลา คือค่ายกลทหารใต้ดินที่ใหญ่โตมโหฬารจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์
ภายในหลุมขนาดยักษ์ที่ลึกถึงห้าเมตร หุ่นดินเผานับพันนับหมื่นตัวยืนเรียงรายเป็นรูปขบวนสี่เหลี่ยม พวกเขาถืออาวุธยาว สวมชุดเกราะ ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังทอดสายตามองไปทางทิศตะวันออก
กลิ่นอายสังหารที่แม้มองผ่านกาลเวลากว่าสองพันปีก็ยังคงถาโถมเข้ามาดั่งภูเขาถล่มคลื่นทลาย ทำให้ขุนพลทุกคนที่อยู่หน้าจอฟ้าเผลอกำด้ามดาบที่เอวแน่นโดยสัญชาตญาณ
มิติราชวงศ์ฉิน ตำหนักเสียนหยาง
อิ๋งเจิ้งจ้องจอฟ้าเขม็ง ลมหายใจของเขาเริ่มหนักหน่วงและถี่กระชั้น
เขามองดูขบวนทหารที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ มองดูกระบี่ฉิน หน้าไม้ที่คุ้นตา และเค้าโครงหน้าที่เด็ดเดี่ยวของเหล่าทหาร ความรู้สึกภาคภูมิใจที่ยากจะบรรยายก็พลันก่อตัวขึ้นในใจ
"นี่คือกองทัพเกรียงไกรของเจิ้น"
อิ๋งเจิ้งพึมพำ ดวงตาสาดประกายบ้าคลั่ง
เดิมทีเขาคิดว่า หลังจากตนตายไป ทุกสิ่งทุกอย่างจะสูญสลายไปพร้อมกับการล่มสลายของต้าฉิน
แต่กลับคิดไม่ถึงว่า ในโลกสองพันปีให้หลัง กองทัพของเขายังคงสั่นประสาทคนยุคหลังด้วยวิธีการเช่นนี้
ทว่าความภาคภูมิใจนี้กลับคงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกไร้สาระอย่างรุนแรง
เขาเห็นคนยุคหลังที่สวมเสื้อผ้าแปลกประหลาด กำลังจับกลุ่มกันสามห้าคนยืนอยู่บนระเบียงทางเดินสูงๆ
พวกเขาชี้โบ๊ชี้เบ๊มาที่ค่ายกลทหารของเขา ซ้ำยังมีคนถือกล่องดำเรืองแสงนั่นมาถ่ายรูปอีกด้วย
กองทัพใต้ดินของเขา ความลับสุดยอดที่เขาเตรียมไว้เพื่อกรีธาทัพบุกเบิกทั่วหล้าหลังจากตายไป มาบัดนี้กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนยุคหลังพวกนี้แค่จ่ายเงินก็เข้ามาดูได้งั้นรึ?
"มาดูหรือ? สุสานของเจิ้น กลับกลายเป็นสถานที่เที่ยวเล่นของพวกเจ้างั้นรึ?!"
ใบหน้าของอิ๋งเจิ้งเปลี่ยนจากแดงก่ำเป็นเขียวคล้ำ เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน
"พวกเจ้าบังอาจลบหลู่ความเกรียงไกรของเจิ้นถึงเพียงนี้! แล้วเจ้าหนิงหยวนนั่น มันกล้าพาอินม่านมาดูฝาโลงของเจิ้นเชียวรึ?!"
เมื่อนึกถึงว่าสุสานหลวงที่ตนอุตส่าห์สร้างอย่างยากลำบากถูกขุดขึ้นมา ไม่เพียงแต่ทรัพย์สมบัติที่อาจถูกปล้นชิงไป
แม้แต่เหล่าขุนศึกที่คอยปกป้องโลงศพก็ยังถูกคนนำมาตั้งโชว์เป็นตุ๊กตาดินปั้น อิ๋งเจิ้งก็โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม เขาตบโต๊ะหยกเสียงดังปัง ทำเอาถ้วยสุรากลิ้งตกลงไปเกลื่อนพื้น
มิติราชวงศ์ฮั่น
หลิวปังนั่งยองๆ อยู่บนขั้นบันไดของตำหนักฉางเล่อ ในมือถือผลไม้ลูกหนึ่ง ทว่าดวงตากลับจ้องจอฟ้าตาไม่กะพริบ
เมื่อมองดูหลุมหมายเลขหนึ่งที่ดูยิ่งใหญ่อลังการ ในหัวของเขาก็พลันนึกถึงภาพตอนที่แอบมองจิ๋นซีฮ่องเต้เสด็จประพาสตะวันออกอยู่ไกลๆ ที่ริมถนนใหญ่ในเมืองเสียนหยางขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ในเวลานั้น เขาเป็นเพียงแค่หัวหน้าศาลาซื่อสุ่ยเล็กๆ เมื่อมองดูขบวนเสด็จที่แวดล้อมไปด้วยผู้คนมากมายและสั่นสะเทือนไปทั่วหล้า ก็ทำได้เพียงทอดถอนใจว่า 'เกิดเป็นลูกผู้ชายทั้งทีก็ควรจะเป็นให้ได้อย่างนี้สิ'
"จิ๋นซีฮ่องเต้ก็ยังคงเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้อยู่วันยังค่ำ"
หลิวปังกัดผลไม้ไปคำหนึ่งแล้วหัวเราะหึๆ น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความยำเกรงและทอดถอนใจอยู่หลายส่วน
"ตายไปตั้งสองพันปีแล้ว ก็ยังอุตส่าห์สร้างเรื่องใหญ่โตได้ขนาดนี้อีก ขบวนใหญ่แบบนี้ ตำหนักฉางเล่อของเจิ้นดูคับแคบไปถนัดตาเลย"
"แต่น่าเสียดายนะ ต้าฉินนี่สืบทอดมาได้แค่สองรุ่นก็จบเห่แล้ว ตุ๊กตาดินปั้นพวกนี้เฝ้ามาตั้งสองพันปี ก็ยังรักษาแผ่นดินของเจ้าไว้ไม่ได้เลย"
มิติราชวงศ์หมิง
จูหยวนจางนั่งหลังตรง ขมวดคิ้วแน่นมองดูภาพอันยิ่งใหญ่บนจอฟ้า ส่วนไท่จื่อจูเปียวที่อยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าซับซ้อน
เขากล่าวเสียงเบาว่า "เสด็จพ่อ แม้จิ๋นซีฮ่องเต้จะโหดร้ายทารุณ แต่ขนาดของสุสานนี้ กลับหาได้ยากยิ่งทั้งในอดีตและปัจจุบันพ่ะย่ะค่ะ"
"หุ่นดินเผาเหล่านี้มีสีหน้าท่าทางที่แตกต่างกัน ราวกับคนจริงๆ แสดงให้เห็นเลยว่าในตอนนั้นต้องใช้แรงงานคนและสิ่งของไปมากเท่าใด"
จูหยวนจางแค่นเสียงเย็น ในแววตาแฝงไว้ด้วยความจริงจังของคนที่มาจากครอบครัวชาวนา "ขนาดมันน่าทึ่งก็จริง แต่นี่มันต้องสูญเสียหยาดเหงื่อแรงงานของราษฎรไปตั้งเท่าไหร่? เปียวเอ๋อร์ เจ้าจงจำไว้ การเกณฑ์แรงงานราษฎรผลาญสมบัติชาติถึงเพียงนี้ เหตุที่ต้าฉินล่มสลาย หาใช่อยู่ที่ศัตรูภายนอกไม่ แต่ล้วนอยู่ที่การก่อสร้างขนาดใหญ่พวกนี้ทั้งสิ้น"
"ราษฎรแม้แต่ข้าวยังไม่มีจะกินอิ่ม เจ้าเผาหุ่นดินให้พวกเขามากแค่ไหนแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?"
จูเปียวพยักหน้ารับคำ ทว่าสายตาก็ยังอดไม่ได้ที่จะอ้อยอิ่งอยู่บนกองทหารดินเผาอันวิจิตรงดงามเหล่านั้น ความตื่นตะลึงเช่นนี้ เป็นแรงปะทะทางอารยธรรมที่ไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดใดๆ ได้เลย
เวลานี้ หนิงหยวนในจอฟฟ้ากำลังจูงมืออินม่านเดินไปอย่างเรื่อยเปื่อยท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียด
อินม่านมีท่าทางเหม่อลอย เธอจ้องมองเหล่าทหารที่อยู่ก้นหลุมเขม็ง น้ำตาไหลหยดลงมาแหมะๆ
เธอจำรูปแบบของชุดเกราะเหล่านั้นได้ ซ้ำยังรู้สึกว่าใบหน้าของหุ่นดินเผาตัวหนึ่ง ช่างดูคล้ายคลึงกับนายทหารชั้นผู้น้อยที่เคยเฝ้าตำหนักเสียนหยางในปีนั้นเสียเหลือเกิน
"อาต้า... เสด็จพ่อถึงกับนำพวกท่านลุงท่านอามาทำเป็นเช่นนี้ไปหมด..."
อินม่านสะอื้นไห้ ในใจเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและโศกเศร้า
ในความเข้าใจของเธอ เสด็จพ่อนั้นทรงน่าเกรงขามและโดดเดี่ยว เธอไม่เคยเหยียบย่างเข้าสู่โลกใต้ดินของเสด็จพ่ออย่างแท้จริงเลยสักครั้ง มาบัดนี้เมื่อได้เห็นเป็นครั้งแรก ทุกสิ่งกลับกลายเป็นเพียงความหลังที่แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเสียแล้ว
หนิงหยวนลูบหลังเธอเบาๆ ตอนนี้เอง กลุ่มไกด์นำเที่ยวพร้อมลูกทัวร์ประมาณสามสิบกว่าคนก็เดินผ่านพวกเขาไป
"ไปเถอะ พวกเราลองตามพวกเขาไปฟังดู"
หนิงหยวนกระซิบกับอินม่าน
"ไกด์พวกนี้อธิบายได้ละเอียดมากเลยนะ เธอจะได้เข้าใจเรื่องของพ่อเธอมากขึ้นอีกหน่อย"
อินม่านยังคงเหม่อลอย ได้แต่เดินตามหนิงหยวนไปอย่างเลื่อนลอย
นักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ดูแล้วส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาอายุยี่สิบต้นๆ แต่ละคนดูกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา
ส่วนไกด์นำเที่ยวที่เดินนำหน้าเป็นหญิงสาวมัดผมหางม้า ดูแล้วก็น่าจะอายุยี่สิบกว่าๆ เหมือนนักศึกษาที่ใช้ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนมารับจ้างทำงานพาร์ทไทม์
ในมือเธอถือธงผืนเล็กที่เขียนไว้ว่า ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัย...
หนิงหยวนพาอินม่านเดินตามหลังกลุ่มนักศึกษาไปในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล พอดีกับที่ได้ยินเสียงใสแจ๋วของไกด์สาวคนนั้นอย่างชัดเจน
"น้องๆ นักศึกษาทุกคนคะ กรุณาดูที่หลุมหมายเลขหนึ่งด้านหน้านี้ค่ะ"
ไกด์สาวถือโทรโข่ง ชี้ไปยังภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจเบื้องล่าง น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความผ่อนคลายและหยอกล้ออันเป็นเอกลักษณ์ของคนยุคใหม่
"จิ๋นซีฮ่องเต้อิ๋งเจิ้งของพวกเราเนี่ยนะคะ แม้จะรวบรวมหกแคว้นให้เป็นหนึ่ง มีผลงานยิ่งใหญ่มาก แต่ในหน้าประวัติศาสตร์ พระองค์ก็ทรงเป็นทรราชที่ขึ้นชื่อลือชาเช่นกันค่ะ"
"ทุกคนรู้ไหมคะว่าทหารดินเผาพวกนี้มีที่มายังไง?"
อิ๋งเจิ้งที่อยู่หน้าจอฟ้าพอได้ยินประโยคนี้ ก็เผลอเงี่ยหูฟังโดยไม่รู้ตัว เขาอยากจะรู้ว่าคนยุคหลังประเมินเขาไว้อย่างไร
ไกด์สาวพูดต่อ "ตามพงศาวดารไม่เป็นทางการและข้อสันนิษฐานของคนยุคหลัง เดิมทีจิ๋นซีฮ่องเต้ทรงเตรียมจะใช้คนเป็นๆ มาฝังร่วมเป็นเพื่อนตายค่ะ"
"พระองค์อยากจะพากองทัพนับหมื่นนับแสนไปเป็นฮ่องเต้ต่อในยมโลก ดังนั้นแผนการในตอนแรกก็คือ ทรงตั้งใจจะฝังทหารยอดฝีมือหลายหมื่นคนทั้งเป็นลงในหลุมนี้เลยค่ะ"
"อะไรนะ?!"
มิติราชวงศ์ฉิน ภายในตำหนักที่เดิมทีก็เงียบกริบจนน่าอึดอัดพลันบังเกิดเสียงร้องอุทานด้วยความหวาดผวาขึ้นมาในทันที
บรรดาขุนพลองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังอิ๋งเจิ้ง ต่างพากันหน้าซีดเผือด น่องขาสั่นพั่บๆ
พวกเขาไม่เคยได้ยินแผนการเช่นนี้มาก่อนเลย แต่เมื่อมาได้ยินจากปากของคนยุคหลัง ประกอบกับหลุมลึกใต้ดินอันน่าสะพรึงกลัวนั่น
ทุกคนต่างรู้สึกหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ ที่แท้เมื่อก่อนฝ่าบาทถึงกับเคยคิดจะให้พวกเราไปฝังเป็นเพื่อนตายงั้นรึ?
อิ๋งเจิ้งถึงกับยืนอึ้งไปเลย ทันใดนั้นความโกรธเกรี้ยวก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง เขาลุกพรวดขึ้นยืน ชี้หน้าด่าจอฟ้าลั่น "เหลวไหล! เหลวไหลทั้งเพ!"
"เจิ้นเคยพูดตั้งแต่เมื่อใดว่าจะใช้คนเป็นมาฝังร่วม? ทหารกล้าแห่งต้าฉินของเจิ้น คือรากฐานสำคัญที่เจิ้นใช้กวาดล้างไปทั่วหล้า เจิ้นบ้าไปแล้วรึถึงจะฝังพวกเขาให้หมดน่ะ?!"
ทว่าไกด์สาวในหน้าจอกลับยังไม่หยุดพูด
"โชคดีที่จ้าวเกา อัครมหาเสนาบดีของพระองค์ยังมีสติอยู่บ้างนะคะ"
ไกด์สาวยิ้มพลางพูดกับเหล่านักศึกษา