เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 บทสนทนากับอาร์ลอง และคำท้าทายจากจินเบ

บทที่ 22 บทสนทนากับอาร์ลอง และคำท้าทายจากจินเบ

บทที่ 22 บทสนทนากับอาร์ลอง และคำท้าทายจากจินเบ


บทที่ 22 บทสนทนากับอาร์ลอง และคำท้าทายจากจินเบ

เบรตต์ผลักอาร์ลองลงกับพื้นอย่างแรงแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างผ่อนคลาย

“เบรตต์!! ไอ้สารเลวเอ๊ย!!”

อาร์ลองลุกขึ้นมาด้วยความลนลาน ตะโกนด่าทอ และรีบเดินไปที่กำแพงเพื่อคว้าดาบหยัก

สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธจัด

เบรตต์ทำให้เขาต้องอับอายต่อหน้าลูกน้อง แล้วเขาจะนำพาคนพวกนี้ไปสร้างอาณาจักรมนุษย์เงือกเพื่อปกครองมนุษยชาติได้อย่างไรกัน?

ดาบเล่มใหญ่ถูกเงื้อขึ้นสูง เตรียมพร้อมที่จะฟาดฟันใส่เบรตต์โดยตรง

ทว่า อาร์ลองก็ชะงักไป

เขาอยากจะปลิดชีพเบรตต์จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?

“เอาล่ะ ทีนี้เราก็คุยกันอย่างจริงจังได้เสียที”

เบรตต์เอนหลังพิงโซฟา สังเกตดูสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาของอาร์ลอง “ลูกพี่อาร์ลอง คุณยังคงมุ่งมั่นที่จะยึดครองพวกมนุษย์และสร้างจักรวรรดิมนุษย์เงือกเหมือนที่คุณเคยพูดไว้ตอนพวกเรายังเด็กอยู่อีกเหรอครับ?”

“แน่นอนที่สุด!”

ในที่สุดอาร์ลองก็ยั้งมือจากการโจมตีและประกาศเจตนารมณ์ของเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ “มนุษย์เงือกคือสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่แท้จริง ในขณะที่พวกมนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่เกิดมาเพื่อให้พวกเราปกครอง!”

เขาย้ำถึงอุดมการณ์ที่ยึดถือมาอย่างยาวนาน “ฉันตั้งเป้าที่จะสร้างประเทศอันยิ่งใหญ่ที่มนุษย์เงือกกดขี่พวกมนุษย์! ฉันจะทำให้พวกมนุษย์ต้องทนทุกข์ทรมานมากกว่าที่พวกมันเคยทำกับพวกเราหลายร้อยเท่าตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา!”

เบรตต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่

นี่เขาหลอกตัวเองด้วยภาพลวงตานี้จริง ๆ งั้นเหรอ?

“ฟังดูน่าสนใจดีนะครับ แต่ลูกพี่อาร์ลอง” เบรตต์กล่าวอย่างจริงจัง “ทำไมล่ะครับ?”

“แกหมายความว่ายังไง?” อาร์ลองงุนงงไปชั่วขณะ

“ทำไมเราถึงต้องกดขี่พวกมนุษย์ด้วยล่ะครับ?” เบรตต์ถาม

“ก็เพราะว่าพวกเราเหนือกว่าตั้งแต่เกิดยังไงล่ะ!”

อาร์ลองประกาศเสียงดัง “พวกเราเกิดมาพร้อมพละกำลังที่มากกว่าพวกมนุษย์ถึงสิบเท่า และพวกเราก็สามารถมีชีวิตอยู่ในน้ำได้! พวกเราควรจะเป็นเจ้าแห่งท้องทะเล!”

“อย่างนั้นเหรอครับ?”

เบรตต์ยิ้ม “แต่คุณยังเอาชนะผมไม่ได้เลยนะ”

เมื่อตัดสินใจที่จะใช้มาตรการที่เด็ดขาดกว่าเดิม เขาก็รู้สึกมีอิสระที่จะแสดงความรู้สึกที่ก่อนหน้านี้พูดออกมายาก

อาร์ลองขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นใจ

แต่นี่ก็คือความจริง พละกำลังของเบรตต์นั้นเหนือกว่าเขาอย่างเทียบไม่ติด

เบรตต์กล่าวต่อ “มีมนุษย์อีกมากมายหลายคนที่แข็งแกร่งกว่าผม ตัวอย่างเช่น ทหารเรือแสงคนที่จับกุมพวกเราเมื่อปีที่แล้ว คุณคิดว่าตัวเองจะเอาชนะเขาได้ไหมล่ะครับ?”

“...”

ท่าทีของอาร์ลองเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่มีวันลืมร่างนั้น ที่คอยตามหลอกหลอนความคิดของเขาราวกับฝันร้าย

ความรู้สึกสิ้นหวังในตอนนั้นมันช่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

“นั่นก็แค่เพราะว่ามันเกิดขึ้นบนบกเท่านั้นแหละ” น้ำเสียงของอาร์ลองอ่อนลง “ถ้ามันเกิดขึ้นในมหาสมุทรล่ะก็...”

“ใช่แล้ว เมื่อใดที่เราอยู่ในมหาสมุทร เราจะไร้เทียมทาน!” ความมั่นใจของอาร์ลองกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง

เบรตต์ถอนหายใจอีกครั้ง “แล้วมันต่างอะไรกับสถานการณ์ในตอนนี้ล่ะครับ? พวกเราไม่ได้ยังคงอยู่ใต้ก้นทะเลกันหรอกเหรอ?”

อาร์ลองเงียบไป

“สิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ ก็แค่ ลูกพี่อาร์ลอง อยากจะแอบไปยึดหมู่บ้านมนุษย์สักสองสามแห่งและจับพวกมนุษย์มาเป็นทาสกลุ่มเล็ก ๆ ใช่ไหมล่ะครับ?”

เบรตต์พูดอย่างประชดประชัน “คุณตั้งใจจะทำให้พวกมนุษย์ธรรมดาต้องทนทุกข์ทรมาน เพียงเพื่อระบายความคับแค้นใจและหาเงินมาตอบสนองความอยากของคุณ คุณน่ะชอบความมั่งคั่งมาตลอดเลยไม่ใช่เหรอครับ? เพื่อจะซ่อนตัว คุณอาจจะถึงขั้นไปหาทหารเรือด้วยซ้ำ ไอ้พวกสารเลวพวกนั้นคงจะช่วยคุณแน่ ๆ”

“คุณไม่มีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับกองทัพเรือเพื่อล้างแค้นให้ลูกพี่ไทเกอร์ด้วยซ้ำ เพราะงั้นเลิกทำตัวมีคุณธรรมสูงส่งได้แล้วครับ ลูกพี่อาร์ลอง”

“เบรตต์!!”

อาร์ลองตอบกลับด้วยสีหน้าถมึงทึง “แก...”

“ก็เพราะคุณรู้ดีไงครับ ว่าพวกมนุษย์มีความแข็งแกร่งมากกว่าพวกเรามนุษย์เงือก”

เบรตต์ไม่สนใจความโกรธของอาร์ลองและพูดต่อ “เกาะเงือกมีประชากรเพียงแค่ห้าล้านคน ในขณะที่พวกมนุษย์มีมากกว่าพวกเราหลายร้อยเท่า ยิ่งไปกว่านั้น ขุมกำลังหลักในมหาสมุทรก็คือพวกมนุษย์ มนุษย์เงือกที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างจินเบ ก็ยังถูกพวกมันเอาชนะได้อย่างง่ายดาย ถ้าเราทำสงครามกับพวกมนุษย์จริง ๆ ผลลัพธ์ก็มีแต่ความพินาศย่อยยับเท่านั้นแหละครับ”

สีหน้าของอาร์ลองเปลี่ยนเป็นจริงจัง

เบรตต์แทงใจดำเขาเข้าอย่างจัง

หลังจากเผชิญหน้ากับคนที่มีฝีมือคนนั้น เขาก็ตระหนักดีถึงกองกำลังอันน่าเกรงขามของกองทัพเรือ ซึ่งเขาไม่สามารถเทียบเคียงได้เลย

ความทะเยอทะยานของเขาคือการไปให้ถึงทะเลอีสต์บลู ซึ่งเป็นทะเลที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาทะเลทั้งสี่ และแอบสร้างอาณาเขตของมนุษย์เงือกขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ

เขาแสวงหาความมั่งคั่งจริง ๆ และอย่างที่เบรตต์พูด เขาน่ะชอบเงินทอง

“แต่เพื่ออะไรล่ะครับ?”

เบรตต์ยืนกราน “พวกเราก็ยังคงอาศัยอยู่ใต้ก้นทะเล เผชิญกับการเลือกปฏิบัติ พวกมนุษย์ที่ล่ามนุษย์เงือกและเงือกยังคงลอยนวล พวกขุนนางมนุษย์ก็ยังคงภูมิใจที่ได้ครอบครองเงือก”

“ในทางกลับกัน พวกมนุษย์ที่ไม่มีความแค้นอะไรกับพวกเรากลับต้องถูกคุณรังแกและเหยียดหยาม ทันทีที่เรื่องนี้แดงขึ้นมา คุณก็จะไม่มีทางหนีรอด และความเกลียดชังที่พวกมนุษย์มีต่อมนุษย์เงือกก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก”

“มันจะได้ประโยชน์อะไรจากการทำตามใจตัวเองล่ะครับ? มันกำลังทำให้เกาะเงือกตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายขึ้นไปอีกไม่ใช่เหรอ?”

“คุณกำลังต่อสู้เพื่อมนุษย์เงือกและเกาะเงือกจริง ๆ เหรอครับ?”

อาร์ลองแทบจะขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นใจ

ทว่า เขาไม่สามารถหาคำโต้แย้งใด ๆ มาหักล้างคำพูดของเบรตต์ได้เลย

ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ รู้สึกราวกับว่าความจริงที่ถูกซ่อนไว้ได้ถูกเปิดโปงออกมาแล้ว

เบรตต์ถามอีกครั้ง “ลูกพี่อาร์ลอง คุณคิดว่าทำไมลูกพี่ไทเกอร์ถึงไม่ยอมให้พวกเราทำร้ายพวกมนุษย์ ทั้ง ๆ ที่เขาเกลียดพวกมันขนาดนั้นล่ะครับ?”

ไทเกอร์ไม่มีความชื่นชอบใด ๆ ต่อมนุษย์เลยแม้แต่น้อย

เขาเคยถูกจับกุมและต้องทนเป็นทาสอยู่ในเงื้อมมือของพวกมนุษย์ถึงสามปี เผชิญกับการทรมานหลากหลายรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาก่อตั้งกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ เขากล่าวว่าจุดประสงค์ของกลุ่มโจรสลัดคือการบรรลุซึ่งการปลดปล่อยและอิสรภาพ และพวกเขาจะไม่มีวันทำร้ายพวกมนุษย์โดยไร้เหตุผลเด็ดขาด

หลังจากผ่านขุมนรกมาด้วยตัวเอง เขาจึงไม่อยากให้ใครต้องมาทนทุกข์ทรมานแบบเดียวกันอีก แม้แต่กับมนุษย์ก็ตาม

ตอนนี้ แม้หลังจากความทรงจำกลับคืนมาแล้ว ไทเกอร์ก็ยังคงเป็นบุคคลที่เบรตต์เคารพยกย่องมากที่สุด

“นั่นก็เพราะลูกพี่ไทเกอร์เข้าใจดีว่า การปล่อยให้ความเกลียดชังแพร่กระจายออกไป จะนำไปสู่การล่มสลายของเกาะเงือกยังไงล่ะครับ”

ก่อนที่อาร์ลองจะได้ตอบ เบรตต์ก็ถอนหายใจอยู่ในใจ “มันช่างน่าเศร้าจริง ๆ ไม่ใช่เหรอครับ? เห็นได้ชัดว่าพวกเราคือฝ่ายที่ถูกรังแก แต่เรากลับตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำได้เพียงแค่ประนีประนอมเท่านั้น”

“และคุณก็ยังตั้งใจจะทำลายความปรารถนาของลูกพี่ไทเกอร์อีก”

“พอแล้ว! พอได้แล้ว!!”

อาร์ลองตะโกนด้วยความคับแค้นใจ “เบรตต์! แกต้องการจะพูดอะไรกันแน่!”

“ถ้าคุณปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของพวกมนุษย์เงือก และพิสูจน์ความเชื่อของคุณในเรื่องความเหนือกว่าของมนุษย์เงือกแล้วล่ะก็ เลิกทำเรื่องไร้สาระพวกนี้เถอะ อาร์ลอง!”

เบรตต์กล่าวอย่างหนักแน่น “การเหยียบย่ำความปรารถนาสุดท้ายของลูกพี่ไทเกอร์ และทำให้เกาะเงือกต้องตกอยู่ในอันตราย เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัวที่จะระบายความคับแค้นใจของคุณ มันเป็นเรื่องโง่เขลามาก! อย่าได้ทำเรื่องขาดความยั้งคิดแบบนั้นเชียวนะ!!”

ก่อนตาย ไทเกอร์สิ้นหวังในตัวมนุษย์โดยสิ้นเชิงเนื่องจากการหักหลังของพวกเขา แต่เขาก็ยังคงไม่ยอมให้เพื่อนพ้องไปบอกเกาะเงือกถึงสถานการณ์แวดล้อมเกี่ยวกับการตายของเขา

เขาต้องการป้องกันไม่ให้ความเกลียดชังแพร่กระจาย และไม่ต้องการให้เกาะเงือกต้องเผชิญกับภัยพิบัติ

“เบรตต์!”

อาร์ลองเกือบจะคลั่งเพราะความอับอายและพุ่งเข้าหาเบรตต์ เขาตะโกนว่า “หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว!!”

เบรตต์เอื้อมมือไปจับหัวของอาร์ลองไว้ ด้วยแรงเพียงเล็กน้อย อาร์ลองก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย

ถึงกระนั้น อาร์ลองก็ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวใด ๆ เขาพูดจาอย่างอาฆาตมาดร้ายว่า “แกอยากให้ฉันเป็นเหมือนแกกับจินเบงั้นเหรอ! ที่ไม่ทำอะไรเลย! ยอมสยบต่อพวกมนุษย์ในขณะที่เราต้องทนดูพวกมันเหยียดหยามพวกเราน่ะเหรอ!!”

เบรตต์ผลักอาร์ลองกลับไปอย่างไม่แยแสก่อนจะพูดอย่างใจเย็น “ผมแค่แนะนำไม่ให้คุณไปทำเรื่องไร้สาระต่างหาก ไม่ได้สนับสนุนให้คุณอยู่เฉย ๆ สักหน่อย”

“คุณพูดถูกอยู่อย่างนึงนะ ก็เพราะความอ่อนแอของคุณนั่นแหละ คุณถึงได้โดนรังแก”

เบรตต์กล่าว “ความอ่อนแอมันไม่ได้อยู่ที่พวกมนุษย์หรอก แต่มันอยู่ที่พวกเราต่างหาก”

“ดังนั้น ก่อนจะไปล้างแค้น เราต้องมั่นใจในความปลอดภัยและสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองก่อน”

“สร้างความแข็งแกร่งงั้นเหรอ?” อาร์ลองทรุดลงกับพื้น ด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย

“ลูกพี่อาร์ลอง คุณรู้จักหนวดขาวไหมครับ?” เบรตต์ถาม

“แล้วไงล่ะ?” อาร์ลองตอบกลับอย่างเย็นชา

เขาจะไม่รู้จักหนวดขาว ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกได้อย่างไร

และสัญลักษณ์ของชายคนนั้นก็โบกสะบัดอยู่เหนือเกาะเงือก เกาะเงือกซึ่งเคยทนทุกข์ทรมานอย่างหนักจากน้ำมือของโจรสลัดมนุษย์มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของยุคทองของโจรสลัด บัดนี้ได้สัมผัสกับความสงบสุขก็เพราะการปกป้องของเขา

“ดังนั้น คุณก็ควรจะตระหนักได้ว่า แม้แต่รัฐบาลโลกก็ยังไม่สามารถต่อกรกับคนที่ทรงพลังอย่างหนวดขาวได้ ชื่อเสียงของเขาสามารถปกป้องเกาะเงือกจากระยะไกลได้”

เบรตต์กล่าวอย่างหนักแน่น “ตราบใดที่มีคนที่แข็งแกร่งระดับนั้นปรากฏตัวขึ้นมาจากเกาะเงือกของเรา ก็จะไม่มีใครในโลกนี้กล้าประเมินพวกเราต่ำไปอีก และแม้แต่รัฐบาลโลกก็ยังต้องให้ความสำคัญกับจุดยืนของเราอย่างจริงจัง”

บุคคลที่แข็งแกร่งในระดับสี่จักรพรรดินั้น มีอิทธิพลอย่างมหาศาลในโลกใบนี้

อิทธิพลนี้จะยิ่งเด่นชัดเป็นพิเศษ เมื่อบุคคลที่ทรงพลังผู้นั้นเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่โดดเด่น

อาร์ลองดูสับสน “แกพยายามจะพูดอะไรกันแน่ เบรตต์?”

เขาเข้าใจดีว่าแม้แต่จินเบ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่มนุษย์เงือก ก็ยังคงไปไม่ถึงระดับความแข็งแกร่งนั้น

เบรตต์ลุกขึ้น สูดหายใจลึก และประกาศอย่างหนักแน่นว่า “คนคนนั้นก็คือผมยังไงล่ะครับ”

“อะไรนะ?” ดวงตาของอาร์ลองเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

“ผมจะแข็งแกร่งเหนือกว่าทุกคนที่มาก่อนผมให้ดู”

เบรตต์กล่าวอย่างมุ่งมั่น “ผมตั้งเป้าที่จะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เมื่อถึงตอนนั้น ทั่วทั้งโลกก็จะรับฟังความปรารถนาของเรา”

อาร์ลองถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

คำยืนยันของเบรตต์เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย

คนเราจะสามารถไปถึงจุดสูงสุดของพลังบนโลกใบนี้ได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?

ความสำเร็จเช่นนั้นจะสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวงั้นหรือ?

อาร์ลองอยากจะตั้งคำถามเหล่านี้ออกไปตามสัญชาตญาณ

ทว่า เมื่อเขาพยายามจะอ้าปากพูด กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลย

เขาตระหนักได้ว่า เบรตต์แม้จะอายุเพียงสิบเจ็ดปี แต่กลับครอบครองความแข็งแกร่งที่เหนือธรรมดา!

เขาเป็นพรสวรรค์ที่ไร้ผู้ทัดเทียมบนเกาะเงือกอย่างไม่ต้องสงสัย!

ถ้าจะมีใครสักคนที่สามารถก้าวขึ้นไปเป็นมนุษย์เงือกที่แข็งแกร่งที่สุดได้อย่างแท้จริง ก็ต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน

“นั่นคือประเด็นของผมครับ มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ลูกพี่อาร์ลอง คุณก็น่าจะรู้ตัวดีว่าผมมีความแข็งแกร่งพอที่จะหยุดยั้งคุณได้อย่างง่ายดาย เลิกคิดที่จะไปทำเรื่องไร้ประโยชน์พวกนั้นได้แล้วครับ ถ้าคุณอยากจะแก้แค้นพวกมนุษย์จริง ๆ คุณก็ควรจะพุ่งเป้าไปที่พวกที่มาสร้างความวุ่นวายบนเกาะสิ ไปจัดการพวกโจรสลัดหรือพวกค้าทาสซะ หรือไม่ก็พยายามพัฒนาตัวเองเพื่อจะได้มีบทบาทสำคัญในอนาคต”

“ผมจะขอให้ลูกพี่จินเบคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของคุณไว้ และอย่าได้แม้แต่จะคิดหนีออกทะเลเชียวนะครับ”

เขาพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ

มีขีดจำกัดสำหรับสิ่งที่สามารถสื่อสารกันได้

ถ้าอาร์ลองยังคงดึงดันที่จะเดินตามเส้นทางของตัวเอง เบรตต์ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่านี้

เขาหันหลังและเดินจากไป

เมื่อลงบันไดมา มนุษย์เงือกเกือบทุกคนยังคงอยู่กับที่ พยายามหลีกเลี่ยงที่จะดึงดูดความสนใจจากเขา

เกิดอะไรขึ้นข้างบนนั้นน่ะ?

บ้านหลังนี้เก็บเสียงได้ไม่ดีนัก และพวกมนุษย์เงือกก็ได้ยินเสียงอาร์ลองระเบิดอารมณ์ออกมาเมื่อครู่นี้

เบรตต์เลือกที่จะไม่สนใจพวกเขาและเดินต่อไป ภารกิจต่อไปของเขาคือการไปหาจินเบ

ชั้นบน หลังจากที่เบรตต์จากไป อาร์ลองก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงเป็นเวลานาน

“เฮ้! อาร์ลอง! นายไม่เป็นไรนะ?”

คุโรโอบิและคนอื่น ๆ รีบวิ่งขึ้นบันไดมา มองดูอาร์ลองที่กำลังเหม่อลอย และร้องอุทานด้วยความโกรธว่า “ไอ้สารเลวเบรตต์เอ๊ย!”

อาร์ลองไม่ตอบ เขาจมดิ่งอยู่กับความคิดเดียว

ถ้าเบรตต์สามารถกลายเป็นคนที่น่าเกรงขามเทียบเท่ากับเหล่าสัตว์ประหลาดระดับท็อปของท้องทะเลได้อย่างที่เขาพูดจริง ๆ อนาคตของเกาะเงือกจะเป็นอย่างไร?

เขารู้ดีว่าหนวดขาวปกป้องอาณาเขตอันกว้างใหญ่ในโลกใหม่ ในขณะที่ไคโดและชาร์ล็อตต์ หลินหลิน ต่างก็ปกครองประเทศของตนเองอยู่ที่นั่น ทำให้ไม่มีใครกล้าไปแตะต้องพวกเขาได้

หากเบรตต์มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับพวกนั้น...ใครจะกล้ามาอวดดีกับมนุษย์เงือกอีกล่ะ?

บางทีพวกเราอาจจะสามารถสร้างจักรวรรดิมนุษย์เงือกที่ไม่มีใครเทียบได้ขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้!

เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเบรตต์ และความสัมพันธ์ระหว่างน้องสาวของเขากับเบรตต์...

อาร์ลองก็ตระหนักขึ้นมาทันทีว่าอนาคตเช่นนั้นดูสดใสมากทีเดียว

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญก็ยังคงอยู่: เบรตต์จะสามารถบรรลุความแข็งแกร่งระดับนั้นได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?

“นั่นคือสิ่งที่นายพูดกับเขาเหรอ?”

เมื่อได้รับฟังเบรตต์เล่าถึงการเผชิญหน้ากับอาร์ลองทั้งสองครั้ง จินเบก็ถอนหายใจออกมา

“ความเกลียดชังที่ลูกพี่อาร์ลองมีต่อพวกมนุษย์มันเกินกว่าจะเยียวยาได้แล้วครับ ความคิดของเขามุ่งเน้นไปที่การแก้แค้น การทำลายล้าง และการปล้นสะดมเท่านั้น การจะเกลี้ยกล่อมเขาคงจะเป็นเรื่องที่ท้าทายมากทีเดียว”

“ดังนั้น ทางเลือกเดียวที่เป็นไปได้ก็คือการใช้มาตรการที่เด็ดขาดกว่าเดิมครับ”

“ฉันเข้าใจแล้ว”

จินเบพยักหน้า “ก่อนหน้านี้ฉันอาจจะลังเลอยู่บ้าง แต่นายพูดถูก ด้วยนิสัยของอาร์ลอง ถ้าปล่อยให้เขาออกทะเลไป ผลลัพธ์ก็คงมีแต่จะทำให้ความตึงเครียดระหว่างพวกมนุษย์กับเกาะเงือกทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้นแหละ”

“ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำลายความปรารถนาของลูกพี่ไทเกอร์เด็ดขาด!”

ไทเกอร์เสียชีวิตเพราะพวกมนุษย์ แต่ก่อนตาย เขาก็ได้ตักเตือนไม่ให้ปล่อยให้ความเกลียดชังแพร่กระจาย ซึ่งทำให้จินเบต้องยับยั้งชั่งใจ

ส่งผลให้ เขายิ่งมีความมุ่งมั่นมากขึ้นที่จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความปรารถนาของไทเกอร์

“ฉันจะจัดการให้คนไปคอยจับตาดูอาร์ลองกับคนอื่น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสได้ทำอะไร” จินเบกล่าวอย่างหนักแน่น

“ตกลงครับ”

เบรตต์พยักหน้า

นั่นคือจุดจบของเรื่องนี้

บางทีความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอาร์ลองอาจจะถูกตัดขาด

ถึงกระนั้น อย่างน้อยมันก็ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเขาจะหลีกเลี่ยงการถูกทำร้ายโดยเจ้าหนุ่มยางยืด และต่อมาก็ถูกกองทัพเรือจับกุมตัวไป ขจัดความเสี่ยงที่จะถูกประหารชีวิตทันทีเพื่อปิดปากเรื่องอื้อฉาวที่อาจเกิดขึ้น

“ฉันติดต่อไปหากองทัพเรือแล้วล่ะ พวกเขายังไม่รู้เรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้นายวางใจได้เลย” จินเบนึกเรื่องอื่นขึ้นมาได้ “แต่อย่างไรก็ตาม จากนี้นายต้องทำตัวให้ไม่เป็นที่สะดุดตามากขึ้นนะ ฉันสั่งให้คนบนถนนมนุษย์เงือกลดการพูดถึงข่าวการกลับมาของนายให้มากที่สุดแล้ว”

“ขอบคุณครับ ลูกพี่จินเบ”

เบรตต์ตอบอย่างจริงจัง “ผมไม่อยากก่อเรื่องวุ่นวายหรอกครับ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฟังแบบนี้แล้วค่อยสบายใจหน่อย”

จินเบพยักหน้า “เอาล่ะ มาพูดถึงเรื่องสำคัญกันดีกว่า นายไปบอกอาร์ลองจริง ๆ เหรอว่านายมีความปรารถนาที่จะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างหนวดขาวน่ะ?”

เบรตต์เกาหัว ครุ่นคิดว่าเขาคุยโวเกินไปหรือเปล่า

เขากล่าวว่า “เราต้องเสนอทางเลือกอื่นให้ลูกพี่อาร์ลอง เพื่อไม่ให้เขายอมจำนนต่อความสิ้นหวังและเลือกใช้วิธีที่รุนแรง ไม่ใช่เหรอครับ?”

“และ” เบรตต์กล่าวด้วยความมั่นใจ “ผมเชื่อว่าผมทำได้ครับ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ความมั่นใจของนายนี่น่ายกย่องมาก เบรตต์!”

จินเบหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรหรอกนะ! ถ้านายมัวแต่หวาดกลัว นายก็จะหยุดการพัฒนาของตัวเอง”

“ว่าไงล่ะ? ก่อนจะเริ่มฝึกอย่างเป็นทางการ นายอยากจะประลองกับฉันสักหน่อยไหม?” จินเบถามพร้อมรอยยิ้ม

“เอ๊ะ?”

เบรตต์ถึงกับตกตะลึง

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 22 บทสนทนากับอาร์ลอง และคำท้าทายจากจินเบ

คัดลอกลิงก์แล้ว