เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 - ไรเดอร์ขับเฟอร์รารี่เนี่ยนะ?

บทที่ 39 - ไรเดอร์ขับเฟอร์รารี่เนี่ยนะ?

บทที่ 39 - ไรเดอร์ขับเฟอร์รารี่เนี่ยนะ?


หลินฉีเปิดประตู ก้าวเข้าไปนั่งบนเบาะคนขับของเฟอร์รารี่สีแดงคันนั้น

การเคลื่อนไหวลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ไม่มีอาการเก้ๆ กังๆ ให้เห็นแม้แต่น้อย

ทว่า เพียงแค่การกระทำง่ายๆ แค่นั้น กลับทำให้ลานชมวิวบนยอดเขาที่เคยวุ่นวาย ตกอยู่ในความเงียบงันอย่างน่าประหลาด

เหมือนหนังที่กำลังฉายอยู่ดีๆ ก็ถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราวซะงั้น

สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่แผ่นหลังซึ่งทิ้งตัวลงบนเบาะคนขับของเฟอร์รารี่

หนึ่งวินาที

สองวินาที

สามวินาที

จนกระทั่งหลินฉีเอื้อมมือไปปรับระยะห่างของเบาะอย่างชำนาญ แล้วเอี้ยวตัวไปดึงเข็มขัดนิรภัย ฝูงชนถึงได้สติแตกตื่น โกลาหลขึ้นมาทันที

"เชี่ย! กูตาฝาดปะวะ? มันนั่งตรงไหนนะ?"
"ฝั่งคนขับ! มันนั่งฝั่งคนขับเว้ย!"
"ไอ้หมอนี่มันไม่รู้จักรถหรือเปล่าวะ? นั่นมันที่นั่งคนขับนะเว้ย! พวงมาลัยอยู่นู่น!"
"ฮ่าๆๆๆ ขำจนปอดจะพัง! ขี่มอเตอร์ไซค์ส่งอาหารจนเอ๋อแดกไปแล้วมั้ง นึกว่านี่เป็นรถโรงเรียนสอนขับรถไง๊ ที่ฝั่งคนนั่งมีพวงมาลัยเสริมด้วยอะ?"

เสียงหัวเราะเยาะถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นลูกใหญ่

ในสายตาของพวกลูกเศรษฐีและนักซิ่งพวกนี้ ภาพตรงหน้ามันโคตรจะน่าขัน

ไอ้เด็กส่งอาหาร ไม่เพียงแต่กล้ารับคำท้าเดิมพันด้วยชีวิต แต่เสือกแยกไม่ออกกระทั่งที่นั่งคนขับกับที่นั่งคนนั่งเนี่ยนะ?

มันก็เหมือนเด็กประถมวิ่งไปสมัครแข่งโอลิมปิกคณิตศาสตร์ แต่ดันถือข้อสอบกลับหัวโดยที่ไม่รู้ตัวนั่นแหละ

ในวงการนี้ เวลาเจอพวก 'ไม่รู้ประสีประสา' ทุกคนมักจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอยู่แค่สองแบบ

หนึ่งคือทำเมิน สองคือเหยียบย่ำถากถางให้จมดิน

และการกระทำของหลินฉีตอนนี้ ในสายตาพวกมันก็คือพวก 'อวดฉลาดทั้งที่โง่' เป็นตัวตลกเบอร์หนึ่งของงาน

คนธรรมดาทั่วไป ต่อให้มีพรสวรรค์สูงแค่ไหน ถ้าไม่เคยผ่านการฝึกหัดขับรถโกคาร์ตอย่างเป็นระบบ ไม่เคยผลาญยางและน้ำมันไปเป็นล้านๆ บนสนามแข่งจริงๆ ไม่มีทางที่จะควบคุมซูเปอร์คาร์ได้หรอก

พวกมันไม่เชื่อเด็ดขาดว่าหลินฉีจะขับซูเปอร์คาร์เป็น

ทว่า ท่ามกลางเสียงด่าทอเยาะเย้ยที่ดังระงม หลินฉีกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง

เขาเพียงแค่คาดเข็มขัดนิรภัยอย่างใจเย็น แล้วหันไปมองจ้าวชิงเยว่ที่ยืนหน้าเหวออยู่นอกรถ

"ยืนบื้ออยู่ทำไม?"

เสียงของหลินฉีเล็ดลอดผ่านกระจกรถออกมา โทนเสียงยังคงราบเรียบไม่สะทกสะท้าน "รอให้คุณชายโจวเลี้ยงมื้อดึกหรือไง?"

จ้าวชิงเยว่สะดุ้งสุดตัว

เธอมองหลินฉีที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย แววตาสับสนปนเปไปหมด

ตอนแรกเธอคิดว่าที่เขาขอกุญแจไป ก็แค่เพื่อสร้างภาพข่มขวัญคู่ต่อสู้เท่านั้น

เพราะถึงเธอจะยอมให้กุญแจไป ในใจลึกๆ เธอก็มั่นใจว่าสุดท้ายตัวเองนี่แหละต้องเป็นคนขับ ส่วนหลินฉีก็ต้องมานั่งข้างๆ

แต่ตอนนี้...

เขาเอาจริง

เขาตั้งใจจะขับรถคันนี้ ไปท้าดวลความตายกับแมคลาเรน P1 ของโจวหมิงเซวียนจริงๆ!

"นาย..."

จ้าวชิงเยว่อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดลงคอไป

กุญแจก็ให้ไปแล้ว

คำท้าก็ลั่นออกไปแล้ว

ถ้าไปลากเขาลงมาตอนนี้ มันไม่ใช่แค่ตบหน้าหลินฉี แต่มันคือการโยนศักดิ์ศรีหยดสุดท้ายของเธอเองลงพื้นแล้วกระทืบซ้ำชัดๆ

"ฟู่..."

จ้าวชิงเยว่พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ความบ้าระห่ำตามสไตล์ของเธอกลับมาประทับร่างอีกครั้ง

ในเมื่อมันบ้าไปแล้ว ก็ต้องบ้าให้สุดสิวะ!

สมกับฉายา 'ยัยตัวแสบ' แห่งวงการนักซิ่งเจียงเฉิงจริงๆ

ถ้าเป็นคนอื่น คงไม่มีใครกล้าเอาชีวิตตัวเองไปฝากไว้ในมือคนอื่นแบบนี้หรอก

โดยเฉพาะ 'คนอื่น' ที่ว่า ดันเป็นคนที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเคยแตะซูเปอร์คาร์มาก่อน

'ยัยตัวแสบ' จ้าวชิงเยว่เปิดประตูฝั่งคนนั่ง แล้วก้าวเข้าไปนั่งอย่างไม่ลังเล

"แกร๊ก"

เสียงหัวเข็มขัดนิรภัยล็อกเข้าที่ ดังพร้อมกับเสียงโห่ฮาที่ดังสนั่นขึ้นกว่าเดิม

"บ้าไปแล้ว! เจ๊จ้าวก็บ้าไปกับมันด้วย!"
"ให้ไอ้เด็กส่งอาหารขับจริงๆ ดิ? นี่มันหาที่ตายชัดๆ!"
"ขำว่ะ เฟอร์รารี่คันนี้คืนนี้คงได้เป็นเศษเหล็กแน่"

อีกฟากหนึ่ง

ภายในรถแมคลาเรน P1 สีดำ

โจวหมิงเซวียนเห็นภาพนั้นก็อึ้งไปแวบหนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

มันขำจนน้ำตาเล็ด ซิการ์ในมือแทบจะร่วงใส่กางเกง

"ฮ่าๆๆๆ! โคตรฮา! น่าสนุกชะมัด!"

โจวหมิงเซวียนหัวเราะไปตบพวงมาลัยไป "ตอนแรกกูยังแอบกังวลนิดๆ ว่าถ้านังจ้าวชิงเยว่มันบ้าบิ่นเหยียบมิดไมล์ขึ้นมา ถึงกูจะมั่นใจว่าชนะ แต่ก็คงต้องออกแรงเหนื่อยหน่อย ที่ไหนได้ แม่งเอาไอ้เด็กส่งอาหารมาขับเนี่ยนะ?"

เด็กส่งอาหารเนี่ยนะ ขับซูเปอร์คาร์เป็น?

ฝีมือจ้าวชิงเยว่เหนือกว่าเขาอยู่หน่อยนึงก็จริง แต่ก็ไม่ได้ห่างชั้นกันมากมายอะไร

ถ้าดวลกันแบบตัวต่อตัว ถึงสมรรถนะรถฝั่งเขาจะเหนือกว่านิดๆ เขาก็ยังไม่กล้าการันตีว่าจะชนะร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่ถ้ามียัยนั่นต้องมานั่งคอยห่วงหน้าพะวงหลัง ยังไงจ้าวชิงเยว่ก็ไม่มีทางตามเขาเตะฝุ่นทันหรอก

แต่ตอนนี้ดีเลย แม่งเอาไอ้เด็กส่งอาหารมาขับแทน?

มันนึกว่า 'ความเร็วระดับเหม่ยถวน' มันเร็วเหมือนจรวจหรือไงวะ?

นึกถึงตรงนี้ โจวหมิงเซวียนก็อดขำไม่ได้

คนที่นั่งอยู่ข้างๆ โจวหมิงเซวียน คือชายหนุ่มตัดผมเกรียน

เขาชื่อ อาเปียว เป็นลูกน้องคนสนิทที่โจวหมิงเซวียนทุ่มเงินซื้อตัวมา อดีตเคยเป็นนักแข่งรถมืออาชีพมาก่อน

ถึงจะอยู่รอดในวงการมืออาชีพไม่ได้ แต่กับวงการแข่งรถใต้ดินระดับสมัครเล่นแบบนี้ ถือว่าเป็นยอดฝีมือตัวท็อปเลยทีเดียว

แม้เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น โจวหมิงเซวียนจะชอบคุยโวว่าฝีมืออาเปียวพอๆ กับตัวเอง กินกันไม่ลง

แต่ในความเป็นจริง ฝีมืออาเปียวเฉียบขาดกว่าโจวหมิงเซวียนไปอีกขั้น และนี่แหละคือไพ่ตายที่ทำให้เขากล้ากร่างไปทั่วเขาหลิงอวิ๋น

ตอนนี้ อาเปียวเองก็ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน

"คุณชาย นังจ้าวชิงเยว่มันประสาทแดกไปแล้วเหรอครับ?"

อาเปียวส่ายหัวด้วยความสมเพช "เฟอร์รารี่ 488 ขับง่ายก็จริง แต่นั่นมันก็ซูเปอร์คาร์นะ กระทืบคันเร่งลึกไปนิดเดียว ทอร์กมันก็ระเบิดออกมาแล้ว คนธรรมดาตั้งตัวไม่ทันหรอก ยิ่งทางขึ้นเขาหลิงอวิ๋นมีแต่โค้งหักศอก ไอ้เด็กส่งอาหารนั่น... เผลอๆ โค้งแรกก็แหกแล้ว"

"แหกโค้งไปเลยยิ่งดี!"

โจวหมิงเซวียนหุบยิ้ม ประกายตาอำมหิตวาบขึ้น "ให้มันพุ่งตกเหวตายห่าไปทั้งคู่เลยยิ่งดี! ถึงตอนนั้น ตำรวจมาตรวจก็ต้องบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ ไอ้เด็กส่งอาหารกากเอง กะโหลกกะลาเอง ไม่เกี่ยวเหี้ยอะไรกับกูสักนิด!"

"อาเปียว เดี๋ยวมึงคอยจับตาดูให้ดี"

โจวหมิงเซวียนแสยะยิ้มเย็น "ถึงไอ้เวรนั่นจะแหกโค้งตกเหวไปเองแน่ๆ แต่กูก็อยากจะช่วยส่งมันลงนรกด้วยมือตัวเอง ถ้ามันสะเออะมาขวางหน้า มึงบอกจุดกระแทกที่สวยที่สุดให้กูเลย กูจะให้มันลิ้มรสความสิ้นหวังซะหน่อย"

"ไว้ใจได้เลยครับคุณชาย" อาเปียวพยักหน้ารับ "พวกไก่อ่อนแบบนี้ ผมมีวิธีเล่นงานมันเป็นร้อยๆ วิธี"

โจวหมิงเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจ

เดิมพันรอบนี้ กูแดกเรียบ!

ลองดูสภาพฝั่งนู้นสิ?

คนขับเป็นไอ้เด็กส่งอาหารที่ไม่เคยแตะซูเปอร์คาร์มาก่อน

คนนั่งข้างเป็นยอดฝีมือที่ไม่มีพวงมาลัยให้จับ

แล้วฝั่งเขาล่ะ?

ตัวเขาเองขลุกอยู่ในวงการแข่งรถมาตลอด ฝีมือก็จัดอยู่ในระดับกลางค่อนสูง

อาเปียว อดีตนักแข่งมืออาชีพ ฝีมือระดับท็อป คอยชี้เป้าบอกไลน์คอยบอกจุดเบรกให้ตลอด

แถมสมรรถนะของแมคลาเรน P1 ก็ข่มเฟอร์รารี่ 488 อยู่เห็นๆ

ถ้างานนี้ยังแพ้อีก เขาโจวหมิงเซวียนจะยอมแดกแมคลาเรนคันนี้โชว์เลย!

...

รถทั้งสองคันค่อยๆ คลานเข้าไปเทียบเส้นสตาร์ต

เฟอร์รารี่สีแดงเพลิง แมคลาเรนสีดำสนิท

ดั่งสัตว์ร้ายสองตัวที่กำลังเตรียมขย้ำเหยื่อ ประจันหน้ากันท่ามกลางความมืดมิด

ฝูงชนรอบด้านถอยกรูดไปอยู่สองฝั่งถนนอย่างรู้หน้าที่ ปากก็ด่าทอเยาะเย้ยไป แต่ร่างกายกลับถอยหนีอย่างรวดเร็ว

ก็นะ อยากดูเรื่องสนุกก็อยากดู แต่ไม่มีใครอยากโดนซูเปอร์คาร์แหกโค้งกวาดเรียบหรอก

ขณะเดียวกัน

โดรนสีดำหลายตัวก็ส่งเสียงหึ่งๆ บินขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน

ในการแข่งรถของพวกลูกเศรษฐีบนเขาหลิงอวิ๋น โดรนถ่ายทอดสดถือเป็นของคู่กัน

แต่โดรนพวกนี้ไม่ใช่โดรนกิ๊กก๊อกราคาหลักร้อยตามเว็บเถาเป่า และไม่ใช่โดรนถ่ายวิวธรรมดาๆ ด้วย

มันคือโดรนแข่งความเร็วสูงแบบ FPV สั่งทำพิเศษจากค่ายต้าเจียง

ความเร็วสูงสุดของมันทะลุ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้สบายๆ ช่วงสปรินต์สั้นๆ อาจจะแตะ 200 ด้วยซ้ำ

บวกกับระบบส่งภาพความละเอียดสูงแบบพิเศษ ทำให้มันสามารถบินเกาะติดซูเปอร์คาร์ที่กำลังควบตะบึงได้อย่างสูสี พร้อมส่งภาพมุมมองบุคคลที่หนึ่งอันสุดแสนจะเร้าใจ ไปขึ้นจอยักษ์บนยอดเขาได้แบบเรียลไทม์

อุปกรณ์ชุดนี้ ราคาก็ปาเข้าไปหลักหมื่น แถมยังต้องจ้างนักบินโดรนมืออาชีพมาคุมอีก

นี่แหละเหตุผลว่าทำไมพวกลูกเศรษฐีถึงกล้ามาซิ่งกันที่นี่

ไม่ใช่แค่ได้ขับรถมันส์ๆ แต่ยังได้เสพภาพวิชวลอลังการประหนึ่งนั่งดู F1 ถ่ายทอดสด

ส่วนกฎหมายน่ะเหรอ?

บนภูเขารกร้างยามค่ำคืนแบบนี้ ขอแค่ไม่มีใครตาย ขอแค่ตำรวจจราจรจับไม่ได้คาหนังคาเขา ที่นี่ก็คือดินแดนสีเทาของพวกมัน

จบบทที่ บทที่ 39 - ไรเดอร์ขับเฟอร์รารี่เนี่ยนะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว